*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2686
  • จำนวนผู้ชม : 5035639
  • จำนวนผู้โหวต : 4913
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4913 คน
coffee

coffee

View All
<< กุมภาพันธ์ 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 1929 , 20:21:08 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

ถนนเจริญกรุงเป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2404 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2407

ถนนเจริญกรุง 

การก่อสร้างถนนเจริญกรุงนั้นเนื่องจากในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีชาวต่างประเทศเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้น และมีพวกกงสุลได้เข้าชื่อกันขอให้สร้างถนนสายยาวสำหรับขี่ม้าหรือนั่งรถม้าตากอากาศและอ้างว่า “เข้ามาอยู่ที่กรุงเทพมหานครไม่มีถนนหนทางที่จะขี่รถม้าไปเที่ยว พากันเจ็บไข้เนือง ๆ”

เมื่อสร้างถนนเจริญกรุงเสร็จใหม่ ๆ นั้น ยังไม่ได้พระราชทานนาม จึงเรียกกันทั่วไปว่า ถนนใหม่ และชาวยุโรปเรียกว่า นิวโรด (New Road) ชาวจีนเรียก ซินพะโล้ว แปลว่าถนนตัดใหม่ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามถนนว่า "ถนนเจริญกรุง" ซึ่งมีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง เช่นเดียวกับชื่อถนนบำรุงเมืองและถนนเฟื่องนคร ที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในคราวเดียวกัน

ซอยกัปตันบุช

มีที่มาจาก “กัปตันบุช” หรือ “นายจอห์น บุช” เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของไทย เป็นพ่อค้าและนักเดินเรือสัญชาติอังกฤษ ที่ได้นตำแหน่งเจ้าท่า สังกัดกรมท่า และได้มีโอกาสปฏิบัติราชการใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการตามเสด็จประพาสต่างประเทศ กัปตันบุชและครอบครัวพำนักอยู่ที่บ้านในตรอกเล็ก ๆ ใกล้กับที่ทำการกรมเจ้าท่า ตรอกบ้านของกัปตันบุชจึงเรียกว่าตรอกกัปตันบุชจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันตรอกกัปตันบุชมีชื่อเป็นทางการว่า ซอยเจริญกรุง 30

 

เดิมทีคืออาคารที่บริษัทกลั่นสุราของฝรั่งเศสได้เช่าสร้างขึ้น เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างตามสถาปัตยกรรมยุโรป ปัจจุบันสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ทำการบูรณะใหม่

บ้านเลขที่1 ตรอกกัปตันบุข

อาคารทางประวัติศาสตร์รูปทรงโดดเด่นที่สร้างในช่วงต้นปีค.ศ. 1900 หลักฐานความเจริญรุ่งเรืองของยุโรปที่แผ่ขยายเข้าสู่สยามประเทศ แต่เดิมบ้านเลขที่ 1 เป็นที่ทำการของบริษัทของฝรั่งเศส ชื่อ “Societe Francaise des Distilleries de l’Indochine (SFDI)” ที่ดำเนินกิจการกลั่นสุราในช่วงล่าอาณานิคมอินโดจีน เนื่องด้วยทำเลบริเวณนั้นที่เป็นแหล่งชุมชนและที่ตั้งสำนักงานของชาวยุโรปที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ

ตัวอาคารของบ้านเลขที่ 1 เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก เห็นได้ชัดจากหน้าจั่ว อาคาร 2 ชั้นซึ่งสร้างในช่วงต้นปี 1900 เป็นอาคารก่ออิฐและผนังรับน้ำหนัก กระเบื้องหลังคารูปเพชรของหลังคาปั้นหยาทำให้นึกถึงสไตล์ในยุคนั้น ยุตที่ยุโรปเข้ามาในเอเชียช่วงยุคล่าอาณานิคม

ในช่วงปี ค.ศ. 2012-2016 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ฟื้นฟูอาคารหลังนี้จากการถูกทิ้งร้าง และเพราะสถาปัตยกรรมของอาคารที่พบได้ยาก กรมศิลปากรจึงได้ขึ้นทะเบียนบ้านเลขที่ 1 เป็นโบราณสถาน 

ระหว่างปี ค.ศ.1887 ถึง 1954 เวียดนาม ลาว และกัมพูชา อยู่ในฐานะอาณานิคมแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส หรือที่รู้จักกันในชื่อ อินโดจีนของฝรั่งเศส อาณานิคมแห่งนี้ถูกบังคับให้เป็นแหล่งในการจัดหาทรัพยากรให้กับแผ่นดินแม่ มีการอ้างการผูกขาดโดยรัฐเพื่อผลิตภัณฑ์บางอย่าง แอลกอฮอล์ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่อินโดจีนของฝรั่งเศสเป็นแหล่งจัดหาให้กับตลาดทั้งในและนอกประเทศ ถูกรวมและจัดการด้วยความระมัดระวัง บริษัทฝรั่งเศสที่ชื่อว่า Societe Francaise des Distilleries de l’Indochine (SFDI) เข้ามาช่วยรัฐบาลจัดการเรื่องเหล่านี้ ในระยะเวลานั้น SFDI ไม่ได้จำกัดการดำเนินงานอยู่ในอินโดจีนเท่านั้น แต่ยังมีการตั้งสำนักงานในสยาม

โกดังข้างบ้านเลขที่1 เคยเป็นสำนักงานของหลุยส์ ที เลียวโนเวน ทำการค้าไม้สัก ล่องมาจากทางงภาคเหนือ

 ภายหลังจากหมดยุคล่าเมืองขึ้น ที่นี่ถึงถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง แต่ด้วยคุณค่าและความสวยงามของอาคารนี้ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Classic โดยใช้กระเบื้องรูปเพชรสร้างเป็นหลังคาทรงปั้นหยา ทาด้วยสีเหลืองนวลตา ทว่าปล่อยให้เสื่อมโทรมไปก็เป็นที่น่าเสียดาย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงได้ฟื้นฟูอาคารหลังนี้ในปีค.ศ. 2012-2016 นอกจากนี้กรมศิลปากรยังได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าแก่การศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอีกด้วย

ที่ตั้งของบ้านเลขที่ 1 ในย่านประวัติศาสตร์บางรัก การเลือกสถานที่ตั้งบริษัทที่บ้านเลขที่ 1 ในสมัยนั้นชุมชนของชาวยุโรปได้ก่อร่างในเขตบางรัก พร้อมถนนลาดยางแห่งแรกของกรุงเทพ ใกล้เคียงกันมีสถานทูตฝรั่งเศส อาคารไปรณีย์กลาง รวมถึงอาคารศุลกากรแห่งแรกของกรุงเทพ ถือเป็นย่านธุรกิจทึีมีความทันสมัย สะดวกสบาย และหรูหรา ด้วยเหตุถนนเจริญกรุงเป็นถนนสายแรกของประเทศไทย

ตัวอาคารของบ้านเลขที่ 1 เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก เห็นได้ชัดจากหน้าจั่ว อาคาร 2 ชั้นซึ่งสร้างในช่วงต้นปี 1900 เป็นอาคารก่ออิฐและผนังรับน้ำหนัก กระเบื้องหลังคารูปเพชรของหลังคาปั้นหยาทำให้นึกถึงสไตล์ในยุคนั้น ในช่วงปี ค.ศ. 2012-2016 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ฟื้นฟูอาคารหลังนี้จากการถูกทิ้งร้าง 

อาคารถูกปล่อยให้ทรุดโทรม ก่อนที่จะมีการเข้ามาปรับปรุงฟื้นฟูโดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ข้าพเจ้าเคยแวะเวียนไปถ่ายภาพเมื่อหลายปีก่อน ถ่ายภาพได้แต่ด้านนอก

ภายในโกดังถูกดัดแปลงให้เป็นสถานที่แสดงนิทรรศการ Bangkok Design2018 สุดแนว และร้านอาหารให้เลือช้อปชิม

 

ก้าวเข้ามาภายในบ้าน ก็พบกับเคาน์เตอร์ต้อนรับ

แวะชม ชั้น2 พร้อมรับฟังการบรรยายพิเศษเกี่ยวประวัติความเป็นมาของสถานที่

ร่องรอยของประวัติบ้านแห่งนี้ที่เคยเป็นที่ทำการของบริษัทกลั่นสุรา ของฝรั่งเศส 

 

 

ภาพจิตรกรรมภาพเขียนสีเพรสโก ลายพรรณพฤกษา เอกลักษณ์ที่เป็นไฮไล้ท์หนึงของบ้านนี้

 

ด้านหลัง เป็นลานกว้าง

โกดังด้านข้างอาคารบ้านเลขที่1

อ้างอิง: 150ปีถนนเจริญกรุง..ถนนสายแรกของไทย!!ชวนสัญจรหวานฉ่ำรับเทศกาลวันวาเลนไทน์



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
feng_shui วันที่ : 06/02/2018 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ไม่แปลกค่ะ แม่หมี เพราะก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้ให้ใครเข้าไปค่ะ ได้แต่ถ่ายภาพภายนอก ทางสำนักทรัพย์สินเข้าไปฟื้นฟูจึงเปิดบ้าน แล้วทำเป็นสถานที่จัดงานต่างๆ ต่อยอดสถานที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์แห่งนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 06/02/2018 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

มรดกไทย มรดกโลกเลย
อย่างไรก็...
ขอเรียนเสนอให้พัฒนาระบบป้องกันไฟไหม้ไว้ดีๆ
เพื่อจะได้อยู่คู่ประเทศไทยไปนานๆ

ความคิดเห็นที่ 3 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 06/02/2018 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณค่ะ อยู่ใกล้แค่นี้แต่ไม่เคยไปเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 05/02/2018 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79


ในภาพมีรางรถราง รถลาก และมอเตอคาร์ จำได้ว่าสมัยเป็นเด็ก ยายพาข้าพเข้าไปซื้อของที่ตลาดมหานาค ขากลับเรียกรถลากให้มาส่งที่
คลองเตย เพราะมีของมาก ดูเหมือนค่าโดยสาร 5 - 6 สลึง ข้าพเจ้าจำราคาไม่ได้ คนลากสวมหมวกกุ้เล้ย ใส่เสื้อกุยเฮ็ง กางเกงขาก๊วย
พอลงจากรถแล้วไม่เห็นว่าคนลากมีอาการเหนื่อยแต่อย่างไร แกวิ่งเหยาะๆด้วยความเร็วสม่ำเสมอ แล้วมีสมดุลตลอดแนวคานลากกับเพลาล้อจนเหมือนตัวแกลอยๆระหว่างวิ่ง การออกแบบรถลากเยี่ยมมากครับ มีประทุนหลังคากันแดดกันฝนด้วย แต่ไม่ค่อยยกขึ้นจากที่พับเอาไว้ เพราะมันจะต้านลมจนหนักแรงคนลากครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 05/02/2018 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ข้าพเจ้าขอขอบคุณ คุณสุ่ย ที่เสาะหาเรื่องน่าสนใจมาเผยแพร่ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน