*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2777
  • จำนวนผู้ชม : 5155850
  • จำนวนผู้โหวต : 4968
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4968 คน
coffee

coffee

View All
<< มกราคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันอาทิตย์ ที่ 10 มกราคม 2559
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 3236 , 00:26:06 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน ครูทิพย์ , อะหนึ่ง และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

  วัดเทพธิดาราม ตามประวัติเขียนไว้ว่า สร้างเมื่อ พ.ศ. 2379 โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระราชทานแด่พระองค์เจ้าหญิงวิลาศ ซึ่งภายหลังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าสถาปนาขึ้นทรงกรมเป็นกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระองค์ทรงเป็นพระราชธิดาที่พระบรมชนกนาถทรงโปรดปรานยิ่งนัก เพราะทรงเป็นพระราชธิดารับราชการใกล้ชิดของพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้สร้างถาวรวัตถุไว้เฉลิมพระเกียรติยศจึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้กรมหมื่นภูมินทรภักดี (พระองค์เจ้าชายลดาวัลย์) เป็นแม่กองอำนวยการสร้างวัดนี้ที่ตำบลสวนหลวงพระยาไกร ในการสร้างวัดนี้ พระเจ้าลูกเธอกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพได้ทรงบริจาคทุนส่วนพระองค์ร่วมด้วย ด้วยเหตุนี้จึงพระราชทานนามว่า "วัดเทพธิดาราม"

พระวิหาร ก่ออิฐถือปูนหลังคาซ้อน 2 ชั้น มี 3 ตับ ตับล่างเป็นปีกนกรอบหลังคา ไม่ประดับด้วยเครื่องแต่งตก หน้าบันทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีลวดลายเหมือนกันกับพระอุโบสถ ซุ้มประตูและหน้าต่างเป็นปูนปั้นปิดทองลายดอกพุดตาน บานประตูหน้าต่างด้านนอกมีลวดลายประดับ แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนบนของบานประตูเป็นลายรดน้ำทวารบาล ส่วนของบานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำดอกพุดตาน แต่ส่วนล่างของบานประตูและหน้าต่างเป็นภาพพุทธประวัติ บานประตูหน้าต่างด้านในเป็นลายเขียนสีลวดลาย แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนบนเป็นลายกระถางบัวตั้งอยู่บนโต๊ะ ส่วนกลางเป็นลายแจกันดอกไม้ และส่วนล่างเป็นลายกระถางดอกไม้ ส่วนลึกของประตู หน้าต่างเป็นลายดอกบัว ปลา และนำ เพดานมีลายดาว เพดานบริเวณคอสองเป็นพวงมาลัย มีภาพเขียนของ ศ. ธรรมภักดี แขวนใส่กรอบไว้เหนือบานประตูและหน้าต่างเป็นเรื่องพระเวสสันดรทั้ง 13 กัณฑ์ ฐานพระวิหารเป็นฐานสิงห์เสาเหลี่ยมลบมุม ไม่มีลวดลายที่ปลายเสา พนักระเบียงประดับด้วยกระเบื้องปรุสีเขียว 2 ชั้น เป็นลายประจำยามและลายดอกไม้ ด้านหน้าพระวิหารมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง 1 องค์ กำแพงรอบพระวิหารประดับด้วยกระเบื้องปรุสีน้ำตาล 2 ชั้น ลายประจำยาม

รูปหล่อหมู่พระอริยสาวิกา (ภิกษุณี) ที่ส่วนหนึ่งเป็นเอตทัคคะ หล่อด้วยดีบุก ลงรักปิดทอง หน้าตัก 11 นิ้ว สูง 21 นิ้ว จำนวนถึง 52 องค์ ประดิษฐานบนแท่นหน้าองค์พระประธาน โดยแต่ละองค์จะมีใบหน้าและอิริยาบถที่แตกต่างกัน

 

พระประธานเป็นพระพุทธรูปหล่อปางมารวิชัย หน้าตัก 75 นิ้ว สูง 95 นิ้ว ด้านซ้ายและด้านขวามีพระพุทธรูปปางห้ามญาติอยู่ข้างละ 1 องค์

สุนทรภู่เคยอุปสมบทและจำพรรษาที่วัดเทพธิดารามนี้ในปี พ.ศ. 2382-2385 ในระหว่างนั้นได้ประพันธ์บทกลอนไว้หลายเรื่อง แต่เรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดเทพธิดารามมากที่สุดคือเรื่อง “รำพันพิลาป” ซึ่งพรรณาถึงความสวยงามวิจิตรพิสดารทิวทัศน์ ตลอดจนเครื่องประดับประดาพระอารามและปูชนียวัตถุหลายประการ ปัจจุบันทางวัดได้ตั้งชื่อกุฏิที่ท่านเคยอาศัยอยู่ว่า “กุฏิคณะสุนทรภู่” และหล่อรูปเครื่องตัวของสุนทรภู่ไว้ที่กุฏิเพื่อเป็นอนุสรณ์

    

  พระอุโบสถ พระอุโบสถสูง 16 เมตร ก่ออิฐถือปูนหลังคาซ้อน 2 ชั้น มุงกระเบื้องสีแบบไทย หน้าบันเป็นปูนปั้น ประดับกระเบื้องเป็นรูปพญานกและลวดลายทิวทัศน์แบบจีนในตอนล่าง พญานกนี้ถือเป็นเครื่องหมายพระราชินี คู่กับมังกรซึ่งเป็นเครื่องหมายของพระราชา พญานกจะมาปรากฎให้เห็นเมื่อพระมหากษัตริย์ทรงพระราชธรรมเป็นเครื่องหมายว่า สวรรค์ทรงโปรดปราน ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นปูนปั้นปิดทองลายดอกพุดตานอยู่ในกระเช้า บานประตูและหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ เทพและนางอัปสรอยู่ภายในวิมานและกนกลายเปลวเพลิง เสาเหลี่ยมลบมุมไม่มีลวดลายที่ปลายเสา ฐานพระอุโบสถเป็นฐานสิงห์มีระเบียงรอบพระอุโบสถ พนักระเบียงมีกระเบื้องปรุลายดอกประจำยามซ้อนกัน 3 ชั้น เสาบันไดมีสิงโตประดับอยู่บนปลายซุ้มมีเสมาแบบจีน ภายในมีภาพเขียนสีด้วยสีฝุ่นดังนี้ คือ เพดานมีดาวเพดาน คอสองเป็นลายพวงมาลัย เสาเหลี่ยมหลบมุมขนาดใหญ่ ภายในพระอุโบสถมีลายดอกพุดตาน ส่วนล่างของเสาปูนนี้ประดับด้วยแผ่นหินอ่อน ฝาผนังลายพุ่มข้าวบิณฑ์ดอกพุดตาน บานหน้าต่างในและบานประตูด้านในเป็นลายโคมจีนและส่วนลึกของประตูหน้าต่างเป็นลายแจกันดอกไม้ ฝาผนังและเสามีภาพใส่กรอบเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเกร็ดพงศาวดารจีน ซุ้มประตูกำแพงพระอุโบสถประดับด้วยลายประแจจีนและลายพวงมาลัยภายในมีลายลักษณ์

ที่ผนังพระอุโบสถมีภาพเขียนเป็นรูปพุ่มข้าวบิณฑ์ ไม่ได้เป็นรูปจิตรกรรมฝาผนังเหมือนที่หลายวัดจะนิยมวาดเป็นชาดก นอกจากนี้ยังมีภาพของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพด้วย

พระประธานปางมารวิชัยนั้น มีความงดงามมาก สลักด้วยศิลาขาวบริสุทธิ์ หน้าตักกว้าง 15 นิ้ว สูง 19 นิ้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงให้อัญเชิญมาจากพระบรมมหาราชวัง มาประดิษฐานไว้เหนือเวชยันต์บุษบกอย่างสวยงาม ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลดุลยเดช ได้ทรงถวายพระนามว่า พระพุทธเทววิลาส ตามพระนามเดิมของกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ 

พระพุทธรูปทรงเครื่องมหาจักรพรรดิ์ ปางห้ามสมุทร ประดิษฐานอยู่สองข้างของเวชยันต์บุษบก ส่วนบุษบกนั้นเป็นไม้จำหลักลายปิดทอง ประดับด้วยกระจก

 

พระปรางค์จตุรทิศที่มีความงดงาม ก่ออิฐถือปูน ประดับกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ มีความสูงประมาณ 15 เมตร ตั้งประจำทิศทั้ง 4 ของมุมพระอุโบสถ

       วัดเทพธิดารามมีเครื่องประดับพระอาราม ได้แก่ ตุ๊กตาศิลาจีนที่มีทั้งที่เป็นรูปสัตว์และคน ตุ๊กตารูปคนตั้งอยู่ในบริเวณรอบพระอูโบสถ มีลักษณะที่น่าสนใจคือบางตัวมีลักษณะท่าทางและการแต่งกายแบบจีน บางตัวแต่งตัวแบบไทย เช่น ตุ๊กตาสตรีชาววังนั่งพับเพียบเท้าแขน และตุ๊กตาสตรีอุ้มลูก 

 

พระเสฏฐตมมุนี เป็นพระพุทธรูปซึ่งหล่อด้วยทองแดงทั้งองค์ ปางมารวิชัย ประวัติการสร้างกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ขุดแร่ทองแดงที่อำเภอจันทึก แขวงเมืองนครราชสีมา ได้แร่ถลุงเป็นเนื้อทองแดง ส่งลงมายังกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์จะให้ทองแดงนี้ เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่พระพุทธศาสนาก่อนนำไปใช้ประโยชน์อื่น จึงโปรดให้หล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 2 องค์ ณ โรงหล่อหลวงในพระบรมมหาราชวัง เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอารามที่ทรงสร้างใหม่ 2 วัด คือ วัดราชนัดดาราม และวัดเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนนทบุรี และโปรดให้หล่อพระพุทธรูปปางอื่น ๆ อีก 34 องค์ หล่อสำเร็จเมื่อปีพ.ศ.2389

 

 วัดราชนัดดารามวรวิหารเป็นพระอารามชั้นตรีชนิดวรวิหาร พระบามสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติแก่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมนัสวัฒนาวดี (ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นพระอัครมเหสีองค์แรกของรัชกาลที่ 4 มีพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดีบรมราชเทวี) จึงทรงพระราชทานนามว่าวัดราชนัดดาราม เมื่อ ปี พ.ศ.2386

 


ซุ้มประตูและหน้าต่างเป็นปูนปั้นปิดทองลายดอกพุดตาน

      วัดนี้จัดว่าสวยงามโดยช่างผู้ชำนาญในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยทรงโปรดให้เจ้าพระยายมราช (บุญนาค) เป็นผู้ออกแบบแผนผังการสร้างวัด กำกับการสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร และศาลาการเปรียญ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโลหะปราสาท พระยามหาโยธาเป็นผู้สร้างกุฏิสงฆ์ พร้อมทั้งกำแพงและเขื่อนรอบ ๆ วัด โลหะปราสาทนี้หลังจากสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 แล้ว ยังไม่แล้วเสร็จ คงมีแต่โครงเหล็กและศิลาแลงเพียงเท่านั้น แต่จากห้องกลางมีบันไดเวียนไปจนถึงชั้นบน เข้าใจว่ามีการปฏิสังขรณ์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยประสงค์จะทำให้ขึ้นไปจนถึงชั้นบนของปราสาท ส่วนชั้นล่างคงปล่อยไว้ให้ค้างตามเดิม รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างต่อจนเสร็จ แต่ก็เกือบจะทำลายแบบแผนที่แท้จริงของโลหะปราสาทสมัยรัชกาลที่ 3 ไปหมด ต่อมาได้มีการซ่อมแซมวัดราชนัดดาอีกครั้งหนึ่งในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรีโดยได้พยายามรักษาแบบแผนเดิมของโลหะปราสาทสมัยรัชกาลที่ 3 ให้มากที่สุด

 

      พระอุโบสถ ก่ออิฐถือปูน หลังคาทรงไทยจั่วซ้อน 3 ชั้น มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินและสีเหลือง ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ที่ชั้นลด หน้าบันด้านหน้าและด้านหลังมีลวดลายเหมือนกัน คือหน้าบันสลักไม้ลายใบเทศ มีการออกลายให้มีความสัมพันธ์กันภายในกรอบสามเหลี่ยมหน้าบัน โดยใช้ดอกลายเป็นตัวเชื่อม ส่วนล่างหน้าบันสลักเป็นลายกระจังปฏิญาณ ลายประจำยามก้ามปู และลายกระจังรวน การทำหน้าบันสลักไม้ในสมัยรัชกาลที่ 3 มักสลักเป็นภาพนูนต่ำ ลงรักปิดทองกระจกสี ประดับกระจกสี ปิดทองบานประตู หน้าต่าง ด้านนอกเป็นลายรดน้ำพุ่มข้าวบิณฑ์ กลางดอกลายเทพพนม บานประตูหน้าต่างด้านในและส่วนลึกของช่องประตูเป็นภาพเขียนสีลายทวารบาล ส่วนลึกของบานหน้าต่างเป็นภาพรามเกียรติ์และอดีตชาติของพระพุทธเจ้า บานหน้าต่างด้านในเป็นรูปเทพต่าง ๆ ฐานพระอุโบสถยกพื้น 2 ชั้น ฐานชั้นแรกตั้งเสาระเบียงรองรับเชิงชายหน้าจั่วและหลังคา เสาเป็นเสาเหลี่ยมลบมุมไม่มีลวดลายที่ปลายเสา มีระเบียงรอบพระอุโบสถ ปลายเสาบันไดประดับด้วยสิงโตหิน ภายในพระอุโบสถมีดาวเพดานเขียนสี ฝาผนังตรงข้ามพระประธานมีรูปเหมือนของเจ้าอาวาสองค์ที่ 5 ส่วนบนของภาพนี้เป็นภาพแสดงนรกภูมิ ส่วนฝาผนังอีก 3 ด้าน เป็นภาพแดนสวรรค์และภาพเทพชุมนุม ภาพเหล่านี้เขียนด้วยสีฝุ่นทำให้ชำรุดลบเลือนได้ง่าย

 

      พระวิหาร เป็นอาคารทรงโรง สูงใหญ่ขนาดไล่เลี่ยกับพระอุโบสถก่ออิฐถือปูน หลังคาซ้อน 2 ชั้น มี 3 ตับ ตับล่างเป็นปีกนกรอบ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเกล็ด หน้าบันด้านหน้าและด้านหลังมีลวดลายเหมือนกันคือ ลายดอกพุดตาน ประดับด้วยกระจกสีปิดทอง เช่นเดียวกับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นลายปูนปั้นดอกพุดตานปิดทองที่ดอกลาย บานประตูหน้าต่างมีภาพเขียนสี ฐาน 2 ชั้น ภายในมีภาพเขียนที่เพดานและผนัง เพดานมีลายดาวและผีเสื้อ ฝาผนังมีลายเขียนสีดอกไม้ร่วง เช่น ดอกพุดตาน ดอกลำดวน เป็นต้น ฝาผนังด้านหลังพระพุทธรูปเป็นภาพนูนต่ำลายช้างสามเศียรแบกวิมาน ภายในวิมานมีพระพุทธรูป 3 องค์ ปางประทานพร 1 องค์ และปางสมาธิ 2 องค์ ปิดทองที่ลวดลาย ลายวิมานนี้เป็นเครื่องหมายประจำรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นวัดที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น ลวดลายเขียนสีของฝาผนังด้านนี้เป็นลายเครือเถาดอกพุดตาน บริเวณคอสองเป็นลายพวงมาลัย เสาเหลี่ยมลบมุมไม่มีลวดลายที่ลายเสา มีระเบียงรอบพระวิหาร กำแพงรอบพระวิหารประดับด้วยกระเบื้องปรุ เช่น ลายประจำยาม ลายภายในวงกลม เป็นต้น ฐานพระวิหารเป็นฐานสิงห์

 โลหะปราสาท รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างเมื่อ พ.ศ. 2389 ได้รับการยกย่องว่าเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ 3 ของโลก แห่งแรกอยู่ในประเทศอินเดีย แห่งที่ 2 อยู่ในประเทศศรีลังกา ทั้งสองแห่งได้ถูกทำลายไปแล้ว ปัจจุบันเหลืออยู่ ณ วัดราชนัดดาราวรวิหารเพียงแห่งเดียวเท่านั้น โลหะปราสาทนี้จำลองมาจากประเทศลังกา มีแผนผังรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสตามโลหะปราสาทที่เมืองลังกา ส่วนลักษณะสถาปัตยกรรมสร้างตามแบบศิลปกรรมไทย เป็นอาคาร 7 ชั้น ลดลั่นกันขึ้นไป อาคารชั้นล่าง ชั้นที่ 3 และชั้นที่ 5 เป็นคูหาและระเบียงรอบ ส่วนชั้นที่ 2 ชั้นที่ 4 และชั้นที่ 6 ทำเป็นคูหาจตุรมุขมียอดเป็นบุษบกชั้นละ 12 ยอด และ ชั้นที่ 7 เป็นยอดปราสาทจตุรมุขสำหรับประดิษฐานพระบรมธาตุ รวมเป็น 37 ยอด การขึ้นสู่ปราสาทแต่ละชั้น จะมีบันไดวนตั้งอยู่ตรงกลางโลหะปราสาท โดยใช้ซุงขนาดใหญ่ยึดเป็นแม่บันไดตั้งแต่พื้นล่างตลอดจนถึงชั้นบน นับแต่ขั้นบันไดจนรอบต้นซุงได้ 67 ขั้น

 

 

บันไดวนตั้งอยู่ตรงกลางโลหะปราสาท

อ่านเรื่องราวและภาพบรรยากาศฟังเทศน์อนั่งสมาธิ  ยามค่ำคืนฯลฯ ได้ตามลิ้งค์ข้างล่าง

เรืองรองราชนัดดาหนึ่งในหล้าโลหะปราสาท..Glorious Ratchanaddaram..The only one in the World.

The Wonder of Loha Prasat2..ครั้งแรก!!ฟังเทศน์..นั่งสมาธิและเดินจงกลม..ณโลหะปราสาท



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูทิพย์ วันที่ : 12/01/2016 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

ภาพสวย...เก็บรายละเอียดได้เยอะมากนะคะคุณสุ่ย

...................................................
สุขล้นเหลือ..เมื่อได้ไปกอดสายลม แสงแดด สายน้ำ ภูเขา แสงจันทร์ แสงดาว @ บ้านกกกอด
http://www.oknation.net/blog/Tip2/2016/01/12/entry-2

ความคิดเห็นที่ 14 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อะหนึ่ง วันที่ : 12/01/2016 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

สาธุ นำธรรม
คิดถึงครับ คุณสุ่ย

ความคิดเห็นที่ 13 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ย่าดา วันที่ : 12/01/2016 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

สวัสดีค่ะหนูสุ่ย เที่ยวครบทุกวัดหรือยังคะ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ย่าดา วันที่ : 12/01/2016 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

สวัสดีค่ะหนูสุ่ย เที่ยวครบทุกวัดหรือยังคะ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 11 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยาดำ from mobile วันที่ : 12/01/2016 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yadum

สวยมากครับ

ความคิดเห็นที่ 10 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Cat@ from mobile วันที่ : 12/01/2016 เวลา : 04.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

งาม

ความคิดเห็นที่ 9 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chailasalle วันที่ : 12/01/2016 เวลา : 03.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

วันก่อนเดินตามคลองไป ทะลุไปลานตนเมืองได้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 8 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 11/01/2016 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

ภาพ ถ่ายได้งดงามมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 11/01/2016 เวลา : 19.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

จิตรกรรมฝาผนังตรงบานประตู งดงามยิ่งนัก

ความคิดเห็นที่ 6 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 10/01/2016 เวลา : 15.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

วัดเทพธิดาราม น่าจะไม่เคยไป อ่านแล้วให้นึกถึงภิกษุณีที่เป็นเอตทัคคะในพุทธศาสนาทั้ง 13 องค์ ...เห็นรูปแล้วอยากไปวัดนี้ค่ะ

ส่วนวันราชนัดดา เมื่อก่อนไปบ่อย ล่าสุดจำได้ว่าไปตอนที่ยังไม่มีกล้องดิจิตอลใช้ สิบกว่าปีได้แล้วมั้ง ไปดูภาพเก่า ๆ ที่ใช้เนคกาทีฟไปอัดเป็นภาพที่ร้าน ไม่คมชัด คงต้องไปวัดนี้อีกรอบ

ความคิดเห็นที่ 5 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 10/01/2016 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

วันไปดูไฟที่ศาลาว่าการ กทม. ก็ไปอาศัยจอดรถครับ โลหะปราสาทยามค่ำก็สวยงามครับ

ความคิดเห็นที่ 4 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 10/01/2016 เวลา : 10.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

แวะมาชมภาพบรรยากาศค่ะ


ปีที่แล้วได้มีโอกาสไปไหว้พระ และเช่าพระจากที่

วัดราชนัดดามาบูชา ปีนี้ยังไม่ได้หาโอกาสไป

เลยมาชมภาพไปพลางๆ ก่อน

ขอบคุณสำหรับภาพและเรื่องราวค่ะ



ความคิดเห็นที่ 3 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 10/01/2016 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ครบเครื่องทั้งเรื่องและภาพ

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปวิภา วันที่ : 10/01/2016 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...สวัสดีค่ะ...ต้องขอเก็บไว้เป็นตำรา...ส่วนตัว


ขอบคุณ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 10/01/2016 เวลา : 01.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

คุณสุ่ยพาเข้าวัด แล้วได้ชมสิ่งสวยงามอันเป็นศิลปทางสถาปัตยกรรม ประวัติของวัด พระปฏิมากรสำคัญประจำวัดนั้นๆ ทำให้ชื่นใจมากครับ

ขอเตือนคนกทม.อย่าให้เหมือนอย่างผม ที่เกิดในกรุงเทพฯแท้ๆแต่ไม่เคยสนใจเข้าวัดให้ทั่ว จนกระทั่งออกรับราชการต่างจังหวัด แล้วไม่ได้(!!!)กลับมาชมวัดในกทม.อีกเลย

ผู้ใหญ่สมัยผมเป็นเด็กนั้น ท่านจะพาเข้าวัดที่ไปทำบุญเป็นประจำๆเท่านั้น โดยเฉพาะวัดที่มีที่มีเจดีย์หรือฐานพระพุทธรูปตามระเบียงคตที่บรรจุอัฏฐิบรรพบุรุษเอาไว้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน