*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2764
  • จำนวนผู้ชม : 5134569
  • จำนวนผู้โหวต : 4967
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4967 คน
coffee

coffee

View All
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม 2562
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 270 , 02:03:38 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

ภาพเมื่อครั้งพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรในรัชกาลที่ ๗ หม่อมเจ้าหญิงสุริยนันทนา สุริยง (ลำดับที่ ๒ จากขวา) อุ้มแมว(วิฬาร์)

อันเนื่องมาจากโปสการ์ดภาพประวัติศาสตร์ภาพนี้ที่เป็นสิ่งสะสมของข้าพเจ้า เป็นภาพการประกอบพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ในครั้งพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร  รัชกาลที่๗ 

พิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร มีความหมายเป็นเสมือนกับการขึ้นบ้านใหม่  พิธีนี้มีขึ้น ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน โดยที่ข้าราชบริพารฝ่ายหน้าได้เชิญเครื่องราชูปโภคและสิ่งมงคลโดยพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ครั้ง รัชกาลที่๗ มีเกร็ดว่าได้เพิ่มให้มีสัตว์อย่างวิฬาร์หรือแมว และไก่ขาว เข้าพิธีด้วย 

รัชกาลที่๔ ทรงใช้เรียกผู้ที่อุ้มไก่ และแมวว่า"นางเชิญเครื่องศิริวิลาส"เพราะแมวจะแต่งเครื่องทองอย่างสวยงามจริงๆ โดยผู้ที่อุ้มแมวในพิธี ต้องไปเอาแมวมาเลี้ยงที่บ้าน ทำให้แมวคุ้นเคยจน  เมื่อเข้าในพิธีก็จะอยู่นิ่ง ซึ่งมีเกร็ดน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งว่า ในครั้งพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร  รัชกาลที่๙ นางเชิญ อุ้มไก่ก็คือหม่อมราชวงศ์บุษบา กิติยากร

หม่อมราชวงศ์ กิติวัฒนา ปกมนตรี (บุตรีของ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย กับ หม่อมเจ้าพัฒน์คณนา กิติยากร) เป็นนางเชิญ อุ้มแมว มีเกร็ดอีกว่าหลังจากเสร็จพิธีแล้ว นางเชิญที่อุ้มแมว ก็ยังกลับไม่ได้ ต้องอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนแมวด้วย โดยหม่อมราชวงศ์กิติวัฒนาเล่าถึงแมวที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมพระราชพิธีไว้ในนิตยสาร พลอยแกมเพชร ฉบับที่ ๑๐๕ ปี ๒๕๓๙ ไว้ว่า

“ตอนแรกในวังเขาให้แมวตัวผู้สีสวาดตัวใหญ่ อ้วนมากเลยค่ะ อุ้มไม่ไหว ก็ไปหาตัวใหม่มา สีเดียวกัน ในวังเขาก็ทราบว่าเราเปลี่ยนตัวแมว เพราะเจ้าตัวนั้นมันไม่ไหวเลยนะคะ ทั้งตัวใหญ่แล้วก็ดุ โดนกัดด้วย เป็นแมวแก่ ตัวมันก็ดูน่าเกลียด เรื่องน่าเกลียดนี่ไม่ว่า แต่จับมันไม่ได้ จับก็จะกัด มันไม่ทำอะไรเลย มันนั่งเฉยๆ แต่ว่ามีลักษณะดี ปากก็ขาว เท้าสี่เท้าด่าง ละหางดอก ส่วนตัวที่เอามาแทนเป็นตัวเมียค่ะ สีเดียวกัน แต่ว่าหางก็ไม่ดอก ปากก็ไม่ขาวหรอกค่ะ แต่ว่านิสัยดี ตัวนี้อุ้มได้ สนิทสนมคุ้นเคยกัน นอนด้วยกัน (ยิ้ม)”

เมื่อวันพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรมาถึง 

“ก่อนที่ทั้งสองพระองค์จะเสด็จลง จำได้ว่าไปคอยกันนานเหมือนกัน แมวเขาก็วุ่นวาย ทีนี้แมวตัวนี้ชอบกินเนื้อย่าง ไม่กินปลาทู ก็เอาเนื้อย่างห่อกระดาษไปคอยป้อนเขา เกาคอกันไปเพราะคุ้นเคยกัน ก่อนพาแมวมาก็ต้องอาบน้ำให้เนื้อตัวสะอาด เสร็จแล้วก็ใส่เครื่องประดับ ใส่เครื่องเพชรเพียบเลยและสวยมาก เป็นเครื่องประดับของแมวโดยเฉพาะ เพราะพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรทำมาหลายรัชกาลแล้ว มีสังวาลอันใหญ่ ฝังเพชรซีก แมวใส่แล้วรำคาญมาก มีสร้อยด้วย มีกำไลใส่ข้อเท้าทั้งสี่ขา ข้างละ 4 – 5 อัน ใส่ซ้อนๆกัน …พอในหลวงและสมเด็จฯ เสด็จเวลาประมาณ ๑ ทุ่มได้ รู้สึกว่ามีอะไรไม่ทราบทำให้แมวสงบคงจะเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีก็ได้ คือทั้งคนทั้งแมวตื่นเต้นตกใจกันหมด แต่แมวกลับเงียบ ซึ่งตามธรรมดาเขาจะไม่อยู่นิ่งเลย”

เนื่องจากไก่เป็นสัตว์ที่สวยงามน่ารักและมีคุณช่วยขันบอกเวลาหม่อมราชวงศ์บุษบา พระขนิษฐาในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ รับหน้าที่ผู้อุ้มไก่ขาวและอัญเชิญธารพระกร (ไม้เท้า) ในพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ปี ๒๔๙๓ หม่อมราชวงศ์กิติวัฒนา ผู้อุ้มแมวเล่าถึงหน้าที่ของหม่อมราชวงศ์บุษบาไว้ว่า “ท่านผู้หญิงบุษบาอุ้มไก่ ตอนนั้นเห็นบ่นว่าไก่อึใส่ เป็นไก่ขาวตัวเบ้อเร่อเลย มีอยู่สองคนที่รู้สึกว่าจำลำบากกว่าเพื่อนเลย แต่ท่านผู้หญิงจะลำบากมากกว่า เพราะต้องถือไม้เท้าอีกอัน มือหนึ่งถือไม้เท้า มือหนึ่งอุ้มไก่” (ย้อนกลับไปดูภาพสมัยรัชกาลที่ ๗ ด้านบน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพิสิษฐสบสมัย ลำดับที่๔จากขวา เป็นผู้อัญเชิญธารพระกรและอุ้มไก่ขาว) อ้างอิง https://readthecloud.co/cat-in-thai-history/

สำหรับในรัชกาลปัจจุบัน แมวที่ใช้ในการเฉลิมพระราชมณเฑียรเป็นแมวไทยวิเชียรมาศ ซึ่งเป็นแมวมงคลตามตำรา สีน้ำตาลอ่อน มีแต้มสีน้ำตาลไหม้ ๙ แห่งทั่วตัว ดวงตาสีฟ้าสดใส เป็นสายพันธุ์แมวไทยที่มีชื่อเสียง

สมโภชพระราชมณเฑียร 

 

โดยในรัชสมัย รัชกาลที่๗ ทรงเวียนเทียนสมโภชพระราชมณเฑียร โดยเจ้าพนักงานตั้งบายศรีแก้วทองเงินและระบายสีตองลองทองขาว พราหมณ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายหน้า ฝ่ายในพร้อมกันเวียนเทียนสมโภชพระราชมณเฑียรตามจารีตประเพณี

เฉลิมพระราชมณเฑียร

เมื่อเวลาใกล้จะถึงพระฤกษ์เฉลิมพระราชมณเฑียรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่๗)ทรงเครื่อง โดยปกติ แต่ตามสีพิชัยสงคราม คือทรงพระภูษาฉลองพระองค์แพรสีน้ำเงินล้วนตลอดจนถุงพระบาทและฉลองพระบาท  ทรงรัดประคดสีน้ำเงินปนทอง พระสังวาลนพรัตน์ราชวราภรณ์ พระสังวาลพระนพ และพระสังวาล พราหมณ์สร้อยธุรำทรงพระมาลาเพชรน้อย (ในรัชกาลที่ 4) ทรงกุมพระขรรค์องค์น้อย(ในรัชกาลที่ 5) เสด็จพระราชดำเนินโดยทางลาดพระบาท พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินี มีพระราชวงศ์ฝ่ายในเชิญพระแสงเชิญเครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียร และเชิญเครื่องราชูปโภคตามเสด็จ จากพระที่นั่งบรมพิมานไปขึ้นพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงโปรยพิกุลทองเงินและเงินสลึงด้วย

เมื่อเสด็จถึงในที่พระราชมณเฑียร ทรงจุดเทียนนมัสการแล้ว ถึงเวลา ได้มหาอุดมมงคลฤกษ์ เสด็จขึ้นพระแท่นที่บรรทม สมเด็จพระมาตุจฉาพระเจ้าพระบรมราชเทวีถวายพระแส้หางช้างเผือก พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรีพระราชเทวีถวายจั่นหมากทอง

ท้าววรคณานันท์ ถวายกุญแจทองทรงรับแล้ววางไว้ข้างที่ แล้วเองพระองค์ลงเหนือพระแท่นที่โดยทักษิณาปารัศวเป็นพระฤกษ์ สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าถวายพระพร แล้วพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ฝ่ายใน ถวายชัยมงคลมีประโคมสังข์แตรเครื่องดุริยดนตรีเสร็จแล้ว ประทับในพระมหามณเฑียรเป็นฤกษ์เริ่มต้น 

สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร บรรทมเหนือพระแท่นราชบรรจถรณ์ 

 

 วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์เฉลิมพระราชมณเฑียร ทรงพระสังวาลนพรัตน์ราชวราภรณ์ และพระสังวาลพระนพ เสด็จเข้าริ้วขบวนเชิญเครื่องพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ริ้วขบวนตั้งแถว ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ หันหน้าทิศตะวันออก พลตำรวจโท วีระชัย กรานคำยี และพลตำรวจเอก ไตรรัตน์ อมาตยกุล เป็นผู้นำเทียน 

ต่อมาเวลา ๒๐.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องฉลองพระองค์เฉลิมราชมณเฑียร ทรงพระสังวาลนพรัตน์ราชวราภรณ์ พระสังวาลพระนพ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกจากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ เข้าริ้วขบวนตามผู้นำเทียน พันโท สมชาย กาญจนมณี ถวายขันทองคำพร้อมพานรอง ทรงโปรยเหรียญกษาปณ์ หมุนเวียน รัชกาลที่ ๑๐ ชนิดราคา ๒ บาท พระราชทานตลอดเส้นทางขบวนเสด็จ

 

เครดิตภาพ : สำนักพระราชวัง 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จลงจากพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ออกประตูที่เสด็จลงพระมณฑปพระกระยาสนาน เลี้ยวซ้ายออกทางพระทวารพระมหามณเฑียรกำแพงแก้วด้านตะวันออก เลี้ยวขวาไปตามถนนทรงบาตร เลี้ยวขวาผ่านถนนหลังพระมหามณเฑียร เลี้ยวขวาผ่านพระมหามณเฑียรหมู่กลาง เข้าทางพระทวารพระมหามณเฑียรตะวันตก แล้วนำเสด็จไปตามถนนระหว่างพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน และกำแพงแก้วพระมหามณเฑียรด้านใน เลี้ยวขวาผ่านเก๋งนารายณ์ เข้าพระทวารท้องพระโรงหน้าด้านตะวันตก ผู้นำเทียนหยุดที่ท้องพระโรงหน้า

เครดิตภาพ : สำนักพระราชวัง

เมื่อเสด็จเข้าท้องพระโรงหน้าขึ้นพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานทางอัฒจันทร์ตะวันตก โดยขบวนตามขึ้นไปบนท้องพระโรงกลาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับพระราชอาสน์ ท้องพระโรงกลาง พันโท สมชาย กาญจนมณี วางขันทองคำพร้อมพานรองที่โต๊ะบนพระแท่นลด, พันตำรวจเอก ธรรมนิธิ วณิชย์ถนอม เชิญพระแสงดาบคาบค่าย เฝ้า ฯ อยู่ข้างที่ประทับ, ร้อยโท ธนิสร งามพริ้ง เชิญพระสุพรรณศรีบัวแฉก เชิญไปทอดที่บนโต๊ะทองข้างที่ประทับด้านขวา

 

ร้อยโท ฉัตรณรงค์ เรืองพุก เชิญพานพระขันหมากทองคำลงยาองค์ใหญ่เครื่องพร้อม เชิญไปทอดที่บนโต๊ะทองข้างที่ประทับด้านขวา, ร้อยเอก อภิชิต มุกข์โตเกียว เชิญพานพระโอสถไปทอดที่บนโต๊ะทองข้างที่ประทับด้านซ้าย ที่เหลือผู้เชิญนำไปมอบให้ พันโท สมชาย กาญจนมณี ที่พระที่นั่งองค์ตะวันออก เสร็จแล้วกลับมา เฝ้าฯ ที่ท้องพระโรงกลาง พันโท สมชาย กาญจนมณี นำพระแสงไปทอดที่บันไดแก้ว รับเครื่องทั้งหมดไปทอดไว้ที่โต๊ะบนชั้นลด รับแมวและไก่ขาว ให้เจ้าพนักงานอุ้มเชิญไว้ ผู้เชิญเทียนส่งเทียนให้เจ้าพนักงานแล้วไปรวมเฝ้าฯ ที่ท้องพระโรงกลาง

 

เครดิตภาพ : สำนักพระราชวัง 

พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง นายเจริญศักดิ์ คารีขันธ์ นายมนัส เสือเปลี่ยว ลาดพระที่เสร็จแล้ว พันโท สมชาย กาญจนมณี เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลเชิญเสด็จ ถอดเครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียรไว้ที่โต๊ะบนพระแท่นลด และทอดขันทองคำพร้อมพานรอง มีดอกพิกุลทอง พิกุลเงิน บนพระแท่นลด เสด็จเข้าห้องพระบรรทม ประทับบนพระแท่นลด

พันโท สมชาย กาญจนมณี ทูลเกล้าฯ ถวายพระแส้ขนหางช้างเผือก, นายเจริญศักดิ์ คารีขันธ์ ทูลเกล้าฯ ถวายจั่นหมากทองคำ, นายมนัส เสือเปลี่ยว ทูลเกล้าฯ ถวายกุญแจทอง ทรงรับแล้ววางไว้ปลายพระที่บนพระแท่นราชบรรจถรณ์ เสด็จขึ้นพระแท่นราชบรรจถรณ์ ทรงเอนพระองค์ลงบรรทมโดยเบื้องขวาลงสู่พระที่  ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร และดุริยางค์ เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว เสด็จลงประทับบนพระแท่นลด เสร็จการพระราชพิธี เสด็จฯ ประทับพักพระราชอิริยาบถ ณ ห้องกลาง ทิศตะวันออก พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน 

ในคืนวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประทับแรม ในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน

 

เครดิตภาพ : สำนักพระราชวัง 

ในพระราชพิธีมีเครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียร และเครื่องราชูปโภค หรือเครื่องใช้ของพระมหากษัตริย์ อาทิ วิฬาร์ หรือแมว มีความหมายถึง การอยู่บ้านใหม่เป็นปกติสุขไม่โยกย้าย ,ศิลาบด หรือหินบดยา หมายถึง ความหนักแน่น หรือความไม่มีโรค ,พันธุ์พืชมงคล หมายถึงการงอกเงย ,ฟักเขียว หมายถึง การอยู่เย็นเป็นสุข ,กุญแจทอง หมายถึง กรรมสิทธ์ความเป็นเจ้าของบ้าน และจั่นหมากทอง หมายถึง ความมั่งคั่ง 

ทั้งนี้ในการพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะบรรทมเหนือพระแท่นราชบรรจถรณ์ พระแท่นที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประดิษฐานภายในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานองค์ตะวันออก สำหรับเป็นพระแท่นบรรทมเฉพาะพระมหากษัตริย์

เครดิตภาพ : สำนักพระราชวัง
http://www.phralan.in.th

#พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช๒๕๖๒



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน