• feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2521
  • จำนวนผู้ชม : 4787412
  • จำนวนผู้โหวต : 4765
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4765 คน
coffee

coffee

View All
<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม 2560
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 1355 , 19:28:39 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน นายยั้งคิด , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

นายลีเฮอร์ ออบิซูร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดจีน และแคธลีน มุลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่าย Analytics & Insight เอสเอพี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เอสเอพี แนะองค์กรภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย ใช้ประโยชน์สูงสุดจากข้อมูล

ผลจากเทคโนโลยีอุบัติใหม่ เทคโนโลยดิจิทัล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทาง เศรษฐกิจ สังคม ชีวิต อนาคตที่จะเปลี่ยนไปประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ Thailand 4.0

ในขณะที่ภาครัฐบาลและเอกชนกำลังเดินตามแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาเซียน ปี 2563 เอสเอพีเสนอโอกาสที่จะช่วยให้องค์กรในประเทศไทยเติบโตได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิตอล ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมใดก็ตาม โดยเปิดตัวโซลูชั่นและการให้บริการใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ลูกค้ายกระดับเส้นทางสู่การเป็นองค์กรดิจิตอล

ยุคเศรษฐกิจดิจิตอลส่งผลให้รูปแบบการดำเนินงานของภาครัฐบาลและเอกชนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิตอลได้สร้างความท้าทายใหม่ๆ ให้องค์กรต่างๆในทุกภาคส่วน ต้องรับมือ รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับผู้ดำเนินธุรกิจและผู้บริโภค คำถามที่เกิดขึ้นคือสังคมไทยจะสามารถตอบสนองต่อเทรนด์ดิจิตอลที่เกิดขึ้นได้อย่างไร และจะสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสู่การเป็นสังคมดิจิตอลในอนาคตได้อย่างไร?

 

8 สิงหาคม 2560  Asian Innovators Summit (AIS) 2017

ยุคเศรษฐกิจดิจิตอลส่งผลให้รูปแบบการดำเนินงานของภาครัฐบาลและเอกชนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิตอลได้สร้างความท้าทายใหม่ๆ ให้องค์กรต่างๆในทุกภาคส่วน ต้องรับมือ รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับผู้ดำเนินธุรกิจและผู้บริโภค คำถามที่เกิดขึ้นคือสังคมไทยจะสามารถตอบสนองต่อเทรนด์ดิจิตอลที่เกิดขึ้นได้อย่างไร และจะสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสู่การเป็นสังคมดิจิตอลในอนาคตได้อย่างไร?

 

หุ่นยนต์ Pepper Leonardo ในงานเปิดตัว SAP Leonardo ที่เยอรมัน

IoT เป็นการขยายขอบเขตของอินเทอร์เน็ตปัจจุบัน เพื่อการเชื่อมต่อ สื่อสาร กับสิ่งของ devices และ physical objects

ภาพจาก SAP

 

“digital core เทคโนโลยีแห่งอนาคต ช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นธุรกิจดิจิตอลที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจได้และฉลาดขึ้น นี่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์โดยรวมของบริษัทในการขับเคลื่อนแผนงานด้านนวัตกรรม รวมถึงการสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอลและการใช้งานคลาวด์ผ่านโซลูชั่นต่างๆของเอสเอพี”

 

นายเคลาส์ แอนเดอร์เซ่น ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการของเอสเอพี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในขณะที่ภาครัฐบาลและเอกชนในภูมิภาคอาเซียนกำลังมุ่งหน้าสู่การเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนโดยระบบดิจิตอลตามแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาเซียน ปี 2563 (ASEAN ICT Masterplan 2020– AIM 2020) เรามองเห็นโอกาสมากมายสำหรับองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนในการใช้ประโยชน์จากข้อมูล (Data)ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจดิจิตอลเอ็นเตอร์ไพรซ์ในยุคเศรษฐกิจดิจิตอลปัจจุบัน เอสเอพีช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ผ่านข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ สู่การมอบประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจให้กับลูกค้า พนักงาน และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ”

AIM 2020 คือแผนแม่บทที่ถูกสร้างขึ้นและได้รับการอนุมัติโดยกลุ่มรัฐมนตรีด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศจากประเทศสมาชิกอาเซียน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี2558 ในที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (ASEAN Telecommunications and IT Ministers Meeting) ครั้งที่ 15 ณ ประเทศเวียดนาม โดยแผนดังกล่าว นำเสนอคู่มือสำหรับหน่วยงานภาครัฐบาลและธุรกิจต่างๆในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิตอล ครอบคลุมระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 5 ปี ระหว่างปี 2559 -2563

 

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่แนวคิดThailand 4.0 โดยหนึ่งในสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดคือ การเปลี่ยนประเทศไทยสู่การเป็น “ระบบเศรษฐกิจดิจิตอล” โดยใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเป็นเครื่องมือ สิ่งนี้สามารถก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆมากมายสำหรับธุรกิจต่างๆ ในการปลดล็อคศักยภาพของตนเอง ผ่านการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าสู่ยุคเศรษฐกิจที่มีนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลสำรวจจากไอดีซี พบว่า องค์กรที่สามารถใช้ประโยชน์และวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปดำเนินการต่อได้ จะส่งผลให้องค์กรเหล่านั้นสามารถเพิ่มรายได้จากการผลิตได้มากขึ้นถึง 4.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 14 ล้านล้านบาท (ทั่วโลก)ภายในปี 2563นายชวี คาน ฉัว ผู้อำนวยการแผน Global Research, BDA and Cognitive/AIกล่าวว่า “ปัจจุบัน องค์กรต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มมีการดำเนินงานแบบดิจิตอลและทำงานเชื่อมต่อกันมากขึ้น จำนวนและรายละเอียดของข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นในธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ รวมถึงสื่อมัลติมีเดีย โซเชียลมีเดีย และอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) จะส่งผลให้เกิดข้อมูลจำนวนมหาศาลในอนาคตอันใกล้ ทั้งภาครัฐบาลและธุรกิจจึงต้องมีความพร้อมในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีและเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันเพื่อสนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการพัฒนาและจำนวนลูกค้าที่มีมากขึ้น”

จากการเข้าร่วมการสัมภาษณ์อันเป็น ส่วนหนึ่งของงาน Asian Innovators Summit (AIS) 2017งานประชุมที่จัดขึ้นโดยเอสเอพีสำหรับลูกค้าของเอสเอพีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมด 6 เมือง รวมถึงที่กรุงเทพฯนำ โดย นายลีเฮอร์ออบิซูร์กรรมการผู้จัดการบริษัทเอสเอพีประจำภูมิภาคอินโดจีน ในวันอังคารที่ 8 สิงหาคม 2560 รวมทั้งเดินชมและสัมผัสโซนนวัตกรรมต่างๆภายในงาน 

ขอนำมาเผยแพร่และถ่ายทอดดังนี้

Road towards 2020: สร้างพื้นฐานดิจิตอลอันแข็งแกร่งให้กับประเทศไทย :นิยามการเป็นผู้นำด้านดิจิตอล

ผลการศึกษาล่าสุดจากเอสเอพี สนับสนุนโดย Oxford Economicsที่ชื่อ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอลในกลุ่มผู้บริหารทั่วโลกของเอสเอพี: 4 วิธีสำหรับผู้นำองค์กรในการสร้างความแตกต่าง (4Ways Leaders Set Themselves Apart) จากการทำสำรวจกับผู้บริหารระดับสูงจาก 17 ประเทศในหลากหลายภูมิภาครวมไปถึงผู้นำองค์กร 195 รายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า 84% ขององค์กรทั่วโลกมองว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดของธุรกิจในอีกห้าปีข้างหน้า แต่มีองค์กรเพียง 3% เท่านั้น ที่เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นธุรกิจดิจิตอลเรียบร้อยแล้ว โดยผลการศึกษาดังกล่าว ได้ถูกเผยแพร่ที่งาน SAP Asian Innovators Summit (AIS) ในวันที่ 8 สิงหาคม ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยผลการศึกษาได้ระบุถึงความท้าทาย โอกาส คุณค่า และเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สำหรับประเทศไทย หลายองค์กรมีการเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีการคาดการณ์ว่า การลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีจะสูงขึ้น 7% ในปีนี้เนื่องมาจากความต้องการของดีไวซ์และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ไอดีซี ประเทศไทยยังคาดการณ์ว่าตัวเลขการลงทุนดังกล่าวจะแตะที่ 5 แสนล้านบาทภายในปี2563 และเกือบ 30% ของธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ชั้นนำ 500 รายในประเทศไทย จะพึ่งพาธุรกิจของตนบนความสามารถในการขยายผลิตภัณฑ์ การให้บริการ และประสบการณ์ของผู้บริโภคด้วยระบบดิจิตอลมากยิ่งขึ้น

 

นายลีเฮอร์ ออบิซูร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า “เทคโนโลยีได้กลายมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเปลี่ยนวิธีการทำงานของธุรกิจต่างๆในยุคเศรษฐกิจดิจิตอลทุกวันนี้ และจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคตอันใกล้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้นำองค์กรต่างๆจะต้องมีความเข้าใจ และสามารถปรับวิธีการดำเนินธุรกิจให้ได้ ก่อนที่จะถูกคู่แข่งนำหน้า ซึ่งการพัฒนาความสามารถด้านดิจิตอลโดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่ในองค์กร จะช่วยให้ธุรกิจในประเทศไทยกลายเป็นผู้นำดิจิตอลที่แท้จริงได้”

 

ยกระดับลูกค้าสู่เส้นทางการเป็นองค์กรดิจิตอล

เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากขุมพลังของข้อมูลและยกระดับการเป็นองค์กรดิจิตอลเอ็นเตอร์ไพรซ์ได้อย่างสมบูรณ์ ล่าสุดเอสเอพีได้เปิดตัวชุดโซลูชั่นไอโอทีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ SAP Leonardoชุดโซลูชั่นนวัตกรรมดิจิตอล (Digital Innovation System)โดยโซลูชั่นไอโอทีนี้จะใช้ความสามารถที่ก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่าง บิ๊กดาต้าและอนาลิติกส์, ความสามารถในการเชื่อมต่อผู้คนสิ่งของ และธุรกิจเข้าด้วยกันผ่าน SAP Cloud Platform และเทคโนโลยีต่างๆ เช่น machine learning เพื่อสนับสนุนให้แนวคิดด้านไอโอที และอุตสาหกรรม 4.0 ให้สามารถเกิดขึ้นได้จริงทั้งในธุรกิจโลจิสติกส์, การผลิต และการบริหารจัดการทรัพย์สินในองค์กร

 

Customer Insight ด้วย  Data mining

โดยชุดโซลูชั่นดังกล่าว ประกอบด้วย:

  • SAP Leonardo IoT Bridge ศูนย์สั่งการดิจิตอลที่สามารถกำหนดค่าในการทำงานได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการสามารถมองเห็นการปฏิบัติงานและสามารถตอบสนองได้ทันทีแบบเรียลไทม์
  • SAP Global Track and Trace โซลูชั่นคลาวด์ที่ช่วยจัดการเครือข่ายธุรกิจซัพพลายเชนได้แบบองค์รวม ตั้งแต่การติดตามผลตั้งแต่ต้นจนจบไปจนถึงการมอนิเตอร์และรายงานผลการทำงานของสิ่งของและขั้นตอนการดำเนินงานของธุรกิจโดยรวม
  • SAP Leonardo IoT Edgeซอฟต์แวร์ที่มอบความสามารถในการประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล และความสามารถในการทำbusiness semanticsบนคลาวด์ ให้กับดีไวซ์อัจฉริยะต่างๆ ที่อยู่นอกดาต้า เซ็นเตอร์โดยทำให้ธุรกิจดำเนินงานได้ในลักษณะใกล้เรียลไทม์
  • SAP Digital Manufacturing Insightsโซลูชั่นการบริหารจัดการประสิทธิภาพการดำเนินงานของอุตสาหกรรมการผลิตบนคลาวด์แบบรวมศูนย์ ช่วยมอบการมองเห็นกระบวนการทำงานด้านการผลิตแบบครอบคลุม ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • SAP Asset Manager โมบายแอพพลิเคชั่นบนคลาวด์ สำหรับการบริหารจัดการสภาพทรัพย์สิน(asset health),สินค้าคงคลัง(inventory),การบำรุงรักษา(maintenance)และความปอดภัย(safety)

 

เปิดตัว SAP Leonardo: เพิ่มอำนาจให้แก่องค์กรในเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิตอล(โดยแคธลีน มุลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่าย Analytics & Insight, เอสเอพี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

 

ก้าวสู่การเป็นธุรกิจโลจิสติกส์แบบดิจิตอล ด้วย SAP Leonardoที่มอบทั้งการมองเห็น, ข้อมูลเชิงลึก, และผลกระทบต่อการทำธุรกิจ

SAP Leonardo IoT Bridge คือศูนย์ปฏิบัติการแบบไลฟ์ ซึ่งทำหน้าที่ควบรวมและเชื่อมต่อข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์ไอโอทีเข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจและข้อมูลในลักษณะที่มีและไม่มีโครงสร้าง นอกจากนี้ยังมีSAP Global Track and Traceซึ่งคือโมเดลที่ช่วยติดตามการดำเนินธุรกิจที่ถูกสร้างขึ้นบนโครงสร้างบิ๊ก ดาต้า เพื่อรองรับข้อมูลและการรับส่งข้อมูลในปริมาณสูงโดยจะแบ่งปันข้อมูลระหว่างพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจต่างๆในเครือข่ายการจัดหา (supply) 

ทั้งสองโซลูชั่นดังกล่าว เมื่อทำงานร่วมกัน จะช่วยให้จำลองสถานการณ์การทำงานภายในส่วนต่างๆขององค์กรได้ เช่น แผนกโลจิสติกส์ขาออก(outbound logistics)ด้วยการใช้ข้อมูลการส่งมอบสินค้า การขนส่งสินค้า หมายเลขการส่งมอบสินค้า และหมายเลขยานพาหนะที่ได้จาก SAP Global Track and Trace รวมเข้ากับข้อมูลที่ได้จากซอฟต์แวร์ SAP Connected Goodsเช่น ข้อมูลจากเซ็นเซอร์บนแท่นวางสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์, ข้อมูลที่อยู่ในการจัดส่งที่ได้จากแอพพลิเคชั่น SAP Vehicle Insights, และข้อมูลออเดอร์สั่งซื้อที่ได้จากซอฟต์แวร์ SAP S/4HANA®ที่อยู่ในระบบคอร์เอ็นเตอร์ไพรซ์ขององค์กร SAP Leonardo IoT Bridge จะสามารถมอบการมองเห็นการดำเนินการธุรกิจแบบทั้งข้ามกระบวนการ และข้ามระบบ ในทุกภาคส่วนขององค์กรเอ็นเตอร์ไพรซ์ ซึ่งจะช่วยให้ศูนย์สั่งการและผู้นำภาคปฏิบัติการสามารถระบุได้ทันที เมื่อต้องการทราบว่า ขณะนั้นสินค้าที่ถูกจัดส่งอยู่ที่ไหนแล้ว หรือมีสินค้าอะไรบ้างที่อยู่ในการจัดส่งครั้งนั้นๆ รวมไปถึงสามารถระบุได้ว่า เงื่อนไขในการจัดส่งและประสิทธิภาพในการจัดส่งของพาหนะนั้นๆเป็นอย่างไร

 

เอสเอพี ได้ร่วมสร้างนวัตกรรมด้านดิจิตอล โลจิสติกส์ กับบริษัทชั้นนำมากมายทั่วโลก รวมถึง The Bosch Group บริษัทผู้จัดหาเทคโนโลยีและการให้บริการระดับโลก ซึ่งมีพนักงานกว่า 390,000 รายทั่วโลก โดย Bosch และเอสเอพี ได้ร่วมกันสร้างโครงการสำหรับการติดตามการส่งมอบสินค้า ด้วยการทำงานแบบ cloud-to-cloud บนแพลตฟอร์มที่มีขื่อว่า Bosch IoT Cloud

 

อุตสาหกรรมการผลิตแบบดิจิตอล, อุตสาหกรรม 4.0 จากการประมวลผลอันชาญฉลาดที่ส่วนEdge

SAP Leonardo IoT Edgeใช้โครงสร้างคอนเทนเนอร์จาก SAP Cloud Platform IoT servicesเพื่อมอบการทำงานที่ไหลลื่นร่วมกับการใช้งานโซลูชั่นสำหรับสายธุรกิจอื่นๆ เช่น SAP Digital Manufacturing Insightsซึ่งเป็นโซลูชั่นคลาวด์ที่มาพร้อมกับการวิเคราะห์ข้อมูลหลายชั้น เพื่อการมองเห็นอุตสาหกรรมการผลิตได้ในหลายๆขั้นตอน ทั้งยังช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อกับฝ่ายผลิตที่ไหลลื่นและปลอดภัย สิ่งนี้จะช่วยให้ข้อมูลที่มีความสำคัญสูงสามารถซ้อนทับกับข้อมูลด้านอื่นๆของธุรกิจ เพื่อก่อให้เกิดการตัดสินใจทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกัน โซลูชั่นด้านอุตสาหกรรมการผลิต และไอโอที จากเอสเอพี จะช่วยให้เกิดการบริหารจัดการด้านการปฏิบัติการที่เชื่อมต่อกัน และเกิดการวางกลยุทธ์อุตสาหกรรม 4.0 ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

บรรยากาศ การเดินชมและสัมผัสโซนนวัตกรรมต่างๆภายในงาน

 

การบริหารจัดการสินทรัพย์ด้วยไอโอที

จากความร่วมมือกับ Apple ของเอสเอพี ส่งผลให้ SAP Asset Manager ช่วยให้บุคลากรผู้มีทักษะจำนวนมาก สามารถระบุขั้นตอนการบริหารจัดการสินทรัพย์หลัก ทั้งนี้แอพพลิเคชั่นระดับองค์กรเอ็นเตอร์ไพรซ์ดังกล่าว ยังใช้งานได้ง่าย และสามารถใช้งานได้ผ่าน SAP Fiori® บนระบบ iOS

 

เอสเอพีมีจุดมุ่งหมายในการเชื่อมต่อกับโซลูชั่นดิจิตอลต่างๆ และต่อยอดความสามารถด้านไอโอทีของ SAP Leonardo เช่น SAP Asset Intelligence NetworkและSAP Predictive Maintenance and Serviceเพื่อขยายขีดความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์, เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านดีไวซ์ต่างๆ พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกับระบบนิเวศของไอโอที และเครือข่ายนักพัฒนาต่างๆ

รายงานจาก โรงแรม Shangri-La Hotel Bangkok

 เพื่อให้รองรับประเทศไทย 4.0 (Smart Thailand)  องค์กรธุรกิจ หรือแม้จนกระทั่ง ดิจิตอลชนทั้งหลายเอง จะต้องมีการประยุกต์ใช้ IoTจำนวนมาก รวมทั้งการเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ต้องบอกกับตัวเองว่า ต้องตามให้ทันและปรับตัวให้ได้ 

เกี่ยวกับ เอสเอพี

เอสเอพี  ผู้นำในด้านซอฟแวร์ระบบการจัดการองค์กร ซึ่งช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรในทุกขนาดมีประสิทธิภาพ จากทีมสำนักงานเบื้องหลังสู่ห้องประชุม จากคลังสินค้าสู่หน้าร้าน จากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสู่โทรศัพท์พกพา เอสเอพี ช่วยให้บุคลากรและองค์กรทำงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยให้เข้าถึงตลาดได้อย่างลึกซึ้ง นำมาซึ่งความสามารถในการแข่งขันและบทบาทผู้นำของตลาด แอพลิเคชั่นและบริการของเอสเอพีช่วยให้ผู้ใช้กว่า 355,000 ราย สามารถดำเนินธุรกิจอย่างก้าวหน้ามีผลกำไร ปรับตัวได้ฉับไว และเติบโตอย่างยั่งยืน หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ตลิก www.sap.com

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน