*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2670
  • จำนวนผู้ชม : 5019600
  • จำนวนผู้โหวต : 4905
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4905 คน
coffee

coffee

View All
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันอังคาร ที่ 17 กรกฎาคม 2561
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 3672 , 21:53:35 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน ลำชานบ้านบู , joepiya และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

8 กรกฎาคม 2561ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัว “EATLAB” บริษัท Deep Tech Startup ที่spin-offจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี กับการเปิดร้านอาหารอย่างเป็นทางการ แห่งแรกที่บันทึกพฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้บริโภคในยุค 4.0 สามารถวิเคราะห์ได้ถึงความพึงพอใจของอาหาร/เครื่องดื่ม คาดการณ์ยอดขายของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ไปจนถึงการปรับปรุงสูตรของอาหาร/เครื่องดื่ม ด้วยแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) และเทคโนโลยี Blockchainรวมทั้งการจัดเก็บข้อมูลปริมาณมาก (Big Data) ซึ่ง EATLABมีฐานข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคที่มากที่สุดในประเทศไทย และซอฟต์แวร์ AI ที่เป็นลิขสิทธิ์ของทาง EATLAB

 

ภายในงานมีการกล่าวแนะนำบริษัทและความเป็นมา โดย ดร.ชนิกานต์ ว่องวิริยะวงศ์ ผู้ก่อตั้ง EATLAB พร้อมด้วยการเสวนาแลกเปลี่ยมคิดเห็นในหัวข้อ “Artificial Intelligence (AI)จะเข้ามามีผลกระทบต่อธุรกิจในอนาคตอันใกล้อย่างไร โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ คุณธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) บริษัท เจ เวนเจอร์ จำกัด, Founder and Directorของ I AM Consulting Groupและคุณเกรียงไกร สุทธินราธรประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ(COO) ของ EATLAB, Founder and Director ของ A I Systemและ mobit synergy

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรม Workshop “Cooking in the Garden”ให้ผู้เข้าร่วมได้งานได้สนุกกับการออกแบบอาหารเพื่ออนาคต เช่น Gelatin art, Edible flower potและอื่น ๆ อีกมากมาย 

 

ดร.ชนิกานต์  ผู้ก่อตั้งอี๊ตแล็บ กล่าวว่า อี๊ตแล็บมีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือผู้ผลิตอาหารไทยให้กลายเป็นผู้นำโลก และให้ประเทศไทยได้กลายเป็นครัวโลกอย่างแท้จริง

 

คุณเกรียงไกร กล่าวว่า โจทย์ก็คือการใช้ AI หา Customer Insightsในส่วนของพฤติกรรมและความพึงพอใจของลูกค้า หากธุรกิจอาหารต้องการออกผลิตภัณฑ์ใหม่หรือเปลี่ยนสูตรของผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าสู่ตลาด ซึ่งผลวิจัยของทีม EATLAB พบว่า การประเมินความพึงพอใจในแบบเดิมๆ ที่เป็นการสำรวจยังมีBias ค่อนข้างมาก และความแม่นยำในการทราบความพึงพอใจด้วยวิธีนี้มีเพียง 20-40% ซึ่งไม่สูงมากนัก ยังสามารถพัฒนาไปได้อีกมาก

ด้วยนวัตกรรมใหม่ที่EATLABคิดค้น มีความแม่นยำถึง 70% และยังสามารถตอบคำถาม รวมถึงขยายวงของทั้งโจทย์และการหาคำตอบไปถึง Customer Acquisition, Customer Retentionและการพยากรณ์ยอดขายได้ ซึ่งล้ำสมัยไปมากกว่าสิ่งที่วิธีการเดิม ๆ สามารถตอบได้

 

 

ปัจจุบัน ร้านอาหารแห่งอนาคต EATLAB เปิดให้บริการที่ชั้น 9 อาคารเคเอกซ์ (BTS วงเวียนใหญ่ ทางออกที่ 4) ให้บริการทดสอบผลิตภัณฑ์ โดยมีทั้งอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มขายอย่างครบวงจร

EATLAB คือ แพลตฟอร์มที่ใช้ Artificial Intelligence เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภค โดยใช้ ข้อมูลปริมาณมาก รวมไปถึงข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อรวบรวมคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตอาหาร สามารถนำมาพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้ผลิตมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น นอกจากนี้ หากผู้พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องการเผยแพร่สูตรอาหารที่สำเร็จแล้ว EATLAB สามารถช่วยทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มให้ผู้ที่สนใจซื้อ หรือแฟรนไชส์สูตรอีกด้วย

 

Artificial Intelligence & อาหารไทย

 

 

ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 13 ของผู้ส่งออกอาหารทั่วโลก เนื่องจากมีทรัพยากรการเกษตรและความสามารถในการพัฒนาสูตรอาหารได้หลากหลาย ส่งผลให้ศักยภาพการส่งออกอาหารมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 9 แสนล้านบาท บ่อยครั้งเราจะเห็นสูตรอาหารใหม่ ๆ ถูกคิดค้นขึ้นและเผยแพร่ออกมา ซึ่งก็มีทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความต้องการของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงอย่างหลากหลายและรวดเร็ว ผู้ผลิตอาหารต้องทำความเข้าใจความต้องการที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ หลังจาก ดร.ชนิกานต์ ว่องวิริยะวงศ์ จบการศึกษาปริญญาเอกจาก MIT ด้านการวิเคราะห์ระบบซับซ้อน (Complex Systems) ได้เล็งเห็นถึงความหลากหลายของอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย โดยผสมผสานสิ่งที่ดีที่สุดของ 2 ประเทศ นั่นคือเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เธอสร้างจาก MIT และทรัพยากรการเกษตรและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย เธอคิดว่า สิ่งนี้จะยกระดับอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยให้สูงขึ้นได้มาก ดร.ชนิกานต์ได้เริ่มทำงานวิจัยที่ปัจจุบันกลายมาเป็น EATLAB ตั้งแต่ปี 2014 และประสบความสำเร็จในการพัฒนาต้นแบบในปี 2015 หลังจากนั้นก็การพัฒนาอย่าต่อเนื่อง จนมีความแม่นยำที่เกินกว่าวิธีการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทั้งหมด สิ่งที่พิเศษยิ่งกว่า คือการนำเทคโนโลยี blockchain มาเก็บข้อมูลของ EATLAB ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถทราบถึงคุณภาพของส่วนประกอบอาหาร ความพึงพอใจ และสุขภาวะของผู้บริโภคได้

 

EATLAB ได้รับการสนับสนุนและบ่มเพาะของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยแนวหน้าของการสร้าง tech สตาร์อัพจากงานวิจัยและองค์ความรู้ โดยจะเปิดทำการในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2018 ในรูปแบบร้านอาหารแห่งอนาคต

 

แล้วทำอย่างไรจึงจะสามารถเก็บความต้องการของผู้บริโภคได้ดีที่สุด?

ดร.ชนิกานต์ ผู้ก่อตั้ง EATLAB ได้ใช้ความรู้จาก MIT และพัฒนาอัลกอริธึมที่คาดการณ์การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ด้วยความแม่นยำที่สูงกว่าวิธีการทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยใช้ AI และการสร้างแบบจำลองของระบบซับซ้อน (Complex System Models) มีโต๊ะอาหาร และการตกแต่งที่ถุกออกแบบมาให้ EATLAB สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ ปัจจุบัน EATLAB มีบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ บริษัท เบทาโกร และเครือข่ายด้านศาสตร์ทางประสาทสัมผัสและการวิจัยผู้บริโภคแห่งประเทศไทย เป็น Partners ที่สำคัญ

 

EATLAB และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศกำลังพัฒนา

EATLAB จะเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ผลิตอาหารในประเทศไทย ผู้ผลิตอาหารข้างทาง (Street Food) ที่ใช้บริการ EATLAB สามารถเพิ่มยอดขายได้เป็นสองเท่า ภายในเวลาเพียง 6 สัปดาห์ ซึ่งทำให้ครอบครัวมีรายได้ที่เพียงพอ และสามารถส่งลูกไปเรียนหนังสือได้ได้โดยไม่ต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน

 

สถิติประมาณการณ์ของ UNESCO แสดงให้เห็นว่าในปี 2015 เด็กไทยที่มีอายุระหว่าง 7-14 ปี คิดเป็นร้อยละ 14 หรือ 1.4 ล้านคน ที่ทำงานและเรียนหนังสือควบคู่กันไปด้วย เพื่อหารายได้มาจุนเจือด้านการศึกษาและค่าใช้จ่ายในครอบครัว EATLAB เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยให้พ่อแม่ของพวกเขามีรายได้เพิ่มขึ้น และช่วยให้เด็กๆ เหล่านี้มีโอกาสเรียนหนังสือได้อย่างเต็มที่ คุณคิดว่ามีเด็กสักกี่คนที่จะได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้?

 

Street Food ในประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึงร้อยละ 50 ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 2 แสนล้านบาท EATLAB มีเป็น Startup ที่มีศักยภาพสูงที่จะผลักดันประเทศไทยจากอุตสาหกรรมอาหารไทยในประเทศไปสู่ระดับโลก

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 23/09/2018 เวลา : 12.08 น.

สวัสดีครับ
น่าสนใจมากๆ ครับ.

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
feng_shui วันที่ : 10/09/2018 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ใช่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
feng_shui วันที่ : 10/09/2018 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ใช่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
feng_shui วันที่ : 10/09/2018 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ใช่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
feng_shui วันที่ : 10/09/2018 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ใช่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ดูจากเรื่องนี้...

AI น่าจะใช้ในการวิจัยผู้บริโภคได้อย่างดีเยี่ยม
คล้ายๆ กับที่ Dr. Wansink, Cornell U
ใช้วิจัยมาแล้ว

https://www.vox.com/science-and-health/2018/2/28/17061828/joy-of-cooking-brian-wansink-cornell-p-hacking

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด , feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (2)
wullopp วันที่ : 17/07/2018 เวลา : 23.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

มีประโยชน์มากๆ ครับ
AI คงจะทำให้การวิจัย-พัฒนา (R&D)

ผลิตภัณฑ์-บริการใหม่ๆ เร็วขึ้น
10-100 เท่าขึ้นไป

ถ้านำมาใช้วิเคราะห์ด้านการศึกษา
อาจจะตอบโจทย์ได้มากมาย เช่น

ทำอย่างไร
ให้คนไทยเก่งภาษาอังกฤษ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน