*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2794
  • จำนวนผู้ชม : 5189510
  • จำนวนผู้โหวต : 4971
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4971 คน
coffee

coffee

View All
<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม 2557
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 4058 , 09:59:38 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ครูทิพย์ , สิงห์นอกระบบ และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

เมื่อประมาณว่า 220 ปีที่ผ่านมา หลังจากโจเซฟ เพลสลี่ย์ ได้นำ โซเดียมไบคาร์บอร์เนต เติมลงไป ในน้ำมะนาว ปฏิกิริยา ของ โซเดียมไบคาร์บอเนต ทำปฏิกริยา กับ กรดอซริตริด (กรด ส้ม) ทำให้เกิด ก๊าซ คาร์บอนไดอ๊ออกไซด์ และแล้ว จึงเป็นที่มา ของ น้ำผสม กาซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ น้ำโซดา อันเป็น ที่มา ของ เบียร์ ไทย ตราสิงห์

น้ำอัดลมที่มีรสซาบซ่าอยู่ตัวหนึ่งซึ่งได้ถูกคิดค้นแลพัฒนาขึ้นมาก่อนเจ้าน้ำดำจะเกิด นั่นก็คือ "โซดา" เชื่อว่าผู้ที่คิดค้นโซดาเป็นคนแรกก็คือนักวิทยศาสตร์ชาวอังกฤษที่ชื่อว่า "โจเซฟ พริสต์ลีย์"  ซึ่งในวงการเคมีจะยกย่องกันให้บุรุษผู้นี้เป็น "บิดาแห่งก๊าซ" ครับ  เพราะพี่แกเล่นค้นพบก๊าซต่างๆจากการทดลองเป็นจำนวนมากทั้ง ออกซิเจน คาร์บอนมอนนอกไซด์ ไนตรัส แอมโมเนีย แลก๊าซที่เราๆท่านๆรู้จักกันดีอีกหลายตัวนั่นเอง

กำเนิดของ "โซดา" นั้นมาจากการที่วันหนึ่ง "พริสต์ลีย์" มานั่งพินิจดูฟองอากาศแปลกๆในถังหมักเบียร์แลเกิดความสงสัยว่าเจ้าฟองนี้มันคืออะไรกันแน่  เขาจึงได้ทดลองจุดเทียนเพื่อตรวจสอบดูจนพบว่าก๊าซในถังเบียร์สามารถเหนี่ยวนำควันของเทียนให้ไหลไปตามถังไม้โอ๊คได้  ดังนั้นเขาจึงนำแก้วน้ำสองใบมาเทสลับกันไปมาอย่างรวดเร็วเหนือถังหมักเบียร์ที่มีฟองฟอด  กระทั่งปรากฏว่าเจ้าก๊าซในถังได้ผสมเข้ากับน้ำเปล่าในแก้วจนเกิดฟองขึ้นมา  แลเมื่อ "พริสต์ลีย์" ทดลองชิมจึงพบว่ามันมีรสซาบซ่านอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อนซึ่งนี่จึงเป็นต้น กำเนิดของ "ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์" และ "น้ำโซดา" นั่นเอง

มองมายังแผ่นดินอเมริกาซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำอัดลมโคล่าอันลือชื่อบ้าง โดยต้นกำเนิดของโคล่าอัดลมในมะริกันนั้นต้องกล่าวถึงบุคคลผู้หนึ่งคือ "นายเบนจามิน ซิลลิแมน"  โดยเขาเป็นนักเคมีที่ออกเดินทางไปยังเกาะอังกฤษเพื่อค้นคว้าหาตำรับตำราแลอุปกรณ์ซึ่งจำเป็นต่อการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยเยลที่เขาเป็นอาจารย์อยู่  โดยที่อังกฤษนี้นายเบนจามินพบว่าผู้คนล้วนชอบดื่มน้ำอัดลมยี่ห้อชเวปกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน  นายเบนจามินเลยนำวิธีผลิตน้ำโซดารสหวานนั้นกลับมาทำที่อเมริกาจนพัฒนากลายเป็นกิจการที่ทำกำไรให้แก่เขาได้จำนวนหนึ่ง

 

 

ในที่สุดธุรกิจโซดานี้ก็แผ่ขยายไปทั่วอเมริกาอย่างเป็นล่ำเป็นสันแต่ชาวอเมริกันส่วนมากในยุคนั้นก็ยังมองว่าโซดาเป็นเพียงยาแขนงหนึ่งที่ใช้รักษาโรคเล็กๆน้อยๆเท่านั้น  ในยุคแรกๆชาวอเมริกันจึงหาซื้อโซดาได้ตามร้านขายยาต่างๆ  จนกระทั่งได้มีหนุ่มหัวเสนาม "โจเซฟ ฮอกกินส์" ผลิตอุปกรณ์ซึ่งมีชื่อว่า "น้ำพุโซดา" ขึ้นมา(Fountain Soda)  โดยใช้หลักการให้น้ำโซดาในถังเก็บไหลผ่านท่อเหล็กมายังก๊อกจนเป็นต้นกำเนิดของเครื่องกดน้ำอัดลมในสมัยนี้นั่นเอง

 

เครื่องจักรของนายแมททิวส์

การคิดค้นเครื่องน้ำพุโซดาออกมาธุรกิจการบรรจุโซดาใส่ขวดก็เริ่มซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะผู้คนมักจะออกไปซื้อหาโซดาใส่แก้วเย็นเจี๊ยบจากเครื่องพวกนี้ตามร้านขายยามากกว่า จนกระทั่งช่วงปลายคริสตศตวรรษที่19ซึ่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมกำลังรุ่งเรืองแลเครื่องจักรไอน้ำก็กำลังเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศใหญ่ๆจำนวนมาก  "นายจอห์น แมททิวส์" ชาวอเมริกันได้ทำการประดิษฐ์เครื่องผลิตโซดาบรรจุขวดซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่การเติมน้ำ อัดก๊าซ ใส่รสชาติยันล้างทำความสะอาดขวดออกมา 

 ซึ่งเครื่องจักรของนายแมททิวส์นี้เองที่เป็นตัวเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมน้ำอัดลมบรรจุขวดอีกครั้ง   เพราะมันสามารถลดเวลาการผลิตแลจำนวนแรงงานลงไปได้มาก  ธุรกิจการผลิตโซดาบรรจุขายในขวดจึงเริ่มกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งพร้อมๆกับการกำเนิดของน้ำดำ ย้อนไปในทวีปอเมริกาใต้ยุคบุกเบิก โดยในสมัยก่อนนั้นชาวอเมริกาใต้เช่นเผ่าอินคามายันได้มีการรู้จักแลเพราะปลูกพืชที่ชื่อว่า "โคคา" มานมนานแล้ว  โดยใบของต้นโคคานั้นจะมี "สารอัคคาลอยด์" ซึ่งพวกเรารู้จักกันดีในชื่อของ "โคเคน" ที่มีฤทธิ์ไปกระตุ้นการทำงานของประสาทได้อย่างดี  ใบโคคาจึงมักถูกนำไปใช้ทำยากระตุ้นแลรักษาอาการเหนื่อยล้าจนกระทั่งกลางคริสตศตวรรษที่19ก็ได้มีการสกัดสารเสพย์ติดโคเคนออกมาจากใบโคตาได้สำเร็จแลใช้เป็นยารักษาอาการป่วยบางโรค ซึ่งคนสมัยนั้นเองก็ยังไม่รู้ซึ้งว่าความจริงแล้วโคเคนก็ไม่ต่างกับ "ฝิ่น" ซึ่งเป็นสารเสพย์ติดอันตรายซึ่งมีการปลูกในประเทศจีนเลยนั่นเอง

ตำนาน ความซ่า...เป๊ปซี่

ในปี ค.ศ. 1898 เป๊ปซี่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้เป็นยาในร้านขายยาของนาย คาเลบ แบรดแฮม (Caleb D. Bradham) เภสัชกรจากเมืองนิวเบิร์น รัฐนอร์ทแคโรไลนา คาเลบ แบรดแฮม รู้ว่าเพื่อเป็นการเรียกลูกค้าให้กลับมาใช้บริการร้านขายยาของเขาอีก เขาจะต้องทำให้ร้านขายยากลายเป็นแหล่งนัดพบกัน ในตอนเปลี่ยนเข้าศตวรรษใหม่เขาทำอย่างที่เภสัชกรหลายๆ ทำ คือมีตู้น้ำโซดาในร้านขายยา ซึ่งเขาบริการเครื่องดื่มแก่ลูกค้าด้วยน้ำโซดาที่เขาปรุงขึ้นเองโดยเป็นส่วนผสมของ น้ำคาร์บอเนต ผลโคล่า วานิลลา และน้ำมันหอมสกัด ลูกค้าของเขาพากันเรียกเครื่องดื่มนี้โดยใช้ชื่อว่าเครื่องดื่มคาร์บอเนต ใช้เครื่องหมายการค้าครั้งแรกว่า "แบรดส์ ดริงค์" (Brad's Drink) เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม และในปี ค.ศ. 1902 นายแบรดแฮม ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้ชื่อ "เป๊ปซี่-โคล่า" (Pepsi-Cola)

 

ต่อมาในปี ค.ศ. 1903 มีการจำหน่ายและขายผลิตภันฑ์ของเป๊ปซี่ โดยยังคงความเป็นต้นตำรับและคุณสมบัติการช่วยย่อยอาหาร จึงได้มีการจัดทำโฆษณาเครื่องดื่มว่า "สดชื่น มีชีวิตชีวา และช่วยในการย่อยอาหาร" ตามเจตนารมณ์เดิม หลังจากที่ได้มีการว่าจำหน่ายมาประมาณ 2 ปี ในปี ค.ศ. 1905 ได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่จากการก่อตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ. 1898 โรงงานบรรจุขวด คาเลบได้เปลี่ยนชื่อเป็น เป๊ปซี่-โคล่า สาขาแรกได้ก่อก่อตั้งในเมืองชาร์ล็อตและเดอร์แฮม รัฐนอร์ทแคโรไลนา 8 ปีต่อมาเป๊ปซี่เปลี่ยนโลโก้ใหม่อีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1906 ซึ่งนับเป็นโลโก้แบบที่ 3 และเปลี่ยนแปลงข้อความโฆษณา "The Original Pure Food Drink" โดยในปีนั้นเป๊ปซี่มีโรงงานบรรจุขวดแล้วทั้งหมด 15 โรงงานทั่วสหรัฐอเมริกา โดยเครื่องหมายการค้าของเป๊ปซี่ได้รับการจดทะเบียนเพิ่มในในประเทศแคนาดา โดยมียอดจำหน่ายมากถึง 38,605 แกลลอน และในปีต่อมาได่มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป๊ปซี่ ในประเทศเม็กซิโก ในปี ค.ศ. 1907 และมีการเปลี่ยนมาใช้ข้อความที่ว่า "รสชาติเยี่ยมและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ" (อังกฤษ: "Delicious and healthful") โดยมีการใช้ข้อความนี้มาต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ทศวรรษ และได้โฆษณาเครื่องดื่มชนิดใหม่ของเขานี้ต่อลูกค้าที่ชื่นชอบ

 




โฆษณาเป๊บซี่ ชิ้นแรก ปีค.ศ.1919

 เมื่อยอดขายของเป๊ปซี่-โคล่าเริ่มเพิ่มขึ้นเขาจึงเริ่มตั้งบริษัทและทำการตลาดให้กับเครื่องดื่มใหม่ของเขา จนในปี 1902 เขาเริ่มดำเนินกิจการบริษัทเป๊ปซี่-โคลา ในห้องด้านหลังร้านขายยา เขาจดสิทธิบัตรเครื่องหมายการค้าและได้รับมอบสิทธิบัตรเมื่อ 16 มิถุนายน 1903 ในตอนแรกเขาผสมเครื่องดื่มด้วยตัวเองและจำหน่ายผ่านตู้กดน้ำ แต่ในไม่ช้าคาเลบเริ่มรู้ตัวว่ามีโอกาสอันดีรออยู่ -นั่นคือการบรรจุขวดเป๊ปซี่-โคล่า เพื่อที่ว่าทุกๆ คนในวงกว้างจะได้สามารถลิ้มรสเครื่องดื่มของเขาได้

 

 

สร้างธุรกิจ

ธุรกิจเป๊ปซี่-โคลาเริ่มต้นด้วยโฆษณาภายใต้แนวคิดว่า สดชื่น มีชีวิตชีวา ช่วยย่อยอาหาร ทำให้ในปี 1903 คาเลบขายเครื่องดื่มของเขาได้ 7,968 แกลลอน และในอีกสองปีต่อมาเขาได้ขยายการบรรจุขวดเป๊ปซี่-โคล่าออกไปอีก 2 สาขาให้กับนักลงทุนอิสระในเมือง ชาร์ล็อต และ เดอร์แฮม นอร์ธคาโรไลนา ในปี 1906 ได้สาขาขยายเพิ่มขึ้นอีกเป็น 15 สาขา และเพิ่มก้าวกระโดดไปเป็น 40 สาขาในปี 1907 จนกระทั่งในตอนปลายปี 1910 มีสาขาของเป๊ปซี่-โคลาตั้งอยู่ใน 24 รัฐ และขายเครื่องดื่มได้กว่า 100,000 แกลลอนต่อปี คาเลบประสบความสำเร็จในธุรกิจเป็นอย่างมาก ด้วยผู้บรรจุขวดเป๊ปซี่-โคลา นักลงทุน และการตั้งกองทุนที่มั่นคงเพื่อการขยายองค์กร นับเป็นการวางรากฐานของกิจการ เป๊ปซี่-โคล่า นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจนถึงวันนี้

 

ในปี ค.ศ. 1920 เป๊ปซี่ได้รับการนำออกสู่ตลาดด้วยแนวคิด "ดื่มเป๊ปซี่ โคล่า แล้วคุณจะพอใจ ("Drink Pepsi Cola. It will satisfy you.")  เมื่อราคาน้ำตาลในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้นสูงถึง 26 เซ็นต์ต่อปอนด์ แบรดแฮม ก็ได้ลงทุนซื้อน้ำตาลเพื่อเก็บไว้เป็นจำนวนมาก ในขณะที่ราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และพอถึงช่วงปลายปี เมื่อความต้องการน้ำตาลลดลงราคาก็ตกลงอย่างมากจนเหลือเพียงแค่ 2 เซ็นต์ต่อปอนด์เท่านั้น

ในปี ค.ศ. 1923 บริษัทเป๊ปซี่-โคล่า ถึงคราวต้องประกาศล้มละลาย และต้องขายสินทรัพย์ให้แก่บริษัท คราเวน โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น ในนอร์ธ คาโรไลน่า เป็นจำนวนเงิน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ รอย ซี. เม็กการ์เกล (Roy C. Megargel) นายหน้าค้าหุ้นจากตลาดหุ้น วอลล์ สตรีท ได้ซื้อเครื่องหมายการค้า, ธุรกิจ รวมถึงความนิยมที่ได้สร้างสมมา จาก คราเวน โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น เป็นจำนวนเงิน 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ และก่อตั้งเป็นบริษัทเป๊ปซี่-โคล่า คอร์เปอเรชั่น ในปี ค.ศ. 1932 จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศ อาร์เจนติน่า แล้วเริ่มออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนาดบรรจุขวด 12 ออนซ์ ในราคา 5 เซนต์ ซึ่งเป็นราคาเดียวกับเครื่องดื่มของคู่แข่งในขนาด 6 ออนซ์ ในปี ค.ศ. 1934

ในปี ค.ศ. 1939 การ์ตูนสั้น "เป๊ปซี่ และ พีท" (Pepsi & Pete) ซึ่งตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ ได้ริเริ่มนิยามว่า "ได้สองเท่า เพียงจ่ายแค่ห้าเซ็นต์" ("Twice as much for a nickel") เพื่อเพิ่มทำให้เป๊ปซี่เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้บริโภคมากขึ้นในด้านคุณค่า แล้วในปีต่อมาได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป๊ปซี่ ในประเทศเม็กซิโก เมื่อปี ค.ศ. 1940แต่เดิม เป๊ปซี่โค อินค์.สหรัฐอเมริกา ทำสัญญามอบสิทธิในการผลิตและจัดจำหน่ายเป๊ปซี่ในประเทศไทย ให้แก่บริษัทเสริมสุข จำกัด โดยเสริมสุขก่อตั้งโรงงานขนาดย่อมแห่งแรก ขึ้นบนเนื้อที่ราว 4 ไร่ บริเวณริมถนนสีลม และเริ่มการจัดจำหน่ายสินค้าประเภทขวดแก้วขนาด 10 ออนซ์ ภายใต้กำลังการผลิตวันละ 20,000 ขวดเป็นครั้งแรก ในเวลาเช้าของวันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2496 ภายใต้คำขวัญโฆษณาที่ว่า ดีมาก มากดี โดยจำหน่ายในราคา 1 บาท

ในปี ค.ศ. 1941 เพื่อเป็นการสนับสนุนกองทัพอเมริกา เป๊ปซี่เปลี่ยนสีของฝาขวดเป็นสีแดง ขาว และน้ำเงิน ร้านค้าเป๊ปซี่ในไทม์ สแควร์ นิวยอร์ก ได้เปิดกิจการตลอดช่วงระยะเวลาที่เกิดสงคราม ทำให้ครอบครัวมากกว่า 1 ล้านครอบครัว สามารถบันทึกข้อความสำหรับฝ่ายริการของกองทัพที่อยู่โพ้นทะเลได้ และในปี ค.ศ. 1943 กลยุทธ์การโฆษณาชุด "Twice as much" เริ่มรวมเอาแนวความคิด "Bigger drink, better taste" เข้าไปด้วย

หลังจากสงครามสิ้นสุดลงในปี 1945 เป๊ปซี่-โคลาได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังแมนฮัตตัน และเริ่มขยายกิจการไปต่างประเทศ ทั้งละตินอเมริกา ฟิลิปปินส์ และตะวันออกกลาง สำหรับตลาดในประเทศก็ได้เริ่มทดลองบรรจุภัณฑ์ขนาดใหม่ และเริ่มบรรจุกระป๋องเป็นครั้งแรก แต่การตลาดหลังสงครามมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก 

ปรากฏการณ์ร้านค้าปลีกที่เรียกว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มปรากฏขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจในการผลิตเครื่องดื่ม เป๊ปซี่ละทิ้งกลยุทธ์การขายเครื่องดื่มแบบเดิมที่ตั้งราคาขายครึ่งราคาของคู่แข่งหลัก ในไม่ช้าโฆณา ห้าเซ็นต์ ห้าเซ็นต์ ที่ใช้มาอย่างยาวนานก็ได้รับการแทนที่ด้วย ได้มากกว่า 1 ออนซ์ (More Bounce to the Ounce) เพื่อให้เข้ากับอเมริกายุคหลังสงคราม ในช่วงเวลานี้ ประธานบริษัทของเป๊ปซี่ อัล สตีล สมรสกับดาราภาพยนตร์ชื่อดังของอเมริกา โจน ครอวฟอร์ด (Joan Crawford)



Joan Crawfordเป็น พรีเซ็นเตอร์ให้เป๊บซี่่

 

เป๊ปซี่ ในประเทศไทย

แต่เดิม เป๊ปซี่โค อินค์.สหรัฐอเมริกา ทำสัญญามอบสิทธิในการผลิตและจัดจำหน่ายเป๊ปซี่ในประเทศไทย ให้แก่บริษัทเสริมสุข จำกัด โดยเสริมสุขก่อตั้งโรงงานขนาดย่อมแห่งแรก ขึ้นบนเนื้อที่ราว 4 ไร่ บริเวณริมถนนสีลม และเริ่มการจัดจำหน่ายสินค้าประเภทขวดแก้วขนาด 10 ออนซ์ ภายใต้กำลังการผลิตวันละ 20,000 ขวดเป็นครั้งแรก ในเวลาเช้าของวันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2496 ภายใต้คำขวัญโฆษณาที่ว่า ดีมาก มากดี (อังกฤษ: Quality Quantity)  โดยจำหน่ายในราคา 1 บาท 

เป๊ปซี่จัดจ้างผลิต ภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2525จนถึงปัจจุบัน โดยมีนักแสดง นักร้องชื่อดังจำนวนมาก ซึ่งเคยเป็นผู้นำเสนอสินค้า (Presenters) ให้กับเป๊ปซี่ อาทิ สินจัย หงษ์ไทย, ฉัตรชัย เปล่งพานิช, อัญชลี จงคดีกิจ, วงเฉลียง, พีท ทองเจือ, ปกรณ์ ลัม, บอดี้สแลม เป็นต้น

ทว่าหลังจากดำเนินธุรกิจร่วมกันมาเป็นเวลาถึง 59 ปี ในที่สุดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555 บริษัทแม่เป๊ปซี่โค อินค์. ก็ยุติการต่อสัญญาผลิตและจัดจำหน่ายเป๊ปซี่กับ บจก.เสริมสุข เป็นผลให้สัญญาดังกล่าวสิ้นสุดลงในวันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555 โดยเป๊ปซี่โค อินค์.จัดตั้งบริษัทเป๊ปซี่-โคลา (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเป๊ปซี่ รวมถึงมิรินด้าและเซเว่นอัพ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เป๊ปซี่จัดจ้างผลิต ภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2525 จนถึงปัจจุบัน โดยมีนักแสดง นักร้องชื่อดังจำนวนมาก ซึ่งเคยเป็นผู้นำเสนอสินค้า (Presenters) ให้กับเป๊ปซี่ อาทิ สินจัย หงษ์ไทย, ฉัตรชัย เปล่งพานิช, อัญชลี จงคดีกิจ, วงเฉลียง, พีท ทองเจือ, ปกรณ์ ลัม, บอดี้สแลม เป็นต้น

ทว่าหลังจากดำเนินธุรกิจร่วมกันมาเป็นเวลาถึง 59 ปี ในที่สุดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555 บริษัทแม่เป๊ปซี่โค อินค์. ก็ยุติการต่อสัญญาผลิตและจัดจำหน่ายเป๊ปซี่กับ บจก.เสริมสุข เป็นผลให้สัญญาดังกล่าวสิ้นสุดลงในวันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555 โดยเป๊ปซี่โค อินค์.จัดตั้งบริษัทเป๊ปซี่-โคลา (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเป๊ปซี่ รวมถึงมิรินด้าและเซเว่นอัพ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

 

ดัดแปลงมาจาก http://webboard.mthai.com/7/2006-06-27/247232.html

 http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2009/02/X7529068/X7529068.html 

วิกิพีเดีย 

ซ่ากับเรื่องราวที่มาของความซ่าแล้ว อย่าลืม กิจกรรม ปิดกรุปี ๕ กับการประชันบทความประกอบของสะสมและเรื่องราวที่ก่อให้เกิดความทรงจำที่ดีและความประทับใจ ผ่านบล็อก โอเคเนชั่น ...กลับไปเปิดกรุ ประสานรักปีที่๕

หมายเหตุ:การคอมเม้นท์ จะเป็นกำลังใจและแรงเชียร์ให้กับเจ้าของบทความ และเหนือสิ่งอื่นใด แฟนคลับที่เข้ามาอ่านเรื่องของท่าน.. คือไมตรีที่หาไม่ได้จากที่ไหน นอกจากผ่านทางคอมเม้นท์เอ็นทรี่นั้นๆของบล็อกเกอร์ผู้เข้าร่วมประกวด 

เริ่มโพสเอ็นทรี่บทความส่งประกวด บล็อกเกอร์ ๑ท่านส่งได้สายละ ๑เรื่อง จะส่งเรื่องทั้ง๒ สายก็ไม่ผิด ให้นำลิ้งค์ไปแจ้งไว้ที่เอ็นทรี่นี้ หรือที่คอมเม้นท์ของโฮสต์ แต่ละสายได้เลยค่ะ 

โฮสต์* สาย ก. ของสะสม...บันทึกวัฒนธรรมและสังคม 

โฮสต์สายก.ส่งลิงค์ได้ที่บล็อก คุณเฟิงสุ่ย ...ที่เอ็นทรี่กลับไปเปิดกรุ ประสานรักปีที่๕

โฮสต์* สาย ข. ของสะสมทางใจ...เก็บความประทับใจมาเล่าขาน

 ส่งลิงค์ได้ที่บล็อก คุณ อะหนึ่ง ...Host สาย ข....หรือ -->กลับไปเปิดกรุ ประสานรักปีที่๕

ที่ปรึกษาโครงการ คุณชาลี  วาระดี  และคุณลูกเสือหมายเลข ๙ บรรณาธิการบล็อกโอเคเนชั่น

Update ข่าวกิจกรรม

จากกรรมการตัดสิน


สาย ก. ผู้ทรงคุณวุฒิจาก Pepsi Co.  โดย คุณศิเรมอร ศุภจรรยา ผจก.อาวุโสฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด  ผู้สนับสนุนกิจกรรม ด้านของรางวัล ตัวอย่างกองทัพ รางวัล สำหรับผู้ร่วมกิจกรรม ทุกท่าน...

 

 

   จิ๊กซอว์ลายนักเตะซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกที่เป็นโกลบอลพรีเซนเตอร์ของ‘เป๊ปซี่’ อาทิ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, ดาวิด หลุยส์, เซร์คิโอ รามอส, เซร์คิโอ อเกวโร่, แจ็ค วิลเชียร์ และลีโอเนล เมสซี  10 รางวัล

   ลูกฟุตบอล Pepsi Limited Edition (ไม่รวมลูกบอล2 ลูก ประจำตัว นางแบบ) 10 รางวัล

   เสื้อเจอร์ซีย์ (Jersey) 10 รางวัล

 

ขอเชิญทุกท่านมา ย้อนยุค...ร่วมสมัย และล้ำสมัยไปกับ เปิดกรุปี ๕ กับการประชันบทความประกอบของสะสมและเรื่องราวที่ก่อให้เกิดความทรงจำที่ดีและความประทับใจ ผ่านบล็อก โอเคเนชั่น ...กลับไปเปิดกรุ ประสานรักปีที่๕


คลิกด่วน!!มิฉะนั้นอาจจะตกยุคได้...เปิดกรุประสานรักอะวอร์ดปีนี้ขอชู๕นิ้ว!! 

 

 

 

 

 

สายข. กรรมการเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยคุณสิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยาผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ผู้สนับสนุนกิจกรรม ด้านการดำเนินการ ติดตามข่าว Updateเรื่องราว กันนะคะ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ครูทิพย์ วันที่ : 03/07/2014 เวลา : 19.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

สวัสดีค่ะคุณสุ่ย...ไม่ได้ทักทายกันเสียนานเลย...ยังคิดถึงเสมอนะคะ...ครูว่าในไม่ช้าไม่นานบ้านคุณสุ่ยน่าจะเตรียมเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสชื่นชมของสะสมที่เป็นของเก่าทรงคุณค่าได้แล้วนะคะ อิ อิ
........................................................

ชวนมา ชม ชิม ช็อป @ Miyagawa Morning Market เขตเมืองเก่า Takayama
http://www.oknation.net/blog/Tip2/2014/07/03/entry-3

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 03/07/2014 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

แฟนคลับPepsiตัวจริงครับ พี่สุ่ย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 02/07/2014 เวลา : 23.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

เรื่องเก่าจริงๆ ครับ คุณ สุ่ย

ความคิดเห็นที่ 4 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
feng_shui วันที่ : 02/07/2014 เวลา : 20.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

สำหรับท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกโอเคเนชั่น สามารถร่วมกิจกรรมได้โดยสมัครบล็อกโอเคเนชั่น แล้วเมื่อทางบก. อนุมัติแล้วก็สามารถเขียนบทความร่วมกิจกรรมได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ดงละดอน วันที่ : 02/07/2014 เวลา : 17.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

ชอบขวดน้ำมะเน็ดครับ คลาสสิคจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 2 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กล้วยไม้ปลายปากกาสีน้ำพู่กัน วันที่ : 02/07/2014 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iamnoonidnoi

นางแบบสวยดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 02/07/2014 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คุณสุ่ยเป็นมือสะสมของเก่าตัวจริงเลยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน