*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2842
  • จำนวนผู้ชม : 5265188
  • จำนวนผู้โหวต : 4980
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4980 คน
coffee

coffee

View All
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน 2561
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 4733 , 21:54:25 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน february26 , สำรวจฟ้า และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้



 

จากบ้านนักเศรษฐศาสตร์ไทยคนแรก สู่อาคารสำนักงานของสภาพัฒน์

"บ้านสุริยานุวัตร” สร้างขึ้นในราวปี 2448 เป็นบ้านที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพื่อตอบแทนคุณความดี ในการปฏิบัติราชการด้วยความสามารถ ความเพียร และซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอดของ "พระยาสุริยานุวัตร” ออกแบบก่อสร้างโดยนายมารีโอ ตามัญโญ สถาปนิกชาวอิตาเลียน คนเดียวกับที่ออกแบบก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม

ผู้บริหาร ให้เกียรติ กล่าวต้อนรับ บรรยาย และนำชม "บ้านสุริยานุวัตร”

เป็นอาคารที่ทำงานถาวรหลังแรกของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน แต่ความสำคัญมิได้อยู่เพียงแค่นั้น จากการค้นคว้าถึงความเป็นมา ได้ค้นพบถึงความบังเอิญอย่างน่าอัศจรรย์เกี่ยวกับความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งของบ้านสุริยานุวัตรกับภารกิจหลักของ สศช. นั่นคือ บ้านหลังนี้ในอดีตเคยเป็นบ้านพักอาศัยของ มหาอำมาตย์เอก พระยาสุริยานุวัตร ซึ่งมีประวัติการทำงานและผลงานที่น่ายกย่อง และยังเป็น "นักเศรษฐศาสตร์คนแรกของไทย” ผู้เขียน "ทรัพย์ศาสตร์” ตำราเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของไทย 

พระยาสุริยานุวัตร มีนามว่า "เกิด" เกิดในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นบุตรลำดับที่ 22 ของพระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม)[2] เมื่อเยาว์เข้าศึกษาหนังสือไทยที่บ้านสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ต่อมาในปี พ.ศ. 2414 เดินทางไปศึกษาวิชาที่ปีนังและกัลกัตตา เป็นเวลา 5 ปี จึงกลับมาเข้ารับราชการในกรมมหาดเล็ก ตำแหน่งนายเวรฤทธิมหาดเล็ก ในปี พ.ศ. 2419 ต่อมารับราชการกระทรวงมหาดไทย ตำแหน่งผู้ช่วยข้าหลวงตะวันตก มีหน้าที่เป็นผู้เก็บและจ่ายเงินหลวง และเป็นล่ามทำหนังสือราชการเกี่ยวกับภาษาต่างประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2427 ได้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสุริยานุวัตร และยังดำรงตำแหน่งผู้ช่วยข้าหลวงมณฑลพายัพในเวลาต่อมาและกำกับตำแหน่งกรมคลังเมืองเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง

 

ในปี พ.ศ. 2430 เป็นผู้ช่วยทูตประจำราชสำนักเซนต์เจมส์ กรุงลอนดอน ในระหว่งนี้ยังเรียบเรียงหนังสือเรื่องขนบธรรมเนียมราชการต่างประเทศขึ้น และถือว่าเป็นตำรากฎหมายและการปฏิบัติระหว่างประเทศ เรื่องการทูตภาษาไทยเล่มแรก ต่อมา พ.ศ. 2432 ดำรงตำแหน่งตำแหน่งอุปทูตประจำกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในปี พ.ศ. 2439 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสุริยานุวัตร เป็นอัครราชทูตประจำประเทศฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และรัสเซีย ระหว่างนี้ได้รับมอบอำนาจลงนามในสัญญากับฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 ผลของสัญญานี้ ทำให้ฝรั่งเศสถอนทหารจากจังหวัดจันทบุรีหมดเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2447

 

ในปี พ.ศ. 2448 กลับมารับราชการรับราชการในตำแหน่งรักษาการแทน เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ เป็นเสนาบดี ในปีนี้ยังได้รับพระราชทานยศเป็นมหาอำมาตย์เอก ต่อมาในปี พ.ศ. 2449 เป็นเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ท่านจัดการโอนจำหน่ายฝิ่นจากนายอากรมาเป็นรัฐบาลทำเอง ยังคิดวิธีเปลี่ยนระบบการเงินของไทย จากมาตราเงินเป็นมาตราทองคำ และคิดทำสตางค์ขึ้นใช้แทนอัฐ ต่อมาลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2450

 

 

ในสมัยรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรี ท่านเขียนหนังสือเรื่องทรัพยศาสตร์จำนวน 3 เล่ม ซึ่งถือว่า เป็นตำราเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของประเทศไทย นอกจากนั้นยังได้เขียนบทความทางเศรษฐกิจลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ศรีกรุง บทความที่สำคัญและมีชื่อเสียงมากคือ เรื่อง ธนาคารชาติ ในปี พ.ศ. 2476 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ทำหน้าที่ เป็นที่ปรึกษาอาวุโสของรัฐบาลที่มีพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายก เป็นตัวแทนของรัฐบาลไปเจรจากับเจ้านายฝ่ายเหนือ เรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนถึงอนิจกรรมในรัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2479 ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมอายุ 74 ปี

นายสุนทร  หงส์ลดารมภ์ อดีตเลขาธิการฯ ท่านแรกขณะยังมีชีวิตอยู่ ท่านกล่าวว่า ไม่ทราบมาก่อน ตอนซื้อพิจารณาว่าเป็นสถานที่ใกล้ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากลักษณะงานของ สศช. ต้องติดต่อใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี จึงได้ตัดสินใจซื้อตึกหลังนี้มาเป็นที่ทำการตั้งแต่ปี 2493 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2532 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติที่ต้องอนุรักษ์ไว้ในฐานะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

นายสุนทร  หงส์ลดารมภ์

นายสุนทร  หงส์ลดารมภ์ อดีตเลขาธิการฯ ท่านแรกขณะยังมีชีวิตอยู่ ท่านกล่าวว่า ไม่ทราบมาก่อน ตอนซื้อพิจารณาว่าเป็นสถานที่ใกล้ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากลักษณะงานของ สศช. ต้องติดต่อใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี จึงได้ตัดสินใจซื้อตึกหลังนี้มาเป็นที่ทำการตั้งแต่ปี 2493 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2532 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติที่ต้องอนุรักษ์ไว้ในฐานะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

คุณค่า ที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์

 

 

                บ้านหลังนี้ยังทรงคุณค่าด้านจิตใจและด้านประวัติศาตร์ เปรียบเสมือนอนุสรณ์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้กับเสนาบดีซึ่งทรงไว้วางพระราชหฤทัยทั้งในราชการงานเมืองและพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ อีกทั้งสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระราชทานทรัพย์เพื่อปลูกสร้างบ้าน ให้เป็นที่พำนักของพระยาสุริยานุวัตร บุรุษผู้สร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวงให้กับประเทศชาติเป็นเวลาเกือบ 30 ปี โดยท่านได้เขียนหนังสือ "ทรัพย์ศาสตร์” และ "เศรษฐศาตร์-การเมือง” ซึ่งเป็นตำราทางเศรษฐศาสตร์ภาษาไทยเล่มแรกขึ้นที่บ้านหลังนี้

 

                ที่สำคัญคือ เป็นที่ทำงานของผู้ซึ่งทำหน้าที่ให้ความเห็น เสนอนโยบายทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศมาตั้งแต่ต้น คือตั้งแต่สมัยพระยาสุริยานุวัตร ซึ่งได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญมากมาย และสุดท้ายเป็นรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาอาวุโสของรัฐบาล นอกจากนี้ ยังเคยใช้เป็นที่ประชุมของผู้ก่อการล้มพระยามโนปกรณ์นิติธาดาอีกด้วย     

การบูรณะซ่อมแซมและจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์

 

                

      นพ. ประจวบ  บุนนาค         และ นาง ประชงค์  บุนนาค

บ้านหลังนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหญ่ครั้งแรกในสมัย ดร.พิสิฎฐ  ภัคเกษม เป็นเลขาธิการฯ และตั้งชื่อว่า "ตึกสุริยานุวัตร” รวมทั้งได้สืบหาทายาทของ "พระยาสุริยานุวัตร” ซึ่งได้พบนางประชงค์  บุนนาค สะใภ้ของท่าน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในวัย 83 ปี และนับเป็นทายาทใกล้ชิดเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ขณะนั้น เนื่องจากบุตรและธิดารวม 7 คนได้ถึงแก่กรรมหมดแล้ว และทุกท่านไม่มีทายาทเลย โดยนางประชงค์ ได้มอบภาพเหมือนพระยาสุริยานุวัตร และเครื่องใช้ส่วนตัวอื่นๆ อันประมาณค่ามิได้ให้แก่ สศช. 

 

 

หม่อมลินจง หม่อมห้ามในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งหม่อมลินจง บุนนาคได้รู้จักคุ้นเคยกับพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ตั้งแต่ครั้งยังทรงอยู่ประทับต่างประเทศ

    ต่อมาสมัย ดร.อำพน  กิตติอำพน เป็นเลขาธิการฯ ได้บูรณะตึกสุริยานุวัตรและจัดทำเป็น "พิพิธภัณฑ์สุริยานุวัตรเพื่อการ

พัฒนาประเทศ” เพื่อเป็นแหล่งบอกเล่าประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย รวมทั้งมีความหวังว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะเป็นที่ประกาศเกียรติคุณของมหาอำมาตย์เอก พระยาสุริยานุวัตร ปูชนียบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการพัฒนาประเทศในหลายๆ ด้าน ให้กับชาวไทยและชาวต่างประเทศได้รับทราบถึงคุณูปการที่ท่านได้สร้างให้แก่ประเทศไทยอย่างมากมายเหลือเกิน ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์ฯ เมื่อวันพุธที่ 7 มีนาคม 2555 

 ดร.อำพน  กิตติอำพน

  กล่าวได้ว่า "บ้านสุริยานุวัตร” แห่งนี้ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของประเทศที่เกิดขึ้นในช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมา นับแต่ได้ก่อสร้าง พร้อมเรียนรู้และย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญมากมายที่ก่อเกิดขึ้น ณ บ้านหลังนี้ได้ทุกวันในเวลาราชการ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ 

 

 

 

เชิญชวนพบกับเรื่องราว บ้านพระน้ำ พระยาสวยกลางกรุงที่อ่านเมื่อไหร่ ก็ฟิน และซึมซับกับเรื่องราวครั้งประวัติศาสตร์ ..

เรือนคุณพระศรีสาครบ้านขนมปังขิงร้อยปีกลางกรุง

พระนครควรชม๓ เบื้องหลังถนนราชดำเนินกลางมีของดี..บ้านวรรณโกวิทย์

คฤหาสน์พระน้ำพระยาสวย กลางกรุงฟินฝุดๆ..เรื่องราวยิ่งกว่าทวิภพ(ไม่ฟินให้เหยียบ!!)

ท่องเที่ยวย่านประวัติศาสตร์เมือง ปักหมุดของกิน ถิ่นบางลำพูตอนบ้านพระยากลางกรุง

ชวนเที่ยวสตูดิโอมีชีวิตระดับมรดกวัฒนธรรมยุโรปริมเจ้าพระยา

อ้างอิง http://www.nesdb.go.th/ewt_news.php?nid=7028&filename

 

หมายเหตุ: Unseen นางเลิ้ง เป็นกิจกรรมเดินเท้า ท่องเที่ยวเรียนรู้ย่านประวัติศาสตร์เมือง ณ ย่านนางเลิ้ง

โครงการพัฒนาย่านประวัติศาสตร์เมืองสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กทรุงเทพมหานคร เครือข่ายการท่องเที่ยวภาคประชาสังคม #โครงการพัฒนาย่านประวัติศาสตร์เมืองสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ #นางเลิ้ง #7ย่านเก่ากับรักษ์ของเรา #เครือข่ายการท่องเที่ยวภาคประชาสังคม #การท่องเที่ยว

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 18/09/2018 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ต้นตระกูลหงส์ลดารมภ์มีความสัมพันธ์อันดีกับหลวงวิจิตรสาทการ บวชเรียนด้วยกันที่วัดหมาธาตุ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 18/09/2018 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

อุ๋มเคยไปถ่ายรูปคุณพ่อหน้าตึกนี้ค่ะ เพราะเป็นตึกที่คุณพ่อเคยทำงานเมื่อปี 2498 ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 18/09/2018 เวลา : 13.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณค่ะคุณสุ่ย

ความคิดเห็นที่ 3 สำรวจฟ้า , feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สุรศักดิ์ วันที่ : 18/09/2018 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "สวีเดน...ต้นแบบพัฒนาเมืองแบบ Symbio City ที่ดีที่สุดในโลก!!!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย   

ขอบคุณมากครับ คุณเฟิงสุ่ย ที่เขียนเรื่องนี้
ซึ่งส่วนมากจะไม่ทราบกันว่า เป็นบ้านของ
นักเศรษฐศาสตร์ไทยคนแรก ที่ทำประโยชน์
ให้แก่ชาติบ้านเมืองไว้มากมายทีเดียว

ผมเองก็มีส่วนอยู่บ้างในคราว ดร.อำพน กิตติอำพน
ได้บูรณะตึกสุริยานุวัตรและจัดทำเป็น
"พิพิธภัณฑ์สุริยานุวัตร" โดยเจ้าหน้าที่สภาพัฒน์ฯ
ได้มาติดต่อผม และผมได้มอบหนังสือเก่าเกี่ยวกับ
พระยาสุริยานุวัตรให้หลายเล่ม เช่น หนังสือเศรษฐวิทยาขั้นต้น
และหนังสืองานศพของท่าน ซึ่งลงประวัติของท่านและ
ภาพเก่าๆ ของท่าน เช่น ภาพบั้นปลายชีวิตที่กำลัง
ใส่บาตรพระ เป็นต้น

และทางสภาพัฒน์ฯ ได้มอบหนังสือเกี่ยวกับ
เศรษฐกิจพอเพียงให้ผมหลายเล่ม ซึ่งมีคุณค่ามาก
ทีเดียวเหมือนกันครับ


ผมเองก็ได้เคยเขียนเกี่ยวกับหนังสือเก่าไว้ 2 เอ็นทรี่
ขอฝากผู้สนใจด้วยครับ
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc/2007/11/27/entry-1
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc/2007/11/26/entry-1

ความคิดเห็นที่ 2 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 18/09/2018 เวลา : 08.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ขอบคุณนะครับ คุณสุ่ย เป็นข้อมูลประวัติที่มีคุณค่ายิ่งทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 17/09/2018 เวลา : 23.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

มรดกไทย มรดกโลกแท้ๆ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน