• feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2540
  • จำนวนผู้ชม : 4833442
  • จำนวนผู้โหวต : 4768
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4768 คน
coffee

coffee

View All
<< กรกฎาคม 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม 2560
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 1277 , 11:55:53 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน february26 , วรรณสุข และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ยูบีเอ็มจับมือสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดการประกวดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (Start-up Innovative F&B Products Competition) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในการใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม เตรียมพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการก้าวเป็นครัวโลกยั่งยืนและเมืองนวัตกรรมอาหารของภูมิภาค

 

นายมนู เลียวไพโรจน์ 
ประธาน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยระหว่างการเป็นประธานเปิดโครงการประกวดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม(Start-up Innovative F&B Products Competition) ว่า อุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย เป็นอุตสาหกรรมศักยภาพที่ถูกยกระดับความสำคัญจากทั้งภาคนโยบายของรัฐและการตอบรับของเอกชน โดยมีจุดมุ่งหมายอันใกล้คือการก้าวขึ้นเป็นครัวโลกอย่างเต็มภาคภูมิ และการเป็นเมืองนวัตกรรมอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคโดยในปี 2559 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ด้วยการส่งออกเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม)และเป็นผู้ส่งออกอาหารสำเร็จรูปอันดับที่ 13 ของโลก โดยการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่ารวม 900,000 ล้านบาท จากการคาดการณ์แนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารในปี 2560 ที่จะเติบโตขึ้นอีกร้อยละ 8 จากปีที่ผ่านมา

“ปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยเป็นอุตสาหกรรมศักยภาพ คือ การมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิตทางการเกษตรที่หลากหลายสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดปี มีภูมิศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลางของประเทศแถบอาเซียน รวมไปถึงการมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร ดังนั้นในการผลักดันและส่งเสริมผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมอาหารอันเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงต้องสนับสนุนให้เกิดการเกษตรแบบยั่งยืนและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ตอบรับแนวนโยบายของประเทศ ไทยแลนด์ 4.0”

 

ด้านนางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดโครงการประกวดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (Start-up Innovative F&B Products Competition) กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดร่วมของความสำเร็จในอุตสาหกรรมอาหารทุกภูมิภาคของโลก อันดับแรกคือ สินค้าอาหารและเครื่องดื่มมีจุดเด่น ดึงดูดความสนใจและจุดประกายความต้องการซื้อของผู้บริโภคให้ได้ เนื่องจากในปัจจุบัน การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารนั้นสูงมาก เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่และเป็นความต้องการพื้นฐานในการใช้ชีวิตของมนุษย์ ดังนั้น การที่จะทำให้สินค้าอาหารและเครื่องดื่มสามารถแข่งขันในตลาดได้ จึงต้องอาศัยการสร้างจุดเด่นและความน่าสนใจให้กับสินค้าเหล่านั้น จุดร่วมต่อมา คือการใช้นวัตกรรมในการสร้างสรรค์และผลิตจะทำให้อาหารและเครื่องดื่มได้รับความสนใจมากกว่า เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันมีพฤติกรรมและความต้องการที่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยมุ่งเน้นไปยังการรักษาสุขภาพรักษาสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน และมองไปถึงความยั่งยืนในอนาคต ดังนั้น การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม จะเป็นการตอบสนองต่อพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งยังสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในธุรกิจอีกด้วย

“ซึ่งการจัดโครงการประกวดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (Start-up Innovative F&B Products Competition) ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรมในวงการอุตสาหกรรมอาหาร นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีไทยที่มีศักยภาพในการแข่งขันให้สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดทั้งในระดับประเทศภูมิภาค และโลกได้ เพราะเราคงไม่อยากให้เกิดการผูกขาดจากบริษัทใหญ่แค่ 4-5 รายในตลาด เพราะนอกจากจะไม่เกิดการแข่งขันที่จะนำประโยชน์มาสู่ผู้บริโภคแล้ว ก็ยังทำให้เกิดการไม่พัฒนา เนื่องจากขาดสิ่งแปลกใหม่ โดยโครงการนี้จะทำให้สตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีไทยกลายเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นครัวโลกและเมืองนวัตกรรมอาหารได้อย่างเต็มภาคภูมิในที่สุด เพราะไม่ใช่แค่ตำแหน่งและชื่อเสียงที่จะได้รับหากจะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจด้านอุตสาหกรรมอาหารและสามารถสร้างเม็ดเงินไปจนถึงการเข้ามาลงทุนจากต่างชาติให้กับประเทศได้” นางสาวรุ้งเพชรกล่าวปิดท้าย

นางภัทรา อะหมะดี พีรซะหีด ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพวว.กล่าวเพิ่มเติมว่า วว.เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนและให้บริการ สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารมานานกว่า 30 ปี วว.วิจัยและพัฒนาด้านอาหารตั้งแต่วัตถุดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ส่วนผสมอาหารจากธรรมชาติ (natural functional ingredients) รวมถึงการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทั้งในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary supplement) ผลิตภัณฑ์อาหารเชิงหน้าที่ (Functional Foods) จนถึงการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ตัวอย่างเช่น การพัฒนาสารสกัดแอสตาแซนทินจากสาหร่าย ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“วว.พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพด้วยการให้บริการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ รวมทั้งบริการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ รับรองระบบคุณภาพ ตลอดจนการให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่  โรงงานนำร่องสำหรับสายการผลิตเครื่องดื่ม โรงงานนำร่องสำหรับสายการผลิตผลไม้แช่อิ่มอบแห้ง สำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจสตาร์ทอัพหรือเอสเอ็มอีสามารถมาใช้บริการทดลองและทดสอบผลิตจริง เพื่อผลิตภัณฑ์ไปสู่เชิงพาณิชย์” นางภัทรา กล่าว

 

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชด ชมพูนิช รักษาการแทนคณบดี คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า โครงการประกวดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (Start-up Innovative F&B Products Competition) ครั้งนี้จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้มีความคิดเชิงนวัตกรรม กระตุ้นให้เกิดความคิดริเริ่ม ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้มีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก  

“การยกระดับประเทศไทยจากประเทศผู้ผลิต และให้บริการ มาสู่ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามนโยบาย 4.0 ของรัฐนั้นต้องใช้เวลาในการพัฒนาบุคลากรมากพอสมควร ซึ่งสถาบันการศึกษามีส่วนสำคัญในการค้นคว้าวิจัยให้เกิดองค์ความรู้และต่อยอดสู่ธุรกิจโดยในอนาคต อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจะมุ่งเน้นไปที่ การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health and Wellbeing),การรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (Eco Living),และสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)โครงการประกวดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (Start-up Innovative F&B Products Competition)  จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้นำองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ มาเผยแพร่สู่สังคมให้เกิดประโยชน์ ต่อยอดสู่การนำไปใช้จริงให้เกิดมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ”ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดกล่าว

 

โครงการประกวดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (Start-up Innovative F&B Products Competition) เปิดรับสมัครสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีไทยแล้ววันนี้และจะหมดเขตรับสมัครในวันที่ 15 สิงหาคม 2560 โดยจะมีการประกาศผลผู้ชนะเลิศวันที่ 14 กันยายน 2560 ภายในงานฟู้ดอินกรีเดียนท์เอเชีย 2017 ผู้ที่สนใจสามารถทำการสมัครหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่02-642-6911 ต่อ 515และwww.fiasia.com




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 26/07/2017 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

โครงการต่างๆทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ยุคนี้เยอะนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน