*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2860
  • จำนวนผู้ชม : 5281306
  • จำนวนผู้โหวต : 4986
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4986 คน
coffee

coffee

View All
<< ตุลาคม 2012 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม 2555
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 7195 , 22:39:19 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน BlueHill , เบญจามิน และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

ช่วงที่เดินทางไปแม่วงก์ นครสวรรค์ 14-16กันยายน 2555นั้น ในวันสุดท้ายหลังจากชมป่าสักทองธรรมชาติผืนเดียวบนยอดเขาพร้อมกับแนวที่จะสร้างเขื่อนตามแผนจัดการน้ำของรัฐบาล ที่ชาวบ้านสะเอียบ ต่างก็คัดค้านที่บริเวณแนวเขาที่เรายืนชมวิวนี้เอง แลดูเห็นเป็นเขาที่ถูกระเบิด กลายเป็นเขาหัวแตก และหัวโล้น ได้ความว่าเคยมีการจะมาทำสัมปทานแร่แบไร้ต์ ซึ่งเขาใช้ประโยชน์ในการทำเป็นโคลนผงใช้ในการขุดเจาะสำรวจแหล่งแร่ปิโตรเลี่ยม โดยเป็นตัวควบคุมความดันในการเจาะ แต่เห็นว่าบริษัทที่จะมาทำสัมปทานแร่นี้เข้ามาสำรวจแล้วพบว่าไม่คุ้ม เลยล้มเลิก ข้างหลังข้าพเจ้าจึงกลายเป็นเขาหัวแตกและหัวโล้นอีกต่างหาก

ข้าพเจ้าจึงกลายเป็นเขาหัวแตกและหัวโล้น

ตอนเดินทางกลับ ข้าพเจ้าได้มีโอกาส รับทราบเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับแหล่งแร่และทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่แถบนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเรื่องของ เหมืองแร่ทองคำ จากคุณ สมลักษณ์  หุตานุวัตร ผู้ดำเนินรายการ FMTV และนักจัดรายการวิทยุชุมชนแนวอนุรักษ์

สุวรรณภูมิ ตั้งแค่ยุคมาร์โคโปโล จนถึงปัจจุบัน


ชื่อและตำแหน่งของแหลมทอง (Aurea Chersonesus) มีครั้งแรกในแผนที่โลกของฝรั่งที่เขียนในราวพุทธศตวรรษที่ 18 โดยกำหนดให้อยู่บริเวณคาบสมุทรมลายูซึ่งรวมถึงภาคใต้ของสยามประเทศในปัจจุบัน

ส่วนชื่อและตำแหน่งของแผ่นดินทอง (Aurea Regio) มีครั้งแรกในแผนที่อุษาคเนย์ที่เขียนขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 20 หรือ 21 แต่ยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่าแผ่นดินทอง และแผ่นดินเงินอยู่ตรงไหนกันแน่

แผนที่อุษาคเนย์ที่แทรกอยู่ในตำราภูมิศาสตร์ Cosmographia ของ เซบาสเตียน มึนสเตอร์ นักภูมิศาสตร์ชาวเยอรมัน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2083 ฉบับพิมพ์ครั้งสุดท้ายเมื่อ พ.ศ. 2171 ได้ระบุชัดเจนถึงที่ตั้งของแผ่นดินทอง แปลจากต้นฉบับภาษาเยอรมันได้ความว่า “ในราชอาณาจักรสยามเป็นที่ตั้งของแผ่นดินทอง ซึ่งเป็นแผ่นดินทอง  ... ถัดลงมาคือแหลมทอง ซึ่งมีภูมิลักษณะเป็นคอยาว”

มาดูข้อมูลการกระจายตัวของแหล่งแร่ทองคำ ของกรมทรัพยากรธรณี

แถบรอยต่อของพิจิตร พิษณุโลก โดยเฉพาะที่พิจิตรเนื้อที่กว่า 1ใน3 ของจ.พิจิตร ถูกระบุว่ามีแร่ทองคำ และ บริเวณนี้เองที่ ชาตรีไมนิ่งซึ่งมีบริษัทข้ามชาติ สัญชาติ ออสเตรเลีย นาม Kingsgate ระบุว่า เป็นแหล่งผลิตทองที่ต้นทุนต่ำและระบุแนวที่เข้ามาขอประทานบัตรว่าเป็น Thai Gold Beltcและคุยว่า เป็น First Mover Advantage




Thailand- Low Cost GoldMining

"อัครา ไมนิ่ง จำกัด" ในโครงสร้างและสายสัมพันธ์เชื่อมโยงการถือหุ้นของบริษัท

จากบทความของ: คุณเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา

สายสัมพันธ์เชื่อมโยงการถือหุ้นของบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด ได้เริ่มดำเนินการทำเหมืองแร่ทองคำที่แหล่งชาตรีมาตั้งแต่ปี 2543 และแหล่งชาตรีเหนือเมื่อปี 2551 รวมพื้นที่ 5,463 ไร่ อยู่บริเวณรอยต่อของจังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์ คาดว่าแหล่งแร่ทองคำทั้ง 2 แหล่งนี้จะหมดลงภายใน 6-7 ปี ข้างหน้า บริษัทอัคราฯ จึงกำลังสำรวจหาแหล่งสำรองแร่ทองคำแห่งใหม่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,806 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1,128,750 ไร่ อยู่ในขณะนี้  โดยได้รับอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2549 ให้ดำเนินการสำรวจหาแหล่งแร่ทองคำและเงินแหล่งใหม่ในพื้นที่ต่อเนื่องจากพื้นที่โครงการชาตรีและชาตรีเหนือ ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิจิตร เพชรบูรณ์และพิษณุโลก เป็นจำนวนพื้นที่ 507,996 ไร่ ซึ่งการสำรวจใกล้เสร็จสิ้นแล้ว แต่จากผลการสำรวจในช่วงระยะเวลา 3 ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาได้พบแหล่งแร่ทองคำที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์แห่งใหม่ขนาดพื้นที่ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 12,500 ไร่ เรียกว่า "แหล่งสุวรรณ" ห่างจากแหล่งชาตรีขึ้นไปทางเหนือ 6-10 กิโลเมตร โดยแร่ทองคำที่ขุดได้จากแหล่งสุวรรณจะขนส่งมาแยกแร่ที่โรงงานซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งชาตรี

 

นอกจากนั้นยังพบแหล่งแร่ทองคำที่คาดว่าจะมีศักยภาพเชิงพาณิชย์แห่งใหม่อีกแหล่งหนึ่งคือ "แหล่งโชคดี" ห่างจากแหล่งชาตรีขึ้นไปทางเหนือ 20 กิโลเมตร โดยบริษัทอัคราฯ ได้กำหนดขอบเขตการขุดเจาะสำรวจและตรวจสอบชั้นแร่ทางธรณีเคมีและธรณีฟิสิกส์ในพื้นที่ประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 18,750 ไร่ อยู่ในขณะนี้ ซึ่งหวังว่าการสำรวจตามอาชญาบัตรพิเศษที่ได้รับใน 2 ปีที่เหลือจะทราบผลได้อย่างแน่นอนชัดเจนว่าจะพัฒนาการทำเหมืองแร่ทองคำและเงินที่แหล่งสุวรรณได้เต็มพื้นที่ที่กำหนดไว้คือ 18,750 ไร่ หรือเพียงแค่บางส่วน และนอกจากนั้นบริษัทอัคราฯ ยังคาดว่าจะพบแหล่งแร่ทองคำที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ในพื้นที่สำรวจที่ได้รับอาชญาบัตรพิเศษแหล่งใหม่ ๆ อีก

นอกจากนี้บริษัทอัคราฯ ยังได้ยื่นคำขออาชญาบัตรพิเศษเพื่อการสำรวจแร่ทองคำและเงินเพิ่มเติมอีกหลายแสนไร่ ในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด พิจิตร เพชรบูรณ์และพิษณุโลก ที่ต่อเนื่องจากพื้นที่ที่ได้รับอาชญาบัตรพิเศษไปแล้วกว่า 507,996 ไร่ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นพิจารณาให้อนุญาตของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอยู่ในขณะนี้  

ค่าภาคหลวงที่ Kingsgate คุยว่าให้กับภาครัฐไทยในอัตราเพิ่มขึ้นๆ

โครงสร้างผู้ถือหุ้น และการถือหุ้นของคนไทยในลักษณะหุ้นปุริมสิทธิ

นับตั้งแต่ปี 2544 - 2550 บริษัทอัคราฯ ได้จ่ายค่าภาคหลวงให้รัฐเพียง 383.82 ล้านบาท จากแร่ทองคำและแร่เงินที่ผลิตได้มูลค่า 12,695.48 ล้านบาท[1] คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมากต่อการนำไปพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำเหมืองทองคำของบริษัทอัคราฯ น่าสงสัยมากกว่าว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้นรายได้ส่วนใหญ่ที่บริษัทอัคราฯ ได้รับใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์

เรื่องของโครงสร้างและสายสัมพันธ์เชื่อมโยงการถือหุ้นในบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด

บริษัทอัคราฯ จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2536  ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท แพร่ลิกไนต์ จำกัด ในเครือของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กับบริษัท อิสระ ไมนิ่ง จำกัด ในเครือของบริษัท Kingsgate Consolidated NL. แห่งประเทศออสเตรเลีย ในสัดส่วน 50 : 50  ภายหลังสัดส่วนการถือครองหุ้นของฝ่ายไทยและออสเตรเลียได้เปลี่ยนแปลงเป็น 10 : 90 และ 0 : 100 ในที่สุด ทั้งนี้เป็นผลจากการแลกหุ้นของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ที่ไปถือครองหุ้นในบริษัท Kingsgate Consolidated NL. แทน[2]
ซึ่ง Kingsgate ได้ถือครองหุ้นทั้งหมดของบริษัทอัคราฯ เรื่อยมา โดยมีการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นให้ผู้ถือหุ้นบุคคลสัญชาติไทยเข้ามาถือหุ้นบ้างเพียงเล็กน้อยไม่ถึงร้อยละ1 จนกระทั่งวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 ได้มีการเปลี่ยนแปลงบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น อันเนื่องมาจากการจดทะเบียนเพิ่มทุนของบริษัทจาก 245,000,000 บาท (24,500,000 หุ้น ๆ ละ 10 บาท) เป็น 510,000,000 บาท (51,000,000 หุ้น ๆ ละ 10 บาท)  ซึ่งเป็นการเพิ่มทุน "หุ้นบุริมสิทธิ" ทั้งหมดจำนวน 265,000,000 บาท (26,500,000 หุ้น ๆ ละ 10 บาท) โดยมีบริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย จำกัด บริษัทสัญชาติไทยเข้ามาถือหุ้นบุริมสิทธิที่เพิ่มทุนเข้ามาทั้งหมด นับตั้งแต่นั้นมาได้ทำให้สัดส่วนการถือครองหุ้นฝ่ายไทยมากกว่า Kingsgate ฝ่ายออสเตรเลีย ในสัดส่วน 26,500,004 หุ้น : 24,499,996 หุ้น หรือร้อยละ 52 : 48

"สัดส่วนการถือหุ้น" กับ "การถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่งของทุน" เป็นเรื่องชวนคิด!!

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2550 บริษัท สินภูมิ จำกัด บริษัทสัญชาติไทยได้เข้ามาถือหุ้นบุริมสิทธิทั้งหมดในส่วนที่เคยเป็นของบริษัทเอ็มไพร์เอเชียฯ และมีการเพิ่มทุนอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2551 จาก 510,000,000 บาท เพิ่มเป็น 512,000,000 บาท ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนหุ้นบุริมสิทธิอีก 200,000 หุ้น ให้กับบริษัทสินภูมิฯ  

ตลอดระยะเวลาของการเปลี่ยนแปลงบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นอันเนื่องมาจากการจดทะเบียนเพิ่มทุนเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันผู้ถือครองหุ้นบุริมสิทธิทั้งหมดได้ชำระเงินไปเพียง 2.50 บาท ต่อหุ้นเท่านั้น จากราคาเต็มหุ้นละ 10 บาท เท่ากับราคาหุ้นสามัญที่ Kingsgate ถือไว้เกือบทั้งหมด

ในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในวันประชุมสามัญประจำปีเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2551  ได้ระบุว่ามีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย 5 คน แบ่งเป็นหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทสินภูมิฯ จำนวน 26,700,000 หุ้น และหุ้นสามัญ 5 หุ้นของบุคคลสัญชาติไทย 4 คน (รวมหุ้นฝ่ายไทย 26,700,005 หุ้น) ที่เหลือเป็นหุ้นสามัญทั้งหมดของชาวออสเตรเลีย 24,499,995 หุ้น แบ่งเป็นของ Kingsgate จำนวน 24,499,994 หุ้น และอีก 1 หุ้น ของบุคคลชาวออสเตรเลีย ซึ่งถ้าหากพิจารณาเฉพาะสัดส่วนการถือหุ้นก็จะเห็นได้ว่าบริษัทอัคราฯ มีการถือครองหุ้นโดยฝ่ายไทยมากกว่าฝ่ายออสเตรเลียร้อยละ 52 : 48

แต่เมื่อพิจารณาระหว่าง "สัดส่วนการถือหุ้น" กับ "การถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่งของทุน" น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง กับการเป็นหุ้นบุริมสิทธิ!

หุ้นบุริมสิทธิทั้งหมดที่บริษัทสินภูมิฯ เป็นผู้ถือเอาไว้จำนวน 26,700,000 หุ้นนั้น ได้แจ้งเอาไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2551 ว่าได้ชำระเงินแล้วเพียง 2.50 บาทต่อหุ้นเท่านั้น คิดเป็นจำนวนเงินเพียง 66,750,000 บาท เมื่อรวมกับจำนวนเงิน 50 บาท ที่ชำระหุ้นสามัญ 5 หุ้นของบุคคลสัญชาติไทยได้เท่ากับ 66,750,050 บาท ยังเหลือค่าหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทสินภูมิฯ ส่วนที่ยังไม่ได้ชำระอีก 200,250,000 บาท ในส่วนหุ้นสามัญของฝ่ายออสเตรเลียได้ชำระเงินจำนวน 244,999,950 บาท เต็มตามจำนวนราคาหุ้นทั้งหมดที่ถือไว้ หากรวมเงินที่ชำระแล้วของจำนวนหุ้นทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายออสเตรเลียจะได้ 311,750,000 บาท แต่ในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2551 กลับระบุว่าทุนจดทะเบียนของบริษัทอัคราฯ ได้เรียกชำระครบถ้วนแล้วเต็มจำนวน 512,000,000 บาท

ใครเป็นผู้ชำระเงินค่าหุ้นบุริมสิทธิให้กับบริษัทสินภูมิฯ ที่ยังค้างชำระอยู่ถึง 200,250,000 บาท?

จากหลักฐานในส่วนนี้จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนระหว่าง "สัดส่วนการถือหุ้น" กับ "การถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่งของทุน" ดังนี้

1) ถ้าหากดูเฉพาะในส่วนของ "สัดส่วนการถือหุ้น" ก็จะเห็นได้ว่าบริษัทอัคราฯ ไม่มีสถานะเป็นบริษัทต่างด้าวเนื่องจากบริษัทสินภูมิฯ และบุคคลสัญชาติไทยได้ถือหุ้นรวมกันเป็นจำนวน 26,700,005 หุ้น มากกว่าหุ้นของ Kingsgate และบุคคลสัญชาติออสเตรเลียที่ถือหุ้นรวมกัน 24,409,995 หรือในสัดส่วนร้อยละ 52 : 48

2) แต่พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542  ให้ความสำคัญในเรื่องของ "การถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่งของทุน" มากกว่า "สัดส่วนการถือหุ้น"  นั่นก็คือถึงแม้ฝ่ายไทยจะถือครองจำนวนหุ้นมากกว่าฝ่ายออสเตรเลียแต่เงินที่ชำระหุ้นแล้วกลับน้อยกว่าฝ่ายออสเตรเลีย จะถือว่าเป็นการถือหุ้นที่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของทุน

ในจำนวนหุ้นที่มากกว่าของฝ่ายไทยจำนวน 26,700,005 หุ้น ได้ชำระเงินค่าหุ้นไปเพียง 66,750,050 บาท ส่วนหุ้นที่น้อยกว่าของฝ่ายออสเตรเลียจำนวน 24,499,995 หุ้น ได้ชำระเงินค่าหุ้นครบถ้วนเต็มราคา 244,999,950 บาท  คิดเป็นร้อยละ 12 และ 48 ตามลำดับ แต่ถ้าหากสมมุติว่าผู้ถือหุ้นฝ่ายออสเตรเลียเป็นฝ่ายจ่ายค่าหุ้นบุริมสิทธิของฝ่ายไทยที่ค้างชำระอยู่ 200,250,000 บาท--ซึ่งน่าสงสัยอยู่ว่าใครกันที่เป็นผู้ชำระค่าหุ้นบุริมสิทธิส่วนที่ค้างชำระนี้--นั่นย่อมหมายความว่าผู้ถือหุ้นฝ่ายออสเตรเลียได้ชำระค่าหุ้นรวมกันเป็นเงินทั้งสิ้น 445,249,950 บาท (244,999,950 + 200,250,000 บาท) จึงเห็นได้ว่าถึงแม้ฝ่ายออสเตรเลียจะถือครองจำนวนหุ้นน้อยกว่าฝ่ายไทยแต่เป็นการถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่งของทุน คิดเป็นสัดส่วนการถือครองทุนในหุ้นระหว่างฝ่ายไทยกับฝ่ายออสเตรเลียร้อยละ 12 : 88 

ซึ่งถ้าหากเป็นดังที่สมมุติจริงนั่นก็หมายความว่าบริษัทอัคราฯ มีสถานะเป็นบริษัทต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542  เนื่องจากว่ามี Kingsgate บริษัทต่างด้าวจากออสเตรเลียเป็นผู้ถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่งของทุนของบริษัทอัคราฯ  

ข. คุณเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ยังให้ข้อคิดเห็นส่งท้ายดังนี้          

การถือหุ้นบุริมสิทธิ ถึงแม้จะเป็นสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็บ่งชี้ถึงเจตนาบางอย่างในกระบวนการถือหุ้นที่มีลักษณะสมยอมและยินยอมนักลงทุนรายใหญ่จากต่างชาติ โดยสมยอมและยินยอมให้ผู้ถือหุ้นจากต่างชาติเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเพิ่มทุนและกุมอำนาจในการเป็นเจ้าของและบริหารงานบริษัทอัคราฯ โดยตัวเองเลือกที่จะไม่มีเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ขอเพียงแค่ "เงินปันผล" ก็ภูมิใจแล้ว

ดังจะเห็นได้จาก แผนผังโครงสร้างและสายสัมพันธ์เชื่อมโยงการถือหุ้นของบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด ที่ Kingsgate ถือหุ้นสามัญเพื่อครอบครองกิจการทั้งหมดของบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด  บริษัท อิสระ ไมนิ่ง จำกัด และบริษัท ฟ้าใหม่ เอ็กซพลอเรชั่น จำกัด  ส่วนผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยเลือกที่จะถือหุ้นบุริมสิทธิเป็นส่วนใหญ่เพื่อปิดปากตนเอง ไม่ขอมีสิทธิออกเสียงในการบริหารงาน รอรับเงินปันผลที่ Kingsgate แบ่งให้อย่างไร้ศักดิ์ศรี เสมือนกับว่าคนไทยเหล่านี้ได้รับจ้างตั้งบริษัทสัญชาติไทยเหล่านี้ขึ้นมาด้วยเงินของ Kingsgate เอง มีลักษณะเป็นตัวแทนผลประโยชน์ให้กับ Kingsgate เพื่อหลีกเลี่ยงข้อบังคับของกฎหมายต่าง ๆที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว  

บริษัทอัคราฯมักอ้าง "การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ" ขึ้นมาบังหน้าหรือบิดเบือนข้อมูลความเป็นจริงว่า "ประเทศไทยนำเข้าทองคำปีละ 100 เมตริกตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณปีละกว่า 90,000 ล้านบาท โครงการเหมืองแร่ทองคำชาตรีเหนือจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ประเทศในรูปของรายได้จากการส่งออกโลหะทองคำและเงิน หรือประหยัดเงินตราต่างประเทศจากการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าโลหะทองคำและเงินได้ถึงปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังจะช่วยก่อให้เกิดรายได้แก่รัฐ ในรูปของภาษี ค่าภาคหลวง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมแล้วมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อปี" แต่ในความเป็นจริงก็คือรายได้จากการส่งออกนั้นอยู่ในกระเป๋าของประเทศไทยเท่าไหร่ก็ในเมื่อบริษัทอัคราฯ มีลักษณะการดำเนินธุรกิจที่เข้าข่ายบริษัทต่างด้าว และแร่ทองคำทั้งหมดที่ผลิตได้ภายในประเทศส่งออกขายต่างประเทศทั้งหมดเพื่อนำไปทำให้เป็นทองคำบริสุทธิ์ ดังนั้นแล้วประเทศไทยจะประหยัดเงินตราต่างประเทศจากการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าทองคำและเงินปีละ 2,000 ล้านบาทได้อย่างไร เพราะไทยต้องซื้อทองคำบริสุทธิ์เข้ามาในราคาตลาดทองคำโลกเหมือนเดิม 

สิ่งที่สำคัญที่บริษัทสัญชาติไทยเหล่านี้ไม่เคยคำนึงถึงก็คือการกอบโกยผลประโยชน์หรือการทำกำไรทางธุรกิจร่วมกันกับต่างชาติจากผลของทุนและเทคโนโลยีการขุดเจาะ สกัดและย่อยแร่ขนาดใหญ่โตมโหฬารจนก่อความเสียหาย เสื่อมโทรมหรือผลกระทบต่อธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนท้องถิ่นอย่างรุนแรงจนยากที่จะฟื้นฟูเยียวยาได้   

 [1] เอกสารจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ที่ นร 1104/ 0094 ด่วนที่สุด  ลงวันที่ 12 มกราคม 2552  เรื่อง นโยบายการสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำ 

[2] แหล่งแร่ทองคำและการทำเหมืองแร่ทองคำในประเทศไทย.  กรมทรัพยากรธรณี  กระทรวงอุตสาหกรรม. ธันวาคม 2544

จากมาร์โคโปโลจนถึงยุคฝรั่งเขียนแผนที่..ระบุสยามเป็นที่ตั้งของแผ่นดินทอง มาบัดนี้ ยังมีทองไว้ให้ต่างชาติได้เข้ามาแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบแยบยลทิ้งให้คนท้องถิ่นได้รับประโยชน์อย่างเศษเสี้ยวพร้อมกับผลกระทบต่อธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่น ที่ฝังตัวไว้กับท้องถิ่นชั่วนิรันดร์ อ่าน...

 คำพิพากษาเหมืองทองพิจิตร : ทุนนิยมชนะ

วันที่ 5 เม.ย. 2555 เวลา : 11:47 น.

ผู้เขียน : ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน www.thaisgwa.com

 ซ้าย ภาพเหมืองบ้านเขาหม้อ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร

อ้างอิง http://www.kingsgate.com.au/thailand/

http://www.prachatham.com/detail.htm?code=n6_19102009_01

http://www.prachatham.com/detail.htm?code=a1_05042012_01


..คลายเครียดกันหน่อยดีกว่า

อีสานพื้นถิ่น ภูมิปัญญาจากวิถีชีวิต คือสินทรัพย์

วัฒนธรรมคือมรดก...อีสานไม่ได้กันดาร

 

ติดตาม เรื่องราวหนองคายที่ผ่านมา

 

แอบดูมรดกฮีสาน..ฮูบแต้มสินไซซ่อนอารมณ์ขันไว้ในสิม

โพนพิสัยหนองคาย..เมื่อนักถ่ายรูปนิสัยไม่ดีเห็นอะไรบางอย่าง..บ่แมนบั้งไฟพญานาค!!

ภาพถ่ายหนองคาย..บริบทสำคัญของช่างภาพ...จงคิดว่าเราไม่ใช่นักถ่ายภาพ

หนองคาย..ณ..ริมโขง..ณ..ตลาดท่าเรือท่าเสด็จ..เด้อนางเดอ

ตามกวีซีไร้ท์แกะรอยตำนานพญานาคแห่งลุ่มน้ำโขงนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองหนองคาย

นิทรรศการ และ หนังสือภาพ“ หนองคายคมเลนส์: ๑๐๐ ภาพเด่นริมฝั่งโขง ”

 

 

หากชอบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิญชวนคลิก

 

 

 

ศิลปะจั่วของเกาะแกร์คือต้นแบบเขาพระวิหาร..หลังจากยุคเขมรแดงเหล่าอัปสราบ้างก็ถูกล่วงละเมิดบ้างก็รอการ
ปลุกชีพ(18+)

 

About my articles..Just click ..the following pictorial links..

 


Varity links


Activities


Lifestyle


Politics and Situation


Outbound Tourism


Health&Cousine


Recreation


Inbound Tourism


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 10/01/2014 เวลา : 18.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

เหมืองทองของเรามีการผลิตปีหนึ่งกว่า 1.3 ล้านออน เลยน่ะ มากกว่าเหมืองที่ออสเตรเลีย ของ Kingsgate เราจะเขียนตอนต่อไป เรื่องเหมืองทองเร็วๆนี้ค่ะ กำลังเตรียมข้อมูลอยู่
โครงสร้างคล้ายๆ ปิโตเลียม ที่เราส่งออกรายใหญ่ แต่เราต้องซื้อทองคำเข้าประเทศ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
BlueHill วันที่ : 24/10/2012 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

กำลังคิดจัดทริปไปสำรวจป่าแม่ยมอีกรอบครับคุณสุ่ย
จัดตารางเสร็จสรรพเมื่อไหร่
จะแจ้งข่าวให้ทราบนะครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Chaoying วันที่ : 24/10/2012 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ไปคนเดียวหรือคะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เบญจามิน วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjamin

ที่บางอำเภอของจังหวัดเลยขุดภูเขากันทั้งลูกเพื่อจะหาแร่ไม่กี่ตัน น่าเจ้บใจเหมือนกันครับคุณสุ่ย

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

เห็นว่ามีบ่อน้ำมันขนาดใหญ่แถวภาคอีสานอีกหรือเปล่าครับ หรือเป็นการปั่นราคาที่ดินกันแน่

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
หวานหวาน วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

ขอบคุณค่ะคุณสุ่ย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

หวัดดี ครับ คุณหมอ

ผมว่า
เมืองไทย เรา มี ทรัพยากรใต้ดินอีกมาก

แต่
รัฐบาล มี เจตนาปกปิด
หรือ จะเก็บไว้เอง

ก็
ต้องรอดูต่อไป

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
กำหนัน วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 19.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับคุณสุ่ย เขาหัวล้านเพราะคนในรัดถะเบิร์นมันหัวล้านนะครับ ฮา

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
คนขี่หลังเสือ วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 19.36 น.

อ่านย่อหน้าแรกแล้วงงๆ ครับ ผมนึกว่าบ้านสะเอียบอยู่ที่จังหวัดแพร่ที่เขาจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นกันซะอีก

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

พูดอะไรไม่ถูกทั้งนั้นครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

พอๆกับการอ่านสารคดีเลยครับ ขอบคุณที่ขุดเรื่องนี้มาให้อ่าน ยังน่าจะมีเรื่องเก่าๆแบบนี้อีก ตามจังหวัดต่างๆ น่าจะเอามารวบรวมให้คนรุ่นหลังรู้ไว้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ชบาตานี วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เนื้อหาอัดแน่นเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
toondee วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

ทรัพยากรของไทยมีหลายอย่างที่มีคุณค่าต่อมนุษย์โลก มนุษยชาติ แต่เราบริหารจัดการ โดยยึดตัวกูเป็นสำคัญ ชาติพินาศก็ช่างมัน นักการเมืองขาดสมองในส่วนที่คิดเรื่องดี นับวันโรคคิดเรื่องดีไม่เป็น จะลามเลียกินวงกว้าง เราจะทำอย่างไรดีคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
แม่หมี วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ข้อมูลใหม่แม่หมีไม่เคยรู้เรื่องมาเลยหรือตอนเรียนหลับหว่า....

ไม่ต้องมีทองก็ได้ จะได้ไม่มีคนมาขุดจนเป็นเขาหัวโล้น

ขอมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ดีกว่า

ถ้าไปขุดทองไปขุดทองที่โรงหนังแมคเคนน่า (มุขแป๊ก)หนังฝรั่งเรื่องขุมทองแม๊คเคนน่าไง เกิดทันป่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
wullopp วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เร็วๆ นี้ดู YouTube > มีบันทึกบทวิเคราะห์รหัสพันธุกรรม (DNA) พบว่า คนกลุ่ม "ไต" เช่น ไทอาหม ไทใหญ่ ไทน้อย(ในไทย) ฯลฯ มีพันธุกรรมใกล้เคียงกับคนเกาหลี (DNA code = O2) //// มีความเป็นไปได้สูงว่า คนกลุ่มที่มี DNA ใกล้เคียงกับคนเกาหลีมากๆ จะเป็นคนอีสาน ---- ลองสังเกตดูว่า คนอีสาน... ถ้าไม่ขาดสารอาหารตั้งแต่เด็ก จะมีหน้าตาคล้ายเกาหลี //// สมัยก่อนคิดว่า คนเกาหลีมีอะไรๆ ใกล้เคียงกับญี่ปุ่น --- ตอนนี้กำลังรอการศึกษาเพิ่มเติมครับ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
su วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

สัมประทาน คำนี้ชาวบ้านธรรมดาไม่เข้าใจ.

ความคิดเห็นที่ 4 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อ้อยดอยหล่อ วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doilor

บริษัทต่างชาติสัญชาติไทยตั้งเหมืองแร่กอบโกบเอาทรัพย์ของแผ่นดินไป และเสียค่าภาคหลวงเพียงน้อยนิด ส่วนคนไทยแท้ๆ ก็ใช้ตะแกรงร่อนทองเอา ได้เศษทองเพียงนิดหน่อย นี่แหละประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 07.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

ละเอียดละออสมกับbgคุณสุ่ย
เห็นแผนที่เรื่องราวเก่าๆความเป็นมาและทอง
ไทถือว่าโชคดีที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติเยอะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

แผ่นดินไทย แผ่นดินทอง
ใครๆ ก็อยากครอบครอง


โหวต ๆ ค่ะ คุณสุ่ย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 00.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

เข้ามาอ่านคนขุดทองในเมืองไทยครับคุณสุ่ย... ทองในเมืองไทยมีสายแร่ทองคำไม่มาก ถ้ามีมากป่านนี้คงถลุงกันหมดไปนานแล้วมังครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน