*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2826
  • จำนวนผู้ชม : 5228378
  • จำนวนผู้โหวต : 4976
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4976 คน
coffee

coffee

View All
<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2552
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 6326 , 17:32:15 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

งครามพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ หรือ สงครามคราวเสียสมเด็จพระสุริโยไท สงครามระหว่างอาณาจักรอยุธยาและอาณาจักรหงสาวดีอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก (เฉพาะในยุคอาณาจักรพม่ายุคที่ 2) ก่อนที่จะมีสงครามครั้งสำคัญ ๆ เกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย ทั้ง สงครามช้างเผือก (พ.ศ. 2106), สงครามคราวเสียกรุงครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2112) เป็นต้น

สงครามพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ หรือ สงครามคราวเสียสมเด็จพระสุริโยไท เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2091 วอกศก หลังจาก 7 เดือนของการปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ความในพงศาวดารระบุว่า ความวุ่นวายในการผลัดแผ่นดินแย่งชิงราชสมบัติภายในอาณาจักรอยุธยาก่อนหน้านั้นถึง 3 รัชกาล (สมเด็จพระไชยราชาธิราช-สมเด็จพระแก้วฟ้า-ขุนวรวงศาธิราช) ทราบถึงพระกรรณของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ กษัตริย์แห่งอาณาจักรหงสาวดี ซึ่งทรงมีพระราชประสงค์ที่จะแผ่ขยายอาณาจักรด้วยการสงครามอยู่แล้ว โดยก่อนหน้านั้น พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้สามารถตีเมืองหงสาวดีราชธานีของชนชาติมอญจนแตกและย้ายเมืองหลวงจากตองอูลงมาสู่หงสาวดีได้สำเร็จ อีกทั้งยังทรงรวบรวมเมืองขึ้นและสถาปนาศูนย์กลางอำนาจของชนชาติพม่าขึ้นมาอย่างเข้มแข็งในลุ่มแม่น้ำอิระวดี

พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ทรงปรึกษาถึงเรื่องงบประมาณรายจ่ายในสงครามกับขุนนางและที่ปรึกษาชาวตะวันตก เมื่อได้ข้อสรุปว่า คุ้มที่จะดำเนินการ จึงยกทัพมาด้วยพระองค์เอง โดยมี มหาอุปราชาบุเรงนอง (ภายหลังขึ้นครองราชย์เป็น พระเจ้าบุเรงนอง), พระเจ้าแปร และพระยาพะสิม เป็นแม่ทัพหลัก ทัพของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เดินทัพอย่างรวดเร็วทั้ง ๆ ที่มีจำนวนมากนับแสน (โดยบางพงศาวดารระบุว่า แม้เดินทัพข้ามสะพานตลอด 7 วัน 7 คืน ก็ไม่ขาดสาย) โดยใช้เส้นทางด่านพระเจดีย์สามองค์ หัวเมืองกาญจนบุรี และได้พบกับการต่อต้านของอยุธยาครั้งแรกที่นั่น แต่ก็สามารถผ่านมาได้อย่างไม่ลำบาก และพบกับการต่อต้านอีกครั้งที่แขวงเมืองสุพรรณบุรี แต่ก็ผ่านมาได้อีกเช่นกัน ทำให้ประชิดพระนคร

โดยทัพของหงสาวดีตั้งทัพแบ่งเป็น 3 ค่ายใหญ่ คือ ทัพหลวงของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ตั้งที่ตำบลกุ่มดอง, ทัพพระมหาอุปราชาบุเรงนอง ตั้งที่เพนียด ทัพพระเจ้าแปร ตั้งที่บ้านใหม่มะขามหย่อง, ทัพพระยาพะสิม ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งวรเชษฐ์ (ซ้ายมือ ภาพเจดีย์พระศรีสุริโยทัย บรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระศรีสุริโยทัย จากวิกิพีเดีย)

มื่อ พ.ศ. ๒๐๙๑ พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้และพระมหาอุปราชาบุเรงนองยกกองทัพพม่ารามัญเข้ามาล้อมกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก โดยผ่านมาทางด้านด่านพระเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรีและตั้งค่ายล้อมพระนคร การศึกครั้งนั้นเป็นที่เลื่องลือถึงวีรกรรมของ สมเด็จพระศรีสุริโยไท ซึ่งไสช้างพระที่นั่งเข้าขวางพระเจ้าแปรด้วยเกรงว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระราชสวามี จะเป็นอันตราย จนถูกพระแสงของ้าวฟันพระอังสาขาดสะพายแล่งสิ้นพระชนม์อยู่บนคอช้าง เพื่อปกป้องพระราชสวามีไว้ เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๔ ปีจุลศักราช ๙๑๐ ตรงกับวันเดือนปีทางสุริยคติ คือ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๐๙๒ เมื่อสงครามยุติลง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ทรงปลงพระศพของพระนางและสถาปนาสถานที่ปลงพระศพขึ้นเป็นวัด ขนานนามว่า วัดสบสวรรค์ หรือวัดสวนหลวงสบสวรรค์

ภาพจากบล็อกคุณศุภศรุต

Suriyothaiอยุธยามีแม่น้ำล้อมรอบถึง 3 สาย ต่อจากกำแพงเมืองซึ่งเป็นปราการที่แข็งแกร่ง ในแม่น้ำนี้สามารถนำเรือบรรทุกปืนใหญ่ไล่ยิงข้าศึกซึ่งจะเข้ามาใกล้ฝั่งได้ ภาพซ้ายมือ หม่อมหลวงปิยภัส ภิรมย์ภักดี (กฤดากร) แสดงนำในบทสมเด็จพระสุริโยไท ในภาพยนตร์เรื่องสุริโยไท (พ.ศ. 2544)

มีการปะทะกันเป็นระยะ ๆ ของทั้งสองฝ่าย แต่หงสาวดีก็ไม่สามารถหักเข้าตีได้อย่างเด็ดขาด จนกระทั่งหัวเมืองพิษณุโลกโดย พระมหาธรรมราชายกหนุนมาช่วย อีกทั้งสมเด็จพระมหาจักรพรรดิจะทรงนำทัพเองเพื่อเรียกขวัญกำลังใจของทหาร พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จึงทรงมีอุบายทำทีให้พระเจ้าแปรยกเป็นกองหน้า และทัพของพระองค์จะขนาบซ้ายเข้าตีทัพของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ

เหตุการณ์หลังสงคราม ฝ่ายหงสาวดี พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เมื่อเสด็จกลับถึงพระนคร ก็ทรงเสวยแต่น้ำจัณฑ์กับทหารรับจ้างคนสนิทชาวโปรตุเกสจนเสียพระสติ นำไปสู่การลอบปลงพระชนม์โดยทหารชาวมอญรับใช้คนสนิท ภายหลังจากสงครามเพียง 3 เดือน ซึ่งบางพงศาวดารระบุเป็นเพราะพระองค์เสียพระทัยอย่างมากในการที่ไม่สามารถเอาชนะอยุธยาได้ทางฝ่ายอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ได้พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระสุริโยไทที่สวนหลวง แล้วสร้างวัดอุทิศพระราชกุศลพระราชทาน คือ วัดสบสวรรค์ หลังจากนี้ได้ทรงเร่งฟื้นฟูกำแพงเมืองให้แข็งแกร่งกว่าเดิม และปรับปรุงกิจการทหารและทำนุบำรุงสภาพบ้านเมืองให้แข็งแกร่ง เพื่อรอรับศึกครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นอีก

อยุธยา.. วัดใหญ่ชัยมงคล..ตำนานสมเด็จพระสุริโยไท..

วัดที่ทุกคนที่เที่ยวอยุธยาแล้วต้องแวะให้ได้วัดหนึ่งคือวัดใหญ่ชัยมงคล ก่อนอื่น ขอย้อนความเกี่ยวกับการแผ่พระพุทธศาสนาสักเล็กน้อย....ก่อนเข้าเรื่องประวัติวัดใหญ่ฯ

ในปีพ.ศ. ๒๗๕ พระเจ้าอโศกมหาราชได้ราชาภิเษกเป็นพระเจ้าราชาธิราชปกครองมคธราษฎร์ทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่งและทรงทำนุบำรุงพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนายิ่งกว่านักบวชในศาสนาอื่นๆ ทำให้นักบวชนอกพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า “เดียรถีย์”ปลอมตนเข้าบวชเป็นพระภิกษุด้วยหวังลาภสักการะเป็นอันมาก จนเกิดแตกสามัคคีเพราะรังเกียจกันในหมู่สงฆ์ ในลังกาทวีปการพระพุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่งทั้งนี้โดยความอุปการะช่วยเหลือของ พระเจ้าอโศกมหาราช อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาล่วงไปลังกาทวีปได้ถูกพวกทมิฬ ซึ่งเป็นชนชาติหนึ่งอยู่ตอนใต้ปลายแหลมชมพูทวีปมาแต่เดิมรุกราน และมีอำนาจเหนือลังกาทวีปหลายครั้งประการหนึ่ง การแย่งราชสมบัติรบราฆ่าฟันกันเองประการหนึ่ง ทำให้การพระพุทธศาสนาในลังกาทวีปปั่นป่วน และแตกแยกเป็นหลายลัทธิ และเสื่อมลงถึงที่สุด จนไม่มีพระเถระสำหรับบวชกุลบุตร และสืบพระศาสนา ต้องส่งทูตไปขอพระเถระจากต่างประเทศ เข้าไปบวชกุลบุตรเป็นหลายครั้ง รวมทั้งประเทศไทยด้วย

นระหว่าง พ.ศ. ๑๘๙๐-๑๙๒๙พระพุทธศาสนาเสื่อมลงอย่างมาก เพราะเกิดพวกอลัชชี ถึงกับต้องชุมนุมสงฆ์ชำระและกำจัดภิกษุอลัชชี จึงเกิดพระสงฆ์พวกหนึ่งเรียกว่า “วนวาสี” ซึ่งถือความสันโดษ ไม่ข้องแวะต่อการแสวงหาลาภสักการมาบำรุงรักษาอาราม ปรากฏในภายหลัง ว่า ชาวลังกาทวีปนับถือพระสงฆ์ฝ่ายนี้ที่เรียกว่าวนวาสีมาก จึงนิยมเป็นสงฆ์ ฝ่ายวนวาสี ก็คือ อรัญวาสี นั่นเอง และเป็นแบบอย่างมาถึงประเทศไทยเราด้วย แต่พระภิกษุฝ่ายคามวาสีที่ดีก็คงมี

Chaimongkol Temple

ที่มาของพระเจดีย์ชัยมงคล

มื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีได้ชัยชนะพระมหาอุปราชาแห่งพม่าแล้ว ได้ทรงมีพระราชศรัทธาบูรณะปฏิสังขรณ์วัดใหญ่ขึ้นเป็นงานใหญ่ พร้อมทั้งได้ทรงสร้างพระเจดีย์ชัยมงคลเป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติอีกด้วย

นับตั้งแต่ สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงประกาศอิสรภาพของชาติไทยที่เมืองแกลง เมื่อปีวอก พุทธศักราช ๒๑๒๗ หลังจากที่ประเทศไทยต้องตกอยู่ใต้อำนาจของชาติอื่นมาเป็นเวลาถึง ๑๕ ปี

Naresuan อยุธยา

ภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์ King Naresuan ภาคภาษาอังกฤษ จากวิกิพีเดีย

จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสรณ์แห่งชัยชนะครั้งนี้ขึ้นสองแห่งเป็นพระสถูปเจดีย์ตรงที่ทรงยุทธหัตถีกับ พระมหาอุปราชา แห่งหนึ่ง และทรงสร้างพระมหาสถูปคือ พระเจดีย์ชัยมงคลขึ้นที่ วัดป่าแก้ว เป็นเหตุสำคัญนอกจากนั้น ตามที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงพระนิพนธ์ไว้ในหนังสือพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวร ว่า

“ยังมีของ โบราณอยู่บางสิ่งซึ่งชวนให้เห็นว่า เมื่อสมเด็จพระวันรัตทูลขอโทษข้าราชการแล้ว ได้ทูลแนะนำ สมเด็จพระนเรศวร ให้เฉลิมพระเกียรติที่มีชัยครั้งนั้นด้วยทรงบำเพ็ญกุศลกรรม และคงยกเรื่องประวัติพระเจ้าทุษฐคามมินีมหาราชอันมีในคัมภีร์มหาวงศ์ พงศาวดารลังกาทวีปมาทูลถวายเป็นตัวอย่าง ในเรื่องนั้นว่า

"เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘ พวกทมิฬมิจฉาทิฎฐิยกกองทัพข้ามมาจากชมพูทวีป มาตีได้เกาะลังกาแล้วครอบครองบ้านเมืองอยู่หลายปี ทุษฐคามนีกุมาร ราชโอรสของ พระเจ้ากากะวรรณดิศ ซึ่งเป็นกษัตริย์สิงหฬพระพุทธศาสนาหนีไปอยู่บนเขา พยายามรวบรวมรี้พลยกไปตีเอาบ้านเมืองคืน ได้รบเอา พระยาเอฬาระทมิฬ ซึ่งครองเมืองลังกา ถึงชนช้างกันตัวต่อตัวที่ชานเมืองอนุราธธานี

ทุษฐคามินีกุมาร มีชัยชนะฆ่า พระยาเอฬาระทมิฬ ตายกับคอช้าง ได้เมืองลังกาคืนจากพวกมิจฉาทิฏฐิ มีพระเกียรติเป็นมหาราชสืบมาในพงศาวดาร เมื่อ พระเจ้าทุษฐคามนี ทำยุทธหัตถมีชัยครั้งนั้น โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์ขึ้น ไว้เป็นอนุสรณ์ตรงที่ชนช้างกับ พระยาเอฬาระทมิฬ องค์หนึ่ง แล้วให้สร้างพระมหาสถูปอันมีนามว่า “มริจิวัตรเจดีย์” ขึ้นที่เมืองอนุราธบุรีอีกองค์หนึ่ง เฉลิมพระเกียรติปรากฏสืบมากว่าพันปี"

สมเด็จพระ นเรศวร ทรงพระราชดำริเห็นชอบด้วย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระสถูปเป็นอนุสรณ์ไว้ในทุ่งหนองสาหร่าย ตรงที่ทรงทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาองค์หนึ่ง แล้วทรงสร้างพระมหาสถูปขึ้นไว้ที่วัดป่าแก้ว ขนานนามว่า “ชัยมงคลเจดีย์” อีกองค์หนึ่ง (คือพระเจดีย์พระองค์ใหญ่ที่อยู่ทางฝ่ายตะวันออกทางรถไฟ แลเห็นเมื่อก่อนเข้าเขตพระนครศรีอยุธยา)”

เมื่อพุทธศักราช ๒๑๑๒ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ตีได้กรุงศรีอยุธยาในรัชกาล สมเด็จพระมหินทราธิราช ครั้งนั้นไทยได้รับความเสียหายแสนสาหัส ข้อความในพระราชพงศาวดารแสดงให้เห็นความอัปยศนี้อยู่เป็นอย่างดียิ่ง

ในชัยชนะ ครั้งนั้น พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ได้ให้สร้างพระเจดีย์ใหญ่แบบมอญขึ้น ไว้เป็นอนุสรณ์ที่วัดซึ่ง สมเด็จพระราเมศวรสร้างไว้นอกพระนครทางด้านเหนือ และให้เรียกพระเจดีย์นั้นว่า “ภูเขาทอง” เป็นเหตุให้ชาวบ้านเรียกวัดนั้นว่า “วัดภูเขาทอง”

ภาพวัดภูเขาทอง โดย lovecondo3

ต่อมาพระเจดีย์ภูเขาทองนั้น นอกจากจะเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองแล้ว ยังเป็นเครื่องเตือนใจคนไทยทั้งปวง ให้ระลึกถึงความอัปยศอดสูในครั้งนั้นอีกด้วย

Naresuan

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระมหาสถูปชัยมงคลที่วัดพระยาไทย มีขนาดสูงกว่าพระเจดีย์ภูเขาทอง ทั้งนี้เพื่อจะได้เป็นเครื่องล้างความอดสูของชาติไทย และเป็นเครื่องให้เกิดกำลังใจแก่คนไทยทั้งชาติอีกด้วย

พระเจดีย์ชัยมงคล จึงนับเป็นปูชนียวัตถุอันสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งของชาติไทย เพราะเป็นนิมิตรหมายของเอกราชของชาติ เป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงความกล้าหาญเสียสละ ที่สมเด็จพระมหาวีรราชเจ้าและวีรบุรุษของชาวไทย นอกจากนั้นยังเป็นเครื่องหมายแห่งชาวไทยทั้งมวล ที่ได้ร่วมมือกันกอบกู้เอกราชของชาติและธำรงไว้ซึ่งเอกราชนั้นตลอดมา

พระเจดีย์ ชัยมงคลนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ แห่งการอภัยทานของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อันเนื่องมาจากธรรมอันประเสริฐแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งได้มีอิทธิพลเหนือชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทยมาแต่โบราณกาล จนเป็นวิสัยในจิตใจทั้งปวงถึงทุกวันนี้

พระเจดีย์ ชัยมงคล ซึ่ง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้างขึ้นที่วัดใหญ่ชัยมงคลเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการที่ได้ทรงทำยุทธหัตถี เมื่อ พ.ศ. ๒๑๓๕ นั้น มีความสูงจากพื้นดินประมาณว่า ๑ เส้น ๑๐ วาและชาวบ้านได้นำเอาชื่อวัดกับนามพระเจดีย์มาประกอบกันเรียกขานกันต่อมาว่า “วัดใหญ่ชัยมงคล” จนกระทั่งทุกวันนี้

 

คลิป2 ...อยุธยา..

วัดใหญ่ชัยมงคล..ตำนานพระนเรศวรฯ..

หมายเหตุ:ได้มีการนำพระราชประวัติของสมเด็จพระสุริโยไทมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ทางช่อง ๓ โดยมี กาญจนา จินดาวัฒน์ รับบทเป็นสมเด็จพระสุริโยทัย และภาพยนตร์จากการกำกับของ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยมี หม่อมหลวงปิยภัส ภิรมย์ภักดี รับบทเป็นสมเด็จพระสุริโยทัย

Now and Forever - MV of Suriyothai

Album: Suriyothai OST.

Words & Music: Richard Harvey and Sandy McLelland

Song by: Tessa Niles

Lyrics:

In a time, when we let our fears define us,

In a place, where we feel the ties that bind us,

In this time, you lead us through,

Now as then, when we face the final choices,

You cry out, for the ones who have no voices,

In this time, we will find you.

The fire which burned deep in your eyes,

The truth you never compromised,

You made the perfect sacrifice,

To give us freedom, to give us life,

Out of a perfect love.

Now and forever,

Help us stand for what is right,

Now and forever,

Make us strong enough to fight,

When the mountain is high, when the river is dry,

We are one, you and I,

Now and forever, Suriyothai.

In a dream, where the darkest force is broken,

In a prayer, where the softest words are spoken,

In all these, you lead us through,

In this world, mother of our nation,

You are the sun, the moon, the sky, the heavens,

In all these, we will find you.

The fire which burned deep in your eyes,

The truth you never compromised,

You made the perfect sacrifice,

To give us freedom, to give us life,

Out of a perfect love.

Now and forever,

Help us stand for what is right,

Now and forever,

Make us strong enough to fight,

When the mountain is high, when the river is dry,

We are one, you and I,

Now and forever, Suriyothai, Suriyothai.

Now and forever,

Help us stand for what is right,

Now and forever,

Make us strong enough to fight,

When the mountain is high, when the river is dry,

We are one, you and I,

Now and forever, Suriyothai, Suriyothai.

อ้างอิง วิกิพีเดีย 

http://www.watyaichaimongkol.net/

Credit: Trailer ภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
คมเย็น วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komyen

รายละเอียดสมบูรณ์จริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
SukJai วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ImSukJai
-- SukJai --

ภาพสวยจังเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ยากันยุง วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ


ตามมาเที่ยวค่ะ

ครบถ้วนกระบวนความค่ะ
มีคลิปเสียงอธิบาย ชอบมากค่ะ

ไม่มีประวัติศาสตร์ ไม่มีปัจจุบัน

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

คุณ feng_shui นำเอาประวัติศาสตร์ไทยมาเผยแพร่อย่างนี้ นับว่าเป็นการดีอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้คนอ่านได้ฟื้นฟูประวัติศาสตร์ของเราไม่ให้ลืมเลือน และระลึกถึงความเป็นไทยอยู่เสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
BlueHill วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ครบเครื่องเช่นเดิมนะครับคุณสุ่ย
คำขอของป้ารุ ในคห.ที่ 10 น่าสนใจนะครับคุณสุ่ย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ตำนาน
แปลว่า น้ำพริก(กำลัง)น่ากิน

หุหุ


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Patui วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat



ไปมาหลายครั้งแล้ว...แต่ก็ไม่เบื่อ...

ให้เที่ยววัด..กี่รอบก็เที่ยวได้...
สงสารแต่เหล่าวิญญาณวีรชนผู้กล้า...ไม่ยอมไปเกิด...???? ปัจจัตตัง..


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
แม่หมี วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ยอดทั้งภาพและเรื่อง ถ้าหมีน้อยทำรายงานเรื่องประวัติศาสตร์อยุธยา แม่หมีจะแนะนำหมีน้อยมาค้นและคว้าจากเอ็นทรี่ของคุณสุ่ยเลยนะคะ รับรองว่าจะเตือนลูกให้ให้เครดิตคุณสุ่ย ตรงที่มาของเนื้อหา ขอกันดื้อๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
หนึ่งมิตรชิดใกล้ วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skylove
นิราศรักหน้าถ้ำ : ร่ายโคลงร่ำเมรัยอาลัยรัก / กลุ่มเขียนข้าว 

บล็อกนี้นำเสนอเรื่องราวดีๆเสมอ


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "นวดไทย... ติดมรดกโลกยูเนสโก ปี 2019 แล้ว !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ขอบคุณมากครับ ... ครบเครื่องตำนานสมเด็จพระสุริโยไทและสมเด็จพระนเรศวรฯ..ณ วัดใหญ่ชัยมงคล จริง ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ฝนเดือน วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 07.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fontree

ขอบคุณคุณสุ่ยที่เผยแพร่เกียรติคุณของอยุธยาครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
luerat วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 07.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrd
เภสัชกรปริญญาผู้หันมาเอาดีทางด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรเจ้าของผลงานหนังสือ Generation Yร้ายจริงหรือ? และ (ปัญ)ญาแผนปัจจุบันโดยเภสัชกรปริญญา-ประสบการณ์ด้านฝึกอบรมผู้จัดรายการ ธำรงธรรม ช่วงธรรมะแผนปัจจุบัน กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ AM 1422 kHz ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา ๖.๐๕-๖.๓๐ น.

สุดยอดสารคดีครับพี่สุ่ย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ป้ารุ วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 07.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

เรื่องก็เยี่ยม คลิปก็ยอด
เป็นสโมสรเรื่องทำคลิปกันซักรอบมั้ยคะ คุณสุ่ย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Cat@ วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 03.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ตามมาด้วยคน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 01/12/2009 เวลา : 00.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ตามมาเที่ยวอยุธยาด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
tanthainium วันที่ : 30/11/2009 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

รายละเอียดแน่น อย่างนี้ มัคคุเทศก์อย่างอิฉัน ขอคารวะ..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chompoopookha วันที่ : 30/11/2009 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

กว่าที่ชาติไทยจะเป็นปึกแผ่นมั่นคงมาจนถึงวันนี้ บรรพบุรุษต้องเสียสละหยาดเหงื่อเลือดเนื้อมาไม่รู้เท่าไหร่...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chompoopookha วันที่ : 30/11/2009 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

กว่าที่ชาติไทยจะเป็นปึกแผ่นมั่นคงมาจนถึงวันนี้ บรรพบุรุษต้องเสียสละหยาดเหงื่อเลือดเนื้อมาไม่รู้เท่าไหร่...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พิชช่า วันที่ : 30/11/2009 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelearnlife

ประวัติศาสตร์ชาติไทยเรายาวนาน
อย่าลืมฐานรากเหง้าแต่เก่าก่อน
กว่าจะเป็นกรุงเทพ มหานคร
รำลึกย้อนสืบเผ่าพงศ์คงสืบไป...
...
ได้รับความรู้ดีมากเลยค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
feng_shui วันที่ : 30/11/2009 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ขอรับ

ขอตัวไป ล้างถ้วยชามรามไห ก่อน ขอรับ

.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปรัตยา วันที่ : 30/11/2009 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

เฟิงสุ่ยการท่องเที่ยว ไม่เคยทำให้ผิดหวัง



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำเชี่ยวผู้น่ารัก วันที่ : 30/11/2009 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawan999
ไม่หยุดเที่ยวดั่งใจฝันในเมื่อชีวิตฉันยังมีแรงเดินต่อไป

สวยครับ เคยไปมาเช่นกัน ก็ยังชื่นชอบอยู่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน