*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2843
  • จำนวนผู้ชม : 5265672
  • จำนวนผู้โหวต : 4980
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4980 คน
coffee

coffee

View All
<< มกราคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม 2555
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 5669 , 15:05:36 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน เฒ่าไผ่เขียว , พันธุ์สังหยด และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้



ความเดิม ตอนที่แล้ว คลิกลิ้งค์ต่อไปนี้

แรงงง!!เวทีชาวย่าน(คลองสาน)คิด..นิสิตล้วงลึก!..จัดเต็ม

เวทีชุมชนครั้งที่ 1 : แผนที่มรดกวัฒนธรรมย่านคลองสาน

จัดเมื่อวันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม 2554 เวลาบ่ายๆ

และ ได้เคยนำเรื่องราวของ ย่านคลองสานใน Cultural Heritage Scout ของ “ย่านคลองสาน”

ร่วมสำรวจ กับ น้องๆชั้น ม.4 ของโรงเรียนศึกษานารีลงสำรวจ-จดบันทึกขอมูลบน แผนที่-ถ่ายภาพมรดกวัฒนธรรมของ “ย่านคลองสาน” ในวันที่ 24 สิงหาคม 2554


ชุมชนริมน้ำ ที่ฝั่งตรงข้ามเป็นตึก อาคารทันสมัย เขายังมีวิถีชีวิตที่สืบทอดมาจากการที่เป็นชุมชนเก่าและเป็นที่รวมของ

สามศาสนา สี่ความเชื่อ

ร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ของรุ่นบรรพบุรุษของชุมชน

ภาพชีวิตคนใต้สะพาน ที่ยังมีวัตถุแสดงความเป็นคนของคนรุ่นใหม่ รถเก๋ง...อยู่ด้วยกัน

ภาพชีวิตห้องแถว เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังถ่ายทอดอยู่จนปัจจุบัน

ร้านค้า ห้องแถว



วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555 เวลา 13:00-18:00 น.ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

เวทีชุมชนครั้งที่ 2: แนวทางการออกแบบชุมชนเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูย่านคลองสาน

คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง ร่วมกับชาวชุมชนย่านคลองสานและย่านใกล้เคียง ตลอดจนประชาชน มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นกับ

แนวทางการออกแบบชุมชนเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูย่านคลองสาน ที่เสนอโดยนิสิตสถาปัตยกรรมผังเมือง และแนวทางโครงการทดลองถนนคนเดินตรอกดิลกจันทร์

13:00-13:30 ลงทะเบียน / ชมนิทรรศการ

13:30-13:40 คุณขจิต ชัชวานิชย์ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน กล่าวเปิดงาน

13:40-16:00 นิสิตสถาปัตยกรรมผังเมืองนำเสนอ

4 แนวทางการออกแบบชุมชนเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูย่านคลองสาน

กรรมการตัดสินผลงาน

• คุณขจิต ชัชวานิชย์ (ผู้อำนวยการเขตคลองสาน)

• คุณสุดารา สุจฉายา (นักประวัติศาสตร์ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์)

• ดร.ไขศรี ภักดิ์สุขเจริญ (ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง จุฬาฯ)

• คุณสุรเชษฐ์ ศรีสุชาติ (ฝ่ายวางแผนปรับปรุงฟื้นฟูเมือง สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร)

• ดร.พรธรรม ธรรมวิมล (สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร)

• คุณธนิชา นิยมวัน (สถาปนิก)

• คุณภรพัสุ ศิริคุรุรัตน์ (สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม)

• น.ต.นาวิน ศาสนกูล (โต๊ะอิหม่ามมัสยิดกูวติลอิสลาม)

• คุณอุไรวรรณ สมสมัย (ผู้จัดการอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี)

• คุณกิตติ มคะปุณโญ (เจ้าของโกดังโรงเกลือแหลมทอง)

• คุณฐิติเดช วิบูลมงคลชัย (ตัวแทนชาวชุมชนสวนสมเด็จย่า)

• คุณสมบูรณ์ ศรีศุภภักดี (ตัวแทนชาวชุมชนตรอกช่างนาค-สะพานยาว)

• คุณส่งศรี เทียนธาดา (ผู้อำนวยการโรงเรียนบำรุงวิชา)

• คุณวรชัย พิลาสรมย์ (ผู้แทนชุมชนย่านกะดีจีน)
























นับได้ว่า ชุมชน ที่เป็นความหลากหลายของฃาติพันธุ์ แถวย่านคลองสาน นี้ มีชุมชนมุสลิม ที่มีความเข้มแข็ง

ชุมชนมุสลิม (Muslim Community) มุสลิมไม่ว่าจะมีบรรพบุรุษสืบเนื่องจากเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ใด ก็จะมีการตั้งถิ่นฐานอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เป็นชุมชน มีผู้นำ ทั้งนี้และทั้งนั้นเป็นไปตามรูปแบบและคำสอนในอิสลาม




คุณสุรเชษฐ์ ศรีสุชาติ (ฝ่ายวางแผนปรับปรุงฟื้นฟูเมือง สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร) หนึ่งในกรรมการตัดสินผลงาน 

เมื่อเกิดการรวมตัวตั้งเป็นกลุ่มหรือชุมชน หรือที่เรียกในภาษามลายูซึ่งมาจากภาษาเขมรว่า “กำปง” แล้ว มุสลิมในแต่ละชุมชนจะเสียสละทั้งกำลังทรัพย์ กำลังแรง เพื่อสร้างศูนย์กลางของชุมชนขึ้น นั่นคือ มัสยิดหรือสุเหร่า และหากพื้นที่ไม่จำกัดจนเกินไป บริเวณศาสนสถานจะครบ รูปแบบ โดยประกอบด้วย อาคารมัสยิด อาคารเรียน และกุโบร์สำหรับฝังศพ แต่บางชุมชนอาจต้องใช้ส่วนหนึ่งของมัสยิดเป็นที่ศึกษา และไปใช้กุโบร์ร่วมกันชุมชนอื่น เช่น มัสยิดกูวติลอิสลาม หรือตึกแดงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใช้สุสานหรือกุโบร์เดียวกับมัสยิดนูรุ้ลมูบีน บ้านสมเด็จ

อนึ่งชุมชนมุสลิมในธนบุรีที่เป็นชุมชนเก่าจะตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือริมคลองต่างๆ ที่มีอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้เพราะเส้นทางคมนาคมในอดีตใช้เส้นทางน้ำเป็นสำคัญ

สำหรับงานศึกษานี้จะนำเสนอเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์มุสลิมในธนบุรี จากชุมชนเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีที่มีประวัตินับเนื่องมาแต่อดีต ซึ่งมักจะเป็นชุมชนมัสยิดที่อยู่ส่วนในใกล้เขตพระราชฐาน

เนื่องจากมุสลิมในประเทศไทยมีการปฏิบัติศาสนกิจบางประการแตกต่างกัน อันเป็นผลสืบเนื่องจากแนวความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกัน หลังจากที่ท่านศาสดาหรือนบีมูฮำหมัด ศ็อลล็อลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมสิ้นชีวิต จึงเกิดเป็นมุสลิมสายซุนนะห์กับสายชีอะฮฺ ดังนั้นในการนำเสนอจึงขอแบ่งชุมชนออกเป็น 2 กลุ่ม ตามสายดังกล่าวคือ

1. ชุมชนมุสลิมในธนบุรี สายชีอะฮฺ ในสมัยกรุงธนบุรี ชุมชนมุสลิมสายชีอะฮฺยังไม่มีมัสยิดเป็นของตนเอง แต่เนื่องด้วยมุสลิมชีอะฮฺซึ่งสืบเชื้อสายมาจากท่านเฉกอะหมัดกลุ่มนี้ตั้งชุมชนอยู่ติดกับมุสลิมสายซุนนะห์ที่คลองบางหลวงคือ กุฎีหรือมัสยิดต้นสน ฉะนั้นในการประกอบศาสนกิจโดยทั่วไปก็ดี ศาสนกิจในเดือนมุฮัรรอมสำหรับชีอะฮฺก็ดี มุสลิมชีอะฮฺ จะใช้มัสยิดต้นสนทำพิธี ทั้งนี้รวมถึงกุโบร์ซึ่งเป็นที่ฝังศพก็ใช้ร่วมกัน ซึ่งพระยาจุฬาราชมนตรีซึ่งเป็นสายชีอะฮฺมาแต่อยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ จำนวน 13 ท่าน ก็เป็นมุสลิมชีอะฮฺ และศพของพระยาจุฬาฯ นับแต่คนที่ 5 ต่างก็ฝังอยู่ในกุโบร์ของมัสยิดต้นสน

ในบริเวณริมคลองบางหลวงริมถนนอิสรภาพทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่เชิงสะพานเจริญพาศน์ คือ ชุมชนใหญ่ของมุสลิมชีอะฮฺ ประกอบด้วยมัสยิด 3 แห่ง คือ มัสยิดดินฟัลลาห์หรือกุฎีปลายนา มัสยิดผดุงธรรมอยู่หลังกุฎีเจริญพาศน์ และกุฎีเจริญพาศน์อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสุสานปลายนา เป็น ศาสนสถานที่รู้จักโดยทั่วไปแต่อดีต สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจ และพิธีกรรมในเดือนมุฮัรรอมหรือที่ปรากฏในงานนิพนธ์ว่า “มหะหร่ำ” สืบเนื่องต่อมาจนปัจจุบัน ดังที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศเหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ความว่า

“ดลเดือนเรียกมหะหร่ำ ขึ้นสองค่ำแขกตั้งการ เจ้าเซ็นสิบวันวาร ประหารอกฟกฟูมนัยน์”

อนึ่ง ข้างกุฎีเจริญพาศน์ยังมีกุโบร์หรือสุสาน ดาวูดีโบราห์ ซึ่งเป็นที่ฝังศพของมุสลิมชีอะฮฺอิซมาอีลียะฮฺเชื้อสายอินเดีย ซึ่งเป็นชีอะฮฺที่มีความต่างไปจากชีอะฮฺของมัสยิดต่างๆ ในบริเวณนี้ มัสยิดของมุสลิมโบราห์นี้คือ มัสยิดเซฟีหรือตึกขาว

สำหรับศาสนสถานแห่งแรกของมุสลิมชีอะฮฺในบริเวณนี้คือ กุฎีหลวง สร้างในรัชกาลที่ 1 เช่นกัน โดยได้ทรงพระราชทานที่ดิน 60 ไร่ ใกล้กับพระราชวังเดิมให้กับหลวงศรีเนาวรัตน์ ซึ่งเป็นเชื้อสายของท่านเฉกอะหมัด (ต่อมาเป็นพระยาจุฬาราชมนตรี คนที่ 5) ตั้งชุมชนในบริเวณพื้นที่นี้ แต่ปัจจุบันกุฎีหลวงถูกย้ายไปอยู่ในซอยกุฎีหลวง ถ.พรานนก แขวงบ้านช่างหล่อ ทั้งนี้เพราะกองบัญชาการกองทัพเรือต้องการขยายพื้นที่ จึงขอแลกเปลี่ยนพื้นที่กันเมื่อ พ.ศ. 2490

บรรพบุรุษของมุสลิมชีอะฮฺส่วนใหญ่ในบริเวณนี้เป็นชาวเปอร์เซียจากเมืองกุม คือ ท่านเฉกอะหมัดและเฉกมะหะหมัดสะอี๊ดซึ่งเดินทางเข้ามาค้าขาย ที่กรุงศรีอยุธยาในปลายแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. 2133-2148)

เฉกอะหมัดเข้ามาตั้งถิ่นฐานและแต่งงานกับชาวไทยในกรุงศรีอยุธยา ด้วยความสามารถในด้านการค้าและเศรษฐกิจทำให้ท่านได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ. 2163-2171) ให้เป็นพระยาเฉกอะหมัดรัตนราชเศรษฐี เจ้ากรมท่าขวา ว่าที่จุฬาราชมนตรี และกรมท่ากลาง หลังจากช่วยปราบจราจลจากการก่อการของญี่ปุ่นได้สำเร็จ ได้เลื่อนเป็นเจ้าพระยาเฉกอะหมัดรัตนาธิบดี สมุหนายกอัครมหาเสนาบดีฝ่ายเหนือ เทียบเท่ากับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน ต่อมาในรัชกาลพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ. 2173-2198) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนเป็นเจ้าพระยาบวรราชนายก ที่ปรึกษาในการปกครองแผ่นดิน

เฉกอะหมัดเป็นบรรพบุรุษของหลายตระกูลในปัจจุบัน โดยส่วนหนึ่งได้เปลี่ยนไปนับถือพุทธศาสนา เช่น ตระกูลบุนนาค ปราโมช บุรานนท์ ศรีเพ็ญ จาติกรัตน์ เป็นต้น ซึ่งเชื้อสายท่านในส่วนนี้ได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนเชื้อสายที่เป็นมุสลิม ได้แก่ ตระกูลต่างๆ เช่น อหะหมัดจุฬา อากายี จุฬารัตน์ ยวงมณี สุวกูล ฯลฯ ซึ่งได้สืบสายในการดำรงตำแหน่งพระยาจุฬาราชมนตรีสืบต่อกันมานับแต่อยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นจำนวนทั้งสิ้น 13 ท่าน ท่านสุดท้ายคือ พระยาจุฬาราชมนตรี (สอน อหะหมัดจุฬา)

ฉะนั้น พระยาจุฬาราชมนตรีทั้ง 13 ท่านดังกล่าวจึงเป็นสายชีอะฮฺจากสายเปอร์เซีย มุสลิมสายชีอะฮฺซึ่งเป็นสายของท่านเฉกอะหมัดตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณมัสยิดต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ และต่อมาได้แผ่ขยายออกไปยังเขตติดต่อกับกรุงเทพ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา และเขตตลิ่งชั่นในเวลาต่อมา มุสลิมชีอะฮฺยังคงสืบสานประเพณีที่เรียกกันในสังคมไทยว่า “เจ้าเซ็น” ซึ่งกระทำใน 10 วันแรกของเดือนมุฮัรรอม เพื่อรำลึกถึงโศกนาฎกรรมของท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) หลานรักของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) ที่ถูกสังหารอย่างโหดเหื้ยมโดยน้ำืมือของศัตรูอิสลามพร้อมกับลูกหลาน ณ แผ่นกัรบะลา ซึ่งอยู่ในประเทศอิรัก มาจนถึงปัจจุบัน

ชุมชนชีอะฮฺ (ชีอะฮฺอิซมาอีลียะฮฺ) นอกจากจะอยู่ในบริเวณที่กล่าวมาแล้ว ยังมีที่เขตคลองสานบริเวณริมฝั่งเจ้าพระยา มัสยิดที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า ตึกขาว ส่วนชื่อที่เป็นทางการคือ มัสยิดเซฟี มุสลิมที่เป็นสัปปุรุษของมัสยิดนี้เป็นกลุ่มโบราห์จากเมืองสุหรัด ประเทศอินเดียซึ่งเป็นมุสลิมสายชีอะฮฺอิซมาอีลียะฮฺ ที่มี แนวปฏิบัติแตกต่างไปจากมุสลิมชีอะฮฺอิมามียะฮฺ กล่าวคือในสายชีอะฮฺเองก็ยังแบ่งย่อยเป็นกลุ่มต่าง ๆ ตามความเชื่อความศรัทธา มุสลิมผู้อาวุโสทั้งชายหญิงของชุมชนนี้ ยังคงแต่งกายตามรูปแบบอินเดียที่อยู่ในกรอบของอิสลาม ส่วน กุโบร์ (สถานฝังศพ) ของสัปปุรุษนี้อยู่ห่างจากมัสยิดกล่าวคือ อยู่ใกล้กับกุฎีเจริฐพาศน์เรียกว่าสุสานดาวูดีโบราห์ ความเป็นมาในการตั้งถิ่นฐานของมุสลิมกลุ่มนี้ คือการเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขาย บริเวณหน้ามัสยิดเซฟีเป็นคลังสินค้าเป็นตึกขาวอยู่ริมแม่น้ำ ในขณะที่คลังสินค้าถัดขึ้นไปบริเวณบ้านของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นตึกแดง ดังนั้นมัสยิดของสองชุมชนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกันนี้จึงเรียกติดปากตามชื่อสีตึกว่า ตึกขาวและตึกแดง

สกุลต่างๆ ของมุสลิมโบราห์ เช่น อับดุลราฮิม มัสกาตี ฮะกิมยี ฯลฯ

2. ชุมชนมุสลิมในธนบุรี สายซุนนะห์ แม้ว่าพระยาจุฬาราชมนตรี นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์จะเป็นมุสลิมสายชีอะฮฺอันมีบรรพบุรุษจากเปอร์เซีย แต่ชาวไทยมุสลิมจากอดีตจนปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นสายซุนนะห์ซึ่งมีบรรพบุรุษมาจากมุสลิมเชื้อชาติต่างๆ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทำให้ทราบว่าชนต่างชาติที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในกรุงศรีอยุธยามีมากกว่า 40 เชื้อชาติ ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งเป็นมุสลิม ดังนั้นหากจะจำแนกมุสลิมซุนนะห์ในธนบุรีซึ่งเป็นรอยต่อของกรุงศรีอยุธยาที่ต้องล่มสลายและมาสู่กรุงรัตนโกสินทร์ที่รุ่งโรจน์ กล่าวโดยสรุปได้ว่า มุสลิมในธนุบรีจะมีบรรพบุรุษจากเชื้อชาติต่างๆ คือ อาหรับ เปอร์เซีย ชวา มลายู จาม เขมร อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ อัฟกานิสถาน และจีน

มุสลิมจากเชื้อชาติต่างๆ ตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนมุสลิมในธนบุรี โดยบางชุมชนมีอยู่ก่อนที่ ธนบุรีจะเป็นราชธานี บางชุมชนเกิดขึ้นในสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ กล่าวอีกนัยหนึ่งในการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในธนบุรี ไม่ว่าจะเดินทางโดยตรงมาจากประเทศใดๆ ก็ดี หรือจะอพยพมาตั้งถิ่นฐานในกรุงศรีอยุธยาแล้วอพยพต่อไปยังธนบุรีก็ดี หรือจะเดินทางจากถิ่นต่างๆ ในประเทศมายังธนบุรีก็ดี มุสลิมจะมาอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เป็นชุมชน และสร้างมัสยิดเป็นศูนย์กลางของชุมชน ซึ่งหากพิจารณาในด้านนิเวศวิทยา มัสยิดที่ประกอบด้วยกุโบร์ก็จะทำหน้าที่เป็นปอดของชุมชน ทั้งนี้เพราะในพื้นที่ดังกล่าวจะเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่

มัสยิดเก่าแก่อันเป็นศูนย์กลางชุมชนในธนบุรีในสายซุนนะห์ ได้แก่ มัสยิดต้นสน มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว) มัสยิดหลวงอันซอริซซุนนะห์ (บางกอกน้อย) มัสยิดกูวาติลอิสลาม (ตึกแดง) มัสยิดเซฟี (ตึกขาว) มัสยิดนูรุ้ลมูบีน (บ้านสมเด็จ) มัสยิดสวนพลู มัสยิดสุวรรณภูมิ มัสยิดวัดเกาะ มัสยิดฮารูณ

อย่างไรก็ดี ไม่ว่ามุสลิมในธนบุรีจะมีเชื้อชาติและแนวการปฏิบัติศาสนกิจแบบใดก็ตาม แต่จะมีรูปแบบในการตั้งถิ่นฐานเหมือนกัน นั่นคือการอยู่รวมกันเป็นชุมชน

มัสยิดกับประวัติศาสตร์ชุมชนมุสลิมในธนบุรี

จากทะเบียนมัสยิดในประเทศไทย พ.ศ. 2546 มีข้อมูลให้ทราบว่า จำนวนมัสยิดในกรุงเทพมหานครที่จดทะเบียนมีจำนวน 164 แห่ง เป็นมัสยิดที่ตั้งอยู่ธนบุรีจำนวน 20 แห่ง โดยกระจายอยู่ในบริเวณต่างๆ คือ ราษฎร์บูรณะ 6, จอมทอง 1, บางพลัด 2, บางกอกน้อย 3, คลองสาน 3 และธนบุรี 5 แห่ง

สรุปได้ว่า ฝั่งธนบุรีในปัจจุบันมีจำนวนมัสยิด 20 แห่ง แต่หากจะพิจารณาพื้นที่ของธนบุรีในสมัยกรุงธนบุรีซึ่งคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย จำนวนมัสยิดในธนบุรีควรจะมีมากกว่าในปัจจุบัน เช่น มัสยิดวัดเกาะ มัสยิดฮารูณหรือมัสยิดวัดม่วงแค เป็นต้น อย่างไรก็ตามแต่ละมัสยิดต่างก็มีประวัติศาสตร์ชุมชนโดยขอนำเสนอมัสยิดนับแต่เมืองธนบุรีเดิมทั้งกลุ่มคือ มัสยิดสายซุนนะห์และสายชีอะฮฺ ดังนี้คือ

มัสยิดในชุมชนมุสลิมสายซุนนะห์

1. มัสยิดต้นสน หรือชื่อที่เรียกทั่วไปว่า กุฎีต้นสน หรือกุฎีใหม่ จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ทำให้ทราบว่ากุฎีต้นสนและชุมชนแห่งนี้มีอายุกว่า 400 ปี ฉะนั้นชุมชนมุสลิมนี้จึงมีอยู่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ชุมชนตั้งอยู่ริมคลองบางหลวงหรือคลองบางกอกใหญ่ ซึ่งในอดีตก็คือส่วนหนึ่งของ แม่น้ำเจ้าพระยา มุสลิมในชุมชนนี้ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากพ่อค้ามุสลิมชาติต่าง ๆ ที่เดินทางติดต่อ ค้าขายกับอยุธยา เช่น เปอร์เซีย อาหรับ อินเดีย จาม เขมร จีน ฯลฯ แวะพำนักและตั้งถิ่นฐานมี ครอบครัวที่นี่ ครั้นเมื่อกรุงศรีอยุธยาใกล้จะแตก มุสลิมในอยุธยาซึ่งก็มีบรรพบุรุษจากชนชาติต่าง ๆ และส่วนใหญ่จะตั้งถิ่นฐานอยู่ริมแม่น้ำได้อพยพล่องแพตามลำน้ำเจ้าพระยามาตั้งถิ่นฐานสมทบกับมุสลิมที่อยู่เดิมในบริเวณนี้ โดยอีกส่วนหนึ่งแวะตั้งถิ่นฐานอยู่ริมฝั่งน้ำบริเวณนนทบุรี บางอ้อ บางกอกน้อย ดังนั้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ นอกจากจะเรียกมุสลิมกลุ่มนี้ว่า “แขกมัวร์หรือแขกเทศ” แล้วยังเรียก “แขกแพ”

มุสลิมในชุมชนนี้มีบรรพบุรุษจากหลายเชื้อชาติ แต่ที่สำคัญคือ ส่วนหนึ่งเป็นเชื้อสายของสุลต่านสุลัยมาน ซึ่งรับราชการในตำแหน่งสำคัญ ๆ นับเนื่องแต่สมัยกรุงธนบุรีสืบต่อจนกรุงรัตนโกสินทร์ ศพขอข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จึงฝังอยู่ในกุโบรฺของมัสยิดแห่งนี้ ทั้งนี้รวมถึงเจ้าพระยาจักรีซึ่งสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จไปในพิธีฝังด้วยพระองค์เอง

เจ้าพระยาจักรีท่านแรกในรัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี มีประวัติคือ ก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก หลวงนายศักดิ์ (หมุด) เชื้อสายสุลต่านสุลัยมาน เป็นมหาดเล็กในราชสำนักมีหน้าที่ออกไปเก็บส่วยที่เมืองจันทบุรีเก็บได้ 300 ชั่ง (24,000 บาท) เมื่อทราบว่า กรุงศรีอยุธยาแตกก็ไม่ยอมคืนส่วยแก่ พระยาจันทบุรีตามคำขอ โดยวางแผนว่าเงินถูกปล้น แล้วนำเงินดังกล่าวไปมอบแก่พระยาตากเพื่อเป็นทุนในการสร้างอาวุธเพื่อกอบกู้เอกราช จากความช่วยเหลือนี้ ประกอบด้วยความสามารถในการต่อเรือ เดินเรือ และช่วยกอบกู้เอกราชให้ได้คืนมาโดยเร็ว หลวงนายศักดิ์จึงได้รับพระกรุณา โปรดเกล้าฯ จากพระเจ้าตากสินมหาราชแต่งตั้งให้เป็นเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ (หมุด) ตำแหน่ง สมุหนายก ซึ่งเทียบเท่ากับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าเชื้อสายของท่านสุลต่านสุลัยมานจากเปอร์เซียนับแต่ธนบุรีถึง รัตนโกสินทร์ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยถึง 2 ท่าน คือ เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ และ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

สกุลต่างๆ ในชุมชนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นสายสกุลของสุลต่านสุลัยมาน เช่น มานะจิตต์ ทองคำวงศ์ ชื่นภักดี ท้วมประถม ภู่มาลี ฯลฯ 2. มัสยิดบางหลวงหรือกุฎีขาว มัสยิดนี้ตั้งอยู่ริมคลองบางหลวงไม่ไกลจากมัสยิดต้นสน มุสลิมในชุมชนนี้อพยพจากกรุงศรีอยุธยาเช่นกัน หลวงพิพิธเภสัช (2492 : 27) กล่าวว่า เมื่อครั้งพระนครศรีอยุธยาเสียแก่พม่า ถูกข้าศึกเผาผลาญ บรรดาอิสลามที่อาศัยจอดแพขายของอยู่ ณ ตำบลหัวแหลม หัวรอ และคลองตะเคียน นับเป็นร้อย ๆ ครัวเรือนได้อพยพหลบภัยถอยแพล่องหนีพม่าข้าศึกลงมาจอดพำนักอยู่ตำบลคลองบางหลวง ตั้งแต่ตำบลบางกอกใหญ่ไปจนถึงวัดเวฬุราชิน ทั้งสองฝั่ง เมื่อบรรดาอิสลามศาสนิกชนมารวมอยู่มากด้วยกันเช่นนี้ มีมัสยิดบางกอกใหญ่แห่งเดียวประกอบศาสนกิจคงไม่เป็นที่เพียงพอ ท่านโต๊ะหยีผู้เป็นคหบดีในจำพวกแขกแพนี้ด้วยกัน พร้อมด้วยบรรดาคณะของท่านจึงได้พร้อมกันสร้างมัสยิดขึ้นอีกแห่งหนึ่ง ณ ตำบลคลองบางหลวงฝั่ง ตะวันออกเยื้องมัสยิดบางกอกใหญ่เล็กน้อย

อนึ่ง เนื่องจากมัสยิดฉาบด้วยปูนขาว จึงมักเรียกว่ากุฎีขาว และนับว่าเป็นมัสยิดที่คล้ายวัดมาก ส่วนภายในตกแต่งฝาผนังด้วยการฝังเครื่องถ้วยชาม ซึ่งจารึกด้วยถ้อยคำในการปฏิญาณตนไว้ในกำแพงผนัง ช่วงหน้าต่างส่วนที่แสดงธรรมคถาหรือมิมบัรฺเป็นลักษณะซุ้มประตู ปั้นลายลงรักปิดทองประดับกระจกสีเป็นลวดลายกนกแบบไทย ซึ่งผู้ดำเนินการจัดทำคือ เจ้าสัวพุก สกุลพุกพิญโญ พ่อค้าชาวจีนซึ่งมาแต่งงานกับผู้หญิงมุสลิมในชุมชนนี้ โดยเจ้าสัวได้ไปถ่ายแบบซุ้มประตูวัดอนงคารามมาเป็นแบบสกุลต่าง ๆ ในชุมชนนี้ เช่น ฮาซาไนท์ ท้วมสากล โอสถ ไวทยานนท์ ฯลฯ

3. มัสยิดบางอ้อ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรพบุรุษเป็นมุสลิมเชื้อชาติต่าง ๆ คือ อาหรับ เปอร์เซีย จาม มลายู ฯลฯ ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในอยุธยา ได้ล่องแพอพยพตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้ มีอาชีพในการค้าขาย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นพ่อค้าซุง ดังนั้นบ้านเรือนมุสลิมริมน้ำในบริเวณนี้จึงมักปลูกด้วย ไม้สัก

ชุมชนจะตั้งเป็นแนวยาวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและลึกไปด้านใน เมื่อถนนจรัลสนิทวงศ์ ตัดผ่าน ชุมชนจึงแยกออกเป็นสองส่วน

สกุลต่าง ๆ ของคนในชุมชนนี้ เช่น โยธาสมุทร บางอ้อ ยูซูฟี มานะจิตต์ เพชรทองคำ มุขตารี บุญศักดิ์ ฯลฯ

4. มัสยิดหลวงอันซอริซซุนนะห์หรือมัสยิดบางกอกน้อย ปัจจุบันตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยใกล้ปากคลอง ซึ่งแต่เดิมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เริ่มแรกมัสยิดนี้อยู่ฝั่งสถานีรถไฟบางกอกน้อย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ จะทรงสร้างสถานีรถไฟบางกอกน้อย จึงทรงพระราชทานที่ ฝั่งตรงข้ามให้เป็นการแลกเปลี่ยน เพื่อสร้างอาคารมัสยิดขึ้นใหม่ ณ พื้นที่ปัจจุบัน ในสมัยสงครามโลก มัสยิดถูกระเบิดจึงต้องสร้างอาคารขึ้นใหม่ สำหรับกุโบรฺ เนื่องจากเป็นมัสยิดที่อยู่ริมน้ำ ฉะนั้นบริเวณกุโบรฺซึ่งอยู่ถัดไปด้านในจึงต้องถมไว้สูงมาก และเป็นอีกมัสยิดหนึ่งที่มีโรงเรียนสายสามัญและสอนศาสนา

ชุมชนนี้ตั้งอยู่ตามแนวคลองบางกอกน้อย บรรพบุรุษเป็นชนชาติอาหรับ ฮาเดอร์รอเม้าท์ที่เข้ามาติดต่อค้าขายตั้งแต่สมัยอยุธยา มุสลิมในชุมชนนั้นมีฝีมือในการทำที่นอน จนได้ชื่อว่า ที่นอนดีมีคุณภาพต้องเป็นที่นอนจากบางกอกน้อย นอกจากนี้ยังมีฝีมือในการทำอาหารอาหรับที่ประกอบด้วยเครื่องเทศ เช่น ข้าวหมก ข้าวบุหรี่ ขนมปังยาสุม กะหรี่ปั๊บ แกงกรุหม่า ฯลฯ ส่วนอีกอาชีพหนึ่ง คือ เป็นพ่อค้าปืน (ย่านวังบูรพา)

สกุลต่าง ๆ ในชุมชนนี้ เช่น ซอลิฮี กรีมี มัสอูดี สมะดี ฮะกีมี ศรีจรูญ รักษมณี เกตุเพียงกิจ อรุณโอษฐ์ กองทรัพย์โต ฯลฯ

นอกจากนี้มุสลิมในชุมชนนี้ยังได้มีบทบาททางการเมืองมาแต่อดีตในการเปลี่ยนแปลง การปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตยใน พ.ศ. 2475 เช่น นายบรรจง นายประเสริฐ นายการุญ ศรีจรูญ ซึ่งต่อมาต่างก็ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นวุฒิสมาชิก ส่วนวุฒิสมาชิกอีกท่านหนึ่งคือ เชื้อสายของสกุลศรีจรูญ คือ คุณหญิงสุวัฒนา (ศรีจรูญ) เพชรทองคำ

5. มัสยิดนูรุ้ลมูบีนบ้านสมเด็จ เป็นชุมชน อายุเกือบ 200 ปี ตั้งอยู่บริเวณ หลังมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มัสยิดนี้จึงเรียกมาแต่เดิมว่า มัสยิดบ้านสมเด็จ โดยเรียกตามสถานที่คือ บ้านสมเด็จเจ้าพระยาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์

มุสลิมในชุมชนนี้ส่วนใหญ่เชื้อสายมลายู ทั้งจากปัตตานีและไทรบุรี ส่วนใหญ่มีฝีมือทางการช่าง มัสยิดหลังแรกสร้างอยู่ริมคลอง โดยมีตวนกูโนซึ่งเป็นเชื้อสายของเจ้าเมืองปัตตานีเป็นอิหม่าม ส่วนอิหม่ามคนที่ 2 คือฮัจญีกาฮาเป็นชาวสตูล นอกจากนั้นยังมีมุสลิมจากอินเดียเข้ามา ตั้งถิ่นฐานรวมอยู่ในชุมชนแห่งนี้ด้วย

บริเวณมัสยิดปัจจุบันประกอบด้วยอาคารมัสยิด อาคารเรียนซึ่งสอนทั้งสามัญและศาสนา และมีพื้นที่ของกุโบรฺซึ่งนอกจากจะเป็นที่ฝังร่างของคนในชุมชนแล้ว มุสลิมในชุมชนอื่นก็ใช้กุโบรฺแห่งนี้ด้วย เช่น ชุมชนมัสยิดจอมทอง ชุมชนมัสยิดตึกแดง

สกุลต่าง ๆ ของมุสลิมในชุมชนนี้ส่วนหนึ่งเป็นเชื้อสายเจ้าจากปัตตานี เช่น สกุลบินตวนกู เด่นอุดม บูรณานุวัตร บูรณพงศ์ ส่วนสกุลอื่น ๆ เช่น เกียรติธารัย ดลขุมทรัพย์ ซำเซ็น อาริยะ ชาญใบพัด มิตรสมาน อดุลยพิจิตร โกบประยูร รุจิระอัมพร ฯลฯ สำหรับมุสลิมที่มีบทบาทในการปกครองของไทยคือ พลเอก ณรงค์ เด่นอุดม อดีตแม่ทัพภาคที่ 4








6. มัสยิดกูวติลอิสลาม หรือตึกแดง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้เชิงสะพานพุทธฯ ซึ่งแต่เดิมตึกแดงคือสำนักงานพระคลังสินค้าของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ สมเด็จเจ้าพระยาฯ ได้บริจาคเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ให้กับมุสลิมในชุมชนนี้ ด้วยเห็นว่ามุสลิมที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้ไม่มีมัสยิดสำหรับปฏิบัติศาสนกิจ ต้องเดินทางไปที่มัสยิดบ้านสมเด็จ ซึ่งหนทางสมัยนั้นเต็มไปด้วยป่าสะแก มัสยิดนี้จึงเริ่มสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2402

มุสลิมในชุมชนนี้ประกอบด้วยกลุ่มใหญ่ ๆ คือ เชื้อสายปัตตานี ซึ่งมีความสามารถทาง การช่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่างทำทอง นาค กับกลุ่มเชื้อสายอินเดียซึ่งมีความสามารถในการประกอบธุรกิจค้าขาย เพราะฉะนั้นในการบริหารมัสยิดแห่งนี้ จึงแบ่งกรรมการออกเป็นสองฝ่าย คือ ผู้บริหารฝ่ายศาสนกิจ ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่อิหม่ามท่านแรกคือ ฮัจญีมูฮำหมัดยูซุป อัลมะหฺดาวี ส่วน ผู้บริหารฝ่ายธุรกิจจะเป็นทางสายอินเดีย ท่านแรก คือ ฮัจญีบาย นานา

สกุลต่าง ๆ ของมุสลิมในชุมชน เช่น นานา วงศ์อารยะ อมรทัต อมันตกุล วงศ์ยังอยู่ ประพฤติชอบ ศาสนกุล ฯลฯ

สำหรับมุสลิมที่เคยมีบทบาทในด้านการปกครองจากชุมชนนี้ คือ นายเล็ก นานา อดีต รัฐมนตรีผู้ซึ่งถวายที่ดินประมาณ 4 ไร่ พร้อมอาคารแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช เพื่อทรงสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยบริเวณชุมชนแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่าแต่อดีต และนายอารีย์ วงศ์อารยะ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ







 เมื่อครั้งร่วมกิจกรรม Cultural Heritage Scout ของ “ย่านคลองสาน”

สำรวจ ลงพื้นที่ พบตัวจริง เจ้าของธุรกิจโรงเกลือบรรยายโดย รุ่นที่สาม ของเจ้าของธุรกิจโรงเกลือ มาเวทีนี้ โรงเกลืออาจปรับตัวเป็นโรงแรมบูติก สำหรับโครงการ ที่นิสิตเสนอ ณ เวทีชาวย่านฯ ก็ได้!!


คลิป เวทีชาวย่าน (คลองสาน) คิด-นิสิตจัดให้ 2









รวมลิ้งค์ สำรวจ ชุมชนย่านกะดีจีน คลิกลิ้งค์

กระตุกต่อมเอ๊ะปลุกกระแสวัฒนธรรมชุมชนของวัยโจ๋!!เขาทำแผนที่มรดกวัฒนธรรมผ่านสื่อสมัยใหม่กันอย่างไร!!

ย่านมรดกวัฒนธรรมทางศาสนาและลักษณะของตรอก ซอก ซอยเล็กๆยังคงเป็นเอกลักษณ์สำคัญของย่านกะดีจีน ที่ยังคงมีชีวิตชีวาและบอกเล่าเรื่องราวความทรงจำของชุมชน ดังที่เคยนำเสนอมาแล้ว (คลิกลิ้งค์)

เดินตรอกกะดีจีน๓..๖ชุมชน๓ศาสนา๔ความเชื่อโบสถ์นีโอคลาสสิกซางตาครู้ส..กับเพื่อนโปรตุกีสสมัยเด็ก

กระตุกต่อมเอ๊ะปลุกกระแสวัฒนธรรมชุมชนของวัยโจ๋!!เขาทำแผนที่มรดกวัฒนธรรมผ่านสื่อสมัยใหม่กันอย่างไร!!

เดินตรอกกะดีจีน.๒จากสวนกาแฟสู่กรุวัดประยุรวงศาวาส..จากทุกมุมของเจดีย์องค์ใหญ่และสูงที่สุดในกรุงรัตนโกสินทร์

เดินตรอกกะดีจีนเยี่ยม๖ชุมชน๓ศาสนา๔ความเชื่อ..๑ไหว้พระวัดกัลยาณมิตร

คลิป เดี่ยวจะเข้หมู่จีนขิมใหญ่ ทางจางวางทั่ว พาทยโกศล ได้ถ่ายทอดให้คุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ บุตรี

บรรเลงจะเข้หมู่โดยนิสิตเก่า นิสิตปัจจุบัน และนิสิตระดับมหาบัณฑิตของภาควิชาดุริยางคศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานฝั่งธนบุรี สำนักดนตรีพาทยโกศล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

สตูดิโอถ่ายรูปในสยาม..ฟรานซิสจิตรฝรั่งกะดีจีนช่างถ่ายรูปหลวง..ผู้ถวายงานให้พระพุทธเจ้าหลวงมากที่สุด

กระทบไหล่รองผู้ว่าฯที่ย่านกะดีจีน..พื้นที่สาธารณะรอบมรดกวัฒนธรรมย่านกะดีจีน..

ดีมั๊ยคร๊าาา..ชอบมั๊ยคร๊าาาา!.เมื่องานเข้า!!รับวันแม่..!!วัยรุ่นไทยพร้อมอาวุธครบ..บุกชุมชนกะดีจีน..ทายกัน..จะเลียนแบบที่อังกฤษมั๊ย!!.. (ชุมชนโรงคราม)

อัลบั้มใน facebook

ประมวลภาพ โครงการสำรวจ จัดทำแผนที่มรดกวัฒนธรรม ย่านคลองสาน

Cultural Heritage Scout : เยาวชนอาสาอนุรักษและพัฒนามรดกวัฒนธรรม


คลิกชมอัลบัม ภาพในดวงใจ Tagโอเครวมใจภักดิ์ร่วมโครงการภาพในดวงใจ

http://www.facebook.com/media/set/?set=a.261769740551954.66557.209977365731192&type=3

หากชอบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิญชวนคลิก

ศิลปะจั่วของเกาะแกร์คือต้นแบบเขาพระวิหาร..หลังจากยุคเขมรแดงเหล่าอัปสราบ้างก็ถูกล่วงละเมิดบ้างก็รอการปลุกชีพ(18+)

หากรักศิลปะ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่โยงเกี่ยวกับ ธรรมชาติ คลิก

HakkaTulouมรดกโลก..ภูมิปัญญาจากก้อนดินสู่มรดกทางวัฒนธรรมจากศาสตร์แห่งต้นไม้ใบหญ้าจากรุ่นสู่รุ่น

คลิกชมเรื่องตัวอย่างตามหมวดหมู่ ของบล็อกนี้ในกิจกรรม ThailandBlogAwards2011

About this Blog..Just click ..the following pictorial links.

Varity links

Activities

Lifestyle

PoliticsCurrentSituation

Outbound Tourism

Health&Cousine

Recreation

Inbound Tourism

อ้างอิง

http://www.al-shia.org/html/thi/maqalat/ejtmaee/09.htm


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
นรอง วันที่ : 28/01/2012 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nrong

ได้ข้อมูลได้เรียนรู้หลายสิ่งที่ไม่เคยรู้ใน..ย่านคลองสาน..ขอบคุณมากค่ะพี่สุ่ย..โหวตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Quixote วันที่ : 27/01/2012 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coolfool
Twitter: QuixoteDeBKK Instagram: quixotedebkk

บรรยากาศฝั่งธนคือสภาพบ้านเมืองที่ยังเหมือนกับตอนที่ยังไม่ถูกกลืนโดยทุนนิยม ผมชอบเดินแถวกุฎีจีน ซางตาครู้ซ เวลาเิดินช้าและไม่แห้งแล้ง อากาศมีไอชื้นและชีวิตดีครับ ผมไม่ชอบตึกสูง ไม่ชอบที่จอดรถ ผมไม่ชอบความรีบเร่ง คนเราไม่เหมาะกับชีวิตเร็วๆ เครียดและป่วยกันทุกคน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Ae^ วันที่ : 27/01/2012 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เฒ่าไผ่เขียว วันที่ : 27/01/2012 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/okokbaby

สวัสดีครับ...
...ดูภาพแล้วคิดถึงบ้านและบรรยากาศเก่าๆ ผมเคยอาศัยในย่านนี้ตั้งแต่เกิดมานานยี่สิบกว่าปี...แถบทุกตรอกซอกซอยที่เคยเหยียมย่ำล้วนอยู่ในความทรงจำ...ปัจจุบันตึกแถวที่เคยอาศัยถูกทุบทำลายเหลือแต่ศากปูน..เพราะหมดสัญญาเช่าจากที่ดินของทรัพย์สินฯ ซึ่งผ่านมาหลายปี ก็ยังไม่มีการพัฒนาเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นรูปเป็นร่าง...สวนสมเด็จย่า เมื่อก่อนนี้ก็เคยไปวิ่งอยู่ประจำเกือบทุกเช้า... ขอบคุณที่นำภาพบรรยากาศเก่าๆ มาให้คิดถึงครับ 3+

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สุขสิกขา วันที่ : 27/01/2012 เวลา : 08.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learnlifelong
Life is a journey with an end, not necessarily a destination.

ข้อมูลรายละเอียดน่าสนใจมาก ทำไมไม่มีแบบนี้ในแบบเรียน หรือเอกสารประกอบการเรียนของนักเรียนบ้าง ?
ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชุมชน อย่างน้อยนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ ที่อยู่ตรงนั้นน่าจะได้เรียนรู้

ฝากถาม - สี่แยกบ้านแขก ชื่อนี้มีความเป็นมาเกี่ยวโยงกับส่วนไหนในย่านนั้นบ้างอย่างไร หรือไม่

โหวตด้วย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 26/01/2012 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

สายชีอะฮฺ คือ ชีอะห์
สายซุนนะห์ คือ สุหนี่
ทีเรียกกันในข่าวใช่ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 26/01/2012 เวลา : 19.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เป็นไอเดียที่ควรสนับสนุนมากครับ คุณเฟิงสุย หนับหนุน โหวต

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ชบาตานี วันที่ : 26/01/2012 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ทั้งภาพ ทั้งเรื่องราว โอเคจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 26/01/2012 เวลา : 18.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ช่วยตามหา ที่ตั้งไปรษณ๊ย์ที่ ๓ ให้ด้วยครับ
ตั้งอยู่แถวๆคลองสาน ให้บริการ เรือสินค้า
คือที่ทำการไปรสนียาคารตั้งอยู่ปากคลองโอ่งอ่าง เป็นแห่งที่ ๑ แห่งที่ ๒ ตั้งอยู่ ศุลกสถาน ตั้ง ปี พ.ศ. ๒๔๒๘
แห่งที่ ๓ ตั้งประมาณปี พ.ศ. ๒๔๓๒

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 26/01/2012 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอบคุณคุณสุ่ยที่นำเสนอความคืบหน้าของโครงการครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มะอึก วันที่ : 26/01/2012 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ข้อมูลแน่นเปรี๊ยะ.
.
เตรียมตัวไปเรณูให้พร้อมด้วยเน้อ....
ปีนี้งานใหญ่
.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ป้ารุ วันที่ : 26/01/2012 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

กิจกรรมเยี่ยมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Quixote วันที่ : 26/01/2012 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coolfool
Twitter: QuixoteDeBKK Instagram: quixotedebkk

พออ่านกระทู้นี้ไป ก็ได้ไปเต็กก่ามาเลยทีเดียว ไปชะโงกๆบ้านหวั่งหลีมา สวยมากครับ ผมชอบแบบบ้านจีนอย่างนี้มานานแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปวิภา วันที่ : 26/01/2012 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...รับทราบ...ค่ะ...
สวัสดีวันครึ้มครึ้ม...นะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน