*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2744
  • จำนวนผู้ชม : 5116696
  • จำนวนผู้โหวต : 4958
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4958 คน
coffee

coffee

View All
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันศุกร์ ที่ 28 ธันวาคม 2561
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 950 , 21:53:15 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน feng_shui , สำรวจฟ้า และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

พูดถึงวัดโพธิ์แล้วคนมักจะนึกถึงการไปกราบพระพทุธไสยาสน์ ในพระวิหาร แต่สถานที่ที่ น้อยคนนักรู้ จัก และอาจไม่เคยรู้เลยว่ามีสถานที่นี้

สระจระเข้

ที่วัดโพธิ์นี้มีสระจระเข้ แต่ไม่ได้เลี้ยงจระเข้ ค่ะเพราะเดิมเคยเป็นที่เรียนหนังสือของชั้นเจ้าฟ้าและเชื้อพระวงศ์รุ่นโต

 

ภายใน สระจระเข้ มีสระน้ำก่ออิฐถือปูน ตรงกลางสระมีภูเขาและบันไดเวียนเดินขึ้นได้ บนยอดเขามีพระเจดีย์ขนาดเล็กประดิษฐานอยู่องค์หนึ่ง เป็นที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ

ทางด้านตะวันออกของสระมีตึกหลังหนึ่ง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๓ ชาวบ้านเรียกว่า ตึกฝรั่ง มีลักษณะคล้ายเก๋งจีนปัจจุบันนี้ โดยรอบขอบสระจระเข้ปรับปรุงเป็นสวนปลูกพรรณไม้ในวรรณคดีไทย ไม้หอม ร่มรื่น

คราวนี้นอกจากจะได้รู้จักกับสระจระเข้แล้วยังได้สัมผัสกับคุณภาพตะวัน ศิลปินคนไทย หนึ่งใน75กลุ่มศิลปินชั้นนำทั่วโลกที่มาแสดงผลงานใน  Bangkok Art Biennale 2018   “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” “สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต”อวดชิ้นงานศิลปะกว่า 200 ชิ้น ใจกลางเมือง  ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 ถึง กุมภาพันธ์ 2562

คุณภาพตะวันจัดวางชุดงานศิลปะของเธอที่บริเวณสระจระเข้นี้โดยเชื่อมโยงภูมิปัญญาที่เป็นความทรงจำที่โดดเด่นของวัดสำคัญแห่งนี้ กับความทรงจำส่วนบุคคลที่เธอเคยทำงานด้านจิตรกรรมและมีพื้นเพครอบครัวแต่สมัยวัยเด็กกับวัดในย่านนี้ และได้นำเอาผู้ที่จะมาร่วมชมงานศิลปะที่นี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ 


สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต แบบภาพตะวัน สุวรรณกูฏ 

ภาพตะวัน สุวรรณกูฏ อธิบายว่า “เป็นCollective Memory และ Personal Memory”

ภาพจิตรกรรม ที่ศาลาแม่ซื่อ และนวด

โดยวัดโพธิ์ได้รับการจดทะเบียน ยูเนสโกให้ เป็น Memory of the world หมายถึงเรื่องของความทรงจำทางด้านภูมิปัญญาความรู้ มีเรื่องของการนวดแผนโบราณเรื่องสถาปัตยกรรม รวมทั้งเรื่องวรรณคดีเช่นกลอนกลบท  เรื่องของ ศาสตร์และศิลป์ต่างๆ เรื่องของคอลเลคทีฟ Memory หมายถึงเรื่องราว ของสาธารณะ เป็นความทรงจำร่วมกันของชุมชน โดยที่ศิลปินคุณภาพตะวัน สุวรรณกูฏ เคยทำงานด้านวาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง ถ่ายทอดองค์ความรู้จากพ่อซึ่งเป็นช่างวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังให้กับวัดต่างๆ เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วได้มีครอบครัวและย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศออสเตรเลีย ที่นครซิดนีย์ ในขณะเดียวกันความทรงจำส่วนตัวเหล่านั้นก็ติดตัวไปด้วย ไม่ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับลูกสองคน คนโตชื่อเด็กหญิงจันทร์ฉายแสง คนที่สองชื่อเด็กชายเย็นลำธารซึ่งขณะนี้ก็โตเป็นหนุ่มสาวแล้ว ตอนเด็กได้ส่งให้ไปเรียนโรงเรียนวัดไทย ชื่อวัดพุทธรังษีนครซิดนีย์ สิ่งที่วัดนั้นมีชุมชนไทยและชุมชนไทยก็ได้จัดการรวบรวมกันเพื่อที่จะให้เด็กๆในชุมชนได้รับการเรียนหนังสือ ทำให้นึกได้ว่าเวลาที่คนการค้นคว้าที่วัดโพธิ์ก็มีจารึก กลอนกลบท รวมถึงการพระเวสสันดร ที่ทุกปีจะมีการเฉลิมฉลองและเทศนา มีแหล่ จึงได้รวบรวมคัดบทกลอน ให้คณะนาฏศิลป์อ่านและให้โรงเรียนได้อ่านด้วย ซิ่งในซิดนีย์ไม่ได้มีแต่วัดไทยอย่างเดียวยังมีสถานที่อื่นๆที่เรียกว่าเป็นเทวะรักษา จึงมีร้านหมอนวด ตั้งสถานบำบัด ที่ซิดนีย์เหมือนกัน มันเป็นที่มาของหัวข้อความทรงจำ ส่วนตัว ที่มีต่อชุมชน

งานมี 3 ส่วนคือ

จิตรกรรมฝาผนัง ภาพตะวัน สุวรรณกูฏ 

1 จิตรกรรมฝาผนังซึ่งเป็นการคัดลอก มาใส่ในองค์ประกอบใหม่ เพื่อรำลึกถึงความทรงจำของภูมิปัญญาเดิม ที่มีอยู่

2​ ภาพแม่ซื้อ ซึ่งแม่ซื้อคือผู้รักษาทารกแรกเกิดในสมัยก่อนยังไม่มียาปฏิชีวนะ อัตราการตายของเด็กทารกสูง จะมีคติว่าจะมีแม่ซื้อ คอยปกปักรักษาซึ่งแม่ซื้อก็จะมีหัวเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ อันเป็นพาหนะของพระอิศวร เช่นการสอนก็จะเป็นควายกวาง ม้า ในโครงการก็จะมีการกล่าวว่าลูกผีลูกคนไม่ซื้อก็จะรับ มาเป็นลูกของตัวเอง ก่อนเพื่อที่จะปกปักรักษา ไม่ให้ทารกแรกเกิดนั้นเสียชีวิตไป

นอกจากแม่ซื้อจะมีเรื่องของจุตนวด การนวดแผนโบราณ ซึ่งจะปรากฏอยู่ใน ศาลานวดที่วัดโพธิ์นี่เอง จุดนวด ของเพศชายและหญิง ในการรักษาโรค เดียวกันตำแหน่ง ก็จะไม่เหมือนกัน ซึ่งคุณภาพตะวัน ได้นำเอาความรู้นี้ มาแสดง มีการร้อยเชือกต่างสีกัน และจัดวางเพศชายและหญิงคนละด้าน เมื่อร้อยรวมได้เข้าด้วยกันก็จะทับซ้อนกัน

ยังมีเรื่องราวของ กลิ่น จากสมุนไพร ที่ว่างไว้ประกอบกับเครื่องแขวนเรื่องราวของแม่ซื้และการนวด

3​ เสียง จะมีเสียงแบ่งเป็น 2 ด้าน ได้เงินเป็นเสียงร้องทำนองเสนาะอีกด้านนึงเป็นเสียงอ่าน มีความยาว 30 นาที ซึ่งมีบทตอน 1  เป็นบทกลอนที่คุณสาระคำรณเขียนไว้เมื่อรัชกาลที่ 5 เป็นตอนที่ พระจุตะฤาษีชี้ทางให้ชูชกเข้าไปในป่า ในเนื้อความนั้น กล่าวว่าพระอาทิตย์จะมีสี พาชูชกเข้าไปเพื่อพบค้นหาพระเวสสันดรและได้มีและเห็นวัดโพธิ์ด้วย เป็นการอ้างอิงถึงวัตถุที่มีการสร้าง ในสมัยรัชกาลที่ 3 และในรัชกาลที่ 5 ขุนสาระ​ คำรณ แต่งบทกลอนเหล่านี้ขึ้นมา ซึ่งบทความนี้ คณะของอาจารย์สมภพ ไม่ไปสอนบุตรหลานคนไทย ที่ซิดนีย์ จึงได้นำมาประกอบ ในงานแสดงศิลปะนี้ ฉะนั้น การเข้ามาในสระจระเข้ จะมีปรากฏ 3 layer 3 ชั้นด้วยกัน คือ ชิ้นเนื้องาน ซึ่งประกอบด้วย จิตรกรรมฝาผนัง และ แม่ซื้อและจุดกด กระจกสะท้อน ซึ่งจะสะท้อนสิ่งแวดล้อมรอบๆภายในวัดโพธิ์ และเมื่อเราเดินเข้ามาที่สระจรเข้ ก็จะเห็นเงาของตนเองในกระจกเงาพร้อมภาพสะท้อนของ วัดโพธิ์ ลงในกระจก ดังนั้น งานชิ้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวัดโพธิ์ วัดโพธิ์เป็นส่วนหนึ่งของงาน ตัวเราเป็นส่วนหนึ่งของวัดโพธิ์และงาน งานและวัดโพธิ์เป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา นี่คือประสบการณ์ของงานศิลปะชิ้นนี้ 

ตั้งแต่เรื่องของ แม่ซื้อ จิตรกรรมฝาผนัง การนวด รวมทั้งกลิ่นสมุนไพร  เสียงแหล่และร่ายบทกลอนที่ประกอบ ภายในสถานที่แห่งนี้ ทำให้ความร่มรื่นที่มาจากต้นไม้ ที่อยู่บริเวณสระ กลายเป็นความร่มรื่นที่มีความทรงจำของโลก และความทรงจำระดับบุคคล อย่างพวกเรา กลายเป็นส่วนซึ่งกันและกัน

 

สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต ณ สระจระเข้...แบบข้าพเจ้า

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง "ฝรั่งสิบสามห้าง"  อ้างอิงภาพจาก http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=19426

เดิมภายในตึกเก๋งจีนนี้ มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง "ฝรั่งสิบสามห้าง" ดูในภาพมีตึก ๒ ชั้น สีเทา คงเกี่ยวเนื่องกับ "ตึกสิบสามห้าง" ที่เมืองจีน 

ตึกฝรั่ง ที่มีลักษณะคล้ายเก๋งจีน

สำหรับอาคารโบราณ “ สิบสามห้าง ” ในกวางโจว เป็นลักษณะอาคารร้านค้าของอาณาจักรกรีก เมื่อกว่า 2000 ปีที่แล้ว ภายหลังเป็นที่นิยมแพร่หลายเข้าไปในยุโรป

ลักษณะอาคารที่ถนนสิบสามห้างนี้เพิ่งจะเข้าสู่ประเทศจีน เมื่อครั้งที่จีนแพ้สงครามฝิ่นในปี คศ. 1840 และจำต้องทำสนธิสัญญาให้ชาวยุโรปเข้ามาเปิดห้างทำการค้าในจีนได้เสรี โดยไม่ต้องขายผ่านร้านค้าตัวแทนของรัฐบาลจีนอย่างอดีต

 

ภาพวาดสีน้ำมัน "กวางโจวถนนสายที่สิบสาม"  (ภาพวาดเฉินหยู)

อ้างอิงภาพจากกระทู้ http://www.reurnthai.com/index.php?topic=6044.45

ในระบบการค้าชาติตะวันตกในจีนในยุคนั้นจีนบังคับให้ต่างชาติค้าที่กวางตุ้งเท่านั้น และตั้งกติกามากมาย โดยรวมๆ คือห้ามต่างชาติยุ่งเกี่ยวกับคนจีน(ทั่วไป)โดยตรง ต้องติดต่อผ่านพ่อค้าผู้ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลจีนเท่านั้น ซึ่งสมาคมพ่อค้าที่ได้รับอนุญาตนี้เรียกว่ากงหัง (cohong) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าสือซานหัง (สิบสามห้าง)  

ชาติตะวันตกที่มาค้าขายในกวางตุ้งได้รับอนุญาตให้อยู่ในพื้นที่หนึ่ง ตรงนอกกำแพงเมืองทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกวางเจา ในพื้นที่นี้ฝรั่งมาสร้างตึกที่เรียกว่าเป็น thirteen factories สภาพโดยทั่วไปคือแต่ละตึกเป็นตึก 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นโกดังสินค้า ชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย ดังนั้นเจ้าของตึกใน thirteen factories

ชาวยุโรปชอบจะปลูกร้านค้าแบบกรีก ที่ถนนสิบสามห้างของเมืองกวางโจว จีนเรียก  清代广州十三行市场  ลักษณะอาคารที่สิบสามห้างเป็นต้นแบบที่กลุ่มพ่อค้าชาวจีนที่อยู่ทางภาคใต้ของจีนที่เข้ามาค้าขายในกวางโจว ลอกเลียนไปสร้างในที่อื่นๆ ทั้งกวางโจว ฮกเกี้ยน ซัวเถา และไห่หนาน รวมทั้งแพร่หลายไปในเหล่าคนจีนที่โยกย้ายไปอยู่ในคาบสมุทรมาลายู รวมทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

อาคาร ‘ สิบสามห้าง ’ มีชื่อเรียกในวิชาสถาปัตยกรรมจีนว่า ‘ ฉีโหลว ’ ( 骑楼 / qílóu )

เอกลักษณ์ของอาคารฉีโหลว เป็นเรือนห้องแถวเพื่อทำการค้าขาย มีส่วนทางเดินกว้างประมาณ 5 ฟุต อยู่หน้าร้าน เชื่อมยาวตลอดแนวอาคาร เหนือทางเดิน จะเป็นชั้นพักอาศัยที่สร้างคร่อมทับ (骑) ทางเดินท้าว คนจีนต่างถิ่น เรียกอาคารแบบถนนสิบสามห้าง เมืองกวางโจว ต่างๆ กันไป(สิบสามห้าง ย่านการค้าประวัติศาสตร์ จากจีนสู่ไทย http://www.reurnthai.com/index.php?topic=6044.15)

ภาพวาดสีน้ำมัน Ca. 1800 วาดไว้ให้เห็นสถานีการค้าสิบสามห้าง ที่ตั้งอยู่หน้าเมืองกวางตุ้ง

ภาพวาดสีน้ำมัน ค.ศ. 1825 เกิดไฟไหม้ใหญ่ที่สิบสามห้าง หน้าเมืองกวางตุ้ง เมื่อไฟไหม้ครั้งใหญ่ผ่านพ้นไปแล้ว สิบสามห้างก็กลับพัฒนาในที่ตั้งเดิม คือหน้าเมืองกวางตุ้ง มีการตั้งโบสถ์คริสต์ มีการวางแปลนก่อสร้าง มีสวน มีท่าเรือสวยงาม

จนเมื่อเกิดสงครามฝิ่นครั้งที่ 2 ในคศ. 1856 สิบสามห้างก็เกิดไฟไหม้ใหญ่เป็นครั้งทีสอง จนทำให้การณ์นี้ต้องย้ายไปยังเกาะ Honam 


รูปตึกแถวที่ถนนสิบสามห้างในเมืองจีน ในพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส  อาจจะมีลักษณะเหมือนรูปนี้ เป็นรูปวาดถนนสิบสามห้าง เมื่อ ค.ศ. ๑๘๔๐ (พ.ศ. ๒๓๘๓) ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๔

ดังนั้น เราคนไทย ถ้ามองสิบสามห้างเป็นตึก ก็ต้องว่าเป็นตึกฝรั่ง จึงเรียกว่า "คึกฝรั่ง"

แต่ก่อนนี้เมืองไทยมีการติดต่อค้าขายกับชาติต่าง ๆ ในเอเชีย มีอินเดีย และจีน เป็นต้น โดยใช้เรือใบขนส่งสินค้านานาชนิด เช่น ข้าว ไม้ แร่ ฯลฯ. เมื่อไปถึงเมืองจีนต้องไปหยุดที่เมืองตังเกี๋ย ที่แม่น้ำตรงปากทางเข้าเมืองนั้นและเมืองอื่น ๆ ที่เป็นเมืองค้าขาย ก็มีห้างอยู่ ๑๓ ห้าง เรือชาวต่างประเทศที่ไปค้าขาย จะต้องไปจอดที่สิบสามห้างนี้ก่อน ก็คล้าย ๆ กับด่านศุลกากรสำหรับเก็บภาษีและดูแลให้ทำการค้าขาย      ด้วยเหตุที่พ่อค้าที่เคยนำเรือไปจอดแวะค้าขายที่ตังเกี๋ยคุ้นเคยว่า ด่านแรกที่เรือไปจอดเพื่อติดต่อเรื่องการค้าซึ่งเป็นด่านศุลกากรนั้น เรียกว่า สิบสามห้าง จึงนำชื่อนี้มาใช้เรียกสถานที่ในเมืองไทย บริเวณที่เรือสินค้าเข้ามาจอดเพื่อติดต่อการค้าว่า สิบสามห้าง ด้วย

สำหรับที่วัดโพธิ์แห่งนี้ เป็นที่ทราบว่า ช่วงรัชกาลที่3 ไทยเรามีการค้าขาย รุ่งเรือง มีเรือสำเภาไปมาหาสู่กับประเทศจีน และชาวจีนก็มีการอพยพ มาทำมาหากิน ตั้งรกราก ค้าขาย เมื่อต้าขายรำ่รวยก็ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทำบุญสร้างศาลา และ และที่วัด เป็นทั้งแหล่งศึกษาหาความรู้ต่างๆ จึงไม่แปลกที่จะมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง "ฝรั่งสิบสามห้าง" และตึกศาลา แบบเก๋งจีน

 

ขอแนะนำคลิกอ่าน เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

ปักหมุด20 แห่งใจกลางเมือง “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” “สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต”
Unseenวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ..สวนมิสกวัน 

Unseenวัดโพธิ์..ตอนเปิดกรุกลบทวัดโพธิ์ หนึ่งในมรดกความทรงจำโลก 

๒๓๐ ปี วัดพระเชตุพน ความทรงจำของโลก ๙มหัศจรรย์วัดโพธิ์ 

ประชุมโคลงกวี จารึกวัดพระเชตุพน งานสตมาหสมัยพระบรมศพ พระพันปีหลวง 
เป็นเรื่อง!!เมื่อ..ยกกองวิ่ง-ยิง-แชะแชะ..ณ..พระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ 

รายงานจาก สระจระเข้ วัดโพธิ์

อ้างอิง http://www.reurnthai.com/index.php?topic=6044.0

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=6044.15

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=6044.45



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 30/12/2018 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ไปแล้วยังเดินดูไม่ทั่วเลย มีอีกเยอะที่ยังไม่ได้เห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 28/12/2018 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ไปทีไร ได้ความรู้ใหม่ และUnseen ทุกทีีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 28/12/2018 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ข้าพเจ้าคิดว่า ที่วัดโพธิ์แห่งนี้ ยิ่งคุ้ยก็ยิ่งเจอ คุณสุ่ยก็มาหลายเที่ยวแล้วไม่ใช่หรือครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน