*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2558
  • จำนวนผู้ชม : 4870755
  • จำนวนผู้โหวต : 4778
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4778 คน
coffee

coffee

View All
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2560
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 1656 , 14:50:38 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน ณัฐรดา , สำรวจฟ้า และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้


ภูมิปัญญาสมุดข่อยโบราณ 

(ซ้าย)สมุดปาฏิโมกข์ประกอบเครื่องสังเค็ดในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 

ในการจัดงานพระบรมศพ หรือพระศพ แต่ละครั้งมีธรรมเนียมการถวายสิ่งของเครื่องใช้แก่พระภิกษุสงฆ์ ที่เรียกว่า "เครื่องสังเค็ด" ประกอบด้วยสิ่งของต่างๆ โดยครั้งนี้มีการจัดทำสมุดปาฏิโมกข์ขึ้นมาเป็นพิเศษ และเป็นครั้งแรกที่มีการรื้อฟื้นงานการเขียนอักษรขอมโบราณลงบนกระดาษข่อย

เป็นการฟื้นฟูกรรมวิธีผลิตกระดาษข่อยโบราณ ใช้ต้นแบบสมุดข่อยวัดบวรฯ ปกหน้า-หลังประดับพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. มีลายครุฑ ลงรักปิดทอง คาดเสร็จ 41 เล่มเดือน ก.ย. กรมศิลป์จัดใหญ่ไหว้ครูช่าง-จิตอาสากว่า 600 คนเป็นสิริมงคล 

สาเหตุที่เลือกใช้กระดาษข่อย เพราะมีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่ถูกทำลายจากแมลงได้ง่าย ในอดีตใช้กระดาษข่อยบันทึกเรื่องราวเป็นอักษร เช่น พระไตรปิฎก สมุดปาฏิโมกข์ สมุดพระมาลัย นิทานชาดก ตำราช้าง ม้า โค กระทั่งตำรานวด โดยได้ดำเนินการวัดแบบและขนาดของสมุดข่อยปาฏิโมกข์ของวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี อ.สุดสาคร ชายเสม เป็นผู้ออกแบบหน้าปกสมุดข่อยเป็นลายรดน้ำ ตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ใจกลางประดับพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. ถัดมาเป็นลายก้านขด ส่วนปลายเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ บริเวณมุมของสมุดเป็นลายเถาก้านขดออกเป็นหน้าครุฑ แสดงถึงราชพาหนะของพระมหากษัตริย์ ตรงขอบเป็นลายสังเวียน สันสมุดปิดทองคำเปลว 100% โดยรอบปกหน้าและปกหลังเป็นลวดลายเดียวกัน ขนาดยาว 31.5 ซม. กว้าง 11.2 ซม. หนา 37 พับ ในสมุดเขียนอักษรขอมจารึกเรื่องราวของบทปาฏิโมกข์สำหรับพระภิกษุจำนวน 40 วัด จากเดิมที่กำหนดไว้ 39 วัด แต่ล่าสุดได้เพิ่มวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ถือเป็นวัดที่ได้มีการสวดพระปริตรในงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ และยังจัดทำเพื่อจัดเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์อีก 1 เล่ม รวมทั้งหมด 41 เล่ม

รัฐธรรมนูญฉบับสมุดไทย 

ตามธรรมเนียมประเพณี กำหนดให้ “เขียน” หรือ “ชุบ” บทบัญญัติรัฐธรรมนูญลงในสมุดไทย ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย 

(ซ้าย)รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ที่มาของการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับสมุดไทย มาจากคำกล่าวของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ที่ระบุในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 25 พฤศจิกายน 2475 ระหว่างการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศ 

“ได้นำร่างรัฐธรรมนูญนี้ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทอดพระเนตร ทรงมีรับสั่งว่าเป็นที่พอพระทัย และได้ทรงแนะนำว่าการประกาศรัฐธรรมนูญนั้นเป็นของสำคัญที่ยิ่งใหญ่ ควรจะมีพิธีรีตอง จึงโปรดเกล้าฯ ให้โหรหลวงหาฤกษ์ยาม…และโดยทรงเห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์ และเป็นของที่ควรจะขลัง เพราะฉะนั้น ต้องการจะเขียนในสมุดไทย”

 ตั้งแต่นั้นมา หากมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น จะต้องนำร่างรัฐธรรมนูญมาเขียนลงในสมุดไทยก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งยึดถือปฏิบัติเป็นธรรมเนียมประเพณีสืบต่อมาจนกระทั่งปัจจุบัน 

ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับสมุดไทย 1 ครั้ง จะต้องจัดทำ 3 ฉบับ คือ รัฐธรรมนูญสมุดไทยฉบับต้น เก็บรักษาที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่วนรัฐธรรมนูญคู่ฉบับอีก 2 ฉบับ แยกเก็บรักษาที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งเนื้อหาและลายมือของทั้ง 3 ฉบับจะต้องเหมือนกันทุกประการ 

ด้วยเพราะสมัยนั้นยังไม่มีการพิมพ์ หรือการเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ดังนั้น เพื่อความแม่นยำในการเก็บรักษา ต้องมีรัฐธรรมนูญสมุดไทย 3 ฉบับเพื่อสอบทานกัน และหากฉบับใดฉบับหนึ่งเกิดสูญหายไปก็สามารถเรียกดูฉบับที่เหลือได้ 

แต่กระนั้น ใช่ว่ารัฐธรรมนูญที่บังคับใช้ทุกฉบับจะถูกจารึกไว้ในสมุดไทย เพราะการจารึกลงในสมุดไทยจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่ผ่านกระบวนการทางนิติบัญญัติเท่านั้น นั่นหมายความว่า รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว หรือรัฐธรรมนูญที่มาจากการยึดอำนาจของคณะปฏิวัติ จะไม่มีโอกาสเขียนลงในสมุดไทย

กว่าจะมาเป็นรัฐธรรมนูญสมุดไทย 

รัฐธรรมนูญสมุดไทยทุกฉบับมีขนาดเท่ากัน คือ กว้าง 13.4 เซนติเมตร ยาว 45.5 เซนติเมตร ทำด้วยกระดาษไฮเวท หนา 120 แกรม โดยกองพิมพ์ กรมแผนที่ทหาร เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนกระดาษในส่วนนี้ โดยองค์การค้าของคุรุสภา จะรับช่วงต่อด้วยการนำกระดาษไฮเวท มาจัดทำรูปเล่มสมุดไทย พับต่อเนื่องกัน ตามขนาดของสมุดไทยและตัดออกเป็นช่วงๆ เพื่อความสะดวกในการเขียน 

เมื่อได้กระดาษมา “เจ้าหน้าที่ลิขิต” ผู้มีหน้าที่เขียนสมุดไทย จะเขียนตามแผ่นบันทึกข้อมูลที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดทำให้ ซึ่งแผ่นบันทึกข้อมูลจะต้องพิมพ์ในลักษณะเดียวกับที่จะเขียนจริง ทั้งจำนวนตัวอักษร วรรคตอน ต่อหนึ่งบรรทัด โดยใน 1 หน้า หรือ 1 พับ มีอักษร 4 บรรทัด โดยใช้ตัวอักษรที่เรียกว่า “รัตนโกสินทร์” 

ตัวอย่าง จิตรกรรมไทยหาชมยาก บนสมุดข่อย(Album จิตรกรรมบนสมุดข่อย  ประกอบไปด้วย ตำราช้าง(รัตนโกสินทร์), พระมาลัย(อยุธยา), มหาพุทธกรุณา?(อยุธยา), ดาราศาสตร์(รัตนโกสินทร์), ตำราตัวละคร(รัตนโกสินทร์), yogavacara(อยุธยา), พระเจ้าสิบชาติ, พระมาลัย(รัตนโกสินทร์), ไตรภูมิ, Mahabuddhaguna, กลบท(รัตนโกสินทร์), Sutra เพื่อการศึกษาและเรียนรู้ รวบรวมจาก British Library ตามไปชมได้ที่เพจ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.481373855278428.1073741831.163309950418155&type=1)

 


หนังสือสมุดไทยเป็นหนังสือที่บันทึกลายลักษณ์อักษรบนกระดาษ โดยวิธีเขียนด้วยดินสอ หรือชุบ โดยใช้ปากกาหรือพู่กันจุ่ม (ชุบ) หมึก แล้วเขียน หนังสือโบราณประเภทกระดาษ มีทั้งชนิดที่เป็นเล่ม และเป็นแผ่น ชนิดที่เป็นเล่มเรียกว่า หนังสือสมุดไทย เป็นหนังสือที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว มิได้เย็บเป็นเล่ม เหมือนหนังสือในปัจจุบัน ใช้กระดาษแผ่นเดียวยาวติดต่อกัน พับกลับไปกลับมาให้เป็นเล่มหนาหรือบาง กว้างหรือยาวเท่าใดก็ได้ ตามแต่ความต้องการของผู้ใช้ หนังสือสมุดไทยเป็นเล่มรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มี ๒ สี คือ สีขาว และสีดำ เรียกว่า หนังสือสมุดไทยขาว และ หนังสือสมุดไทยดำ สมุดดังกล่าวนี้ส่วนใหญ่ทำจากเปลือกต้นข่อย จึงนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สมุดข่อย หรือบางทีอาจเรียกสั้นๆ ว่า สมุดไทย ก็มี แต่ในจังหวัดภาคใต้นิยมเรียกสมุดไทยขาว และสมุดไทยดำว่า บุดขาว และ บุดดำ

การทำกระดาษจากเปลือกข่อย ซึ่งเป็นที่นิยมของคนไทย มาแต่สมัยโบราณ ข่อยเป็นไม้ยืนต้นอยู่ในวงศ์เดียวกับมะเดื่อ มักขึ้นตามป่า และริมแม่น้ำลำคลอง เปลือกใช้ทำปอ และกระดาษ ใบมีลักษณะสากคาย ใช้แทนกระดาษทรายได้ ส่วนกิ่งและราก คนไทยสมัยโบราณนิยมนำมาใช้ขัดฟัน เพื่อให้ฟันขาวสะอาดและคงทน ข่อยที่ใช้ทำกระดาษ ส่วนใหญ่ได้มาจากจังหวัดต่างๆ ในภาคกลางของประเทศไทย เช่น สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชาวบ้านนิยมตัดข่อย ภายหลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว เมื่อตัดทอนจากลำต้นแล้วต้องลอกเอาเปลือกออก 

 

 อ้างอิง http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=32&chap=3&page=t32-3-infodetail09.html

เครดิต https://thaipublica.org/2016/12/samut-thai-constitution-2560/

 https://youtu.be/qd_xmH47WSU

https://youtu.be/b0kuLkXpiIc

http://thaipost.net



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 02/12/2017 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ลายมือสวยงามอ่านง่าย

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด , feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 27/11/2017 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน