*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2613
  • จำนวนผู้ชม : 4943783
  • จำนวนผู้โหวต : 4879
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4879 คน
coffee

coffee

View All
<< เมษายน 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน 2561
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 651 , 12:57:12 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ลำชานบ้านบู , february26 และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

Water Festival 2018 เทศกาลวิถีน้ำ...วิถีไทย” ครั้งที่ 4

สนุกอย่างดีงาม ก้าวข้ามปีใหม่ไทย

 

ภายใต้แนวคิด“รื่นเริง เถลิงศก”

 

Water Festival 2018  เทศกาลวิถีน้ำ...วิถีไทย” ครั้งที่ 4 มาพร้อมสโลแกนสนุกอย่างดีงาม ก้าวข้ามปีใหม่ไทย พบวิถีความเป็นไทยที่งดงาม ภายใต้แนวคิด“รื่นเริง เถลิงศก” จัดโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)ที่ผนึกกำลังร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพันธมิตรอีกหลายภาคส่วนเพื่อตอกย้ำแนวคิดการบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลกพร้อมร่วมแต่งชุดไทย ใส่ผ้าขาวม้าทอมือจากชุมชนสืบสานอัตลักษณ์ไทยให้ยั่งยืนโดยในปี 2018 มีกำหนดจัดงานขึ้นทั้งหมด 4 ภาคของประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายน 2561 ได้แก่


โดยทั้ง 4 พื้นที่ มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ได้แก่  พิธีรดน้ำดำหัว, ทำบุญเสริมสิริมงคล, ทำบุญ ไหว้พระ,สรงน้ำพระ, ก่อพระเจดีย์ทราย, กิจกรรมทำความสะอาดพระอารามและชุมชน พร้อมกิจกรรมเสื้อเก่าแลกเสื้อลายดอก, กิจกรรมเยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม,การออกร้านค้าชุมชน โดย บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด จำกัด  เป็นต้น

 

 

สัมผัสวัฒนธรรมหลากหลายสืบสานอัตลักษณ์ไทยให้ยั่งยืน

เปิดขุมทรัพย์ พหุวัฒนธรรม

จาก 8 ท่าน้ำวิถีไทยในกรุงเทพ /สงกรานต์ล้านนา / เสน่ห์เมืองเก่าภูเก็ต / สงกรานต์ไทพวนบ้านเชียง

vภาคกลางv

กรุงเทพมหานคร

13 – 15 เมษายน 2561

8 ท่าน้ำวิถีไทย

 

                กำหนดจัดขึ้นใน 8 ท่าน้ำสำคัญริมโค้งน้ำที่ยาวที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมล่องเรือด่วนเจ้าพระยาที่ให้บริการฟรีแก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงาน    สัมผัสกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งไหว้พระขอพร 4 วัดชื่อดังที่รวมอยู่ใน 8 ท่าน้ำวิถีไทยประกอบด้วย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร / วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร / วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร / วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร / เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อนท์ / ท่ามหาราช / ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค / ล้ง 1919 โดยจัดกิจกรรมหลักของทั้ง 8 ท่าน้ำประกอบไปด้วย

-          อุโมงค์ไทยทำเองเพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมงานไม่ต้องเดินตากแดด โดยแต่ละคนมีส่วนร่วมในการเติมเสริมแต่งอุโมงค์จากวัสดุไทยๆ

-          ช้อป ชิม ชิลล์ แชะ แชร์ เซอร์ไพรส์เก๋ไก๋สไตล์ไทยกับสารพัดสีสันจากวัสดุไทยสุดปัง

-          ซุ้มผ้าขาวม้าดีต่อใจ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อแสดงความเคารพ และขอพรให้ชีวิตดีงามตลอดปี

-          แกงค์จิ๋วจอมซ่าสุดน่ารักจากชุมชน 4 วัดเดินสายแจกพวงมาลัยมะลิให้คล้องคอทำบุญวันสงกรานต์

-          Workshop ผ้าขาวม้าสารพัดประโยชน์และสินค้าจากผ้าขาวม้าทอมือโดยชุมชน

1.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

กำแพงมงคล : ขันเงินขันทองฉลองปีใหม่

สรงน้ำพระประจำวันเกิด

ซุ้มรดน้ำดำหัว

เวทีการแสดงทางวัฒนธรรม

ก่อพระเจดีย์ทราย

ร้านค้าประชารัฐ ร้านค้าชุมชน

 

ห้องถ่ายภาพ ฉายานิติกร

ผ่านภพรัตนโกสินทร์พระอุโบสถหลังเก่าของวัดโพธารามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ภายหลังการสถาปนาพระอุโบสถหลังใหม่ของวัดพระเชตุพนแล้ว จึงได้ลดฐานะเป็นศาลาการเปรียญ โดยภายในมี “พระพุทธศาสดา” ประดิษฐานเป็นพระประธาน

วิจิตรพระพุทธเทวปฏิมากรภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงอัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า ด้วยประสงค์ตั้งมั่นแน่วแน่ว่า นี่จะเป็นพระนครอย่างถาวร

การสรงน้ำพระเป็นการรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด ซึ่งในบางที่ก็จะมีการจัดให้สรงน้ำพระสงฆ์เพิ่มเติมด้วย

 

2. วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

พัดกวักโชค

สรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์

ซุ้มรดน้ำดำหัว

ถวายราชสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และหลวงพ่อรุ่งอรุณ

พิธีทำบุญตักบาตรต้อนรับปีใหม่

ร้านค้าประชารัฐ ร้านค้าชุมชน

 พัดกวักโชค“กวักโชคเข้าตัว พัดสิ่งร้ายออกไป”ตื่นตาตื่นใจสารพัดสีพัดไทยไว้คลายร้อนไปกับ อุโมงค์พัดไทย 

ไทยทำเอง

ถวายราชสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชวัดอรุณราชวราราม ซึ่งเป็นวัดที่มีความเชื่อมโยงชาวไทยเชื้อสายจีน และอยู่ภายในเขตพระราชวัง ในยุคของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ว่า พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีเชื้อสายจีน และตามคติความเชื่อกันว่าการเซ่นไหว้บูชาบรรพบุรุษในวันสำคัญๆ เช่น วันตรุษจีนซึ่งเป็นวันปีใหม่ตามประเพณีจีนนั้น  จะทำให้ผู้บูชาได้รับอานิสงส์จากบรรพบุรุษผู้มีบุญญาธิการอันยิ่งใหญ่ ให้คุ้มครองทุกชีวิตให้พ้นภัย และเสริมผู้สักการะบูชาให้มีจิตใจเข้มแข็ง

หลวงพ่อรุ่งอรุณ ร่วมสรงน้ำหลวงพ่อรุ่งอรุณ เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสงกรานต์

 

3.วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

 

อุโมงค์ว่าวไทย

การแสดงเชิดสิงโตเด็ก สิงโตผู้ใหญ่วัดกัลยาฯ

กีฬาพื้นเมืองไทยสมัยธนบุรี การละเล่นพื้นบ้านศักราชใหม่

ทำบุญให้อาหารนก อาหารปลา

ร้านค้าประชารัฐ ร้านค้าชุมชน 

 

อุโมงค์ว่าวไทย สารพัดว่าวไทยหลากสีสัน หลายรูปแบบ เรียงร้อยต่อกันเป็นอุโมงค์หลบร้อน

กีฬาพื้นเมืองไทยสมัยธนบุรี การละเล่นพื้นบ้านศักราชใหม่ ลักษณะของการเล่นเกมและกีฬาพื้นเมืองที่เล่นเพื่อเป็นการฝึกหัดการต่อสู้ได้แก่ ตีคลี การต่อสู้บนหลังม้า ชนช้าง มวยไทย มวยปล้ำ กระบี่กระบอง กายกรรม ลอดบ่วง ดังปรากฏลักษณะของการเล่นเกมและกีฬาพื้นเมืองในหนังสือลิลิตเพชรมงกุฎ

  

4. วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร 

 

อุโมงค์สรรพสัตว์วัดประยูร

อุโมงค์สรรพสัตว์วัดประยูร หรือ หมู่เต่าเขามอ เป็นอีกหนึ่งความพิเศษและความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของวัดประยุรวงศาวาส คือ เป็นที่ตั้งของ “เขามอ” หรือ ภูเขาจำลองก่อด้วยศิลา ตั้งอยู่กลางสระน้ำ แวดล้อมไปด้วยพระสถูปเจดีย์ วิหาร ศาลารายน้อยใหญ่ และพรรณไม้หายากนานาชนิด เป็นรมณียสถานอันสงบและรื่นรมย์ที่ตั้งตระหง่านอยู่คู่พระอารามแห่งนี้มากว่า
180 ปี คำว่า "เขามอ"มาจากคำว่า "ถมอ"ในภาษาเขมร แปลว่า ก้อนหิน  หมายถึง ภูเขาจำลองที่ก่อขึ้นจากหินจนมีรูปทรงคล้ายคลึงกับภูเขา อาจแบ่งได้เป็น ๒ ประเภท คือ เขามอขนาดเล็กที่ประดับอยู่ในกระถาง ซึ่งเป็นศิลปะการจัดสวนแบบหนึ่งคู่กับการเล่น “ไม้ดัด” และเขามอขนาดใหญ่ สำหรับก่อลงบนพื้นดินหรือกลางสระน้ำ จัดให้มียอดเขาสูงลดหลั่นตามลำดับเป็นซุ้มคูหา ใช้ประดับตกแต่งพระอารามและพระราชอุทยาน

สักการะหลวงพ่อพุทธนาคน้อย เพื่อสำเร็จหน้าที่การงาน การศึกษา

สักการะพระนาคปรกเพื่อคุ้มครองปกปักรักษา

ลอดอุโมงค์พระเจดีย์อันดับ 1 ของโลกอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อความแคล้วคลาด รอดปลอดภัย

สรงน้ำพระพุทธรูป

Workshop หมูกระดาษ

 

ร้านค้าประชารัฐ ร้านค้าชุมชน

ห้องถ่ายภาพ ฉายานิติกร

 

ลอดอุโมงค์พระเจดีย์อันดับ 1 ของโลก อันศักดิ์สิทธิ์

ขอโชคขอพรพระพุทธนาคองค์ศักดิ์สิทธิ์

จุดประทีปเทียนหอมอธิษฐานจิต

ขอพรจากพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา

ต่อชะตาราศีปีชงให้กลับเป็นปีที่เจริญ

บูชาน้ำมันต่อตะเกียงให้อายุยืนยาว

ใส่บาตรพระประจำวันเกิด

บังสุกุลอุทิศให้บรรพบุรุษ

ทำบุญโลงศพแก่คนไร้ญาติ 

5.เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์               

ประธานในพิธี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา

 

 

กำแพงสีสันสงกรานต์ไทย : ขันน้ำ ผ้าขาวม้า สีสันคลายร้อน

สรงน้ำพระประจำวันเกิด

เวทีการแสดงคอนเสิร์ต จากศิลปินชื่อดัง

อุโมงค์ละอองน้ำพระพุทธมนต์ 4 พระอารามหลวง

รำวงย้อนยุค สามช่า

มวยทะเล ฮาเฮ

ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน

ร้านค้าประชารัฐ ร้านค้าชุมชน

บูธผ้าขาวม้า เวิร์คชอปผ้าขาวม้าสารพัดประโยชน์

 

ศูนย์การค้าริมแม่น้ำขนาดใหญ่ ที่ถูกเนรมิตให้เป็นฉากจำลองการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยที่หลากหลายตั้งแต่ อดีตจนถึงปัจจุบัน  ตามประวัติกล่าวว่า เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์/The history of ASIATIQUE The Riverfront
ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งตรงกับยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ประเทศ ในแถบทวีปเอเชียถูกรุกรานโดยชาติมหาอำนาจจากยุโรป และด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะพัฒนาประเทศ ให้เจริญรุดหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ จึงทรงตัดสินพระทัยเจริญสัมพันธไมตรีกับราชอาณาจักรเดนมาร์ก พร้อมกับ การก่อกำเนิดท่าเรือของบริษัท อีสท์ เอเชียติก เพื่อการค้าไม้สักไปต่างประเทศจึงสร้างท่าเรือขนถ่ายสินค้าขึ้น ณ ท่าเรือแห่งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของประตูการค้าสากลระหว่างสยามประเทศและยุโรป เป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้สยามดำรงความเป็นเอกราชมาจนปัจจุบัน ในวันนี้ ณ ผืนแผ่นดินเดิม อันเป็นที่ตั้งของท่าเรือ อีสท์ เอเชียติก ได้ถูกเนรมิตให้กลับมา เฟื่องฟูอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ “ASIATIQUE The Riverfront” โครงการไลฟ์สไตล์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

 

มวยทะเลเป็นการละเล่นพื้นบ้านของไทย สามารถเล่นได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งมีวิธีการเล่นที่แตกต่างจากมวยทั่ว ๆ ไปคือจะชกต่อยกันอยู่บนไม้กระดานแผ่นเดียว และถ้าใครตกลงมาจากไม้กระดานก็จะถือว่าคนนั้นเป็นฝ่ายแพ้ ส่วนสถานที่เล่นนั้นก็จะเป็นในน้ำหรือริมทะเล มวยทะเลนี้ ยังได้รับการจัดเป็นหนึ่งในกีฬาของทหารเรือไทยด้วยเช่นกันพ.ศ.2556 ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขากีฬาภูมิปัญญาไทยจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

 

รำวงย้อนยุคหรือรำวงพื้นบ้าน คือรำโทนในภาคกลางเป็นการแสดงพื้นบ้านของชาวบ้าน เมื่อประมาณ ๕๐-๖๐ปีมาแล้วเพื่อเป็นการบันเทิงในขณะนวดข้าว สลับกับการร้องเพลงหงส์ฟาง โดยใช้เครื่องดนตรี เป็นอุปกรณ์ที่หาได้ในขณะนั้น เป็นเครื่องกำหนดจังหวะ เช่น ใช้เคาะไม้เคาะปี๊ป ต่อมาใช้เป็นศิลปะในการหาเลี้ยงชีพ คือรับจ้างแสดงตามงานต่าง ๆ หรือมักเล่นกันในช่วงในฤดูแล้ง มักจัดขึ้นในงานวัด เช่น งานวันวิสาขบูชาประจำปี งานบวช

 

6. ท่ามหาราช

สรงน้ำพระพุทธรูป

เวิร์คช็อปร้อยพวงมาลัย

มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง

ร้านค้าชุมชน

 

จุดนัดพบแห่งใหม่ของไลฟ์สไตล์บนถนนมหาราช ตั้งอยู่บนเกาะรัตนโกสินทร์ ริมแม่นํ้าเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของกรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว อุดมไปด้วยศิลปะ และมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน เป็นแหล่งรวมวัตถุบูชาที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย รวมถึงร้านอาหารอร่อยที่มีประวัติอันยาวนานมากมาย ในอดีตถนนมหาราชเคยเป็นถนนข้างกำแพงพระราชวังหลวงด้านตะวันตก ตัดขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาโครงการได้พัฒนาโดยปรับปรุงเปลี่ยนการใช้พื้นที่และกลุ่มอาคารพาณิชย์ขนาด low-rise ที่มีอยู่ สร้างขึ้นใหม่พัฒนาเป็น open-air shopping & lifestyle market ที่เข้ากับ lifestyle ของคนรุ่นใหม่ และยังคงกลิ่นอายของวิถีชีวิตชุมชนบนเกาะรัตนโกสินทร์ โดยเน้นการสัญจรทางน้ำซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคนกรุงในอดีต ซึ่งในลุ่มน้ำของเขตพระนครนั้น เคยเป็นศูนย์กลางความเจริญ การขนส่ง และการค้าขายริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

7. ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค 

 

สรงน้ำพระพุทธรูป

จุดต่อเรือ

ร้านค้าชุมชน 

 

                ถูกสร้างภายใต้แนวคิด “ไทย เฮอริเทจ มอลล์” ภายนอกอาคารถูกพัฒนาปรับปรุงขึ้นตามสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอ คลาสสิก โคโลเนียล ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมต่างประเทศในช่วงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อให้กลมกลืนไปกับทัศนียภาพโดยรอบบริเวณเกาะกรุงฯ นี้ ส่วนภายในอาคารถูกตกแต่งพื้นที่จากเรื่องราวประวัติศาสตร์ของพื้นที่โครงการ ตั้งแต่สมัยอยุธยา กรุงธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร์ จนถึงปัจจุบัน ตัวอาคารประกอบด้วย 6 อาคาร ได้แก่ อาคารสยามปราการ อาคารวิมานอโยธยา อาคารนาวาพาณิชย์ อาคารวิจิตพระนคร อาคารยอดพิมานธานี และอาคารบุรีสราญ ร่วมชมการสาธิตการทำกระทงดอกไม้ พร้อมชมทิวทัศน์ความงดงามริมฝังน้ำที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

 

8.ล้ง (LHONG 1919)

สรงน้ำพระพุทธรูป

สักการะเจ้าแม่หม้าโจ่ว

ก่อพระเจดีย์ทราย โดย แทน โฆษิตพิพัฒน์

กิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เขตคลองสาน

อุโมงค์ดอกมะลิ ละอองน้ำพระพุทธมนต์

ตลาดร่มแดง ชุมชนถนนเชียงใหม่ เขตคลองสาน

               

                แหล่งท่องเที่ยว ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านฝั่งธนบุรี ดำเนินกิจการโดย ตระกูลหวั่งหลี ตั้งอยู่ติดกับบ้านหวั่งหลี มีเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ และพื้นที่อาคาร 6,800 ตารางเมตร โดยอยู่ฝั่งตรงข้ามกับย่านตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ ในฝั่งพระนครท่าเรือกลไฟริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่ที่สุดในอดีต สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นยุคทองของการค้าไทย-จีน
การสนธิสัญญาเบาว์ริ่งถือเป็นเปิดฉากการค้าเสรีกับต่างประเทศในสยาม ซึ่งพระยาพิศาลศุภผล (ชื่น พิศาลบุตร) ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในด้านการค้าไทย-จีนในสมัยนั้น ได้สร้างท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” นี้ขึ้น เป็นภาษาจีน หมายถึง “ท่าเรือกลไฟ” ท่าแห่งนี้เป็นท่าเรือหลักที่ให้ชาวจีนมาเทียบเรือและลงทะเบียนบุคคลต่างชาติเข้าประเทศไทยโดยเฉพาะ และเป็นแหล่งการค้าขายสำคัญของพ่อค้าไทย-จีน และเป็นที่ตั้งของ “ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน)” ที่อยู่คู่ ฮวย จุ่ง ล้ง มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนปัจจุบัน ถือเป็น

 

ศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวจีนที่มีมาอย่างยาวนานองค์นี้เป็นเจ้าแม่หม่าโจ้วโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ทำจากไม้
มี 3 ปรางค์ เป็นองค์ที่ชาวจีนนำขึ้นเรือกลไฟเดินทางข้ามมหาสมุทรจากเมืองจีนมาถึงเมืองไทยอย่างปลอดภัย จึงอัญเชิญประดิษฐานที่ศาลที่นี่ตั้งแต่นั้นมา ศาลเจ้าหม่าโจ้ว จึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนจีนในแผ่นดินไทย ซึ่งคนจีนที่ทำการค้าในไทยจนเจริญร่ำรวยเป็นเศรษฐีก็ล้วนก่อร่างสร้างตัวมาจากที่แห่งนี้ จนในปี พ.ศ. 2462 (ค.ศ.1919) ได้เปลี่ยนเจ้าของมาเป็นของ ตระกูล “หวั่งหลี” โดย นายตัน ลิบ บ๊วย ซึ่งเป็นหนึ่งในพ่อค้าจีนที่เดินทางเข้ามาค้าขายในไทย และได้ปรับให้กลายเป็นอาคารสำนักงาน เป็นโกดังเก็บสินค้าทางธุรกิจของตระกูลหวั่งหลี และเป็นที่อยู่อาศัยให้เช่าราคากันเองสำหรับพนักงานตั้งแต่นั้นเรื่อยมา จนถึงปี พ.ศ.2559 ลูกหลานตระกูลหวั่งหลี ได้ทำการบูรณะครั้งใหญ่ เพื่อพัฒนาเป็นโครงการ “ล้ง 1919”
ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีนริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาร์ทแอนด์คัลเจอร์สเปซแห่งใหม่ขึ้น

คลิปทัวร์ “Water Festival 2018 เทศกาลวิถีน้ำ...วิถีไทย” ครั้งที่ 4และพิธีเปิดงาน

สนุกอย่างดีงาม ก้าวข้ามปีใหม่ไทย

กิจกรรมอื่นๆ

 

เยาวชนเจ้าบ้านสืบสานวัฒนธรรม

 

                ทูตตัวน้อยประจำชุมชน บอกเล่าประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตและเรื่องราวที่น่ารู้ของชุมชน ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่จะมาร่วมในงาน Water Festival 2018 ซึ่งจะประจำตามจุดจัดงานต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และ อุดรธานี โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในโครงการผ่านเยาวชนที่เป็นลูกหลานของชุมชน  ด้วยการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนมีความรักความหวงแหนในวัฒนธรรรมและวิถีชีวิตแบบไทย รวมถึงการสร้างให้เกิดความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งที่ได้เผยแพร่เรื่องราวดีๆ ของชุมชนตนเอง  พร้อมจัดอบรมเพิ่มเติมทักษะให้เยาวชนจากโครงการเยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม เพื่อเติมเต็มองค์ความรู้และเตรียมเผยแพร่เรื่องราวดีๆ ของชุมชนตนเอง และกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นสีสันให้นักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติที่มาเที่ยวชมงาน

 

ต้อนรับตรุษไทยบ้านสะอาด สะอาดใจ

 

                กิจกรรมทำความสะอาดวัดและชุมชนโดยรอบ ด้วยการเปิดรับอาสาสมัครจากชุมชน และสถานศึกษาใกล้เคียง และความร่วมมือจากกองทัพเรือ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน การสร้างจิตสำนึกในการรักชุมชน อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมของสถานที่ก่อนงานเทศกาลจะมาถึง นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรม “เสื้อเก่าแลกเสื้อลายดอก” เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าไทยๆ สีสันสดใสร่วมงานอีกด้วย

เส้นทางเดินเรือ

มีเรือให้บริการฟรีวิ่งตามเส้นทาง ออกทุก 20 นาทีแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ

  1. กิจกรรมช่วงเช้า 09.00 – 18.00 น. (ยอดพิมาน – ท่าเตียน – ท่ามหาราช - วัดอรุณฯ – วัดกัลยาฯ – วัดประยุรฯ - ล้ง )
  2. กิจกรรมช่วงเย็น 19.00 – 22.00 น.

ขาไป - (ล้ง - สาทร– เอเชียทีค)

ขากลับ – (เอเชียทีค - สาทร - ล้ง)


#WaterFestival2018 #เทศกาลวิถีน้ำวิถีไทย #รื่นเริงเถลิงศก
#PakaomaThailand #ผ้าขาวม้าไทย #ทอมือทอใจ #ช่วยชุมชน



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 15/04/2018 เวลา : 12.10 น.

สวัสดีครับ
ดีจังครับ แบบนี้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
february26 วันที่ : 15/04/2018 เวลา : 07.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

งดงามมากครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/04/2018 เวลา : 18.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

การที่คนไทยฉลองตรุษสงกรานต์อย่างน้ บ่งบอกความสุขของคนไทยที่มี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน