*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2558
  • จำนวนผู้ชม : 4869588
  • จำนวนผู้โหวต : 4778
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4778 คน
coffee

coffee

View All
<< มีนาคม 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันศุกร์ ที่ 10 มีนาคม 2560
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 1678 , 23:49:51 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สิงห์นอกระบบ , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้


ดูแลสุขภาพของตัวเอง และคนที่เรารักและห่วงใย

ปัจจุบันโรคเบาหวานเป็นโรคที่ตรวจพบได้มากขึ้นในประเทศไทย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้คนละเลยที่จะดูแลสุขภาพของตนเอง โดยโรคเบาหวานนี้ หลายต่อหลายคนก็แทบไม่รู้ตัวว่าตนเองได้เป็นโรคนี้เข้าแล้ว พอตรวจพบเมื่อสายเกินไป เบาหวานก็ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพไปมากมายแล้ว

นอกจากวิถีชีวิตจะส่งผลให้เกิดโรคเบาหวานแล้ว ความผิดปกติของตับอ่อนก็ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน เมื่อตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้อย่างปกติ การเผาผลาญน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงานก็ทำได้ยากขึ้น เกิดการสะสมเป็นน้ำตาลในอวัยวะต่าง ๆ เมื่อน้ำตาลสะสมในเลือดมากเกินกว่าปกติ ก็จะถูกขับถ่ายมาในปัสสาวะ

โรคเบาหวานนั้นเมื่อเป็นแล้วก็ยากที่จะรักษาหายขาด นอกจากนี้ยังเป็นโรคทางพันธุกรรมอีกด้วย ทั้งนี้เบาหวานยังสามารถเกิดได้แม้คนในครอบครัวไม่มีประวัติการเป็นโรคนี้ เพราะวิถีชีวิตมีผลในการเกิดโรคเบาหวานเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การออกกำลังกายรวมไปถึงการใช้ยาบางชนิด

 

โรคเบาหวานนั้นสามารถจำแนกออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. เบาหวานชนิดที่ต้องพึ่งพาอินซูลิน

2. เบาหวานชนิดที่ไม่ต้องพึ่งพาอินซูลิน

โดยเบาหวานชนิดที่ 2 จะมีความรุนแรงน้อยกว่า และพบได้เกือบทุกวัย ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ตับอ่อนยังคงสามารถสร้างอินซูลินได้ แต่สร้างได้ไม่เพียงพอต่อร่างกาย

ทั้งนี้คุณสามารถเฝ้าสังเกต10 อาการเบื้องต้นของการเป็นโรคเบาหวานได้ดังนี้

 

http://www.gelsociety.com/baowan-agel-umi

1. ปัสสาวะบ่อยและหิวน้ำบ่อย

เมื่อร่างกายต้องขับปริมาณน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติออกมาทางปัสสาวะ คุณก็จะต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในเวลากลางคืน นอกจากนี้คุณจะรู้สึกหิวน้ำบ่อยขึ้น เนื่องจากร่างกายต้องการชดเชยน้ำที่สูญเสียไป แต่หากคุณสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้ปกติได้ อาการเหล่านี้ก็จะเบาบางลง 

2. น้ำหนักลด

เมื่อร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ ก็จะเริ่มดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานแทน ส่งผลให้น้ำหนักของคุณลดลงอย่างผิดปกติ หากคุณมีน้ำตาลในเลือด สูงมาก น้ำหนักคุณอาจจะลดลงไปถึง 5 -10 กิโลกรัม ภายในเวลา 2-3 เดือนเท่านั้น นอกจากนี้ไตของคุณอาจจะต้องทำงานหนักมากขึ้น เพราะร่างกายเผาผลาญแคลอรี่มากเกินไป 

3. หิวบ่อย

เมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่างกายก็จะต้องการอาหารเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ส่งผลให้คุณรู้สึกหิวบ่อย ๆ 

4. ผิวหนังมีปัญหา

เมื่อคุณเป็นเบาหวาน จะส่งผลให้คุณภาพของผิวคุณเปลี่ยนไป โดยอาจจะเกิดอาการคันบนผิวหนัง หรือมีอาการผิวแตกร่วมด้วย ผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะดื้ออินซูลินในร่างกาย จะพบรอยดำคล้ำที่บริเวณคอหรือใต้รักแร้อีกด้วย

 

5. บาดแผลหายช้า

น้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปจะขัดขวางการทำงานของหลอดเลือด รวมถึงทำให้หลอดเลือดเสียหาย ทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณแผลได้น้อย ส่งผลให้เมื่อคุณเป็นแผล หรือมีอาการฟกช้ำ ก็จะหายได้ช้ากว่าปกติ มากไปกว่านั้นหากคุณดูแลตนเองไม่ดีพอก็อาจเกิดเป็นแผลติดเชื้อและเกิดเป็นเนื้อตาย

 

6. ติดเชื้อราง่าย

ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะอ่อนแอลงเมื่อเป็นโรคเบาหวาน ส่งผลให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเชื้อราแคนดิดา เนื่องจากเชื้อราต่าง ๆ มักเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะที่ อุดมไปด้วยน้ำตาล ทั้งนี้สามารถรักษาได้โดยการใช้ยาฆ่าเชื้อ รวมไปถึงการควบคุมระดับน้ำตาล

 

7. อ่อนเพลีย ฉุนเฉียวง่าย

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นก็จะส่งผลกระทบต่อทุกระบบในร่างกาย รวมไปถึงสถาวะอารมณ์ด้วย แต่เมื่อร่างกายขับน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะจนระดับน้ำตาลกลับเข้าสู่

ระดับปกติแล้ว อาการอ่อนเพลียและฉุนเฉียวก็จะหายไป

8. มองไม่ชัด

ผลข้างเคียงของระดับน้ำตาลในเลือดที่มากเกินกว่าปกติ จะส่งผลกระทบต่อสายตา ทำให้คุณมองไม่ชัด เห็นแสงวูบวาบ และเห็นอะไรลอยไปลอยมาในดวงตา หากคุณปล่อยปละเลย อาการเหล่านี้ ก็อาจจะพัฒนากลายเป็นตาบอดได้

9. ชาตามปลายมือปลายเท้า

สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน ระบบการทำงานของประสาทจะถูกทำลาย ทำให้เกิดอาการชาตามปลายมือปลายเท้า ดังนั้นคุณจึง ควรดูแลปริมาณน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม อีกทั้งรับประทานวิตามินบีควบคู่กันไป

 

10. น้ำตาลในเลือดสูง

หากระดับน้ำตาลในเลือดของคุณเกินกว่า 99 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร นั่นแปลว่า คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และหากระดับน้ำตาลสูงกว่า 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร นั่นอาจจะ แปลว่าคุณเป็นโรคเบาหวาน ทั้งนี้การตรวจเลือดของคุณควรมีการงดอาหารและน้ำล่วงหน้าอย่างน้อย 8 ชั่วโมง

แม้นว่าจะยังไม่มีอาการเหล่านี้ จะเป็นการดีที่สุด หากเราเริ่มใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เริ่มต้นโดยการไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ก่อนที่จะสายเกินไป รวมไปถึงหมั่นดูแลสุขภาพของตนเอง ผ่านการออกกำลังกาย และบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุข่ภาพรวมทั้งอาหารที่มีคุณสมบัติในการลดน้ำตาลในเลือด

ควรเลือกรับประทานผลไม้ที่มีกลูโคสในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินพอดี แต่อย่างไรก็ตาม ผลไม้สำหรับคนเป็นเบาหวานสามารถรับประทานได้โดยสามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดไปได้ด้วยก็มีอยู่เช่นกัน เรามาดูกันดีกว่าว่าผลไม้สำหรับผู้ป่วยเบาหวานเหล่านั้นมีอะไรบ้าง

ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกรับประทานทานผักและผลไม้ที่ให้เส้นใยสูง ซึ่งทำให้อิ่มเร็วและสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลงได้

5 ผลไม้สําหรับคนเป็นเบาหวาน

 

1 ส้มโอ ส้มโอมีวิตามินซีและเส้นใยสูง อีกทั้งยังมี flavonoid naringenin ที่ช่วยในการสร้างความสมดุลให้แก่ฮอร์โมนอินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือด จากการศึกษาพบว่าการกินส้มโอ 1-2 กลีบ ต่อวันจะสามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงในการลุกลามของโรคเบาหวานได้

 


2 แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างมาก เพราะมีเส้นใยสูง สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีรสชาติไม่หวานเกินไปอีกด้วย ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกแอปเปิ้ลเขียวจะดีกว่าแอปเปิ้ลแดง เพราะมีน้ำตาลน้อยกว่านั่นเอง

 

3 ฟักทอง มีงานวิจัยพบว่าน้ำตาลโพลีแซ็กคาไรด์ที่ตรึงอยู่กับโปรตีนภายในฟักทองนั้น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้เป็นอย่างดีทีเดียว และนอกจากเนื้อฟักทองแล้ว เมล็ดฟักทอง ก็ยังมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดให้ลดลงได้ เช่นเดียวกับการรับประทานเนื้อของฟักทอง แถมยังมีแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิดด้วย ฟักทองจึงเหมาะเป็นผลไม้สำหรับผู้ป่วยเบาหวานเป็นอย่างยิ่ง

 

4 ถั่วเปลือกแข็ง แม้จะไม่จัดเป็นผลไม้ แต่ถั่วเปลือกแข็งก็มีไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยในการทำให้ร่างกายสามารถตอบสนองต่อการทำงานของฮอร์โมนอินซูลินได้ดีขึ้น สารอาหารพวก ใยอาหาร และแมกนีเซียม ในถั่วเปลือกแข็งก็มีประโยชน์ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่มีข้อควรระวังในการรับประทานถั่วเปลือกแข็ง คือ ไม่ควรรับประทานเกิน 1 ถ้วยต่อวัน ทั้งนี้เพราะถั่วเปลือกแข็งมีไขมันและพลังงานที่ค่อนข้างสูงนั่นเอง

 

5 เชอร์รี่ เชอร์รี่มีสารเบต้าแคโรทีน สารแอนติออกซิแดนท์ วิตามิน C โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก และเส้นใย ซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย และที่สำคัญ เชอร์รี่มีสารที่เรียกว่า แอนโตไซยานินส์ (anthocyanins) ซึ่งเป็นสารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในผลไม้ที่มีสีแดงเข้ม มีคุณสมบัติช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มการผลิตอินซูลินได้ถึง 50% เลยทีเดียว แม้เชอรี่จะเป็นผลไม้สำหรับคนเป็นเบาหวานได้ แต่ทั้งนี้จะต้องรับประทานแบบสดเท่านั้น เพราะแน่นอนว่าในเชอร์รี่เชื่อมที่มักทานคู่กับไอศครีมย่อมมีน้ำตาลในปริมาณมหาศาล ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานเป็นอย่างยิ่ง

สมุนไพรพื้นบ้านแก้เบาหวานลดความดัน

 

1 มะระขี้นก เป็นไม้เลื้อยและเป็นผักพื้นบ้านของไทย อาจจะนำมาลวกจิ้ม กินเป็นผักจิ้มน้ำพริกก็อร่อยดี มีวิตามิน เอ และ ซี สูง มีสรรพคุณในการลดน้ำตาลในเลือด และชะลอการเกิดต้อกระจกได้

 

2 ใบย่านาง มีสรรพคุณเป็นยาเย็น เมื่อทานเข้าไปจะทำให้ร่างกายเย็นลง ทำให้ระบบในร่างกายสามารถผลิตอินซูลินมาเผาผลาญน้ำตาลได้เป็นปกติ จึงเป็นสมุนไพรแก้เบาหวานได้นั่นเอง

 

3 กระเทียม มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิตลงได้ ควรรับประทานกระเทียมหัวแก่ หากรับประทานสดจะได้รับคุณประโยชน์มากกว่ากระเทียมที่ปรุงสุกแล้ว

 

4 ตะไคร้ เป็นสมุนไพรแก้เบาหวานและความดันที่เรารู้จักกันดี เพราะนิยมนำมาประกอบอาหาร ซึ่งตะไคร้จะมีสรรพคุณในการขับปัสสาวะ ขับลม และยังช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วย

 

ตะไคร้

5 ผักตำลึง ในผักตำลึงมีประโยชน์มากมาย เป็นยาพื้นบ้านใช้รักษาเบาหวาน สามารถใช้ได้ทั้ง ราก เถา ใบ ซึ่งมีสูตรหลากหลาย แม้กระทั่งชาวเบงกอลในอินเดียก็ใช้ตำลึงเป็นยาประจำแก้โรคเบาหวาน

 

ผักเชียงดา

6 ผักเชียงดา มีลักษณะเป็นไม้เลื้อย เถาสีเขียว มีรสขมอ่อน ๆ และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก เป็นผักที่หมอยาพื้นบ้านใช้เป็นผักเพื่อเพิ่มพละกำลัง ทั้งยังสามารถใช้เป็นยาลดน้ำหนักได้ เนื่องจากว่าผักเชียงดาช่วยให้มีการนำน้ำตาลไปเผาผลาญมากกว่าการไปสร้างเป็นไขมันสะสม ซึ่งมีการศึกษาผู้ป่วยจากโรคเบาหวานที่ใช้ผักเชียงดาในการรักษา สามารถลดปริมาณการใช้ยาแผนปัจจุบันได้ และบางรายสามารถใช้ผักเชียงดาอย่างเดียวในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

 

7 ใบชะพลู เป็นผักพื้นบ้านของไทยและเป็นสมุนไพรแก้เบาหวานและความดัน  นิยมนำมารับประทานสด ในตำรับยาสมุนไพรพื้นบ้านสามารถนำใบชะพลูมาต้มเพื่อลดเบาหวานได้ เนื่องจากใบชะพลูมีสรรพคุณในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง มีแคลเซียม วิตามินเอและซี สูงมาก

Super Protein (อะมิโนจำเป็น)

          ร่างกายของเราไม่สามารถเก็บกรดอะมิโนไว้ใช้แบบที่มันเก็บน้ำตาลไว้เป็นพลังงาน ดังนั้น กรดอะมิโนที่เกินมา ก็จะถูกสลายทิ้ง โดยเอาส่วนที่เป็นไนโตรเจน ออกไปกับปัสสาวะ ในรูปของยูเรีย ส่วนที่เป็นคาร์บอนไฮโดรเจนและออกซิเจน จะถูกร่างกายเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน 

ประโยชน์ของอะมิโน หรือ โปรตีนได้แก่ 

          1.กรดอะมิโนเป็นวัตถุดิบ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยในการสร้างเซลล์ และเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย ทำหน้าที่สองอย่างคือ สร้างโปรตีนใหม่ในร่างกายส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

 

          2.ยิ่งมีกรดอะมิโนมาก ก็เพิ่มความสามารถในการสร้างเอนไซม์เพื่อใช้ในการย่อยอาหารมาก และยังเพิ่มความสามารถในการเจริญพันธ์ของมนุษย์ด้วย

 

          3.กรดอะมิโนจำเป็นสำหรับการไหลเวียนของเลือด

 

          4.กรดอะมิโนให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยโปรตีน 1 กรัมจะให้พลังงาน 4 แครอลี

 

          โปรตีน (หรือก็คือกรดอะมิโนนั่นเอง) ในร่างกายของเรา มีลักษณะเคลื่อนไหวตลอดเวลา คือมีทั้งการสร้าง และการทำลายในเวลาเดียวกัน ส่วนที่ว่าจะสร้างเร็วกว่าทำลายนั้น ก็ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพร่างกาย ความเจ็บป่วย เช่นคนอายุมากขึ้น ก็จะมีการสลายโปรตีนมากกว่าการสร้าง

 

        

เดี๋ยวนี้ มีอาหารเสริมที่ประกอบด้วย สารสกัดสารอาหารที่เป็นประโยชน์ของแอปเปิ้ลจากฝรั่งเศส ทำในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ช่วยลด น้ำตาลในเลือด และยังเสริม Super Protein ที่ช่วยฟื้นฟูและบำรุงเซลล์ทำให้ร่างกายของคุณกลับมาแข็งแรงใช้ชีวิต อย่างปกติ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก :

http://www.tuvayanon.net/2protienf.html

http://www.healthybgin.com/

 www.health.kapook.com

http://sukkaphap-d.com

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 11/03/2017 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณมากมากครับ พี่สุ่ย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน