• feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2539
  • จำนวนผู้ชม : 4831325
  • จำนวนผู้โหวต : 4768
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4768 คน
coffee

coffee

View All
<< เมษายน 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน 2560
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 35013 , 03:04:04 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน รวงข้าวล้อลม , Chaoying และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

วันสงกรานต์ปีนี้ ข้าพเจ้ามีโอกาสได้กราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ( ภาพบน เป็นภาพโปสการ์ด ภาพถ่ายวัดพระแก้ว เมื่อครั้งอดีต)

พระราชพิธีสงกรานต์

วันสงกรานต์ หมายถึง วันขึ้นปีใหม่ของไทยในสมัยโบราณ โดยนับวัน เดือน ปี ทางจันทรคติ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน เป็นต้นไป ประเพณีการบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันสงกรานต์มีมาแต่โบราณ ตามประเพณีของชาวพุทธ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนวิธีนับวัน เดือน ปี เป็นทางสุริยคติ คือใช้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ ส่วนประเพณีการบำเพ็ญกุศลสงกรานต์ยังคงเดิม

ต่อมา รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้รวมพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ เถลิงศกสงกรานต์ พระราชพิธีศรีสัจจปานกาล ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาเข้าด้วยกัน เรียกว่า พระราชพิธีตรุษะสงกรานต์ โดยเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน และงดงานพระราชพิธีตรุษะ สงกรานต์ในวันที่ 13 เมษายน ที่เคยมีมาแต่เดิม

ภาพโปสการ์ด ระบายสี พิมพ์ใน สมัยรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 

ประชาชน เฝ้ารอรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระมหามณเฑียร ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีสงกรานต์ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐

พระราชพิธีสงกรานต์

 

พระราชพิธีสงกรานต์ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่ต้น จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีหลักการพระราชพิธีคล้ายสมัยสุโขทัยตามเรื่องของนางนพมาศ เว้นแต่บางปีเมื่อมีพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์ เจริญพระชนมายุที่จะโสกันต์ก็โปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีโสกันต์ ในวันแรกที่มีการสวดมนต์ ในงานพระราชพิธีตรุษะสงกรานต์ด้วยกัน

   ครั้นถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม และจัดให้มีพระราชพิธีขึ้นปีใหม่เป็นเวลา 3 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม และวันที่ 1 – 2 มกราคม ของปีถัดไป และโปรดเกล้าให้จัดการพระราชพิธีต่าง ๆ เช่นที่เคยปฏิบัติในพระราชพิธีตรุษะสงกรานต์ ได้แก่ การบำเพ็ญพระราชกุศล เสด็จพระราชดำเนินสรงน้ำพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เวียนเทียน สดัปปกรณ์ผ้าคู่พระบรมอัฐิ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระอัฐิสมเด็จพระบรมวงศ์ พระบรมอัฐิสมเด็จพระบวรราชเจ้ากรมพระราชวังบวร และพระอัฐิพระราชวงศ์ เป็นต้น

              ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เทศกาลสงกรานต์ขึ้นมาใหม่ เรียกว่า พระราชพิธีสงกรานต์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ถึง วันที่ 16 เมษายน ซึ่งมีการบำเพ็ญพระราชกุศลและการพระราชพิธีต่าง ๆ ตามราชประเพณีที่เคยปฏิบัติแต่เดิม นอกจากนี้ยังจัดให้มีเครื่องราชสักการะ ประกอบด้วยต้นไม้ทอง 4 ต้น ต้นไม้เงิน 4 ต้น แพรแดงติดขลิบ 4 ผืน ผ้าแพรดอก 2 ผืน เทียนหนักเล่มละ 180 กรัม 48 เล่ม ธูปไม้ระกำ 48 ดอก น้ำหอมสรงพระ 2 หม้อ เทียนหนักเล่มละ 15 กรัม 600 เล่ม ธูป 20 กล่อง เพื่อพระราชทานให้กระทรวงมหาดไทย นำไปบูชาพระปฐมเจดีย์ พระธาตุพนม พระธาตุหริภุญชัย พระธาตุนครศรีธรรมราช พระพุทธบาท พระพุทธฉาย พระศรีสรรเพชญ พระพุทธรูปถ้ำประทุน พระพุทธรูปถ้ำวิมานจักรี พระพุทธรูปวัดพนัญเชิง พระพุทธรูปวัดสุวรรณดาราราม 

 

ปราสาทพระเทพบิดร

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๓๙๘ ตามแบบปราสาททอง (พระที่นั่งวิหารสมเด็จ) ในกรุงศรีอยุธยา พระราชทานนามว่าพระพุทธปรางค์ปราสาท ในการก่อสร้างครั้งนี้โปรดเกล้า ฯ ให้นำกระเบื้องที่สั่งมาจากมาเมืองจีนตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ ที่มีพระราชประสงค์จะนำมาประดับพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม มาประดับที่พระพุทธปรางค์ปราสาทด้วย แต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน

 

สัตว์หิมพานต์  บนฐานไพทีด้านหน้า และรอบๆ ปราสาทพระเทพบิดรจะมีรูปหล่อโลหะเป็นรูปสัตว์หิมพานต์ ซึ่งหล่อในสมัยรัชกาลที่ 5 สร้างเป็นคู่ ตัวผู้ตัวเมีย รวม 7 คู่ ดังนี้ 

อสูรวายุภักษ์ ท่อนบนเป็นยักษ์สวมมงกุฎ ท่อนล่างเป็นนก สองมือกุมกะบองเกลียว ตั้งอยู่บนลานทักษิณชั้นบน

อัปสรสีห์ ท่อนบนเป็นนางอัปสร ท่อนล่างเป็นราชสีห์ ยืนพนมมือ ตั้งอยู่เชิงบันไดกลางลานด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร

สิงหพานร ท่อนบนเป็นพระยาวานร ท่อนล่างเป็นราชสีห์ สองมือถือกระบอง ตั้งอยู่ที่บันไดลานทักษิณด้านตะวันตก

กินนร และ กินรี ท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่อนล่างเป็นนก มือหนึ่งแตะบั้นเอว มือหนึ่งยกระดับอก ตั้งอยู่บนลานทักษิณชั้นบน

เทพปักษี เป็นเทวดา มีปีกและหางเป็นนก มือข้างหนึ่งถือพระขรรค์ อีกข้างหนึ่งจีบระดับอก ตั้งอยู่บนลานทักษิณชั้นบน

เทพนรสิงห์ ท่อนบนเป็นเทวดา ท่อนล่างเป็นราชสีห์ มือหนึ่งแตะบั้นเอว อีกมือหนึ่งถือกิ่งไม้ชูระดับอก ตั้งอยู่บนลานทักษิณชั้นบน

อสูรปักษี ท่อนบนเป็นยักษ์ สวมมงกุฎ ท่อนล่างเป็นนก มือหนึ่งแตะบั้นเอว อีกมือหนึ่งผายออกด้านข้าง

 

ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อเตรียมงานสมโภชพระนครครอบ ๑๐๐ ปี โปรดเกล้า ฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ควบคุมการบูรณะปฏิสังขรณ์ พระพุทธปรางค์ปราสาทดังนี้

๑. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงทำบุษบกข้างใน พระพุทธปรางค์ปราสาท

๒. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์  เมื่อครั้งดำรงพระอิศริยยศเป็น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์ ทำเพดานภายในที่ยังค้างอยู่ ปูหินอ่อน ทำลวดลายผนัง เชิงผนังและลายเพดานขึ้นใหม่

๓. พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นภูรเรศธำรงศักดิ์ ทำการประดับกระเบื้องในที่ต่างๆ ที่ยังค้างอยู่เป็นอันมาก ทำการลงรักปิดทองประดับกระจก เชิงกลอน ทวย ช่อฟ้า ใบระกา หน้าบัน เสา และการต่าง ๆ ภายนอกทั้งหมด

๔. พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ เมื่อครั้งดำรงพระอิศริยยศเป็น พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค ทำการประดับมุกบานพระทวาร และพระบัญชรด้านนอกทั้งหมด ด้านในเป็นลายรดน้ำรูปเซี่ยวกาง

การก่อสร้างพระพุทธปรางค์ปราสาทสำเร็จลงใน พ.ศ. ๒๔๒๕ พร้อมกับงานฉลองพระนครครบ ๑๐๐ ปี แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วทรงเห็นว่า พระพุทธปรางค์ปราสาทมีขนาดไม่เพียงพอกับพระราชพิธีต่าง ๆ จึงมิได้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (แก้วมรกต) มาประดิษฐาน ตามพระราชดำริเดิมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่โปรดเกล้า ฯ ให้อัญเชิญ พระเจดีย์กาไหล่ทอง ของรัชกาลที่ ๔ ที่เคยตั้งเป็นประธานในพระพุทธมณเฑียรในบริเวณสวนขวา เดิมมาประดิษฐานเป็นประธานในพระพุทธปรางค์ปราสาท

 

ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. ๒๔๔๖ เกิดเพลิงไหม้อันเนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้เครื่องบนหลังคาพระพุทธปรางค์ปราสาทไหม้จนหมดสิ้น รวมไปถึงพระเจดีย์กาไหล่ทององค์ประธานก็สูญสิ้นไปด้วย ขณะเพลิงไหม้ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ถอดพระทวารและพระบัญชรประดับมุกออกทั้งหมด หลังจากนั้นโปรดเกล้า ฯ ให้ซ่อมหลังคาและส่วนที่ชำรุดเสียหาย ส่วนบานพระทวารและพระบัญชรประดับมุกโปรดเกล้า ฯ ให้นำไปเป็นบานประตูและหน้าต่างที่พระอุโบสถวัดราชบพิธ ฯ การบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งนี้ยังไม่เสร็จได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน

 

ในรัชกาลที่ ๖ โปรดเกล้า ฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์จนเสร็จบริบูรณ์ แล้วตกแต่งภายในแก้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูป สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าในพระบรมราชจักรีวงศ์ทั้ง ๕ พระองค์ และให้แปลงนามเรียกว่า “ปราสาทพระเทพบิดร” ในการแปลงนามครั้งนี้สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสไม่ทรงเห็นชอบด้วย อ้างว่าของเดิมเป็นพุทธบูชาไม่ควรจะตัดคำว่า พุทธ ออกไป ในท้ายที่สุดสมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯ ทรงยอมให้กั้นมุขหลังเป็นห้องหนึ่งต่างหากที่เรียกกันในปัจจุบันว่าท้ายจรนำ แล้วเชิญพระพุทธรูปพระเทพบิดร ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้า ฯ ให้หล่อขึ้นมาตั้งเป็นประธานในห้องนั้นเพื่อให้สัมพันธ์กับนามที่เรียกว่าปราสาทพระเทพบิดร แต่ปัจจุบันท้ายจรนำเป็นคลังเก็บของ วัดพระศรีรัตนศาสดารามจะเชิญพระพุทธรูปพระเทพบิดรไปไว้ ณ ที่ใดต่อไปไม่ปรากฏ

 

ในรัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้า ฯ ให้ปั้นหล่อพระพุทธรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในปราสาทพระเทพบิดรใน พ.ศ. ๒๔๗๐ เมื่อเตรียมงานสมโภชพระนครครบ ๑๕๐ ปี ก็ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ซ่อมแซมกระเบื้องที่ชำรุด ซ่อมช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันและลายฉลุปิดทองที่ฝ้าเพดาน ซ่อมลงรักปิดทองประดับกระจกเสานาคพลสิงห์บันได ซ่อมฐานบัวให้เหมือนเดิม

 

ภาพจาก http://welovethaiking.com

ในรัชกาลที่ ๘ โปรดเกล้า ฯ ให้หล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๔๘๙ การยังไม่แล้วเสร็จ ยังไม่ได้บรรจุเส้นพระเจ้า ดวงพระบรมราชสมภพ ดวงพระบรมราชภิเษก และยังไม่ได้เชิญขึ้นประดิษฐานบนปราสาทพระเทพบิดร ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรรจุและอัญเชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ ขึ้นประดิษฐานในปราสาทพระเทพบิดร เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๐๒ พร้อมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้หล่อขึ้น

 

เมื่อเตรียมงานฉลองพระนครครบรอบ ๒๐๐ ปี ได้มีการบูรณะปราสาทพระเทพบิดรอีกครั้งหนึ่งในส่วนที่ชำรุดเสียหาย เช่น ล้างฝาผนังที่บุกระเบื้องเคลือบสีให้สดใสเหมือนเดิมเป็นต้น ส่วนการบูรณะนั้นยังรักษาศิลปะการก่อสร้างเดิมไว้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงประการใด

 

การถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชที่ปราสาทพระเทพบิดรเป็นราชประเพณีประจำปี ตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน๒๔๖๑ เป็นต้นมา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้สาธุชนเข้าถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดร ตั้งแต่เวลา ๘ นาฬิกา จนถึงเวลา ๑๘ นาฬิกา

 

สิ่งสำคัญและน่าสนใจในวัดพระศรีศาสดาราม

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดพระแก้ว นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๓๒๗ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง ตามแบบวัดพระศรีสรรเพชญ สมัยอยุธยา วัดนี้อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ทางทิศตะวันออก มีพระระเบียงล้อมรอบเป็นบริเวณ เป็นวัดคู่กรุงที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ใช้เป็นที่บวชนาคหลวง และประชุมข้าทูลละอองพระบาทถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

 

รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรหรือพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย มาประดิษฐาน ณ ที่นี้ วัดพระศรีรัตนศาสดารามนี้ ภายหลังจากการสถาปนาแล้ว ก็ได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชกาล เพราะเป็นวัดสำคัญ จึงมีการปฏิสังขรณ์ใหญ่ทุก ๕๐ ปี คือในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน

เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ มีการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ มุ่งอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอันเป็นมรดกชิ้นเอกของชาติ ให้คงความงามและรักษาคุณค่าของช่างศิลปไทยไว้อย่างดีที่สุด เพื่อให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามนี้อยู่คู่กับกรุงรัตนโกสินทร์ตลอดไป

 

จิตรกรรมฝาผนังที่ พระระเบียง หรือ ระเบียงคดรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีจำนวนภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังจำนวน 178 ห้อง เรียงต่อกันยาวตลอดฝาผนังทั้ง 4 ทิศ มีเนื้อหาจากมหากาพย์วรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์




กลุ่มพระอุโบสถวัดพระแก้ว

 

        กลุ่มพระอุโบสถ เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญสูงสุด มีพระอุโบสถเป็นอาคารประธานซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ล้อมรอบด้วยศาลาราย พระโพธิ์ธาตุพิมาน หอราชพงศานุสรณ์ หอราชกรมานุสรณ์ หอระฆัง และ หอพระคันธารราษฎร์

ศาลาราย    ภาพจาก https://mareenatravel.wordpress.com/2014/11

ศาลาราย ศาลาราย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นมีเป็นศาลาโถงไม่มีฝา จำนวน 12 หลัง ตั้งอยู่รายรอบพระอุโบสถ ด้านทิศเหนือ และทิศใต้มีจำนวนด้านละ 4 หลัง ทิศตะวันออก และทิศตะวันตกมีจำนวนด้านละ 2 หลัง แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีรูปร่างลักษณะแบบใด ใช้เป็นที่อ่านหนังสือศาสนาให้ราษฎรที่ไม่รู้หนังสือฟังเวลามีงานหรือวัน สำคัญทางพระพุทธศาสนา และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 ด้วย มีลักษณะเหมือนกันทั้งรูปร่าง ขนาดและความสูง ลักษณะเป็นศาลาโถงขนาด 2 ห้อง หลังคาทรงไทย มุงด้วยกระเบื้องดินเผาเคลือบสี โดยมีพื้นสีน้ำเงินขอบสีส้ม หน้าบันเป็นรูปเทพนม บนพื้นกระจกสีขาว มีลาย กระหนกประกอบโดยรอบบนกระจกพื้นสีน้ำเงิน ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์และนาคสะดุ้งทำด้วยไม้ มีคันทวยไม้จำหลักลายเป็นรูปพญานาครองรับชายคาโดยรอบ เพดานฉลุฉายปิดทองบนพื้นชาด เสาเป็นเสาสี่เหลี่ยมฉาบปูนย่อเหลี่ยม ระหว่างเสาทำเป็นคูหาโค้งตอนมุม พื้นซึ่งทำเป็น 2 ระดับปูด้วยหินอ่อน ปัจจุบันทุกวันเข้าพรรษา วันกลางพรรษา และ วันออกพรรษา จะมีนักเรียนไปสวดโอ้เอ้วิหารรายในศาลารายเหล่านี้ด้วย


หอพระคันธาราษฎร์ และพระมณฑปยอดปรางค์ ภาพจาก  http://www.bloggang.com/


กลุ่มฐานไพที

        กลุ่มอาคารบริเวณฐานไพที มีอาคารหลักสามหลัง คือ ปราสาทพระเทพบิดร พระมณฑป พระศรีรัตนเจดีย์ และวัตถุประดับตกแต่งอื่นๆเช่น รูปปั้นสัตว์หิมพานต์ บุษบกพระราชลัญจกร นครวัดจำลอง พระสุวรรณเจดีย์

นครวัดจำลอง


 กลุ่มอาคารประกอบ

        เป็นกลุ่มอาคารและสิ่งประดับอื่นๆ ที่นอกเหนือจากกลุ่มอาคารทั้งสองกลุ่ม ประกอบด้วย หอพระนาก พระเศวตกุฏาคารวิหารยอด หอมณเฑียรธรรม พระอัษฎามหาเจดีย์

หมายเหตุ:  “ปราสาทพระเทพบิดร” จะมีการเปิด  ให้เข้าสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ ๘ รัชกาล ไดด้ดังนี้

๑.    วันจักรี (๖ เม.ย.)                ๒.  วันสงกรานต (๑๓,๑๔ และ๑๕ เม.ย.)

๓.    วันฉัตรมงคล ( ๕พ.ค.)       ๔. วันปิยมหาราช (๒๓ ต.ค. )                     ๕.และวันพ่อ หรือวันชาติ (๕ ธ.ค.)

วิธีกราบสักการะให้ใช้การถวายบังคม หรือกราบ ๑ ครั้ง ไม่ต้องแบมือ

อ้างอิง : 

http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=35&chap=2&page=t35-2-infodetail03.html

http://www.m-culture.go.th/young/ewt_news.php?nid=633&filename=index

http://oknation.nationtv.tv/blog/been555/2010/04/05/entry-2

 

ถือว่า เป็นมงคลสำหรับการที่ พสกนิกรชาวไทยได้มีโอกาส กราบพระแก้วมรกต ถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชที่ปราสาทพระเทพบิดร เที่ยววัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง อันเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญในเกาะรัตนโกสินทร์  จึงถือโอกาสนำเรื่องราวต่างๆมาเล่าสู่กันฟัง 


หมู่พระที่นั่งจักรีฯ  

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร พระที่นั่งเทวารัณยสถาน พระที่นั่งอมรพิมานมณี พระที่นั่งสุทธาศรีอภิรมย์ พระที่นั่งนิพัทธพงศ์ถาวรวิจิตร พระที่นั่งดำรงสวัสดิ์อนัญวงศ์ พระที่นั่งบรรณาคมสรณี พระที่นั่งปรีดีราชวโรทัย พระที่นั่งเทพดนัยนันทยากร สวนสวรรค์

ส่วนประตูชั้นนอก อยู่ตามแนวกำแพงพระบรมมหาราชวัง มี ๑๒ ประตูใหญ่ ตั้งชื่อคล้องจองกัน ดัวที่เคยท่องจำได้ ในสมัยเด็กๆคือ

 

ประตูวิมานเทเวศร์

ประตูวิมานเทเวศร์ เป็นประตูชั้นนอกพระบรมมหาราชวังด้านทิศเหนือ อยู่ระหว่างประตูสุนทรทิศาและประตูวิเศษไชยศรี ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศิลปากร สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นประตูสำคัญในรัชสมัยนั้น เพราะเป็นทางอัญเชิญพระราชสาสน์จากประเทศต่าง ๆ แห่เข้ามาทางประตูวิมานเทเวศร์ ผ่านหน้าศาลาลูกขุน เลี้ยวเข้าประตูพิมานไชยศรี (ประตูโค้ง กั้นระหว่างเขตพระราชฐานชั้นนอกและชั้นกลาง อยู่ระหว่างประตูวิเศษไชยศรีและพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท)ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ถัดเข้ามาข้างในเป็น ประตูสุวรรณภิบาล

เครดิตภาพจาก http://www.siamrath.co.th/n/5147

ประตูวิเศษไชยศรี

ประตูวิเศษไชยศรี เป็นประตูชั้นนอกพระบรมมหาราชวังด้านทิศเหนือ อยู่ระหว่างประตูวิมานเทเวศร์และป้อมขันธ์เขื่อนเพชร ตรงกับถนนหน้าพระธาตุ สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นประตูสำคัญเพราะเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระมหามณเฑียร ปัจจุบันประตูวิเศษไชยศรีเป็นประตูทางเข้าออกพระบรมมหาราชวังที่สำคัญที่สุด ถัดเข้ามาด้านในเป็น ประตูพิมานไชยศรี และหากมองผ่านประตูนี้เข้าไป จะเห็นพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในมุมที่สวยงามสง่า

ภาพจาก สำนักข่าวไทย

ประตูมณีนพรัตน์ เป็นประตูชั้นนอกพระบรมมหาราชวังด้านทิศเหนือ อยู่ระหว่างป้อมขันธ์เขื่อนเพชรและป้อมเผด็จดัสกร ตรงข้ามกับท้องสนามหลวง สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เปิดใช้เมื่อมีการเชิญพระบรมศพออกมาตั้งที่พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ใช้เป็นประตูฉนวนให้ฝ่ายในออกไปงานพระเมรุ และรื้อฉนวนออกเมื่อเสร็จงานพร้อมทั้งปิดประตูนี้ด้วย ประตูนี้จึงปิดตลอดเวลา (มีชื่อสามัญว่า ประตูฉนวนวัดพระแก้ว)

 

ประตูสวัสดิโสภา

ประตูสวัสดิโสภา  อยู่ทางด้านทิศตะวันออก อยู่ระหว่างป้อมเผด็จดัสกรและป้อมสัญจรใจวิง ตรงข้ามกับกระทรวงกลาโหม (มีชื่อสามัญว่า ประตูทอง เพราะเป็นทางผ่านสำหรับประชาชนที่จะไปปิดทองคำเปลวบูชาพระแก้วมรกต)

ประตูเทวาพิทักษ์  อยู่ทางด้านทิศตะวันออก ตรงกับถนนสราญรมย์ ถัดจากป้อมสิงขรขันฑ์ เหนือพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ติดกับป้อมขยันยิงยุทธ

ประตูศักดิ์ไชยสิทธิ์  อยู่ทางด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับวังสราญรมย์ ใต้พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ติดกับป้อมฤทธิรุดโรมรัน ถัดเข้ามาเป็น ประตูราชสำราญ

ประตูวิจิตรบรรจง  อยู่ทางด้านทิศใต้ อยู่ระหว่างป้อมมณีปราการและป้อมพิศาลสีมา บริเวณพระตำหนักสวนกุหลาบ ตรงข้ามกับวัดพระเชตุพนฯ (มีชื่อสามัญว่า ประตูฉนวนชั้นนอกออกไปวัดโพธิ์) ถัดเข้ามาด้านในเป็น ประตูพิศาลทักษิณ

ประตูอนงคารักษ์  อยู่ทางด้านทิศใต้ อยู่ระหว่างป้อมพิศาลสีมาและประตูพิทักษ์บวร ตรงข้ามกับวิหารพระพุทธไสยาสของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ (มีชื่อสามัญว่า ประตูผีชั้นนอก) ถัดเข้ามาด้านในเป็น ประตูกัลยาวดี (มีชื่อสามัญว่า ประตูผีชั้นใน)

ประตูพิทักษ์บวร อยู่ทางด้านทิศใต้ อยู่ระหว่างประตูอนงคารักษ์และป้อมภูผาสุทัศน์ เป็นประตูด้านสกัดทางใต้ ตรงกับถนนมหาราช ข้างในตรงกับถนนสกัดกำแพง พระบรมมหาราชวัง (มีชื่อสามัญว่า ประตูแดงท้ายสนม เพราะทาสีแดง ตั้งอยู่ริมตลาดชื่อท้ายสนม)

ประตูสุนทรทิศา  อยู่ทางด้านทิศเหนือ ระหว่างป้อมอินทรรังสรรและประตูวิมานเทเวศร์ ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นประตูด้านสกัดทางเหนือ

ประตูเทวาภิรมย์ อยู่ทางด้านทิศตะวันตก ระหว่างป้อมมหาสัตตโลหะและป้อมทัศนนิกร ตรงข้ามกับท่าราชวรดิษ (มีชื่อสามัญว่า ประตูท่าขุนนางหน้าโรงทาน) ถัดเข้ามาด้านในเป็น ประตูศรีสุนทร

ประตูอุดมสุดารักษ์ อยู่ทางด้านทิศตะวันตก เป็นประตูฉนวนออกทางตรงพระที่นั่งที่ท่าราชวรดิษ ขนาบด้วยป้อมโสฬสศิลาทางด้านใต้และป้อมมหาสัตตโลหะทางด้านเหนือ

และประตูเล็กคือ ประตูช่องกุด อยู่ทางด้านทิศตะวันตก ระหว่างป้อมภูผาสุทัศน์และป้อมสัตตบรรพต เป็นประตูพระบรมมหาราชวังซึ่งราษฎรสามัญใช้เข้า-ออกติดต่อกับคนภายในวัง ประตูช่องกุดเป็นประตูขนาดเล็ก เจาะทะลุกำแพงวังและไม่มีซุ้มประตู


อ่านเรื่องราวรามเกียรติ์ ที่ปรากฎในจิตรกรรมฝาผนัง ว้ดพระแก้ว ...(คลิก ღ รามเกียรติ์...วรรณคดีไทยที่สะท้อนรอยแห่งการต่อสู้สงครามและคติธรรมทางการเมืองที่ไม่มีวันตกยุค(อัพเดท เพลงเพียบ!) ° ° )

เที่ยววัดพระศรีรัตนศาสดารามกราบพระ..ปฏิทินส.ค.ส๒๕๕๖พร้อมกองทัพตัวละครรามเกียรติ์

คลิป เที่ยววัดพระศรีรัตนศาสดารามกราบพระแก้วมรกต ..พร้อมกองทัพตัวละครรามเกียรติ์เมื่อครั้ง ชาวโอเคเนชั่น ส่งท้ายปีเก่าเถลิงศกใหม่๒๕๕๖..

ที่มาของนาม พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ธรรมเทศนาในพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ ร.๙ กับเสาหานที่หายไปของ พระที่นั่งดุสิตฯ

  

 

                                           อ่านเรื่องราว ท่องเที่ยว ถ่ายภาพเชิงวัฒนธรรม.... คลิกลิ้งค์

ไทยเห่อฝรั่งยุคสยามศิวิไลซ์?กาแฟฝรั่งต้องน้ำตาลสยามเหตุเกิด!สวนกาแฟ!วัดรั้วเหล็ก

ศิลป์ออกเสียงสำเนียงนานาชน(คนฝั่งขะนี้)2เดินกระทบไหล่ศ.ศิวลักษณ์..ฉลองคริสต์มาส  

 

 

 ย่านมรดกวัฒนธรรมทางศาสนาและลักษณะของตรอก ซอก ซอยเล็กๆยังคงเป็นเอกลักษณ์สำคัญของย่านกะดีจีน ที่ยังคงมีชีวิตชีวาและบอกเล่าเรื่องราวความทรงจำของชุมชน ดังที่เคยนำเสนอมาแล้ว (คลิกลิ้งค์)

เดินตรอกกะดีจีน๓..๖ชุมชน๓ศาสนา๔ความเชื่อโบสถ์นีโอคลาสสิกซางตาครู้ส..กับเพื่อนโปรตุกีสสมัยเด็ก

กระตุกต่อมเอ๊ะปลุกกระแสวัฒนธรรมชุมชนของวัยโจ๋!!เขาทำแผนที่มรดกวัฒนธรรมผ่านสื่อสมัยใหม่กันอย่างไร!!

 

เดินตรอกกะดีจีน.๒จากสวนกาแฟสู่กรุวัดประยุรวงศาวาส..จากทุกมุมของเจดีย์องค์ใหญ่และสูงที่สุดในกรุงรัตนโกสินทร์

 

 

 

เดินตรอกกะดีจีนเยี่ยม๖ชุมชน๓ศาสนา๔ความเชื่อ..๑ไหว้พระวัดกัลยาณมิตร

คลิป เดี่ยวจะเข้หมู่จีนขิมใหญ่ ทางจางวางทั่ว พาทยโกศล ได้ถ่ายทอดให้คุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ บุตรี

 

บรรเลงจะเข้หมู่โดยนิสิตเก่า นิสิตปัจจุบัน และนิสิตระดับมหาบัณฑิตของภาควิชาดุริยางคศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานฝั่งธนบุรี สำนักดนตรีพาทยโกศล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

สตูดิโอถ่ายรูปในสยาม..ฟรานซิสจิตรฝรั่งกะดีจีนช่างถ่ายรูปหลวง..ผู้ถวายงานให้พระพุทธเจ้าหลวงมากที่สุด

กระทบไหล่รองผู้ว่าฯที่ย่านกะดีจีน..พื้นที่สาธารณะรอบมรดกวัฒนธรรมย่านกะดีจีน..

พระธรรมโกศาจารย์กระตุกต่อมเอ๊ะ!นำทัวร์..ลูกทัวร์คนดัง..อาทิไกรศักดิ์ ชุณหวัณและผู้นำศาสนาคริสต์,อิสลาม..หัวค่ำนั่งฟังดุริยกวี..แบบศิลป์สามท่ากับศ.ศิวศิวลักษณ์

 

แรงงง!!เวทีชาวย่าน(คลองสาน)คิด..นิสิตล้วงลึก!..จัดเต็ม

เจ๋ง!+โดน!!เมื่อนิสิตเปิดเวทีโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูย่านคลองสาน..ให้ชุมชนชาวย่าน(คลองสาน)และภาครัฐจัดหนักซักยิบ!..

 

คลิกชมเรื่องตัวอย่างตามหมวดหมู่ ของบล็อกนี้ในกิจกรรม ThailandBlogAwards2011

คลิกชมอัลบัม ภาพในดวงใจ Tagโอเครวมใจภักดิ์ร่วมโครงการ

ภาพในดวงใจ

http://www.facebook.com/media/set/?set=a.261769740551954.66557.209977365731192&type=3

  

-

หากชอบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิญชวนคลิก

ศิลปะจั่วของเกาะแกร์คือต้นแบบเขาพระวิหาร..หลังจากยุคเขมรแดงเหล่าอัปสราบ้างก็ถูกล่วงละเมิดบ้างก็รอการปลุกชีพ(18+)

หากรักศิลปะ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่โยงเกี่ยวกับ ธรรมชาติ คลิก

HakkaTulouมรดกโลก..ภูมิปัญญาจากก้อนดินสู่มรดกทางวัฒนธรรมจากศาสตร์แห่งต้นไม้ใบหญ้าจากรุ่นสู่รุ่น

About this Blog..Just click ..the following pictorial links.

 

Varity links

Activities

Lifestyle

PoliticsCurrentSituation

Outbound Tourism

Health&Cousine

Recreation

Inbound Tourism



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 30/04/2017 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

คุณภาพคับแก้ว เป็นบลอกเกอร์ที่เสมอต้นเสมอปลาย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
feng_shui from mobile วันที่ : 19/04/2017 เวลา : 10.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ขอบคุณสำหรับคำชม จากทุกท่านนะคะ ขอบคุณสำหรับพื้นที่สาธารณะเล็กๆแห่งนี้ หากมีโอกาสเหมาะจะนำเสนอเรื่องราวต่างๆที่ไปพานพบมาขะ เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ หวัง่ว่าคงไม่เบื่อกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 19/04/2017 เวลา : 06.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เยี่ยมยอดมาก เฟิงสุ่ย
สวยงามทุกภาพ ทุกมุม จริงๆ ในวัดพระแก้วนี้
คนไทยทุกคนควรรำลึกถึงบุญคุณพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ที่สร้างมรดกล้ำค้านี้ ไว้ให้ลูกหลานชาวไทย ได้ชม ได้ทำมาหากินจากการท่องเที่ยวได้ ตราบเท่าทุกวัน
คิดถึงนะสุ่ย

ความคิดเห็นที่ 6 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 18/04/2017 เวลา : 21.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ (ได้จากที่นี่เลย) "12 อันดับ เมืองที่มี ‘ต้นไม้’ เยอะที่สุดในโลก !!"  กรุณคลิกลิงก์บรรทัดบน

มรดกล้ำค่ายิ่งของประเทศไทยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 18/04/2017 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ยอดเยี่ยมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 18/04/2017 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คุณสุ่ย สมเป็นนักข่าวพลเมืองจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 3 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 17/04/2017 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เจอวัดวาอารามของต่างประเทศแถบๆนี้ก็ไม่มีที่ไหนสวยงามละเอียดอ่อนเหมือนวัดพระแก้วของไทย

ความคิดเห็นที่ 2 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 17/04/2017 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

copy ลิงค์เก็บใว้อ่านค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/04/2017 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

บทความนี้มีคุณค่ายิ่งดังเช่นเคยครับ คุณสุ่ย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน