*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2797
  • จำนวนผู้ชม : 5191933
  • จำนวนผู้โหวต : 4971
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4971 คน
coffee

coffee

View All
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันอังคาร ที่ 2 กรกฎาคม 2562
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 394 , 19:36:36 น.  
หมวด : ตำรวจ-อาชญกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

 

TIJ จับมือ 5 องค์กรพันธมิตร เชื่อมองค์ความรู้พัฒนาจริยธรรมและจิตวิทยาพิทักษ์สิทธิเด็ก

 

ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กเป็นปัญหาที่สังคมระหว่างประเทศ อาเซียน และประเทศไทยตระหนักดีว่ามีความซับซ้อนและทวีความรุนแรง รายงานขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ในปี พ.ศ. 2559 ระบุว่า โดยเฉลี่ยทั่วโลกแล้ว ในเด็ก 10 คน อาจมีถึง 6 คน ที่เคยผ่านประสบการณ์ความรุนแรงทางกายภาพ ซึ่งรวมถึงความรุนแรงจากการถูกทำโทษที่รุนแรงเกินสมควรจากครูหรือผู้ปกครอง และมีเด็กหญิงถึง 1 ใน 10 คน ที่อาจเคยถูกกระทำความรุนแรงทางเพศ  นอกจากนี้ ข้อมูลในรายงานวิจัยเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ของ TIJ และ UNODC พบว่ายังมีเด็กจำนวนมากจากประเทศกัมพูชา ประเทศลาว และประเทศพม่า ถูกนำมายังประเทศไทยเพื่อจุดประสงค์ในการค้ามนุษย์ ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบการแสวงประโยชน์ทางเพศ อีกทั้งยังมีรายงานการละเมิดทางเพศต่อเด็กบนโลกออนไลน์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ

“ความรุนแรงต่อเด็กไม่เพียงส่งผลกระทบในเชิงลบต่อตัวเด็กเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม และประเทศ เป็นการทำลายการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ” เอกอัครราชทูต อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวโดยอ้างอิงรายงานของ UNICEF ระบุว่า “ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ภูมิภาคเอเชียเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกสูญเสียไปเนื่องจากความรุนแรงต่อเด็กมีจำนวนถึง 209 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เทียบเป็นเงินถึง 6.43 ล้านล้านบาทโดยประมาณ”

เด็กที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง การล่วงละเมิด การละเลย และการแสวงประโยชน์อาจจะได้รับผลกระทบเชิงลบในด้านพัฒนาการและการเจริญเติบโตไปตลอดชีวิต ทั้งในด้านความสามารถในการเรียนรู้ การปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การทำงาน และการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

ผู้บังคับใช้กฎหมายที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเด็ก โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่สอบปากคำทั้งเด็กในฐานะผู้เสียหาย พยานเด็ก และผู้กระทำความผิดเด็ก จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่สำคัญในกระบวนการดังกล่าวเพราะนอกจากจะปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาและอำนวยความยุติธรรมแล้ว บุคคลดังกล่าวยังต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้าใจถึงสิทธิเด็ก และความละเอียดอ่อนต่างๆ หากผู้บังคับใช้กฎหมายขาดความเข้าใจทั้งในระดับจริยธรรมและจิตวิทยา เด็กที่ตกเป็นเหยื่ออาจต้องเผชิญกับการถูกละเมิดซ้ำซ้อนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ด้วยตระหนักถึงปัญหาสิทธิเด็กและการบังคับใช้กฎหมายกับเด็กในฐานะกลุ่มเปราะบางในกระบวนการยุติธรรมด้วยความเข้าใจและมีประสิทธิภาพ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) จึงจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “มาตรฐานจริยธรรมด้านสิทธิเด็กและการวิเคราะห์จิตวิทยาสำหรับผู้ใช้บังคับกฎหมาย” ขึ้น ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม 2562 เพื่อส่งเสริมบทบาทของเจ้าหน้าที่หรือผู้บังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก สร้างความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่และระบบการทำงานแบบ

สหวิชาชีพ และสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยการช่วยเหลือทางด้านเทคนิคและแนวปฏิบัติที่ดี ภายใต้กรอบแนวคิดของสิทธิเด็ก ให้เข้าใจถึงมาตรฐานจริยธรรมและมุมมองทางด้านจิตวิทยาของเด็กซึ่งเป็นผู้เสียหาย นอกจากนี้ TIJ ยังมุ่งหวังที่จะสร้างเครือข่ายผู้บังคับใช้กฎหมายเพื่อร่วมกับนานาประเทศในการยุติการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กอีกด้วย

การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ TIJ ได้ร่วมมือกับ 5 องค์กรพันธมิตร ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หน่วยปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหราชอาณาจักร (NCA) องค์การเพื่อยุติการค้าประเวณีเด็ก สื่อลามกเด็ก และการค้าเด็กเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ (ECPAT) มูลนิธิเอ-ทเวนตี้วัน (A21 Foundation) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านนโยบายสาธารณะและธรรมาภิบาลเยอรมัน-อุษาคเนย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CPG)

“ลำพังเพียงการปรับปรุงกฎหมาย ก็ไม่อาจรับรองให้เด็กมีความเชื่อมั่นต่อระบบยุติธรรมทางอาญาได้” เอกอัครราชทูต อดิศักดิ์ ชี้ว่าความรุนแรงต่อเด็กเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน “การแก้ไขปัญหาต้องกระทำควบคู่กันระหว่างการปรับปรุงกฎหมายและนโยบาย พร้อมกับการสร้างความเชี่ยวชาญและการเสริมศักยภาพของเจ้าหน้าที่ในระบบยุติธรรมทางอาญา อีกทั้งมีการทำงานแบบบูรณาการระหว่างระบบยุติธรรมทางอาญาและสหวิชาชีพ

มีการสนับสนุนโดยหน่วยงานทางวิชาการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพของระบบยุติธรรมทางอาญาและการป้องกันอาชญากรรม และจะต้องมีการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ”

เอกอัครราชทูต อดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า “ที่ผ่านมาประเทศไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยในปี พ.ศ. 2557 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ซึ่งในขณะนั้นทรงเป็นเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียนนา ได้ทรงมีบทบาทสำคัญในการร่างและนำเสนอยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติในการขจัดความรุนแรงต่อเด็กในสาขาการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (Model Strategies and Practical Measures on the Elimination of Violence against Children in the Field of Crime Prevention and Criminal Justice หรือ “ยุทธศาสตร์ต้นแบบฯ” ซึ่งเนื้อหาสาระสำคัญ คือ การกำหนดกลไกที่เป็นมิตรกับเด็กและส่งเสริมการคุ้มครอง ช่วยเหลือ และป้องกันเด็กที่เป็นผู้เสียหายและพยานไม่ให้ตกเป็นเหยื่อซ้ำสองเมื่อต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา”

TIJ ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อผลักดันและสนับสนุนเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เช่น การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดเด็กและมาตรการที่เหมาะสม การหารือระหว่างหน่วยงานไทยหรือการจัดประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต้นแบบฯ เชิงนโยบายให้สามารถนำมาแก้ปัญหาในสังคมไทยได้ การทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก (ASEAN Commission on the Promotion and Protection of the Rights of Women and Children—ACWC) รวมถึงการจับมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนการเสริมสร้างขีดความสามารถในการต่อต้านอาชญากรรมต่อเด็ก เป็นต้น

TIJ ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมองค์ความรู้จากองค์กรหลากหลายภาคส่วน หวังว่าผลจากความร่วมมือในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จะสามารถพัฒนาจนกลายเป็นหลักสูตร เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญสำหรับเจ้าหน้าที่และเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี อีกทั้งพัฒนาเป็นประมวลจริยธรรมสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในการช่วยเหลือคุ้มครองเด็กที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยต่อไป



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน