*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2634
  • จำนวนผู้ชม : 4972414
  • จำนวนผู้โหวต : 4892
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4892 คน
coffee

coffee

View All
<< มีนาคม 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันเสาร์ ที่ 10 มีนาคม 2561
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 1229 , 19:19:35 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน อารยา , wullopp และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้


จากหนังสือ กรุงศรีอยุธยา ในแผนที่ฝรั่ง ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช

จากแผนที่ สยามโยเดีย ที่ฝรั่งววาดขึ้น ในสมัยพระนารายณ์มหาราช นั้น กรุงศรีอยุธยา มีความสัมพันธ์กับต่างชาติเปิดรับและมีสัมพันธ์กับหลากหลายเชื้อชาติ จาก มุมขวาล่างของแผนที่ จะเห็นว่ามีหมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยา ปรากฎอยู่ ว่ากันว่า ในสมัยนั้น ชาวยุโรป ที่เข้ามาในกรุงศรีอยุธยา ก็มีวัตถุประสงค์ที่จะเผยแผ่ศาสนาคริสต์ ด้งนั้น ไม่แปลก ที่ชาวญี่ปุุ่่นที่กรุงศรีอยุธยาครั่งกระโน้น จะเข้ารีต นับถือศาสนาคริสต์ คำถามมีอยู่ว่า แล้วคนญี่ปุ่นที่เข้ามาแต่ครั้งกระโน้น เป็นคริสต์ทั้งหมดเลยหรือ คำตอบก็คือ ไม่่ เพราะมีบางส่วนที่นับถือศาสนาพุทธ

การแลกเปลี่ยนระหว่างผู้คนทั้งสองดินแดนปรากฏหลักฐานให้เห็นเรื่อยมาตั้งแต่สมัยอยุธยาที่รู้จักกันดี เช่น หมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยา รวมทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับ ยามาดะ นางามะซะ ขุนนางไทยชาวญี่ปุ่นสมัยพระเพทราชา (พ.ศ. ) กระทั่งถึงรูปปั้นชาวโอกินาวาที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดให้สร้างรูปคนต่างชาติ ๓๒ ชาติขึ้น พร้อมโคลงบรรยายลักษณะการแต่งกายของคนแต่ละชาติประจำไว้ในศาลาทั้ง ๑๖ หลัง ภายในวัด ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียง ๒ รูป คือ รูปจีนซัวเถา และรูปชาวโอกินาวา

 

 

สัมพันธภาพระหว่างสยามโยเดีย มาจนถึงรัตนโกสินทร์

นับว่าสัมพันธภาพแนบแน่นและมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาติดต่อสัมพันธกับสยามมากขึ้นๆ โดยเห็นได้ชัดจากช่วงสมัยรัชกาลที่๕ สถานที่แห่งความทรงจำของชาวญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คือ หอเก็บกระดูกชาวญี่ปุ่น ภายในวัดราชบุรณะ ซึ่งเป็นวัดเก่าสร้างมาตั้งแต่ก่อนสถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานี และได้บูรณะใหม่เมื่อแรกตั้งกรุงเทพฯ

ล่องเจ้าพระยาชมวัดเดิมฝั่งตะวันออก  ตอน ที่เก็บรายชื่อชาวญี่ปุ่น(ที่นับถือศาสนาพุทธ)ที่เสียชีวิต

หอเก็บกระดูกแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานสำหรับชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งมีปริมาณมากขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ซึ่งบางส่วนเป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของบริษัทห้างร้านญี่ปุ่นที่เข้ามาเปิดหน่วยงานและกิจการในไทย และบางส่วนเป็นพ่อค้าเอกชนที่เข้ามาแสวงโชคในดินแดนใหม่ ตลอดจนแรงงานอพยพทั้งหญิง-ชาย ที่เข้ามาทำนาและขายแรงงานในสยาม

มาซะโอะ โทคิชิ” กับขุนนางไทยในยุคปฏิรูปประเทศสมัยร.5

รายการ ย้อนรอยประวัติศาสตร์นำเสนอโดยสถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่น  http://www.manager.co.th/Japan/ViewNews.aspx?NewsID=9590000106176

ในรัชสมัยของ ร.๕ มีชาวญี่ปุ่นหลายคนที่มีส่วนสำคัญในการปฏิรูปสยาม “มาซะโอะ โทคิชิ” ได้ช่วยราชสำนักวิจัยเรื่องการปรับปรุงกฎหมายไทยให้เป็นไปอย่างยุโรปนานถึง 15 ปี จนสามารถแก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับฝ่ายตะวันตก

มาซะโอะ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัชกาลที่ ๕ ให้มีหน้าที่การงานอย่างสำคัญในยุคนั้น และได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำสยามในเวลาต่อมา ญี่ปุ่นยังได้ส่งคนมาช่วยสอนการเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมในภาคอีสานของไทย ช่วยสร้างอาชีพในชาวบ้านในยุคนั้น     


นางเทตสุ ยาสุอิและนักเรียน รร.ราชินี

 

รายการ ย้อนรอยประวัติศาสตร์นำเสนอโดยสถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่น  http://www.manager.co.th/Japan/ViewNews.aspx?NewsID=9590000106176

 

ด้านการศึกษา รัชกาลที่ ๕ ทรงริเริ่มการให้การศึกษากับผู้หญิง โดยจัดตั้งโรงเรียนราชินี ซึ่งญี่ปุ่นได้ส่ง นางเทตสุ ยาสุอิมาช่วยสอนและเป็นครูใหญ่คนแรกของโรงเรียน

จาก ข้อมูลที่เคยเผยแพร่(โดย https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_8628) ชี้ให้เห็นว่า ชาวญี่ปุ่นกลุ่มแรกที่เดินทางมายังสยาม คือ “คารายุกิซัง” หรือ “หญิงโสเภณี” จากจังหวัดทางภาคใต้ของญี่ปุ่น ดังปรากฏหลักฐานในสมุดบันทึกรายชื่อชาวญี่ปุ่นที่ถึงแก่กรรมในไทย ซึ่งเก็บรักษาไว้ภายในหอเก็บกระดูกแห่งนี้

 

พระพุทธรูปศากยมุนี จากวัดไทย-ญี่ปุ่น ที่เมืองนาโงยะ(องค์ประธาน กลางภาพ)

ความพยายามของชุมชนชาวญี่ปุ่นที่จะสร้างสุสานเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๐ แต่ได้รับอนุมัติให้สร้างจริงเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ (ตรงกับปีที่เปลี่ยนแปลงการปกครองพอดี) โดยมีพระญี่ปุ่นและฟุจิอิ ชินสุอิ นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในเมืองไทยขณะนั้น เป็นผู้ประสานงาน จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๗๘ จึงได้ก่อสร้างอาคารคอนกรีต ๓ ชั้น เลียนแบบสถาปัตยกรรมจากวัดคินคะคุจิ ในเมืองเกียวโต โดยได้รับเงินบริจาคจากสมาคมญี่ปุ่นแห่งสยาม และได้อัญเชิญพระพุทธรูปศากยมุนี จากวัดไทย-ญี่ปุ่น ที่เมืองนาโงยะมาประดิษฐาน

 

ภาพถ่าย โรงไฟฟ้า และสะพานพระพุทธยอดฟ้า ที่พ่อข้าพเจ้าถ่ายไว้เมื่อเกือบ70ปีมาแล้ว แลเห็นวัดเลียบ (ควันที่เห็นในภาพคือบริเวณของโรงไฟฟ้า)

หอเก็บกระดูกแห่งนี้รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ มาได้อย่างหวุดหวิด พร้อมกับองค์พระปรางค์ของวัด ในขณะที่บริเวณอื่นของวัดโดนระเบิดเสียหายหนัก เนื่องจากบริเวณรอบๆ วัดเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น โรงไฟฟ้า และสะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยปัจจุบันมีพระสงฆ์ชาวญี่ปุ่นดูแลสุสานแห่งนี้อยู่

อ้างอิง https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_8628

บรรยากาศการเดินชมวัดเลียบ และได้เข้าเยี่ยมชม หอเก็บกระดูกชาวญี่ปุ๋น

 

หนังสือรายนามชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในสยาม เล่มข้างๆเป็นบทสวดปาฎิโมกข์ภาษาญี่ปุ่น

เล่มซ้าย เป็นเล่มแรกเริ่มดั้งเดิม 

      

  คลิป ล่องเจ้าพระยาชมวัดเดิมฝั่งตะวันออก  ตอน ที่เก็บรายชื่อชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิต

รายงานจาก วัดเลียบ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 11/03/2018 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

บันทึกประวัติศาสตร์
มรดกไทย มรดกญี่ปุ่น มรดกโลก... รวมกัน

ขอให้
ประเทศไทย ญี่ปุ่น
อยู่รอดปลอดภัยจากสงครามทุกๆ อย่าง

ขอให้โลกนี้มีสันติภาพ ครับ...

ความคิดเห็นที่ 2 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 11/03/2018 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
ร.๙: ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้ (๔ ธ.ค. '๓๗) [บล็อกขยับไม่อยู่นิ่งเกิดจากอัลบัมในหลวง ร.๙ เปิดอยู่ กดหยุดก็หมดปัญหาค่ะ]

คนเรียนญี่ปุ่นคงสนใจ ... บันทึกเก่าๆ เหล่านี้

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 11/03/2018 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

จาก ข้อมูลที่เคยเผยแพร่(โดย https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_8628) ชี้ให้เห็นว่า ชาวญี่ปุ่นกลุ่มแรกที่เดินทางมายังสยาม คือ “คารายุกิซัง” หรือ “หญิงโสเภณี” จากจังหวัดทางภาคใต้ของญี่ปุ่น ดังปรากฏหลักฐานในสมุดบันทึกรายชื่อชาวญี่ปุ่นที่ถึงแก่กรรมในไทย ซึ่งเก็บรักษาไว้ภายในหอเก็บกระดูกแห่งนี้
.......................................
อาชีพหญิงบริการญี่ปุ่นในสมัยโบราณ ต้องร่ำเรียนกันตั้งแต่วัยเด็ก จึงมาความสามารถในหลายด้าน พร้อมทั้งมีกิริยามารยาทอันงดงามยิ่ง จึงเป็นที่ยอมรับว่าเป็นอาชีพอันทรงเกียรติ์ในสังคม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน