• feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2540
  • จำนวนผู้ชม : 4833435
  • จำนวนผู้โหวต : 4768
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4768 คน
coffee

coffee

View All
<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม 2560
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 1177 , 00:27:51 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้


มร. เจอร์เกน สตราฟฟ์ และนางสาวอวยพร กองพัฒนากูล 

“ดร.มาร์ตินส์”จัดงาน“เทล ออฟ เทลส์”

เปิดตำนานกว่า 57 ปี บอกเล่าตัวตนของแบรนด์ผ่าน “ไลฟ์เอ็กซิบิชั่น แฟชั่นโชว์”

พร้อมเปิดตัวรองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ DM’s Lite Tech Knitที่มีน้ำหนักเบาที่สุดด้วยเทคโนโลยีผ้าถัก


 

กรุงเทพฯ – บริษัท โอทีที ฟุตแวร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ดร. มาร์ตินส์เพียงผู้เดียวในประเทศไทยจัดงาน“เทล ออฟ เทลส์”(TALE OF TALES)เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ล่าสุดที่ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปท์ใหม่ ณ ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์พร้อมบอกเล่าประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 57 ปีของรองเท้าแบรนด์ดังระดับตำนานจากเกาะอังกฤษ ผ่าน“ไลฟ์เอ็กซิบิชั่น แฟชั่นโชว์” และจับมือเซเลบริตี้อาร์ทติสชื่อดัง 6 คน อย่างคุณจิตต์สิงห์ สมบุญคุณโอ๋ฟูตอง ป๋าตึก-ภูษิก พัฒนปราการ ซัน Smile Club OCTOBER 29 (ออคโทเบอร์ ทเวนตี้ไนน์) และ BBINKO (บิ๊งโกะ) มาร่วมจัดทำ “DOC’s D.I.Y”ด้วยการตกแต่งและสร้างสรรค์ลวดลายของรองเท้าในสไตล์ของตัวเองพร้อมทั้งเปิดตัวรองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ DM’s Lite Tech Knit โดยมีเหล่าดารา นายแบบ และนางแบบมืออาชีพ อาทิ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมืองร่วมถ่ายทอดเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของดร. มาร์ตินส์ในแต่ละยุคสมัยผ่านแฟชั่นโชว์ที่สะท้อนถึงตัวตนที่ไม่เหมือนใคร

 

นางสาวอวยพร กองพัฒนากูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โอทีที ฟุตแวร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายดร. มาร์ตินส์เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของแบรนด์ว่า “จุดเริ่มต้นของรองเท้าที่มีตำนานและประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานนั้นเริ่มขึ้นเมื่อรองเท้าดร. มาร์ตินส์คู่แรกออกวางจำหน่ายในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1960ความทนทานและดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครทำให้ดร. มาร์ตินส์ได้รับความนิยมมากว่า 57 ปี รองเท้าดร. มาร์ตินส์ในแต่ละยุคสมัยนั้นบ่งบอกถึงตัวตนที่แตกต่างและยังสามารถสะท้อนถึงสไตล์เฉพาะตัวของผู้สวมใส่แต่ละคนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้รองเท้าดร. มาร์ตินส์เป็นที่รู้จักกันดีคือการเย็บด้วยด้ายสีเหลือง (Yellow Stitching) ห่วงแขวนที่ข้อ(Heel-Loop) และลายร่องพื้นรองเท้า(Air Cushion Soles)”

 

“เพื่อสะท้อนถึงจิตวิญญาณของแบรนด์ ที่มุ่งมั่นให้ทุกคนได้แสดงออกถึงตัวตนและเอกลักษณ์ที่แท้จริง บริษัท โอทีทีฟุตแวร์ จำกัดในฐานะที่ได้นำเข้าและจัดจำหน่ายรองเท้า ดร. มาร์ตินส์มาเป็นเวลากว่า 14 ปี จึงจัดงาน “TALE OF TALES”เพื่อเปิดตัวแฟลกชิพสโตร์แห่งใหม่ล่าสุด ณ ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นแฟลกชิพสโตร์แห่งที่ 3 ในประเทศไทย และเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งรูปแบบใหม่ที่ผสมผสาน Industrial look กับ สีแดงคลาสสิคแบบ Modern Contemporary สะท้อนถึงช่วงเวลาที่รองเท้าดร. มาร์ตินส์คู่แรกออกวางจำหน่าย นอกจากนี้ในงานยังได้จัด “ไลฟ์เอ็กซิบิชั่น แฟชั่นโชว์” (Live Exhibition Fashion Show) เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์อันยาวนานของดร.มาร์ตินส์ ในฐานะที่เป็นรองเท้าสำหรับผู้สวมใส่ทุกเพศ ทุกวัย ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง โดยแบ่งออกตามช่วงยุคของแบรนด์ตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนถึงปัจจุบันที่มีสไตล์และคาแร็คเตอร์แตกต่างกัน เริ่มจาก

 

1960’sที่ถือเป็นยุคเริ่มต้น โดยรองเท้าคู่แรกออกวางจำหน่ายในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1960

 

ในยุค 1970’sดร. มาร์ตินส์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเป็นขบถ เมื่อกลุ่มคนในแวดวงดนตรีเริ่มใส่รองเท้าเพื่อแสดงออกถึงความโดดเด่นและความเป็นตัวของตัวเอง (Self-expression) และเมื่อวัฒนธรรมการแต่งตัวแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นในยุค 1980’s รองเท้าดร. มาร์ตินส์ไซส์เล็กของผู้ชายถูกนำมาดัดแปลงด้วยลวดลายดอกไม้บนรองเท้ารุ่น 1460 สุดคลาสสิค ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้หญิง

ลวดลายดอกไม้บนรองเท้ารุ่น 1460 สุดคลาสสิค ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้หญิง

คอลเลคชั่นPrinted

1990’s

 

 

คอลเลคชั่นPrinted ได้ถือกำเนิดขึ้นในยุคนี้ โดยเป็นคอลเลคชั่นที่แสดงถึงความแปลกใหม่ และความเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการใช้งานศิลปะชิ้นเอกจากศิลปินยุคเรเนซองส์มาทำเป็นลวดลาย หรือนำรอยสักกลิ่นอายเอเชียมาทำเป็นลวดลายบนรองเท้า ในยุค 1990’sดร. มาร์ตินส์ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลวงดนตรีกลางแจ้ง และเป็นเครื่องแบบของการแต่งตัวสไตล์กรันจ์ (Grunge)

2000’s

ในช่วง 2000’sรองเท้า  ดร. มาร์ตินส์เริ่มผสมผสานความคลาสสิคกับแฟชั่น และกลายเป็นไอเท็มหลักของการแต่งตัวในสไตล์สตรีทแฟชั่น

M.I.E

นอกจากนี้ยังมีการออกคอลเลคชั่นM.I.Eรองเท้าแฮนคราฟท์ที่ผลิตในโรงงานที่ Cobbs Laneซึ่งรองเท้าบู๊ตคู่แรกถูกผลิตที่โรงงานแห่งนี้ โดยมีการใช้วัสดุพิเศษและหายาก และจนมาถึงยุคปัจจุบัน NOW

NOW

 

 

องเท้ารุ่นใหม่ DM’s Lite Tech Knit 

รองเท้าดร. มาร์ตินส์ยังคงสะท้อนถึงตัวตนที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่ ในโอกาสนี้ จึงได้เปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ DM’s Lite Tech Knit ที่มีน้ำหนักเบา และผสมผสานดีไซน์คลาสสิคของดร. มาร์ตินส์กับผ้าถัก โดยจะวางขายในแฟลกชิพสโตร์แห่งใหม่ล่าสุด ณ สยามเซ็นเตอร์ เป็นที่แรกในประเทศไทย”

 OCTOBER 29 (ออคโทเบอร์ ทเวนตี้ไนน์) หรือฐกฤต ครุธพุ่ม

ผลงาน “DOC’S DIY” ของ“โอ๋ ฟูตอง” หรือ หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะในชื่อ  “Summer Walk” 

โดยภายในงานนี้ยังได้มีการจัดแสดง “DOC’S D.I.Y.” ที่ได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้อาร์ทติสชื่อดังที่มีสไตล์ไม่เหมือนใครทั้ง6 คน ได้แก่ คุณจิตต์สิงห์ สมบุญคุณโอ๋ ฟูตอง หรือหทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ คุณภูษิก “ป๋าตึก” พัฒนปราการ คุณซัน Smile Club หรือเมธัส เทพนวล OCTOBER 29 (ออคโทเบอร์ ทเวนตี้ไนน์) หรือฐกฤต ครุธพุ่มและ BBINKO (บิ๊งโกะ) หรือภาพฟ้า พุทธรักษา มาร่วมออกแบบสร้างสรรค์ลวดลายและดัดแปลงรองเท้าให้สะท้อนถึงตัวตนของศิลปินแต่ละคน

 

จิตต์สิงห์ สมบุญศิลปินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยเทคนิคการสร้างสรรค์ภาพวาดด้วยลายเส้นขาวดำเล่าถึงผลงานการวาดลวดลายลงบนรองเท้าดร. มาร์ตินส์ในครั้งนี้ว่า “สำหรับผลงาน ‘สไตล์มีสติ’ ชิ้นนี้ ผมได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของตัวผมเอง คือ เราเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับเรื่อง ‘สไตล์’มาตลอดอะไรที่มีสไตล์หรือสะท้อนความเป็นตัวเราออกมาได้เราเก็บหมด แต่พอถึงจุดหนึ่งอยู่ๆ เราหยุดซื้อทุกอย่างเหมือนอยู่ๆ เราก็มีสติถามตัวเองว่าทำไมเราต้องซื้ออะไรเยอะแยะมากมายขนาดนี้แค่เพียงเพราะต้องการสะท้อนตัวตนของเรา ผมก็เลยวาดตัวอักษรคำว่า ‘สติ’ลงไปบนรองเท้าดร. มาร์ตินส์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรองเท้าที่บอกสไตล์ของคนใส่ออกมาได้อย่างชัดเจน เพื่อที่จะบอกกับทุกคนว่าการแสดงตัวตนเพื่อบ่งบอกสไตล์ของตัวเองผ่านการใช้ชีวิตรูปแบบต่างๆไม่ใช่เรื่องที่ผิดหรือแปลกอะไร แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งแล้วเราต้องมีสติในทุกการกระทำของเราพูดง่ายๆก็คือเราทุกคนสามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ได้ แต่ขอให้ก้าวออกไปอย่างมีสติด้วยครับ”

 

เมธัส เทพนวลหรือ ซัน Smile Club ตัวแทนจากSmile Club กลุ่มแฮร์สไตล์ลิสต์สุดแนวบอกเล่าถึงผลงานการสร้างสรรค์ลวดลายให้กับดร. มาร์ตินส์ ที่บอกความเป็นตัวตนของพวกเขาได้อย่างชัดเจน “หลายๆ คนจะรู้จัก Smile Club ว่าเป็นร้านตัดผมแต่จริงๆ แล้วพวกผมทำหลายอย่างมากซึ่งหนึ่งในสิ่งที่พวกผมถนัดก็คือ การสัก (Tattoo) เราเลยใช้สิ่งที่พวกเราถนัดมาสร้างสรรค์ผลงานในชื่อ‘ศิลปะ ABSTRACT’ในครั้งนี้ ผมว่าน่าจะเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเลยนะที่มีการถ่ายทอดศิลปะด้วยวิธีการ “สักรองเท้า” โดยอุปกรณ์ทุกอย่างเหมือนกับที่ใช้สักผิวหนังของคน ส่วนลายที่เราออกแบบก็มาจากแนวคิดที่เราอยากถ่ายทอดความเป็นไทยและบ่งบอกตัวตนของพวกเราจึงเลือกดึงเอาภาพวาดที่เป็นงานอาร์ตที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ ‘การสักยันต์’ มาใช้ อย่างเช่น พวกลายเสือไทย งูไทย ซึ่งพอได้เห็นผลงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมชอบเลยนะ เป็นรองเท้าลาย ‘Tattoo สไตล์ไทยไทย’ที่บอกตัวตนของเราออกมาได้ชัดเจนจริงๆ”

สามารถพบกับดร. มาร์ตินส์ได้ที่แฟลกชิพสโตร์ทั้ง 3 แห่งที่ สยามเซ็นเตอร์ เมกะบางนา และเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว และเคาน์เตอร์ของดร. มาร์ตินส์ ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้วประเทศ

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์

 

เป้- อารักษ์ อมรศุภศิริ


เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงครามและต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง

ภัทร์ ฉัตรบริรักษ์

เกี่ยวกับ ดร. มาร์ตินส์

รองเท้าบูทคู่แรกของดร. มาร์ติเริ่มผลิตเพื่อเข้าสู่ตลาดเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1960โดยมาพร้อมกับเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือ การเย็บด้วยด้ายสีเหลือง (Yellow Stitching) ห่วงแขวนที่ข้อ (Heel-Loop) และลายร่องพื้นรองเท้า (Air Cushion Soles) ในช่วงแรก ดร.มาร์ตินส์เป็นที่นิยมในหมู่บุรุษไปรษณีย์และตำรวจเพราะมีน้ำหนักเบา ใส่สบายและทนทานกว่าคู่แข่งในยุคเดียวกันถือเป็นรองเท้าสำหรับชนชั้นแรงงานโดยแท้จริง

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ดร. มาร์ตินส์ผ่านการดัดแปลง ปรับปลี่ยน และถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มวัฒนธรรมย่อยหลายต่อหลายรุ่นสะท้อนความหลากหลายและเฉพาะตัวของผู้สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนักดนตรี หรือคนหนุ่มสาวรองเท้าดร. มาร์ตินส์จึงเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางการแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง (Self-expression)ของพวกเขาเสมอ

รูปทรงที่เรียบง่ายของรองเท้าดร.มาร์ตินส์เปิดทางให้ผู้สวมใส่สามารถเติมแต่งลวดลายเฉพาะของตัวเองได้ พร้อมทั้งมอบความทนทานและการสวมใส่แสนสบายจากรองเท้าที่เป็นตำนานโด่งดัง ดร. มาร์ตินส์คือรองเท้าในอุดมคติในโลกของสตรีทแฟชั่นและแวดวงดนตรีในด้านคุณค่าทางจิตใจ ดร. มาร์ตินส์คือสัญลักษณ์บ่งบอกทัศนคติและพลัง

ปัจจุบัน โรงงานนอร์ธแฮมตันเชอร์ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ในหมู่บ้านวอลลัสตัน โดยมีทีมผลิตกลุ่มเล็กๆ ทำหน้าที่ผลิตสินค้า “Made In England” ของดร. มาร์ตินส์ประจำการ สมาชิกทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดตามธรรมเนียมของผู้ที่ได้รับการฝึกฝนวิธีผลิตรองเท้าแบบดั้งเดิมและเทคนิคเฉพาะที่ทำให้ ดร. มาร์ตินส์คือรองเท้าที่ไม่เหมือนรองเท้าคู่ใดในโลกใบนี้

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เคยมีคู่หนึ่งสวมใส่สบายดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 06/08/2017 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอบคุณครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน