*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fengshuiok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2971
  • จำนวนผู้ชม : 5621064
  • จำนวนผู้โหวต : 5017
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5017 คน
coffee

coffee

View All
<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันอาทิตย์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 8593 , 18:01:13 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน พฤจิกา , สุวิริโย และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้





















๕ กุมภาพันธ์ ข้าพเจ้าบอกกับตัวเองว่า พลาดไม่ได้ เพราะมีการเปิดตัวแสตมป์สองชุดสุดโรแมนติก ย้อนความหลังครั้งอดีตจุดเริ่มต้นถนนเจริญกรุง ๑๕๐ ปีที่แล้ว ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน “ถนนสายแรกที่มีรัก” ชวนทุกคู่รักร่วมกิจกรรมลุ้นโชครับฟรีบันทึกภาพบนแสตมป์ส่วนตัว “สัญญาแห่งรัก” และร่วมเดินทางค้นหาตำนานรักอมตะไปกับรถเมล์สายแรกของเมืองไทย

ไปรษณีย์เปิดตัวแสตมป์สองชุดสุดโรแมนติก โดยตราไปรษณียากร สองชุดพิเศษ จัดทำขึ้นสำหรับปีนี้โดยเฉพาะ คือ แสตมป์ชุดที่ระลึก ๑๕๐ ปี ถนนเจริญกรุง และชุดสื่อแห่งความรัก กำหนดออกจำหน่ายพร้อมกันในวันเสาร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ศกนี้ ซึ่งจะมีกิจกรรมเปิดตัวเป็นทางการในวันดังกล่าวตั้งแต่เวลา ๑๐ น. ณ ที่ทำการไปรษณีย์กลาง บางรัก และมีงานต่อเนื่องไปจนถึงวันวาเลนไทน์ ๑๔ ก.พ. ตลอดช่วงเทศกาลแห่งความรักด้วย

งานครั้งนี้ไปรษณีย์ให้ชื่อว่า ถนนสายแรกที่มีรัก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาหลายแง่มุมของถนนเจริญกรุง ถนนสายแรกของประเทศไทยที่ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๐๔ หรือเมื่อ ๑๕๐ ปีที่แล้ว เชื่อมโยงเข้ากับเรื่องราวของความรักอันทรงคุณค่าบนถนนสายนี้ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจโดยเฉพาะคู่รักเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งเราได้เตรียมของที่ระลึกมอบให้แก่ทุกคนที่มาร่วมงานเปิดตัว และทุกคู่รักที่มาลงทะเบียนยังมีสิทธิ์ลุ้นโชคสองชั้น คือ ถ่ายภาพแสตมป์ส่วนตัวในชุดสัญญาแห่งรัก ฟรี ๕ คู่ พร้อมร่วมเดินทางไปกับทริปแห่งความทรงจำ Memorial Route in Love แวะชมสถานที่สำคัญ ๕ แห่งด้วยรถเมล์สายแรกของเมืองไทย บนถนนสายประวัติศาสตร์ฟรีอีก ๑๕ คู่

ไปถึงที่ อาคารที่ทำการไปรษณีย์กลาง บางรักก็ สิบโมงครึ่งเข้าไปแล้ว แต่ก็อดมองอาคารด้านนอกก่อนไม่ได้ ก่อนวิ่งตื๋อเข้าไปให้ทันพิธีเปิดตัว อาคารนี้ อดีตเป็นอาคารกรมไปรษณีย์โทรเลข ตั้งอยู่ที่ริมถนนเจริญกรุง บางรัก แต่เดิมพื้นที่นี้เป็นสถานกงสุลอังกฤษมาตั้งแต่รัชกาลที่ 4 แต่ต่อมาในรัชกาลที่ 6 สถานกงสุลอังกฤษย้ายไปตั้งที่ถนนเพลินจิต ทางการจึงใช้อาคารสถานที่ของกงสุลอังกฤษเดิมนั้นเป็นที่ทำการกรมไปรษณีย์โทรเลข จนถึงรัชกาลที่ 7 ในพ.ศ. 2471 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และพระยาประกิตกลศาสตร์ (อร่าม รุณชิต) รักษาการอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข จึงดำริสร้างอาคารใหม่ขึ้นเพื่อเป็นที่ทำการ รวบรวมหน่วยงานต่างๆ ของกรมไปรษณีย์โทรเลขไว้ด้วยกัน เป็นอาคารขนาดใหญ่ สูง 5 ชั้น ตรงกลางมีหอนาฬิกา ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ค่าก่อสร้างประมาณ 1,500,000 บาท แต่ด้วยงบประมาณมีจำกัด โครงการดังกล่าวจึงชะลอมา

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เมื่อกิจการไปรษณีย์โทรเลขขยายตัวออกไป จึงมีการรื้อฟื้นโครงการอาคารกรมไปรษณีย์โทรเลขขึ้นมาอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2476 ในสมัยที่หลวงไกรฤกษ์ราชเสวี (นับ ไกรฤกษ์) เป็นอธิบดี ต่อมาในพ.ศ. 2477 หลวงโกวิทอภัยวงศ์ (ควง อภัยวงศ์) รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐการ จึงรื้อฟื้นโครงการนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งคณะกรรมการดำเนินการออกแบบและก่อสร้างอาคารนี้ขึ้นมา โดยมีพระสาโรชรัตนนิมมานก์ (สาโรช ร. สุขยางค์) เป็นสถาปนิก นายจิตรเสน (หมิว) อภัยวงศ์ เป็นสถาปนิกผู้ช่วย และนายเอช เฮอร์มัน เป็นวิศวกร เริ่มก่อสร้างอาคารเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2478 แล้วเสร็จในพ.ศ. 2483 จนมีรัฐพิธีเปิดตึกได้ในวันชาติ คือวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 โดยมีพลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นประธานในพิธี

เมื่อแรกเปิดใช้งานในพ.ศ.2483 อาคารกรมไปรษณีย์โทรเลขเป็นอาคารขนาดใหญ่ มีผังเป็นรูปตัวที (T) ในภาษาอังกฤษ ประกอบด้วยอาคารส่วนหน้า คือด้านถนนเจริญกรุง เป็นอาคารสูง 5 ชั้น ใช้เป็นโถงที่ประชาชนมาติดต่อเกี่ยวกับการไปรษณีย์ สำนักงานเลขานุการกรมไปรษณีย์โทรเลข ห้องส่งวิทยุกระจายเสียง โรงละคร กองบัญชี กองพัสดุและโรงงาน และกองช่างวิทยุ ต่อออกไปด้านหลัง คือด้านแม่น้ำ เป็นอาคารส่วนหลัง สูง 3 – 4 ชั้น ใช้เป็นที่ทำการกองสื่อสาร กองช่างโทรเลข และกองช่างโทรศัพท์ พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 12,500 ตารางเมตร งบประมาณในการก่อสร้าง ในชั้นต้นประมาณไว้ที่ 600,000 บาท ใช้จริง 976,967 บาท ประมาณครึ่งหนึ่ง คือ 467,649 บาทเป็นค่าก่อสร้างอาคารส่วนหน้า และ 300,000 บาทเป็นค่าเครื่องตกแต่งอาคาร

อาคารกรมไปรษณีย์โทรเลขมีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ทันสมัย โดยเฉพาะในส่วนโถงชั้นล่างของอาคารส่วนหน้า เป็นห้องขนาดใหญ่ ยาวตั้งแต่มุขด้านเหนือจดมุขด้านใต้ ไม่มีเสาภายในเพราะใช้คานคอนกรีตขนาดใหญ่พาดขวางตลอดแนวห้อง ผนังด้านทิศตะวันออกทั้งผืนทำหน้าต่างสูงพื้นจรดเพดาน ทำให้ห้องโถงสว่างและโปร่ง สำหรับอาคารส่วนหลังก็มีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่น่าสนใจ มีการใช้คานยื่น (cantilever) ทำให้รูปทรงอาคารดูโปร่งเบา ต่างจากอาคารส่วนหน้าที่ดูหนักแน่นมั่นคง ด้วยการวางผังอาคารแบบคลาสสิกอย่างฝรั่ง คือมีมุขกลาง กระหนาบซ้ายขวาด้วยมุขข้าง แต่ละมุขมีทางเข้าของตัวเอง และมีปีกอาคารเชื่อมมุขทั้งสามเข้าด้วยกัน 

ในส่วนมุขออกแบบให้ดูเป็นแท่ง มั่นคงแข็งแรง ต่างกับส่วนปีกอาคารสองข้าง ที่เจาะช่องหน้าต่างทั้งผนัง ทำให้ดูโปร่ง แต่สถาปนิกเน้นความรู้สึกโอ่โถงสง่างามเป็นพิเศษ ด้วยการทำเสาอิง (pilaster) สูงสามชั้น เรียงตลอดความยาวอาคาร ทำให้อาคารที่สูงใหญ่อยู่แล้วดูโอ่โถงยิ่งขึ้นไปอีก ต่างจากอาคารส่วนหลัง ที่เน้นเส้นนอนอันเกิดจากการใช้คานยื่นรองรับระเบียงทางเดิน สำหรับส่วนหลังคา อาคารส่วนหน้าทั้งหมดทำหลังคาตัด (flat roof) โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำให้รูปทรงอาคารเรียบเกลี้ยง มีการตกแต่งประดับประดาน้อย เฉพาะการทำผนังยอดมุขให้ถอยร่นเข้าเล็กน้อย แทนเรือนยอดหลังคา











อลังการโถงไร้เสา นีโอคลาสสิค ณ อาคารไปรษณีย์กลาง

ด้วยรูปลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมดังกล่าว อาคารกรมไปรษณีย์โทรเลข หรือไปรษณีย์กลางปัจจุบันจึงเป็นตัวอย่างอันดีของสถาปัตยกรรมในยุคคณะราษฎร ที่มีการปรับใช้ผังอาคารแบบคลาสสิก พร้อมกับโครงสร้างและวัสดุสมัยใหม่ ลดทอนลวดลายประดับให้เหลือเพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อเร้าอารมณ์ความรู้สึกโอ่โถงสง่างาม สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของระบอบการปกครองและการบริหารรัฐกิจใหม่ที่ผู้สร้างอาคารมุ่งหวัง


















ทั้งนี้ พบลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบนี้ในอาคารหลายหลัง เช่น โรงพยาบาลกลาง (ออกแบบโดยนายนารถ โพธิประสาท พ.ศ. 2482) ที่ทำการกรมรถไฟ (ออกแบบโดยม.จ. โวฒยากร วรวรรณ พ.ศ. 2483) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ออกแบบโดยลูเซียง คอปเป พ.ศ. 2483) ตึกเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ออกแบบโดยพระสาโรชรัตนนิมมานก์ พ.ศ. 2483) โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย (ออกแบบโดยนายนารถ โพธิประสาท พ.ศ. 2483) 

อาคารถนนราชดำเนินกลาง (ออกแบบโดยนายหมิว อภัยวงศ์ พ.ศ. 2484) โรงแรมรัตนโกสินทร์ (ออกแบบโดยพระสาโรชรัตนนิมมานก์ พ.ศ. 2484) คณะเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ออกแบบโดยพระสาโรชรัตนนิมมานก์ พ.ศ.2484) ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ออกแบบโดยพระสาโรชรัตนนิมมานก์ พ.ศ. 2484) อาคารศาลฎีกาและกระทรวงยุติธรรม (ออกแบบโดยพระสาโรชรัตนนิมมานก์ พ.ศ. 2486) เป็นต้น

สำหรับถนนเจริญกรุง (New Road) เริ่มตั้งแต่ถนนสนามไชยถึงแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถนนตก กรุงเทพมหานคร เป็นถนนรุ่นแรกที่ใช้เทคนิคการสร้างแบบตะวันตก ปัจจุบันผ่านพื้นที่เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตบางรัก เขตสาทร และเขตบางคอแหลม


ถนนเจริญกรุงเป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2404 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2407 มีความยาวจากถนนสนามไชยถึงดาวคะนอง 8,575 เมตร การก่อสร้างถนนเจริญกรุงนั้นเนื่องจากในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีชาวต่างประเทศเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้น และมีพวกกงสุลได้เข้าชื่อกันขอให้สร้างถนนสายยาวสำหรับขี่ม้าหรือนั่งรถม้าตากอากาศและอ้างว่า “เข้ามาอยู่ที่กรุงเทพมหานครไม่มีถนนหนทางที่จะขี่รถม้าไปเที่ยว พากันเจ็บไข้เนือง ๆ”

ในปีระกา พ.ศ. 2404 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค ต่อมาคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์) ที่สมุหพระกลาโหมเป็นแม่กอง พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมืองเป็นนายงาน รับผิดชอบในการก่อสร้างถนนช่วงตั้งแต่คูเมืองชั้นในถึงถนนตกริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตำบลบางคอแหลม เรียกว่าถนนเจริญกรุงตอนใต้ (แต่ชาวบ้านมักเรียกว่าเจริญกรุงตอนล่าง) กว้าง ๕ วา ๔ ศอก โดยมีนายเฮนรี อาลบัสเตอร์ (ต้นสกุลเศวตศิลา) เป็นผู้สำรวจแนวถนนและเขียนแผนผังถนน และในปีจอ พ.ศ. 2405 โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ครุฑ บ่วงราบ) เป็นแม่กอง พระยาบรรหารบริรักษ์ (สุ่น) เป็นนายงาน รับผิดชอบการก่อสร้างถนนเจริญกรุงตอนใน คือช่วงระยะทางตั้งแต่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามถึงสะพานดำรงสถิต (สะพานเหล็ก) กว้าง ๔ วา โดยสร้างเป็นถนนดินอัด เอาอิฐเรียงตะแคงปูให้ชิดกัน ตรงกลางนูนสูง เมื่อถูกฝนไม่กี่ปีก็ชำรุด การก่อสร้างถนนเจริญกรุงตอนในนี้เดิมกำหนดให้ตัดตรงจากสะพานดำรงสถิต (สะพานเหล็ก) ถึงกำแพงเมืองด้านถนนสนามไชย แต่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทักท้วงว่าการสร้างถนนตรงมาสู่พระบรมมหาราชวังอาจเป็นชัยภูมิให้ข้าศึกใช้ตั้งปืนใหญ่ยิงทำลายกำแพงเมืองได้ จึงต้องเปลี่ยนแนวถนนมาหักมุมเลี้ยวตรงเชิงสะพานดำรงสถิต

เมื่อสร้างถนนเจริญกรุงเสร็จใหม่ ๆ นั้น ยังไม่ได้พระราชทานนาม จึงเรียกกันทั่วไปว่า ถนนใหม่ และชาวยุโรปเรียกว่า นิวโรด (New Road) ชาวจีนเรียก ซินพะโล้ว แปลว่าถนนตัดใหม่ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามถนนว่า "ถนนเจริญกรุง" ซึ่งมีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง เช่นเดียวกับชื่อถนนบำรุงเมืองและถนนเฟื่องนคร ที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในคราวเดียวกัน





























ขึนรถเมล์สาย ๑ แล้วมาลงเรือ แบบวิถี ในอดีต สุขใจแล้วสำหรับวันนี้

คลิป ทัวร์พิเศษ ถนนแรกแห่งสยามหวานฉ่ำด้วยถนนนี้มีรัก เจริญกรุง 150ปี

ติดตามเรื่องของไปรษณีย์กลาง บางรัก ได้ที่

เดินสาย..เจริญกรุง-บางรักอลังการ๘ประติมากรรมนูนต่ำในอาคารสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก..ตะลึงกับโถงไร้เสา

กิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างไปรษณีย์ไทย กรุงเทพมหานคร องค์การ ขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และชมรมสยามทัศน์ ซึ่งนอกจากวันเปิดตัวแสตมป์แล้วยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติร่วมเดินทางไปกับทริปนี้ได้อีก ๓ วัน ๆ ละ ๒ เที่ยว คือ ๖, ๑๒ และ ๑๓ ก.พ. คิดค่าบริการคนละ ๑๐๐ บาท จำกัดจำนวนเพียง ๖๐ คนต่อเที่ยว ตลอดการทัศนาจร ๓ ชั่วโมง จะมีอาหารว่างบนรถ พร้อมมัคคุเทศก์บรรยายทั้งภาษาไทยและอังกฤษ สอบถามเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร. ๐ ๒๘๓๑ ๓๕๑๕ – ๖ หรือคลิกที่ www.thailandpost.co.th และ www.facebook.com/thailandpost.co.th

อ้างอิง:สถาปัตยกรรม 7 ทศวรรษอาคารไปรษณีย์กลางพีรศรี โพวาทอง 

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 


About this Blog..Just click ..the following pictorial links.

Outbound Tourism

Health&Cousine

Recreation

Inbound Tourism

Varity links

Activities

Lifestyle

PoliticsCurrentSituation


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 08/02/2011 เวลา : 02.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  


ความคิดเห็นที่ 23 (0)
พฤจิกา วันที่ : 07/02/2011 เวลา : 21.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

สถานที่.. ทรงคุณค่าจริงๆค่ะ

..
..

ปล. ลุงชอบน่ารักจังเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
toondee วันที่ : 07/02/2011 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

ไม่อยากจะบอก ว่าเกิดทันนั่งรถรางด้วยนะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
Joseph วันที่ : 07/02/2011 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Joseph
God Bless You, Michael Joseph

สวัสดีครับพี่เฟิงสุ่ย

ผมชอบชื่อถนนนี้ครับฟังแล้วจำเริญหู "เจริญกรุง"

ผมเคยไปดูสุสานฝรั่ง โดยเฉพาะหลุมฝังศพของ หมอบรัดเลย์ และครอบครัว รวมถึง กลุ่มฟรีเมสัน ที่มาตั้งรกรากในเมืองไทย ที่เสียชีวิตไปแล้ว...

บรรยากาศที่นี้ดูน่าท่องเที่ยวอีกทีในย่านเจริญกรุง ครับ...

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 07/02/2011 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ดีจังเลยค่ะ คุณสุ่ยขา ข้อมูลเพียบบบบ โหวตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
แม่หมี วันที่ : 07/02/2011 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

โหวตหลุดๆ เข้ามาโหวตใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Icy วันที่ : 07/02/2011 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hutandoh
I'm not a photographer ติดตาม trip ฝึกถ่ายรูปทางนี้เลยครับ http://www.oknation.net/blog/mrapirak

สมบูรณ์แบบมากๆ เลยครับ
ใช้เป็นคู่มือได้เลยทีเดียว ^^

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
แม่หมี วันที่ : 07/02/2011 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เรื่องและภาพจุใจ

ลุงชอบท่าทางยังแข็งแรงมากเลยนะคะ

อยากพาหมีน้อยไปนั่งรถรางจัง....

โหวต 1 เลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ย่าดา วันที่ : 07/02/2011 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

งานสวยน่าสนใจมากค่ะ แสตมป์แห่งความรักน่าสะสม
พลาดงานดีๆ ก็ได้คุณสุ่ยนี่แหละนำเรื่องมานำเสนอได้น่ารักมากๆค่ะ โหวด

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
นฤดี03 วันที่ : 07/02/2011 เวลา : 09.19 น.
 "I swore to defend this country against all enermies...foreign, and domestic."

ชอบ blog คุณมากครับ ผมเคยนั่งรถรางกับคุรแม่แถวหัวลำโพง นานมาก ยังหวลถวิลหา บรรยากาสเก่า ที่แถว ถนนสาธร ถนน 4 เลน ต้นไม้ร่มรื่นมากครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 07/02/2011 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "สิงคโปร์ มีแนวทางใหม่บริหารหนี้สาธารณะอย่างไร " [เชิญคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลยครับ]

เรื่องราว ๑๕๐ ปี ถนนเจริญกรุง ของคุณเฟิงสุ่ย
ที่นำมาเสนอนี้ เรียกได้ว่า เต็มอิ่มจริง ๆ เพียบไปด้วย
ข้อมูลอันทรงคุณค่ามากมาย

ชวนให้ผมย้อนรำลึกถึงความหลัง สมัยนั่งรถรางไปโรงเรียนแถวเชิงสะพานพุทธ เป็นประจำ จนกระทั่งจบมัธยม

คุณลุงผมก็ทำงานอยู่ที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก มาตลอด

ขอขอบคุณมาก ๒ โหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

รถรางมีที่หลีกกันครับ รถที่ต้องเข้าหลีกก็ไปจอดรออยู่ในรางหลีก จนกว่ารถที่สวนจะผ่านไป บางทีรอนานมากครับ เพราะคันที่สวนวิ่งๆหยุดๆเพราะมีอย่างอื่นมาขวางทาง แล้วมีป้ายเป็นเหล็กรูปชายธง พื้นแดงมีดาวสีขาวตรงกลาง ติดไว้ที่เสาไฟฟ้าครับ รถรางจะจอดรับ - ส่งคนขึ้น - ลง ตรงนั้น สายเจริญกรุง - ถนนตกเป็นสายที่ยาวที่สุดกระมังครับ ที่ยาวมากอีกสายจากวัดเลียบพาหุรัด ผ่านวังบูรพา เฉลิมกรุง เลียบถนนสามเสน(?)ไปจนผ่านสะพานเกษโกมล สะพานแดง จนถึงบางซื่อครับ คนขึ้นจากต้นทางกว่าจะถึงปลายทางเสียเวลาเป็นชั่วโมงๆเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 23.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ผมเกิดมาทันได้นั่งรถรางไป - กลับโรงเรียนครับ ถูกตัวเรือดกัดเสมอครับ ที่นั่งรถรางเป็นไม้ซีกๆ มีร่องให้ตัวเรือดขึ้นมากัดต้นขาเพราะนุ่งกางเกงขาสั้นครับ มีอยู่คราวทนไม่ไหวเลยมุดดูใต้ที่นั่ง เห็นตัวเรือดมันรวมตัวกันเป็นแผงเลยครับ หันหัวไปทางเดียวกันหมด ทำไมเป็นอย่างนั้นก็ไม่ได้ถามใครครับ ถ้านั่งชั้นหนึ่งไม่ถูกกัด เพราะมีเบาะยาวหุ้มปลอกผ้าใบสีขาวรองนั่งครับ

ตำรวจจราจรที่ยืนตรงสี่แยกเหมือนในรูป คอยบิดเสาเหล็กที่ติดป้ายสัญญาณหยุด - ไปอยู่ข้างบน ปากเป่านกหวีด กางมือที่สวมถุงมือขาวเหยียดตรงๆให้ตรงทิศทางที่จะห้ามรถสองข้างครับ แล้วค่อยโบกมือให้รถที่จะไป - มาสวนกันอีกทีหนึ่ง

รถรางไม่มีแตร คนขับจะใช้เท้ากระทืบที่คันสปริงกระดิ่งใต้พื้นดังแก๊งๆครับ ถ้ารถลาก(รถเจ๊ก) สามล้อ คน หรือรถม้าเข้ามาขวางทาง คนขับรถรางจะกระทืบเอาๆเลยครับ มือขวาก็หมุนคันกว้านเบรก มือขวาก็หมุนคันสวิทซ์บังคับความเร็วของรถครับให้ลดความเร็วลงจนหยุด

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ทำไม
กรุงเทพ 200 กว่าปี
ต่ ถนน นี้
เพิ่ง 150 ปี
แสดงว่า
ถนน สร้างหลังเมือง กว่า 70 ปี สิ ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
khox วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

จุใจมากครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
khunphai วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 20.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

ทำภาพเล่าเรื่องเหมือน
แบบหนังสือเลยนะคะ
โหวตให้คะ สวยดี

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Dekthep วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

อ้อ..ลืมชวนคุณสุ่ยแวะไปอ่าน...

สวมร่างเป็น มดเทพ ตามกลิ่นจมูกมด คนข่าวคนสวย จอมขวัญ ไปรษณีย์กลาง

http://www.oknation.net/blog/dekthep/2008/04/30/entry-1

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Dekthep วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

ได้เห็นภาพคุณสุ่ย..แวะมาเยือนถิ่นบ้านเกิดผม อดคิดถึงวัยเด็กไม่ได้ ไปรษณีย์กลางเป็นศูนย์กลางของเด็กๆแถวนั้นที่ไว้เตะฟุตบอล วิ่งเล่น ใช้ไม้จิ้มแกล้งกึ้งกื้อให้ม้วนตัว ท่าน้ำสีพระยาคือที่กระโดดเล่นน็ำ....

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Dekthep วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

ได้เห็นภาพคุณสุ่ย..แวะมาเยือนถิ่นบ้านเกิดผม อดคิดถึงวัยเด็กไม่ได้ ไปรษณีย์กลางเป็นศูนย์กลางของเด็กๆแถวนั้นที่ไว้เตะฟุตบอล วิ่งเล่น ใช้ไม้จิ้มแกล้งกึ้งกื้อให้ม้วนตัว ท่าน้ำสีพระยาคือที่กระโดดเล่นน็ำ....

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แสนคำนึง วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Seankumnueng

คลาสสิคมากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
feng_shui วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ใช้เวลานาน มากเหมือนกันค่ะพี่ กว่าจะจัดได้ แถม ลงภาพ กด send ภาพก็หล่นมากองอีก ตกลง จัดอยู่ ตอลอดคืน ต่อด้วยวันนี้ทั้งวัน กว่าจะเสร็จ เย็นเลย ฮา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ทางแก้ว วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

อ่านเรื่อง ดูรูปอิ่มเลยครับ
สมัยเด็กเรียนหนังสือเป็นเจ้าถิ่นอยู่ใกล้ไปรษณีย์หมือนกันครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มะอึก วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

คุณสุ่ย....จัดภาพได้งามหลาย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กอบธรรม วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anakkumlangbai
ก่อนเกิดใครเป็นเรา? ...เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร? ...ใครที่ว่าไม่นานก็ฝังบ้าง เผาบ้าง ..ไม่เชื่อให้ญาติคอยสังเกตุไว้ได้เลย.

สวัสดีครับ

ทรงคุณค่าครับ.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน