*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2670
  • จำนวนผู้ชม : 5019600
  • จำนวนผู้โหวต : 4905
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4905 คน
coffee

coffee

View All
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม 2561
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 3310 , 21:58:56 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน wullopp , february26 และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 

นานๆจะมีโอกาสได้ทำตามความอยากของตัวเอง คือ อยากทำขนมไทยๆที่มีความหมายดีๆ  ขนนมหวานไทยไม่ได้เป็นของไทยแท้ๆก็หลายตำรับ โดยเฉพาะขนมหวานที่มีส่วนผสมของแป้ง น้ำตาล พอพูดถึงขนมไทย ก็ต้องคิดถึงท้าวทองกีบม้า ที่มีชื่อตัวว่า มารีอา กูโยมาร์ เด ปิญญา (Maria Guyomar de Pinha) แต่มักเป็นที่รู้จักในชื่อ มารี กีมาร์  สุภาพสตรีช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภรรยาของเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ขุนนางกรีกที่ทำราชการในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 

เธอมีชื่อเสียงจากการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าห้องเครื่องต้นวิเสทในราชสำนัก ตำแหน่ง "ท้าวทองกีบม้า" ว่ากันว่านางได้ประดิษฐ์ขนมไทยที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารโปรตุเกส อาทิ ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง, ทองม้วน และหม้อแกง จนได้สมญาว่าเป็น "ราชินีแห่งขนมไทย"  ิยย่างที่หลายท่านรู้จัก ท้าวองกีบม้า ก็จากเรื่องบุพเพสันนิวาส ขนมไทยเหหล่านี้ นอกจากจะมีความประดิษฐ์ประดอยสวยงามแล้วยังมีชื่ที่ถือเป็นมงคลด้วย อาทิ ขนมไทยมงคล 9 อย่าง ได้แก่ ขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมถ้วยฟู จ่ามงกุฎ ทองเอก และเสน่ห์จันทร์ ทั้งนี้ขนมมงคลสามารถใช้ในวันสำคัญต่าง ๆ ได้ด้วยนะคะ รวมทั้งเป็นของขวัญมงคลด้วย

 อันเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความอยากรู้วิธีทำ จึงเป็นที่มาของการไปทำเวิร์คช็อบทำขนม ทองเอก และเสน่ห์จันทน์
 

ขนมทองเอก

ด้านบนของขนมจะประดับด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์ ใช้ส่วนประกอบเพียง แป้ง ไข่แดง น้ำตาล และกะทิ ขึ้นรูปด้วยพิมพ์ทองเอกสวยงาม ชื่อของขนมทองเอกนั้นหมายถึง การเป็นที่หนึ่ง มักใช้ในงานมงคลต่าง ๆ  

ขนมทองเอกในสมัยโบราณนั้น มีการนำทองคำเปลวมาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ มาประดับไว้ด้านบนของขนมทองเอก โดยใช้วิธีการวางแผ่นทองคำเปลววางไว้บนแม่พิมพ์ก่อนเทขนมทองเอกลงในแม่พิมพ์ 

 

ขนมทองเอกเป็นขนมในตระกูลที่มีชื่อว่าทอง ขนมในตระกูลทองนั้นมีอยู่มากมายอันได้แก่ ทองเอก ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมในตระกูลนี้จะต้องใช้ความพิถีพิถันในการทำ เพราะเป็นขนมที่มีลักษณะสง่างาม และโดดเด่นกว่าขนมชนิดอื่น

 

ขนมทองเอกนั้นเป็นขนม 1 ใน 9 ชนิดที่ถูกเรียกว่าขนมมงคล อันได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น เม็ดขนุน ถ้วยฟู จ่ามงกุฏ ทองเอก และ เสน่ห์จันทร์ ขนมมงคลนั้นจะใช้ในการนำไปประกอบเครื่องคาวหวานเพื่อถวายพระในงานมงคลต่างๆ เช่น งานบวช งานมงคลสมรส หรืองานขึ้นบ้านใหม่ โดยเชื่อว่างานมงคลเหล่านี้จะต้องใช้เฉพาะขนมไทยที่มีชื่อไพเราะ และเป็นสิริมงคล ซึ่งคำว่า เอก ในชื่อขนมทองเอกนั้น หมายความว่า การเป็นที่หนึ่งในมวลขนมทองทั้งหมด

ขนมเสน่ห์จันทน์

 

ขนมเสน่ห์จันทน์หมายถึงต้น “จันทน์” ซึ่งเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งมีผลสุก สีเหลือง เปล่งปลั่ง ทั้งสวยงามและมีกลิ่นหอมชวนให้หลงใหล คนโบราณจึงนำความมีเสน่ห์ของผลจันทน์มาประยุกต์ทำเป็น ขนมและได้นำ “ผลจันทน์ป่น” มาเป็นส่วนผสมทำให้มี กลิ่นหอม เหมือนผลจันทน์ ให้ชื่อว่า “ขนมเสน่ห์จันทน์” โดยเชื่อว่าคำว่า เสน่ห์จันทน์ เป็นคำที่มีสิริมงคลจะทำให้มีเสน่ห์ คนรักคนหลง ดังเสน่ห์ของผลจันทน์ ขนมเสน่ห์จันทน์ จึงถูกนำมาใช้ประกอบในงานพิธีมงคลสมรส

 

 

 

วิธีทำ

คั่วแป้งเค้กด้วยไฟอ่อน จนหอม

นำไปอบควันเทียน ทิ้งไว้

ผสมกะทิกับน้ำตาลทราย ตั้งไฟกลาง

เคี่ยวจนข้นเป็นยางมะตูม

ยกลงพักไว้ พออุ่นๆ เทลงใส่แป้ง

คนให้เข้ากัน แล้วใส่ไข่แดง

คนให้เข้ากัน แล้วใส่ไข่แดง ผสมให้เข้ากัน

นำส่วนผสมทั้งหมด กวนไฟอ่อน

จนส่วนผสมมีลักษณะร่อน

ปั้นขึ้นรูป ใส่พิมพ์ แล้วเคาะออก จากนั้นแต่งส่วนบนของขนมด้วยการปิดทองคำเปลว

 

ขนมเสน่ห์จันทน์

ขนมเสน่ห์จันทน์หมายถึงต้น “จันทน์” ซึ่งเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งมีผลสุก สีเหลือง เปล่งปลั่ง ทั้งสวยงามและมีกลิ่นหอมชวนให้หลงใหล คนโบราณจึงนำความมีเสน่ห์ของผลจันทน์มาประยุกต์ทำเป็น ขนมและได้นำ “ผลจันทน์ป่น” มาเป็นส่วนผสมทำให้มี กลิ่นหอม เหมือนผลจันทน์ ให้ชื่อว่า “ขนมเสน่ห์จันทน์” โดยเชื่อว่าคำว่า เสน่ห์จันทน์ เป็นคำที่มีสิริมงคลจะทำให้มีเสน่ห์ คนรักคนหลง ดังเสน่ห์ของผลจันทน์ ขนมเสน่ห์จันทน์ จึงถูกนำมาใช้ประกอบในงานพิธีมงคลสมรส

ก่อนอื่น มาปูพื้นฐาน เรื่องต้นอินจันทน์กัน

 ลูกอินจัน

แต่โบราณนานมามีเรื่องเล่าว่า ชายหนุ่มผู้หนึ่งได้เก็บผลไม้สีเหลืองผุดผ่องไปฝากมารดา เมื่อมารดานำผลไม้นั้นไปเก็บไว้เพื่อรอจะกินพร้อมบุตรชายหลังอาหารเย็น.แต่ผลไม้นั้นกลับได้หายไป คงเหลือแต่กลิ่นที่ยังหอม อบอวล ชวนชื่นใจ พอตกดึกคืนนั้นพระจันทร์เต็มดวง ชายหนุ่มรู้ว่าผลไม้กลิ่นหอมได้หายไป ด้วยความกตัญญูอยากให้มารดาได้ลิ้มรสจึงกลับมายังต้นไม้ ต้นเดิมเพื่อเก็บผลใหม่ไปให้มารดา เขาได้พบกับหญิงสาวสวยผู้หนึ่ง นางกำลังเดินค้นหาผลไม้กลิ่นหอมนี้เช่นกัน นางกล่าวว่าจะนำไปฝากบิดา และทั้งคู่ก็ได้ผลไม้กลับบ้านดังใจ 

ต่อมาทุกคืนวันเพ็ญ เขาทั้งคู่จะมาหาผลไม้กลิ่นหอมนี้ด้วยกัน จนในที่สุดก็รักกันและแต่งงานกัน ด้วยมนต์เสน่ห์ของผลไม้นี้เองที่นำมาซึ่งความสุข สมหวัง และด้วยความกตัญญู ทั้งคู่จึงนำเมล็ดที่มีกลิ่นหอมของผลไม้ชนิดนี้มาบดใส่แป้งข้าว ใส่ถั่วบ้าง ใส่ไข่บ้าง กะทิ และน้ำตาล กวนรวมกันพอปั้นได้นำมาปั้นเป็นผลลูกจันทน์ แจกจ่ายในงานสมรส จากตำนานของขนมเสน่ห์จันทน์จึงเป็นที่นิยมใช้ในพานขนมแต่งงานมาจนถึงปัจจุบัน

ต้นอินจัน หรือ ต้นจัน เป็นต้นไม้ที่เจริญเติบโตช้า เป็นต้นไม้โบราณที่ในปัจจุบันใกล้จะสูญพันธุ์ สมัยนี้หาดูได้ค่อนข้างยาก ซึ่งเมื่อก่อนจะนิยมปลูกไว้ตามวัด ต้นอินจันนับว่าเป็นไม้ผลที่ค่อนข้างแปลก โดยต้นเดียวกันแต่ออกผลได้ 2 แบบ ซึ่งไม่เหมือนกัน ผลหนึ่งลูกกลมป้อม ๆ ขนาดใหญ่กว่ามาก เราเรียกว่า “ลูกอิน” แต่อีกผลลูกแบน ๆ แป้น ๆ มีขนาดเล็กกว่า เราจะเรียกว่า “ลูกจัน”

 ลักษณะของอินจัน

ต้นจันอิน เป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 10-20 เมตร เรือนยอดเป็นทรงกลมหรือทรงกระสวย หนาทึบ ลำต้นตรง เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลเข้มอมเทาหรือดำแตกเป็นสะเก็ด เนื้อไม้สีขาว ส่วนกิ่งอ่อนยอดอ่อนจะมีขนสีน้ำตาลปกคลุม และมีกิ่งก้านเหนียว

ต้นอินจัน 

ใบอินจัน เป็นใบเดี่ยวสีเขียวเข้ม ออกเรียงสลับกัน ใบคล้ายรูปรี โคนใบมน ปลายใบสอบหรือแหลม แผ่นใบเรียบบางเป็นมันลื่น ขอบใบเรียบ ยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1-3 เซนติเมตร

ดอกอินจัน ดอกมีสีขาวนวลหรือสีเหลืองอ่อน ดอกเป็นดอกเดี่ยวหรือดอกช่อ แยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกดอกเป็นช่อขนาดเล็ก ช่อหนึ่งมีประมาณ 3 ดอก ตามส่วนต่าง ๆ มีขนสีน้ำตาลแดงปกคลุมอยู่ มีกลีบเลี้ยง 4-5 กลีบเรียงเป็นรูปถ้วยแต่ไม่เชื่อมกัน ส่วนกลีบดอกมี 4-5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปเหยือกน้ำ ส่วนดอกเพศเมียจะออกดอกเป็นดอกเดี่ยวตามกิ่งเล็ก ๆ กลีบดอกและกลีบเลี้ยงจะเหมือนดอกเพศผู้แต่ใบใหญ่กว่า

ผลไม้อินจัน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางผลประมาณ 4-8 เซนติเมตร ที่ผลจะมีส่วนของกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่จุก ผลอ่อนมีสีเขียว แต่เมื่อสุกแล้วจะเป็นสีเหลือง เนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอมและมีรสหวาน สามารถรับประทานได้ โดยผลอินจันจะมีอยู่สองแบบคือ ลักษณะของผลเป็นรูปกลมแป้น ไม่มีเมล็ดหรือมีเมล็ดลีบ ผลมีรอยบุ๋มตรงกลาง รสฝาดหวาน มีกลิ่นหอม จะเรียกว่า ลูกจัน ส่วนผลที่มีลักษณะของผลเป็นรูปกลมและมีเมล็ด 2-3 เมล็ด ไม่มีรอยบุ๋ม มีรสฝาดหวาน จะเรียกว่า ลูกอิน โดยผลอินจันจะมีรสฝาด ต้องคลึงให้ช้ำก่อนรสฝาดจึงจะหายไป

สูตรและวิธีการทำเหมือนกับการทำทองเอก แต่เสน่ห์จันทน์จะผสมผงจากเม็ดลูกจันทน์ Nutmeg และวิธีการปั้นต่างจากทองเอก คือไม่ปิดทอง แต่จะปั้นเป็นลูกกลมๆ แล้วปิดห้วด้วยแป้งขนมนี่เองแต่ผสมผงโกโก้ให้มีสีน้ำตาลปั้นเป็นก้อนเล็กๆขนาดเม็ดถั่วเขียวแล้วกดให้แบไปแปะกับก้อนขนมกลมๆที่ทำไว้ แล้วใช้น้ิวโป้งกดด้านบนให้บุ๋มลงมาให้เหมือนผลลูกจันทน์ แล้วใช้ปลายตะเกียบกดส่วนสีน้ำตาลอีกให้เกิดเป็นรอยปรากฎ เหมือนเป็นขั้วของผลลูกจันทน์

ขอบคุณสถานที่ ทำเวิร์คช็อบ Open House ชั้น6 Central Embassy

ขอบคุณ เสน่ห์ Cafe 7 Workshop Studio (ทีมงานกิจกรรมที่สุดวิเศษครั้งนี้)

99 Tanao Road, khwaeng Wat Bowon Niwet, Khet Phra nakhon

โทร 063 541 4964

โดยเฉพาะ คุณกฤษดา อินทระ วิทยากรสอนทำขนมและCo founder ของเสน่ห์ Cafe 7 Workshop Studio

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 27/08/2018 เวลา : 23.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ประเทศไทย
น่าจะลงทุน วิจัย-พัฒนา
หาทางให้เด็กไทย

ทำกับข้าวไทย
ทำขนมไทยได้

เป็นวิชาเลือกตั้งแต่ ประถม มัธยม ไปเลย
คนทำอาหารได้
จะประหยัด
และ
น่าจะมีสุขภาพดีกว่าคนทำอาหารไม่เป็น ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 วันที่ : 27/08/2018 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

น่ากินครับ คุณสุ่ย ทำเองคงไม่ไหว อิอิ

ความคิดเห็นที่ 4 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 21/08/2018 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขนมมงคลพวกนี้เวลาจัดขันหมากจะดูดี สวยมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 21/08/2018 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ชอบกินค่ะ แต่เดี๋ยวนี้กินได้ไม่มาก กลัวน้ำตาลขึ้น บางเจ้าทำหวานไม่มาก แต่หลายๆชิ้นก็หวานเหมือนกันนะ 555

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 21/08/2018 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ทองคำเปลวกินได้ค่ะ ปริมาณไม่มาก ส่วนในเวิร์คช็อบ ได้ทำทุกคนค่ะค่ะ เช่น การปั้น ขึ้นรูป แปะทอง แต่ขั้นตอนอบควันที่ใช้เวลานานๆ คุณครูสาธิต ให้

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 21/08/2018 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

สวย น่ากิน คุณเฟิงสุ่ย ได้ทำไหมคะ
แผ่นทองคำเปลว กินได้ไหมคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน