*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2649
  • จำนวนผู้ชม : 4988130
  • จำนวนผู้โหวต : 4897
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4897 คน
coffee

coffee

View All
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 12 กรกฎาคม 2561
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 282 , 00:02:12 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน นายยั้งคิด , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้


ดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จับมือ 10 องค์กร ธุรกิจเพื่อสังคม เปิดตัวโครงการ Doi Tung Plus, the Social Enterprise Store 


ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวถึง Doi Tung Plus, the Social Enterprise Store ว่า “เป็นโครงการที่ต้องการพัฒนาต่อยอด และขยายผลในการส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม ให้มีพื้นที่ในการขยายตลาดการค้าการลงทุน โดยเน้นการสร้างงานให้ชุมชนมีรายได้อย่างยั่งยืน สามารถต่อยอดธุรกิจจากชุมชนท้องถิ่น สู่ชุมชนเมือง รวมถึงภูมิภาคต่างๆ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงคัดเลือกธุรกิจเพื่อสังคมในช่วงเริ่มโครงการจำนวน 10 แห่ง ที่อยู่ในข่ายเกณฑ์ประเมินธุรกิจเพื่อสังคมของมูลนิธิฯ เข้าร่วมโครงการ Doi Tung Plus, the Social Enterprise Store โดยโครงการฯ มีนโยบายการขยายตลาดไปยังอาคารสำนักงานที่อยู่ในย่านชุมชน เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ส่งผลต่อการเพิ่มรายได้ และสร้างการจดจำในแบรนด์สินค้า ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อีกทั้งยังส่งผลดีต่อการขยายตลาดไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ในอนาคตอีกด้วย”

สำหรับหลักเกณฑ์ในการประเมินโครงการ Doi Tung Plus, the Social Enterprise Store นั้น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ทำการพัฒนาและจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินที่สำคัญ 5 ด้านหลักคือ 1.การประเมินผลกระทบทางสังคม-สิ่งแวดล้อม  2.ประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ  3.มาตรฐานการดำเนินกิจกรรมภายใน 4.การจัดการด้านบุคลากรและองค์ความรู้ และ 5.ธรรมมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ (Good Governance) ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นการยกระดับธุรกิจเพื่อสังคม และวิสาหกิจชุมชนสัญชาติไทยให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

โดยองค์กรที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานและเข้าร่วมโครงการ Doi Tung Plus, the Social Enterprise Store จะร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าด้วย จึงถือได้ว่าโครงการฯ นี้ เป็นโครงการต้นแบบให้กับธุรกิจเพื่อสังคมชุมชนอื่นๆ ที่ยังไม่ได้มาตรฐาน ให้มีแรงบันดาลใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน             จนสามารถเข้าร่วมโครงการฯ ต่อไปในอนาคต ส่งผลให้ชุมชนมีรายได้สามารถนำไปพัฒนาตนเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืน รวมถึงมีส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมั่นคงและดียิ่งขึ้นต่อไป 

ธุรกิจเพื่อสังคม 10 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ Doi Tung Plus, the Social Enterprise Store

 

๑4๑ (หนึ่งสี่หนึ่ง)                 ผลิตภัณฑ์ของใช้และของเล่น DIY ในแนวคิด Slow Play

อภัยภูเบศร                           เครื่องสำอาง ยาสมุนไพร และบริการสุขภาพโดยแพทย์แผนไทย

โคโคบอร์ด                           สินค้าที่ผลิตจากไม้อัดเศษวัสดุทางการเกษตร

แจสเบอร์รี่ (Siam Organic)   ผลิตภัณฑ์ข้าว และชาอินทรีย์

วิสาหกิจเพื่อสังคมวานีตา      ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้และอาหารที่มีเอกลักษณ์ 3 จังหวัด ชายแดนใต้

มีวนา                                ผลิตภัณฑ์กาแฟอราบิก้าอินทรีย์ใต้ป่า

Socialgiver                         Online Platform จำหน่าย GiveCardTM สำหรับใช้ในร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ

Local Alike                         Package การท่องเที่ยวแบบ Community-based (Voucher)

วิสาหกิจชุมชนชีววิถี              ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสมุนไพร ตำบลบ้านน้ำเกี๋ยน

Folkcharm                       เครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากผ้าฝ้าย

 

มารู้จักโครงการต่างๆ ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงกัน

โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๑ ถือเป็นโครงการพัฒนาโครงการแรกของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่น้อมนำศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมาเป็นหลักในการแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างองค์รวม 

 

อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง

อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หรือที่คนเชียงรายรู้จักในชื่อ “ไร่แม่ฟ้าหลวง” ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เดิมเป็นสถานที่ทำการของมูลนิธิส่งเสริมผลผลิตชาวเขาไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อหาตลาดให้งานหัตถกรรมที่เป็นศิลปะของชาวไทยภูเขา และดูแลไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง

 

อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวงเริ่มต้นจากที่ดินหัวไร่ปลายนาธรรมดาผื่นหนึ่งในย่านชานเมือง จังหวัดเชียงราย แต่ด้วยพระบารมีของแม่ฟ้าหลวงและความร่วมมือร่วมใจของบุคคลต่างๆ หลายหน่วยหลายฝ่ายเพื่อตอบแทนพระเมตตากรุณาของพระองค์ท่าน สถานที่แห่งนี้จึงได้รับการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของภาคเหนือ และได้รับรางวัล Thailand Tourism Award 2006 ประเภทรางวัลดีเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะวัฒนธรรม

 

อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง เป็นสถานที่สงบ สวย สง่างาม ภูมิทัศน์ชอุ่มเขียวด้วยสนามหญ้าและสระน้ำใหญ่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้จากภาคต่างๆ ของประเทศ และต้นลีลาวดีขนาดใหญ่น้อยนับร้อย กลางอุทยานเป็นที่ประดิษฐานพระรูปปั้นของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีประทับบนโขดหินให้ผู้มาเยือนได้สักการะ มีอาคารหลากหลายในแบบสถาปัตยกรรมล้านนาที่งดงาม เป็นที่เก็บรักษางานพุทธศิลป์เก่าแก่ โบราณวัตถุอายุนับศตวรรษ ศิลปวัตถุรังสรรค์จากไม้สัก บรรยากาศในอุทยานรื่นรมย์ สร้างความสดชื่น เจริญใจ

  

หอคำ

 

สถาปัตยกรรมล้านนาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัดปงสนุก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง รูปทรงอาคารสอบเข้าตามลักษณะเรือนล้านนาโบราณ หลังคาแป้นเกล็ดเป็นแผ่นไม้สักกว้างประมาณ ๔ นิ้ว วางซ้อนเหลื่อมแทนแผ่นกระเบื้อง ลวดลายประดับได้มาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ช่างพื้นบ้านผู้ก่อสร้างจากจังหวัดเชียงรายและแพร่ ช่างแกะสลักจากเชียงใหม่และลำพูน ไม้นานาชนิดที่ใช้ก่อสร้างมาจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) รวมกับไม้จากบ้านเก่า ๓๒ หลังในจังหวัดเชียงราย ชาวเชียงร่วมใจสร้างหอคำแห่งนี้ถวายเป็นเครื่องไหว้สาแม่ฟ้าหลวง ในโอกาสที่สมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนีเจริญพระชนมายุ ๘๔ พรรษา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ (ค.ศ.๑๙๘๔)

  

หอคำน้อย 

อาคารศิลาแลงหลังคาแป้นเกล็ดไม้สัก เก็บรักษาภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนสีฝุ่นบนกระดานไม้สัก จากวัดเวียงต้า อำเภอลอง จังหวัดแพร่ สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในช่วงรัชกาลที่ ๕ ช่างเขียนเป็นชาวไทลื้อจากเชียงตุง แสดงความเป็นอยู่ พิธีกรรม การแต่งกาย และวัฒนธรรมล้านนาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน เช่น การแอ่วสาว การคลอดลูก ประเพณีแข่งเรือ เป็นภาพยุคใกล้เคียงกับจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน ซึ่งเขียนสีบนผนังปูน ภาพเขียนสีฝุ่นบนพื้นไม้สักในหอคำน้อย จิตรกรรมโบราณ สมบัติล้ำค่าที่หลงเหลืออยู่เป็นส่วนน้อยหนึ่ง ได้นำมาเก็บรักษาไว้ ณ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง

  

หอแก้ว

 

เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับไม้สัก และนิทรรศการชั่วคราวอื่นๆ ที่หมุนเวียนกันไป

 

นิทรรศการเกี่ยวกับไม้สักแสดงให้เห็นถึงความผูกพันอันแนบแน่นของชาวเหนือที่มีต่อไม้สักในหลายมิติ เป็นเครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงงานศิลปะอันวิจิตรต่างๆ ที่นำมาใช้ในการพระศาสนา เริ่มจากตัวอาคารของวัดวาอาราม เครื่องตกแต่ง และเครื่องใช้ในพิธีกรรมต่างๆ จนถึงองค์พระพุทธรูป 

 

 

คลิป มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯจัดงานสระเกล้าดำหัวสืบสานวัฒนธรรมล้านนา

งาน “สระเกล้าดำหัว” ตามประเพณีล้านนาโบราณขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 20 กว่าปี ในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี ๒๕๖๑เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลังในการเคารพนบนอบผู้สูงอายุ ชม เรื่องราวและภาพ บรรยากาศ ตามลิ้งค์ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯจัดงานสระเกล้าดำหัวสืบสานวัฒนธรรมล้านนา

ศาลาแก้ว

 

ศาลาริมน้ำทรงล้านนา เป็นอาคารอเนกประสงค์ที่โอบล้อมด้วยน้ำ ฟ้า และธรรมชาติเขียวชอุ่มสบายตา

 

“การพัฒนาขั้นต้นน้ำ ขั้นกลางน้ำ และขั้นปลายน้ำ”

ผู้ที่ไปดอยตุง เชียงราย ไม่ควรพลาดเยี่ยมชมศูนย์ผลิตและจำหน่ายงานจากโรงฝึกอาชีพหัตถกรรมและอุตสาหกรรมที่ตั้งขึ้นเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้สำหรับทุกคน ไม่ว่าหญิงหรือชาย มีการศึกษาหรืออ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ผู้สูงอายุ หรือคนหนุ่มสาว ด้วยการต่อยอดความชำนาญและภูมิปัญญาท้องถิ่น และเน้นการพัฒนา “เพิ่มมูลค่า” ผลิตภัณฑ์งานมือต่าง ๆ ตลอด “ห่วงโซ่มูลค่า” (Value Chain) ด้วย “เทคโนโลยีที่เหมาะสม” เพื่อให้เกิดเอกลักษณ์และได้รูปแบบและคุณภาพ

งานหัตถกรรมเป็นหนึ่งในหน่วยธุรกิจสำคัญที่นอกจากจะสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชนในโครการพัฒนาดอยตุงฯ แล้วยังช่วยทำให้โครงการ “สามารถเลี้ยงตนเอง”  โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณของรัฐหรือเงิน โรงงานเหล่านี้ประกอบด้วย

โรงงานคั่วกาแฟ  

โรงงานทอผ้าและเย็บผ้า

โรงงานกระดาษสา

โรงงานเซรามิค

 

หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ

หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ ๒๕๐ ไร่ ริมแม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย หอฝิ่นเปิดให้บริการเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๘ ตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

 

หอฝิ่น แหล่งเรียนรู้ รวมถึงกรณีศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับฝิ่น ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเยาวชน และประชาชนทั่วไป

หอฝิ่น แสดงลำดับเรื่องราวของฝิ่น โดยเริ่มจากธรรมชาติวิทยาของฝิ่น การสืบประวัติการใช้ฝิ่นในยุคโบราณกลับไป 5,000 ปี ประวัติการแพร่กระจายของฝิ่นจากการค้าสมัยจักรวรรดินิยม เหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ ที่สร้างความอดสูแก่ผู้ชนะและผู้แพ้สงครามฝิ่น อันนำไปสู่การล่มสลายของราชวงค์แมนจู ความชาญฉลาดของประเทศสยามในการเผชิญกับมหาอำนาจตะวันตก และการควบคุมปัญหา ฝิ่น ยาเสพติดเริ่มใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันในรูปแบบของยามหัศจรรย์ หอฝิ่นได้นำเสนอสนธิสัญญาฝิ่น กฎหมายเกี่ยวกับฝิ่น องค์การที่แก้ไขปัญหานี้ ความขัดแย้งและการพัวพันอาชญากรรม ผลกระทบที่เลวร้ายของยาเสพติดที่ทำให้ผู้เสพไม่สามารถต่อต้านได้ มาตรการควบคุมและปราบปรามยาเสพติด และกรณีศึกษาที่นำเสนอทางเลือก โอกาสที่จะต่อสู้กับความเย้ายวนจากสารเสพ ติด หอฝิ่น ได้จัดแสดงอุปกรณ์การสูบฝิ่น การขายฝิ่น ชมภาพถ่าย ภาพยนต์และวีดิทัศน์เรื่องราวเกี่ยวกับ และยาเสพติดจากหลายประเทศทั่วโลก

ความเป็นมาของ หอฝิ่น ในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ คือ จุดที่ประเทศไทย ลาว และพม่า มาบรรจบกัน เป็นที่ที่แม่น้ำรวกไหลมารวมกันกับแม่น้ำโขง และยังหมายถึงพื้นที่กว้างครอบคลุมบริเวณถึงสามประเทศ และในพื้นที่นี้เองมีการปลูกฝิ่น ผลิตเฮโรอีน และลักลอบนำออกไปขาย เมื่อได้ยินคำว่า “ สามเหลี่ยมทองคำ “  คนส่วนมากมักจะนึกถึง ดอกฝิ่น ชาวไทยภูเขา เทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก แม่น้ำโขง หรือภาพของภาพป่าเบจพรรณ แต่ภาพที่นึกถึงมากที่สุดคงจะเป็นภาพของฝิ่นและเฮโรอีน ภาพความลึกลับ น่าสะพรึงกลัวของการปลูกและการลักลอบค้าฝิ่น ภาพสงครามกลางเมือง กองทหารการสู้รบของพวกลักลอบการค้าฝิ่น ชาวบ้านยากจน การกวาดล้างโรงงานผลิตเฮโรอีน คาราวานขนฝิ่นไปตามเส้นทางในป่า สามเหลี่ยมทองคำ คือ แหล่งที่มาของเฮโรอีนกว่าครึ่งของจำนวนที่มีอยู่ทั้งหมดในโลก

 เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น สมเด็จย่า ทรงทรงเริ่มโครงการพัฒนาเหนือสุดของประเทศไทย มีจุดมุ่งหมายคืนผืนป่า และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น

สามเหลี่ยมทองคำ คือ รากเหง้าของอาชญากรรม และการกระทำอันทุจริตที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชีย แพร่ไป สู่แอฟริกา ยุโรปและอเมริกา ทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวเกือบแสนเดินทางมาที่นี่เพียงเพราะชื่อ สามเหลี่ยมทองคำ ปี พ.ศ.2531 (1988) สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้นในจุด เหนือสุดของประเทศไทยโครงการนี้มีจุดหมายที่จะคืนผืนป่าและฟื้นฟูคุณภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เทือกเขานางนอนในเขตพื้นที่ ประเทศไทย และหยุดการปลูกและการเสพฝิ่นในดินแดนแห่งนี้ ในอีกไม่กี่ปีต่อมา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ทรงริเริ่มโครงการที่จะช่วยให้การศึกษา แก่ประชาชนในเรื่องของการศึกษาประวัติของฝิ่นในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำและ ทั่วโลก ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนร่วมกันต่อสู้ยาเสพติด ให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า ยาเสพติดประเภทต่างๆ ไม่เฉพาะก่อให้เกิดปัญหากับประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังสร้างปัญหาให้กับประชากรและสังคมโลกโดยรวมอีกด้วย การริเริ่มโครงการในพระราชดำริในครั้งนั้น ส่งผลสืบเนื่องให้เกิด หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ

 

หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 10 กิโลเมตร หอฝิ่นฯซึ่งล้อมรอบด้วยสวนอันสวยงามของอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ จะเป็นศูนย์นิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่นเมื่อสมัยที่มีการใช้กัน อย่างถูกกฎหมายและผลกระทบของการเสพติดฝิ่น อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาต่อ เนื่องในหัวข้อฝิ่น สารสกัดจากฝิ่นในรูปแบบต่างๆและยาเสพติดในชนิดอื่นๆ

 

นิทรรศการภายในของหอฝิ่นประกอบด้วย

 

อุโมงค์มุข (TUNNEL)  นิทรรศการเริ่มตั้งแต่อุโมงค์ที่มืดสนิท ดูลึกลับที่มีความยาว 137 เมตร ซึ่งเจาะทะลุภูเขาทางด้านตึกรับรองไปถึงตัวอาคารใหญ่อีกฟากหนึ่ง ที่กว้าง สว่าง ลม โปร่ง และเป็นทุ่งฝิ่นจำลอง

 

ห้องโถง (LOBBY) ผู้คนจะได้เห็นทุ่งฝิ่นจำลอง และศึกษาเรื่องราว และความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพันธุ์ต่างๆของดอกป๊อปปี้ทั้งที่เป็นพันธุ์สวย งามและเป็นพันธุ์ที่ใช้กรีดเอายางมาผลิตเป็นยา การเจริญเติบโตในระยะต่างๆของดอกป๊อปปี้ รวมทั้งการเปาะแห้งของดอกป๊อปปี้ที่ใช้ประโยชน์ในการตกแต่งดอกไม้แห้งประดับ

 

ห้องประชุม (AUDITORIUM)  ห้องโสตทัศนศึกษาในห้องนี้มีการจัดฉาย VTR เล่าถึงที่มาจุดประสงค์และเรื่องราวที่บรรจุในการจัดหอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ

 

ปัญจสหัสวรรษแรก (THE FIRST 5,000 YEARS)  ผู้ชมจะเดินทางเข้าสู่การแกะรอยประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ของพืชพิเศษประเภทนี้ การแกะรอยประวัติศาสตร์ของฝิ่นเริ่มต้นจากการกำเนิดของฝิ่น บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีหลักฐานการค้นพบครั้งแรกที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ตลอดจนหลักฐานที่มีการ เขียนเป็นรายลักษณ์อักษรชิ้นแรกในตำราทางการแพทย์ SUMERIAN และการใช้เชิงการแพทย์ และการศาสนาในกรีกโบราณ โมและ อียิปต์ ได้มีการใช้ฝิ่นซึ่งเป็นยาที่มีประสิทธิผลที่ต่ำมาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน

 

มีดสองคม (LIGHT AND DARK HALLWAY) ผนังสองด้านของทางเดินเชื่อมต่อนี้จะถูกออกแบบให้สะท้อนถึงด้านดีและด้านร้ายที่ได้จากการใช้ ”ฝิ่น”

– ด้านที่ดี จะเป็นด้านที่สว่างเห็นภาพของการใช้ยาที่ได้จากการสกัด จากฝิ่น เพื่อประโยชน์จากการรักษาและบรรเทาอาการเจ็บปวด ผลผลิตที่ได้จากดอกป๊อปปี้ เช่น สินค้า เค้ก ขนมปัง ดอกไม่ประดับ

– ด้านร้าย เป็นด้านที่มืดจะเห็นอาการที่ทุกข์ทรมานจากการเสพติด ภาพการใช้เข็มฉีดยา และภาพการเสื่อมโทรมทางกายภาพของผู้ติดยา

 

ประจิมสู่บูรพา (FROM WES TO EAST)  ต่อจากนั้นผู้ชมจะก้าวเข้าสู่ยุคของการค้าระหว่างจักรวรรดิยุโรปกับเอเชีย เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่าฝิ่นเป็นสินค้าในเชิงพาณิชย์อย่างไรและฝิ่นกลาย เป็นสารเสพติดที่แพร่หลายในวงกว้างอย่างไร โดยจำลองฉากท่าเรือพาณิชย์อังกฤษผู้ชมจะเดินทางผ่านห่อใบชา ผ้าไหม เครื่องลายคราม และเครื่องเทศ อันเป็นสินค้าของตะวันออกและวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวอังกฤษ และเป็นสาเหตุของการขาดดุลการค้าอย่างมหาศาลเกือบทำให้ประเทศนี้เกือบล่ม สลาย ต่อจากนั้นจึงเดินทางเข้าสู่เรือสินค้าของยุโรปที่ออกเดินทางจากอังกฤษมา อินเดียพร้อมทั้งชมโรงงานฝิ่นในอินเดีย เรือบรรทุกสินค้าจะหยุดพักที่เมืองสิงคโปร์เพื่อเติมเสบียง และขนถ่ายสินค้าบางส่วนลงเรือขนาดเล็ก สู่ท่าเรือท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เมืองสงขลา และจันทบุรี เมืองสิงคโปร์จึงกลายเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างอินเดียและจีน ก่อนที่จะรวมการเดินทางราวติดปีกของฝิ่นมาสู่ประเทศจีนที่ท่าเรืออันเป็น หัวใจของจีน กวางตุ้ง

 

ศึกยาฝิ่น (OPIUM WARS)  ร่องรอยประวัติศาสตร์นี้จะนำนักท่องเที่ยวสู่ความขัดแย้งที่รู้จักกันในนาม “ สงครามฝิ่น “ เมื่อชาวอังกฤษบังคับให้จีนเปิดประเทศเข้าสู่การค้าเสรีและภายใน ค.ศ. 1900 คนจีนกว่า 13 ล้านคน ติดฝิ่นเศรษฐกิจของจีนถูกทำลายลงอย่างย่อยยับจากการที่จีนต้องนำเข้าฝิ่น เป็นจำนวนมากมายมหาศาลและราชวงค์แมนจู(ราชวงค์ชิง) ก็ตกอยู่ในภาวะล่มสลาย ภายในห้องนี้จะเล่าถึงเหตุการณ์ สำคัญรวมทั้งสงครามที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ของจีนโดยมีการจัดแสดงหุ่นจำลองของสามบุคลสำคัญของจีนและสามบุคลสำคัญของ อังกฤษทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสงครามฝิ่น ห้องถัดมาจะเป็นการจัดแสดงเหตุการณ์สำคัญสามเหตุการณ์ ได้แก่ การทำลายฝิ่นที่หูเหมินโดยข้าหลวงหลินเจ๋อสวี การเผาทำลายหยวนหมิง – หยวน ซึ่งเป็นพระราชวังฤดูร้อนอายุกว่า 150 ปี การถูกลิดรอนสิทธิและผลกระทบด้านความเป็นอยู่ของชาวจีนหลังสงคราม

 

ฝิ่นในสยาม ( OPIUM IN SIAM )  เมื่อลองเข้ามาในห้องนี้จะมีเจดีย์รัตนโกสินทร์ตั้งอยู่และจะผ่านเข้าประตู เมือง มีการจำลองโรงน้ำชาจีนในเยาวราชโดยมีหุ่นนอนสูบฝิ่นสองคน ความเป็นมาของฝิ่นในสยาม แม่ฝิ่นจะไม่ได้มีต้นกำเนิดในประเทศไทยแต่ก็มีหลักฐานยืนยันว่าคนไทยรู้จัก ฝิ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วในสมัยรัชการที่ 1,2 และ3 พระราชบัญญัติห้ามค้าฝิ่นและสูบฝิ่นยังคงถูกประกาศใช้อย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ฝิ่นในสยามเริ่มเปลี่ยนแปลงหลังจากอังกฤษรบชนะจีนในสงครามฝิ่น อีกส่วนต่อมาจะจัดแสดงของหายาก เช่น ลูกแป้ง กลักยาฝิ่น หมอน เป็นต้น รวมทั้งพื้นที่จำลองในการเคี่ยวฝิ่น,พระพุทธรูปที่ได้จากการหลอมกลักฝิ่น

 

ยามหัศจรรย์ (MEDICAL MARVELS)  ต่อจากนั้นนักท่องเที่ยวจะได้รู้ถึง พัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ ของตะวันตกที่นำไปสู่การแยกตัวของมอร์ฟีน พัฒนาการของเฮโรอีน และการฉีดเฮโรอีนเข้าใต้ผิวหนังชาวตะวันตกส่วนมาจะติดยาแก้ปวดประเภทนี้และ ยาอื่นๆรวมถึงฝิ่นและยาเสพติดอื่นๆ

ข้อห้ามทางกฎหมาย/อาชญากรรม/การขัดแย้ง ( PROHIBITION/CRIME/CONFLICT) การ ตามรอยประวัติศาสตร์จบลงด้วยการที่ทั่วโลกต้องหันมาป้องกันฝิ่นและยาเสพติด ในช่วงทศวรรษที่ 20 โดยยาเสพติดที่ผิดกฎหมายอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์การอาชญากรรมอันเป็นควาน พยามของชาวโลกในการร่วมใจพัฒนาเพื่อต่อสู้กับการลักลอบค้ายาเสพติดและการใช้ ยาในทางที่ผิด

 

แหล่งซุกซ่อน (HIDE-OUT HALLWAY) ต้องการให้ผู้ชมทราบ ถึงการรู้เท่าทันของเจ้าหน้าที่ตำรวจจับยาเสพติดว่า ไม่ว่าจะซ่อนไว้ที่ไหนก็ตามก็สามารถจับได้ เช่น การซ่อนไว้ที่รองเท้า ในกระหล่ำปลี เป็นต้น

 

ผลร้ายของยาเสพติด (EFFECTS OF DRUGS) ผู้ชมจะได้เห็น ว่าการติดยาเสพติดเป็นสิ่งที่ทุกข์ทรมานจะเกิดผลร้ายที่กระทบกันอย่างต่อ เนื่องทังทางด้านเศรษฐกิจด้านสังคมและตัวผู้เสพเอง ทางด้านร่างกายและจิตใจ ผู้ชมจะได้ทราบถึงยาเสพติดประเภทต่างๆ เช่น ยาเสพติดในกลุ่มฝิ่น,ยากดประสาท,ยากระตุ้นประสาท,ยาหลอนประสาท,กลุ่มสาร ระเหย ฯลฯ ใครที่คิดว่ายาเสพติดไม่เกี่ยวกับเขาเพราะเขาหรือใครในครอบครัวไม่ติดยา คนนั้นคิดผิดยาเสพติดมีผลกระทบต่อชีวิตทุกคน

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน