*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2558
  • จำนวนผู้ชม : 4870013
  • จำนวนผู้โหวต : 4778
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4778 คน
coffee

coffee

View All
<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม 2560
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 1479 , 13:54:33 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน PiyaiandNoolek , สิงห์นอกระบบ และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

เจริญกรุง บำรุงเมือง-เฟื่องนคร

ถนนเจริญกรุง เป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๐๔ แล้วเสร็จใน พ.ศ.๒๔๐๗ สาเหตุของการสร้างมาจากการที่พระองค์ได้ทรงรับคำกราบบังคมทูลอธิบายจากชาวต่างประเทศว่า ในประเทศทางยุโรปนั้น จะสร้างถนนที่สามารถใช้ได้ทุกฤดูกาล โดยใช้อิฐและหินก้อนใหญ่ก้อนเล็กปูเป็นชั้นๆ ทำให้พระองค์สนพระทัยมาก ประกอบกับกงสุลจากประเทศต่างๆ ได้เข้าชื่อถวายฎีกา ขอพระราชทานถนนโดยได้กราบบังคมทูลว่า

         "ชาวยุโรปเคยขี่รถขี่ม้า เที่ยวตากอากาศ ได้ความสบายไม่มีไข้ เข้ามาอยู่กรุงเทพมหานครไม่มีถนนหนทางที่จะขี่รถขี่ม้าไปเที่ยวพากันเจ็บไข้เนืองๆ"

เมื่อพระองค์ได้ทรงทราบความในหนังสือแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) สมุหพระกลาโหมเป็นแม่กอง และพระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง เป็นนายงาน สร้างถนนจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ผ่านสำเพ็ง (ย่านการค้าของชาวจีน) ผ่านบางรัก (ย่านการค้าและที่อยู่อาศัยของชาวตะวันตก) ถึงบางคอแหลม (ถนนตก)

       ถนนเจริญกรุง แบ่งเป็น ๒ ตอน คือ ถนนเจริญกรุงในเขตกำแพงเมือง เริ่มจากบริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามจนถึงสะพานดำรงสถิตย์ ต่อกับถนนเจริญกรุงตอนนอกกำแพงเมืองจนถึงตำบลดาวคะนอง

ถนนบำรุงเมืองสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อปีกุน พ.ศ.๒๔๐๖ โดยโปรดเกล้าฯ ให้พระพรหมบริรักษ์เป็นนายงานขยายถนนสร้างไปทางเสาชิงช้า เริ่มตั้งแต่ถนนสนามชัย(ถนนตั้งแต่ป้อมเผด็จดัสกรหัวมุมกำแพงพระบรมมหาราชวังฝั่งเหนือตรงข้ามศาลหลักเมือง ถึงถนนมหาราชและถนนราชินี) ผ่านเสาชิงช้า ประตูผี (ชื่อนี้เพราะเป็นประตูที่นำศพออกจากเมืองไปเผานอกเมืองเพื่อไม่ให้เถ้าถ่านจากการเผาศพฟุ้งกระจาย เป็นประเพณีที่ถือกันมาแต่โบราณว่าถ้านำศพออกทางประตูอื่นที่มิได้กำหนดไว้เป็นประตูผีจะเกิดเสนียดจัญไรขึ้นในบ้านเมือง แต่ชื่อนี้ต่อมาทางราชการเห็นว่าฟังแล้วน่าขนลุกและไม่เป็นมงคลจึงเปลี่ยนชื่อใหม่เสียไพเราะว่า “สำราญราษฎร์”) วัดสระเกศไปจนถึงสะพานยศเส เป็นระยะทางยาว ๒๙ เส้น ๑๔ วา ๓ ศอก สิ้นค่าใช้จ่ายในการสร้าง ๑๕,๐๙๒ บาท ถนนเส้นนี้ในอดีตสันนิษฐานว่าเป็นทางเดินมาตั้งแต่ครั้งสร้างกรุง เพราะมีชื่อเรียกกันมาแต่เดิมว่าถนนรีและถนนขวาง เป็นถนนที่นับได้ว่ามีคนจีนอาศัยอยู่มาก ทำกิจการค้าหลากหลายประเภท ในอดีตบริเวณริมถนนบำรุงเมืองเคยเป็นที่ตั้งศาลเจ้าเสือเรียบร้อย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ มีพระราชประสงค์จะขยายถนนบำรุงเมืองให้กว้างเพื่อเป็นทางรถและสร้างตึกแถว จำเป็นต้องรื้อศาลเจ้าไปไว้ที่อื่น จึงโปรดเกล้าฯให้พระยาโชฎึก- ราชเศรษฐี (เถียน) จัดการรื้อศาลเจ้าแห่งนี้ไปสร้างใหม่ในที่พระราชทานริมถนน เฟื่องนครใกล้วัดมหรรณพาราม(ศาลเจ้าพ่อเสือในปัจจุบัน) 

 ถนนเฟื่องนคร

รัชกาลที่ ๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๗ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาให้ประเทศเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ เป็นถนนรุ่นแรกที่ใช้วิธีการสร้างแบบยุโรป ถนนสายนี้เริ่มต้นจาก สี่กั๊กพระยาศรี บรรจบกับ ถนนบำรุงเมือง ที่ สี่กั๊กเสาชิงช้า ความยาวประมาณ ๐.๕ กิโลเมตร ได้รับพระราชทานนามโดยมีความหมายเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองว่า ถนนเฟื่องนคร เมื่อสร้างเสร็จแล้วนับว่าเป็นถนนที่ทันสมัย มีความสะดวกสบาย ในอดีตเป็นย่านที่จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ และเป็นสถานที่ตั้งของโรงพิมพ์ที่มีชื่อเสียง ปัจจุบันมีร้านค้าสองฝั่ง ถนนยังคงสภาพเดิมไว้เป็นส่วนมาก กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติไว้แล้ว 

     ถนนทั้งสามสายเมื่อสร้างสำเร็จแล้วนับเป็นเส้นทางคมนาคมที่ทันสมัยสะดวกสบาย และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า รัชกาลที่ ๔ จึงโปรดพระราชทานนามถนนทั้งสามสายนี้ให้มีความหมายเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองว่า “ถนนเจริญกรุง” “ถนนบำรุงเมือง” และ “ถนนเฟื่องนคร”                  อ้างอิงจาก http://www.thaigoodview.com/node/87964

 

พระนครยุคสมัยใหม่ย่านถนนการค้าบำรุงเมือง-เฟื่องนคร

วันอาทิตย์ที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๐:ข้าพเจ้ารู้สืกตื่นเต้น ในการร่วมกิจกรรมการเดินท่อง ย่านประวัติศาสตร์ใน ชุมชนย่านเก่าๆของกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ของมูลนิธื เล็ก ประไพ "พระนคร๑๐๑" ครั้งที่ ๕ " เพราะนอกจากจะได้สำรวจ แบบเข้าถึง อย่างแท้จริง แล้ว ยังได้ เกร็ดความรู้มากมายที่ทำให้ผู้กระหายการท่องเที่ยวแบบWalk Tour   ได้เข้าถึงและเข้าใจแบบที่ไม่มีใครสามารถให้เราได้ นอกจาก สองเท้าของเราที่ก้าวไปกับ  วิทยากรท้องถิ่นเอง

ช่วงแรกเป็นการอธิบายเรื่องราวของพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ ผ่านแผนที่ ณ บริเวณลานหน้าวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ วิทยากรมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์และมีวิทยากรท้องถิ่นบรรยายบรรยากาศบริเวณชุมชนหลังโบสถ์พราหมณ์โดย คุณสุมาลี พฤกษาขจี (กรรมการชุมชนหลังโบสถ์พราหมณ์) จะขอแบ่งเป็นตอนๆ ให้ท่านได้สัมผัสและซึมซับบรรยากาศกัน โดยขอเริ่มจาก ตอนที่อยากจะให้ชื่อว่า ดีต่อใจ บำรุงชาติ สาสนา ยาไทย

 

ตึกบำรุงชาติ สาสนา ยาไทย อาคารแบบโคโลเนียล ที่ตั้งร้านหมอหวานยาไทย

 

คุณค่าจากสิ่งที่ "หมอหวาน" ซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณตาทวดได้สร้างไว้ให้ หลังจากที่ได้สัมผัสมาตั้งแต่เด็กทำให้เป็นคนที่ชอบของเก่า โดยภูมิปัญญาเหล่านี้ควรที่จะถูกถ่ายทอดเป็นความรู้ให้มีอยู่ต่อไป 

"ไม่เพียงแค่ยาหอมที่ได้รับการสืบทอดมาจากรุ่นตาทวดเท่านั้น เพราะตัวอาคารบ้านหลังนี้ถือว่าเป็นรูปทรงที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างยาวนาน มีเอกลักษณ์โบราณที่สวยงาม"

"จากการที่เราใช้ชีวิตคลุกคลีมากับสภาพแวดล้อมที่เห็นบรรพบุรุษทำยาแผนโบราณมาตั้งแต่เล็กๆ จึงได้พบว่าคนโบราณฉลาดมากและมีความละเมียดบรรจงในวิธีคิด ทำให้มีมุมมองและความรู้สึกกับความหมายของคำว่า "โบราณ" ไม่เหมือนคนอื่น คือ มองว่าโบราณไม่ใช่เรื่องของความ ล้าสมัย แต่เป็นความคลาสสิกที่อยู่เหนือกาลเวลา เมื่อกลับมาพูดถึง "ยาหอม" จึงมองว่าเป็นผลผลิตทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าและควรที่จะได้รับการสืบทอดส่งต่อไปยังคนรุ่นหลังต่อไป "คุณภาสินีกล่าว เสริม

 

ชมการสาธิต การผลิตยาหอมสุรามฤทธิ์ จาก คนรุ่นใหม่ 

เมื่อปีที่แล้วข้าพเจ้า เคยชมการสาทิต การปิดทอง ยาหอม จากฝีมือป้าออระ วรโภค  วันนั้น ข้าพเจ้าได้เดินชมตลาดสด ยามเช้า เรียกกันว่า ตลาดตรอกหมือ แล้วเดินเท้า เพียงไม่กี่ก้าว ก็ถึงประตู "บ้านหมอหวาน" บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้น ลักษณะอาคารแบบ "ชิโน-บริติช" หรือโคโลเนียลอาณานิคม ข้าพเจ้าได้พบกับทายาทหมอหวาน ภาสินี ญาโณทัย 

ย้อนไปเมื่อปลายรัชสมัย รัชกาลที่ 6 ช่วง พ.ศ.2467 บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาในนาม "บ้านบำรุงชาติสาสนายาไทย" เจ้าของบ้านคือ "หมอหวาน" นายหวาน รอดม่วง ซึ่งเป็นแพทย์แผนโบราณ รักษาโรคด้วย ยาหอม ยาลม ยาเด็ก ยาระบาย ยาแก้ปวดหัว ตัวร้อน ยากวาดคอ ฯลฯ 

เล่าขานกันมาว่าครั้งหนึ่งที่นี่มีคนไข้ประจำ คือ สมเด็จกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศพระองค์แรกของสยาม ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 

ย้อนไปเมื่อปลายรัชสมัย รัชกาลที่ 6 ช่วง พ.ศ.2467 บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาในนาม "บ้านบำรุงชาติสาสนายาไทย" เจ้าของบ้านคือ "หมอหวาน" นายหวาน รอดม่วง ซึ่งเป็นแพทย์แผนโบราณ รักษาโรคด้วย ยาหอม ยาลม ยาเด็ก ยาระบาย ยาแก้ปวดหัว ตัวร้อน ยากวาดคอ ฯลฯ 

เล่าขานกันมาว่าครั้งหนึ่งที่นี่มีคนไข้ประจำ คือ สมเด็จกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศพระองค์แรกของสยาม ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

 

ล่วงมา 90กว่า ปี มีผู้สืบทอดยาแผนโบราณมาดังนี้ รุ่นที่ 2 คือ คุณยายเฉื่อย วรโภค รุ่นที่ 3 คือ คุณป้า ออระ วรโภค และปัจจุบันผู้สืบทอดรุ่นที่ 4 คือ ภาสินี ญาโณทัย

ในยุคโลกาภิวัตน์ โลกหมุนเร็วตามเทคโนโลยี ยาหอม ก็เริ่มสูญไปพร้อมกันกับการล้มหายตายจากของคนที่เคยรับประทาน ยาแผนโบราณ แพทย์แผนไทย แต่ คงไม่ใช่ สำหรับที่นี่

"ป้าออ" วัย 86 ปี ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3 เป็นผู้ที่ชำนาญในการผลิตยา โดยเฉพาะการม้วนทองคำเปลวหุ้มเม็ดยาทรงกลมด้วยมือ ได้รับความรู้ประสบการณ์และศิลปะในการทำยามาจากการที่คุณแม่ (คุณยายเฉื่อย) เป็นผู้สอน

คุณป้า ออระ วรโภค

ชมการสาธิต การผลิตยาหอมสุรามฤทธิ์ จากทายาทของหมอหวาน ที่ังยังคงแข็งแรง และความคุมการผลิตอยู่ ณ ปัจจุบัน

 

ยาหอมหมอหวานปัจจุบันจึงปรับเป็นรูปแบบอัดเม็ดติดทองคำเปลวมี 4 ตำรับ

1.ยาหอมสุรามฤทธิ์ แก้อาการใจสั่น เป็นลม บำรุงหัวใจ

รับประทานเมื่อมีอาการครั้งละ ๑ เม็ด

ตัวยาสำคัญ ๑. โสมเกาหลี ๒. พิมเสนเกล็ด ๓. อำพันทอง ๔. หญ้าฝรั่น ๕. ชะมดเช็ด ๖. คุลิก่า

2.ยาหอมอินทรโอสถ แก้เหนื่อย อ่อนเพลีย แก้ไอ แก้เสมหะ

3.ยาหอมประจักร์ แก้จุกเสียด แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน

4.ยาหอมสว่างภพ แก้อาการวิงเวียน หน้ามืด แก้ไข สวิงสวาย

วิธีการทานทำได้หลายวิธีทั้งแช่น้ำต้มสุก หรือจะบดละเอียดจิบทาน และเคี้ยว, อมไว้ในปาก อีกวิธีหนึ่งคือทานทั้งเม็ดพร้อมดื่มน้ำตาม อยากให้คนรุ่นใหม่ทราบถึงสรรพคุณของยาหอม และเห็นถึงคุณค่าที่มาของตัวยาและกระบวนการผลิต ว่ากว่าจะเป็นยาหอมทำยากและต้องใช้วัตถุดิบที่คัดสรรและหามาโดยลำบาก

 

คลิปExclusive  สัมภาษณ์ คุณ ภาสินี ทายาท ร้านหมอหวาน

ภายในตัวอาคารยังคงเต็มไปด้วยโบราณวัตถุนานาชนิดที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาในอดีต รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือในการผลิตเม็ดยา 

การปิด ทองคำเปลว และ เครื่องมือการผลิต ที่ทำให้เม็ดยา ได้ขนาดและรูปทรง 

สมัยก่อนหมอหวานปรุงยารักษาคนไข้ มียาแก้ไข้ ยากวาดคอ ยาเด็ก ยาสตรี รวมถึงยาหอมโบราณกว่าร้อยปีทั้ง 4 ตำรับ ก็ยังคงได้รับการถ่ายทอดทั้งกรรมวิธีและกระบวนการผลิต แบบดั้งเดิมด้วยเครื่องมือโบราณที่ใช้ในการปรุงยาขายให้กับลูกค้าเก่าแก่มากว่า 100 ปี ถือเป็น "มรดก" ทางภูมิปัญญา ที่รุ่น หลานได้หันมาอนุรักษ์และสืบทอดยาหอมหมอหวานตำรับโบราณให้ยังอยู่จนถึงปัจจุบัน

อ่านและชมภาพ ได้อย่างจุใจ คลิก เสน่ห์เมืองเก่า ท่องเที่ยววิถีถิ่นพระนครควรชม ตึกบำรุงชาติ สาสนา ยาไทย 

คลิกอ่านบทความ ที่ข้าพเจ้าเคยเขียนไว้เกี่ยวกับเรื่องยาหอม 

 

 

ในโอกาสที่ข้าพเจ้าได้ไปที่งานมหกรรมสมุนไพรครั้งที่7 พ.ศ.2553 ที่เมืองทองธานี 

..กว่าจะได้หอมไกล..ไม่ธรรมดา!พานั่งไทม์แมชินเลาะเกาะรัตนโกสินทร์วัดโพธิ์-เจริญกรุง-เยาวราช-บำรุงเมืองภาคพิสดาร(1) 

 

 

 

รายงานจาก  ตึกบำรุงชาติ สาสนา ยาไทย



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 10/08/2017 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

รบกวนพี่สุ่ยอ่านคำถามที่MSGด้วยครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 10/08/2017 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ในเมืองหลวงยังมีอะไรดีๆซุกซ่อนอยู่เยอะ ขอบคุณคุณสุ่ยที่ค้นหามาให้ชม

ความคิดเห็นที่ 2 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 10/08/2017 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ย่านการค้าของพระนคร ขยายจากบำรุงเมือง - เฟื่องนคร เข้าสู่เจริญกรุง เยาวราช เติบโโตเป็นการใหญ่

จากเส้นทางถนนเจิญกรุง บางย่านมีการแผ่ขยายเข้าสู่ริมฝั่งเจ้าพระยาด้วย

สำหรับถนนพระราม 4 ที่หัวถนนอยู่ที่หัวลำโพงนั้น ความเจริญไปหยุดอยู่ตรงสี่แยกวิทยุ ไม่ถึงคลองเตย แต่มีถนนเชื่อมระหว่างวิทยุ - สุขุมวิท ตรงเพลินจิต

ที่คลองเตยขนาดมีท่าเรือ มีสนามบินน้ำ มีทางรถไฟสายหัวลำโพง - ปากน้ำเลียบคลองพระโขนงแท้ๆ ก็ยังต้องรอความเจริญนับสิบปี แล้วยังไปขยายไปทางพระโขนงอีกด้วย

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui , นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 10/08/2017 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ข้อมูลดี๊ ดีค่ะ ชอบจังยาไทย ต้องไปหาซื้อมาบ้างแล้ว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน