*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fengshuiok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2972
  • จำนวนผู้ชม : 5644473
  • จำนวนผู้โหวต : 5019
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5019 คน
coffee

coffee

View All
<< สิงหาคม 2013 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม 2556
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 2967 , 17:58:10 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน Payont , แม่หมี และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

ภาพจาก http://www.oknation.net/blog/charlee

สืบเนื่องจากenry-

http://www.oknation.net/blog/charlee/2013/08/04/entry-2บก.ชาลีแสดงความเห็นน่าสนใจว่า...ผู้บริหารปตท.สื่อสารออกมาว่าจะทำให้อ่าวพร้าวกลับมาปกติโดยเร็วที่สุด รัฐมนตรีพลังงานถึงกับออกปากว่า ต้องให้จบภายใน 3 วัน โธ่... มันจะจบลงคอไปได้อย่างไรเล่า แม้หาดทรายจะถูกเคลียร์และทะเลจะดูใส แต่ใต้ทะเลใต้ทราย มันมีอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ ลองเอามือขุดทรายตรงชายหาดดูก็รู้ครับว่า คราบน้ำมันยังไม่ได้หายไปไหน....

ความคลางแคลงใจต่อคำว่าความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) จะครอบคลุมกันถึงระดับไหน อย่างไร?

รายงานของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เมื่อ 04 สิงหาคม 2556

รายงานความคืบหน้าการระงับเหตุท่อรับน้ำมันดิบรั่วในทะเล ห่างจากชายฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร (อ้างอิงและอ่านฉบับเต็มที่ http://www.pttgc-oilspill.com/Blog/Statement/1086)

รายงานความคืบหน้าการระงับเหตุท่อรับน้ำมันดิบรั่วในทะเล ห่างจากชายฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร

ฉบับที่ 13

บริษัท ฯ ขอรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าเหตุท่อรับน้ำมันดิบขนาด 16 นิ้วรั่ว ที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบ (Single Point Mooring) ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร ขณะกำลังมีการส่งน้ำมันมายังโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2556 เวลา 06.50 น. ดังนี้

 

การปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมันในวันนี้ (4 สิงหาคม 2556) สามารถขจัดคราบน้ำมันได้ 99 เปอร์เซ็นต์ การลำเลียงและขนส่งขยะปนเปื้อนน้ำมันดิบออกจากบริเวณอ่าวพร้าวได้รับการสนับสนุนโดยเรือของกองทัพเรือ ไปส่งยังท่าเรือนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำไปรวบรวมไว้ที่โรงกลั่นน้ำมัน เพื่อนำไปตรวจสอบ แยกประเภทและส่งกำจัดตามมาตรฐานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดไว้ตามกฎหมาย

 

.............ผู้บริหารและทีมชุมชนสัมพันธ์ PTTGC และกลุ่มปตท. ยังคงลงพื้นที่ เพื่อรับฟังข้อร้องเรียนและเก็บข้อมูลผลกระทบ ร่วมกับกลุ่มประมงบนหาดแม่รำพึง ผู้ประกอบการในพื้นที่ และบุคคลทั่วไปบนเกาะเสม็ดและหาดต่างๆ ให้ได้ข้อมูลครอบคลุมและครบถ้วนที่สุด เพื่อนำมาจัดทำแผนฟื้นฟูทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม การท่องเที่ยวและอาชีพที่เกี่ยวเนื่องในระยะสั้นร่วมกับทางจังหวัดระยองและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมนี้ ในเบื้องต้นยังคงทำการสำรวจผลกระทบทั้งทางบก และทางน้ำ ตั้งแต่หาดสวนสน ก้นอ่าว หาดหินขาว เขาแหลมหญ้า หาดแม่รำพึง เฝ้าระวังใต้น้ำโดยทีมนักประดาน้ำของ PTT Group SEAL ต่อไปทุกวัน และถ่ายภาพทางอากาศโดยทีมสำรวจด้วยเครื่องร่อน Para glider เพื่อเฝ้าระวังและสร้างความมั่นใจในผลของการสำรวจอีกทางหนึ่งด้วย 

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมประมง และกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือยังคงเก็บตัวอย่าง น้ำ ปลาและสัตว์น้ำตามจุดต่างๆ รอบเกาะเสม็ด เพื่อส่งไปตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน

นี่คือประเด็นที่ผู้บริหารควรจะตระหนัก ว่าเสียงเล็กๆในมุมมองของผู้บริโภคและยังมีประชาชนคนไทย ทีมีความคลางแคลงใจต่อคำว่าความรับผิดชอบต่อสังคมจะครบคลุมกันถึงระดับไหน อย่างไร!!!

และ ไม่นาน 5 สิงหาคม 2556 องค์กรภาคประชาสังคมมีแถลงการณ์ ดังนี้

 

คำถามที่ พีทีที โกลบอล เคมิคอล ต้องตอบต่อสาธารณะ:

กรณีน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลระยอง”

 

จากกรณีน้ำมันดิบจากท่อส่งน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีทีซีจี รั่วไหลลงสู่ทะเลในพื้นที่จังหวัดระยอง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2556 และในวันนี้ (5 สิงหาคม 2556) ซึ่งคณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จะมีการประชุมนัดพิเศษ เพื่อซักถามฝ่ายจัดการของพีทีทีซีจีถึงกรณีดังกล่าว

องค์กรภาคประชาสังคมที่ลงนามท้ายแถลงการณ์นี้มีความกังวลอย่างยิ่งต่อความไม่ชัดเจนของข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ จึงขอเรียกร้องให้ พีทีทีจีซี ตอบคำถามในประเด็นต่อไปนี้ด้วยข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐานต่อสาธารณะ โดยด่วนที่สุด

 

ประเด็นปริมาณน้ำมันที่รั่วไหล

1. ปริมาณที่แท้จริงน้ำมันดิบที่รั่วไหลเท่ากับเท่าไหร่ (แสดงหลักฐาน)

2. ปริมาณที่แท้จริงน้ำมันดิบที่คงเหลือในเรือ (แสดงหลักฐาน)

3. เหตุใดน้ำมันดิบจึงเข้าสู่อ่าวพร้าว (อธิบายโดยละเอียด)

4. น้ำมันดิบทั้งหมดที่รั่วไหล ได้ถูกกำจัดและแพร่กระจายไปยังที่ใดบ้าง เป็นปริมาณเท่าใด อาทิ ปริมาณที่ถูกกำจัดโดยการโปรยสารเคมี ปริมาณที่เก็บกู้ได้ ปริมาณที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม เป็นต้น (แสดงหลักฐานและอธิบายโดยละเอียด)

 

ประเด็นสาเหตุและการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉิน

5. ที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลทั้งหมดกี่ครั้ง มีการจัดการอย่างไร

6. การรั่วไหลในครั้งนี้มีสาเหตุจากอะไร เช่น เป็นอุบัติเหตุ หรือเกิดจากอุปกรณ์เสื่อมคุณภาพ

7. ระบบการควบคุมการปิดวาว์ลแบบอัตโนมัติเป็นอย่างไร วาล์วถูกปิดหลังจากการรั่วไหลเป็นเวลานานเท่าใด

8. นับแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน ตลอดปฏิบัติการ ทั้งในทะเลและบนฝั่ง ได้มีการดำเนินการแต่ละขั้นตอนอย่างไรบ้าง เมื่อใด ใครเป็นผู้ควบคุม/สั่งการ

9. ที่ผ่านมาบริษัทมีแผนการจัดการอุบัติภัยหรือไม่ และเคยมีการซักซ้อมหรือไม่ อย่างไร เหตุใดอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการอุบัติภัยของบริษัทจึงมีน้อยมาก

10. เหตุใดจึงต้องใช้บุคลากรจากหน่วยงานนอกเครือ ปตท. (เช่น กองทัพเรือ จิตอาสา) เข้าไปปฏิบัติการแทน เจ้าหน้าที่ของบริษัทเอง ที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงในการรับมือต่อเหตุ

11. บุคลากรจากภายนอกมทั้งหมดได้รับการอบรมเรื่องความปลอดภัยในการรับมือต่อเหตุ และการจัดการสารอันตรายหรือไม่ อย่างไร และได้รับการควบคุมดูแลความปลอดภัยในการปฏิบัติงานมากน้อยเพียงใด

12. ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในปฏิบัติการนี้ (รวมถึงการยืมตัวบุคลากรจากหน่วยงานราชการต่างๆ)

 13. บริษัทต้องเปิดเผยและชี้แจงว่าได้ปฏิบัติตามมาตรการลดและขจัดมลพิษจากการรั่วไหลของน้ำมันที่ระบุไว้ในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการ หรือไม่

 

ประเด็นขั้นตอนการระงับเหตุก่อนนำไปสู่การตัดสินใจใช้สารเคมี

14. เหตุใดจึงใช้ทุ่นขนาดสั้น (120 เมตร) เพื่อบังคับทิศทางการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันก่อนใช้สารเคมีโปรยเท่านั้น – เหตุใดจึงไม่มีการใช้ทุ่น “ขนาดยาว” ล้อมคราบน้ำมันที่รั่วไหลเพื่อ “ดูดกลับ” (ดังตัวอย่างการซ้อมรับมือเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลในทะเลอลาสก้า ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมีมาทำลายสิ่งแวดล้อม)

15. การกำจัดคราบน้ำมันโดยการใช้สารเคมี เป็นวิธีที่ควรใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายเมื่อไม่มีแนวทางอื่นที่เหมาะสมกว่าเท่านั้น – บริษัทควรชี้แจงเหตุผลและที่มาของการตัดสินใจลัดขั้นตอนโดยใช้สารเคมีตั้งแต่เริ่มต้น และใช้ในปริมาณที่มากถึง 32,000 ลิตร

 

ประเด็นสารเคมีที่ใช้ในการสลายคราบน้ำมัน

16. การขออนุญาตใช้สารเคมีจำนวน 25,000 ลิตร จากกรมควบคุมมลพิษ มีการคำนวณหรือประมาณการณ์อย่างไร

17. ปริมาณสารเคมีที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ได้คือ 5,000 ลิตร แต่ระบุว่าใช้ไปทั้งหมด  32,000 ลิตร – เหตุใดจึงมีการใช้โดยไม่มีการขออนุญาต

18. สารเคมีทั้งหมดที่ใช้มีกี่ชนิด มีองค์ประกอบอะไรบ้าง แต่ละชนิดมีปริมาณเท่าใด ได้มาจากแหล่งใดบ้าง – (แสดงหลักฐานการได้มา ทั้งใบเสร็จและใบยืม)

19. ขั้นตอนการใช้สารเคมีทั้งหมด อาทิ วันและช่วงเวลาที่โปรย สถานที่โปรย ลักษณะวิธีการโปรยเป็นอย่างไร

20. ต้องแสดงข้อมูลความเป็นพิษและความปลอดภัยของสารเคมีที่ใช้ และผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

21. น้ำมันที่เก็บกวาดไปจากอ่าวพร้าว ซึ่งแจ้งว่าถูกนำไปจัดการที่มาบตาพุด ต้องมีการเปิดเผยต่อสาธารณะว่าจะนำไปกำจัดที่ไหนและอย่างไรบ้าง



การเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงในรายละเอียดดังกล่าวข้างต้น เป็นสิ่งสำคัญที่จะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ  เอกชน และภาคประชาสังคม  และมีความสำคัญยิ่งต่อการหาสาเหตุการปนเปื้อนที่แท้จริง  การประเมินผลกระทบและความเสียหาย การฟื้นฟูการปนเปื้อนมลพิษในระยะยาว การเยียวยาความเสียหายที่ถูกต้องและเป็นธรรม รวมถึงมาตรการป้องกันการเกิดขึ้นในอนาคตด้วย 

ลงชื่อ

1. มูลนิธิบูรณะนิเวศ

2. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)

3. กรีนพีซเอเชีตะวันออกเฉียงใต้ (Greenpeace Southeast Asia)

4. คณะทำงานโลกเย็นที่เป็นธรรม

5. มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 

6. สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค

7. กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)

8. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)

9. มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ

10. เครือข่ายแรงงานนอกระบบ

11. เครือข่ายผู้หญิงอีสาน

12. เครือข่ายพลังงานยั่งยืนจังหวัดสุรินทร์

13. มูลนิธิพัฒนาอีสาน

14. เครือข่ายผู้บริโภคสุราษฎร์ธานี

15. สมาคมผู้บริโภคสงขลา 

16. เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้

17. ศูนย์สร้างจิตสำนีกนิเวศวิทยา (สจน.)

18. สหพันธุองค์กรผู้บริโภคและเครือข่ายผู้บริโภคภาคตะวันตก

19. สมาคมรักษ์ทะเลไทย

20. ศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม

21. มูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย)

22. คณะกรรมการบริหารสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.)

23. มูลนิธิอันดามัน

24. เครือข่ายวางแผนและผังเมืองเพื่อสังคม (Civil Society Planning Network)

25. สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

ริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: PTT GLOBAL CHEMICAL PUBLIC COMPANY LIMITED ชื่อย่อ:PTTGC) เป็นบริษัทด้านปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ เกิดจากการควบบริษัท ระหว่าง บริษัท ปตท. เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTCH) และ บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) (PTTAR) โดยได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2554 เพื่อก้าวขึ้นเป็นแกนนำของธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemical Flagship) ของกลุ่ม ปตท. สำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ ตั้งอยู่ที่ 555/1 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคาร A ชั้น 14 - 18 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โดยมีกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ รวม 8.2 ล้านตันต่อปีและกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวม 228,000 บาร์เรลต่อวันโดยจัดแบ่งธุรกิจหลักเป็น 7 กลุ่ม ประกอบด้วย ธุรกิจการกลั่น ธุรกิจอะโรเมติกส์ ธุรกิจโอเลฟินส์ ธุรกิจพอลิเมอร์ ธุรกิจเอทิลีนออกไซด์ ธุรกิจกรีนเคมิคอล และธุรกิจผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ นับเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นบริษัทชั้นนำในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทั้งขนาดและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อ้างอิง วิกิพีเดีย..ข้อมูล ณ วันที่ 9 มกราคม 2556

ลำดับที่ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือหุ้น

1 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จำนวนหุ้นสามัญ2,204,318,913 48.90%

2 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวนหุ้นสามัญ270,095,790 5.99%

3 STATE STREET BANK EUROPE LIMITED จำนวนหุ้นสามัญ124,587,413 2.76%

4 HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD จำนวนหุ้นสามัญ109,126,655 2.42%

5 บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด จำนวนหุ้นสามัญ 83,427,636 1.85%

โรงกลั่นน้ำมันบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ดำเนินกิจการ การกลั่นน้ำมัน และจัดหาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม สำเร็จรูปชั้น ดำเนินการโรงกลั่นน้ำมันแบบ Complex ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นของกระบวนการกลั่นและสามารถผลิต ผลิตภัณฑ์ในสัดส่วนการผลิตตามสัดส่วนความต้องการของผู้บริโภค โดยมีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบและ คอนเดนเสทรวม 280,000 บาร์เรลต่อวัน โดยสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมคุณภาพสูงได้หลายประเภท ด้วยกำลังการผลิตรวม 228,000 บาร์เรลต่อวัน .

ต่อกรณีนี้ อาจขอให้เป็นบทเรียนสำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ใช่แค่ทำ CSR ..ประเด็นท่อรับน้ำม้นรั่วจะเป็นกรณีศึกษาสำหรับบริษัททุนยักษ์ในการบริหารธุรกิจ ควบคู่ไปกับสังคมไม่ใช่แต่เพียงCSR…ยังมีเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณในการทำPR แต่อย่างใด แต่มันเกิดจากความรับผิดชอบต่อสังคมที่ไม่ต้องเสียงบประมาณมาทำPR เสียด้วยซ้ำ

 

เมื่อก่อน มีปัญหาที่กระทบต่อเศรษฐศาสตร์ในยุคของอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในเรื่องของExternality ยกตัวอย่างที่หลายคนต้องร้องอ๋อ!! นั่นคือ ผลกระทบกรณีคลิตตี้

ไม่กี่ปีต่อมา ตำราMBAของฝรั่งก็นำเรื่องของการใช้แรงงานเด็ก ดังเช่นแบรนด์ด้งกรณีNike อีก2ปีต่อมา ตำราMBAก็บรรจุเรื่องCSR ที่ทำให้บ้านเราก็ฮิตกันไปตามๆกัน

หุ หุ ตำราMBA ควรบรรจุกรณีนี้ ไว้ต่อจาก CSR เพื่อให้ ว่าที่ผู้บริหารในอนาคต ได้รับรู้ถึงผลกระทบ ต่อคำว่าความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม..ข้าพเจ้าขอเรียกว่า..การสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจแบบZero Budget เพราะมันเกิดจากความรับผิดชอบจากจิตสำนึกของผู้บริหารจริงๆ..ใต้องจ้างทีมชุมชนสัมพันธ์

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Payont วันที่ : 10/08/2013 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ไม่แน่ใจว่า MBA จะช่วยลดความบกพร่องครั้งนี้ได้หรือไม่

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แม่หมี วันที่ : 06/08/2013 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อยากให้คนในบริษัทพีทีทีฯมาอ่านจัง
จะได้รู้ว่าชาวบ้านอย่างเราๆคิดกันอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
redribbons07 วันที่ : 06/08/2013 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ค่ะ บรรจุลงไป และบรรจุหลักสูตรการสร้างจิตสำนึกใน

การรับผิดชอบต่อส่วนรวมและสังคมลงไปด้วยค่ะ




ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wansuk วันที่ : 06/08/2013 เวลา : 07.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

อยากฟังคำตอบที่ชัดเจนทุกประเด็นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 market ถูกใจสิ่งนี้ (1)
4BANK วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 18.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

MBA อาจจะแคบไป เพราะคนที่อยู่บนเกาะหลายคนก็ไม่ได้เรียน MBA คนที่อาศัยบนเกาะตราด เกาะล้าน เกาะหวาย เกาะเต่า เกาะสมุย เกาะภูเก็ต เกาะพีพี ควรรีบส่งคนมาดูว่า หากมีเหตุน้ำมันรั่ว ต้องทำอย่างไร เพราะรอใครไม่ได้ ชาวบ้านบนเกาะต้องพร้อมรักษา เกาะไว้โดยเร็วที่สุด เพราะช้าจะเป็นแบบ อ่าวพร้าว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ToyjoyKandygirl วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/callmetoyjoy

ขอบคุณพี่ Feng_shui ที่ใจดี แวะมาเม้นต์หนูตลอดเลยนะคะ ดีใจที่มีคนอ่านเรื่องราวของเราด้วย ^^ แรก ๆ หนูก็ไม่รุ้ นึกว่าตอบกลับในหน้าเพจแล้วพี่จะเห็นที่หนูตอบกลับด้วย...ทำงานยุ่งมาก ๆ เลย เดี๋ยวว่าง ๆ หนูจะคอยอัพเดทเรื่องราวดี ๆ มีสาระประโยชน์ของพี่ให้ต่อเนื่องด้วย ^^ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน