*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2806
  • จำนวนผู้ชม : 5200077
  • จำนวนผู้โหวต : 4972
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4972 คน
coffee

coffee

View All
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันพุธ ที่ 25 กันยายน 2562
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 240 , 00:37:41 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เนื่องจากวันนี้ วันที่ 24 กันยายน เป็น “วันมหิดล” เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย”  ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงทุ่มเทพระวรกาย   พระสติปัญญา และพระราชทานพระราชทรัพย์ ในการวางรากฐานพัฒนาการแพทย์และสาธารณสุขไทยให้เจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาศิริราชให้เจริญก้าวหน้ามาถึงปัจจุบัน  อีกทั้งทรงช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง  โดยไม่เลือกยากดีมีจน ทรงอุทิศพระองค์เป็นแบบอย่างในการ “ให้”อย่างแท้จริง 

และในปี 2562 นี้เป็นวาระครบร้อยปีศาสตราจารย์นายแพทย์  เอลเล่อร์ จี.​เอลลิส​ มาทำงานในประเทศไทยครั้งแรก ซึ่งท่านได้ริเริ่มพิพิธภัณฑ์ในศิริราชและสร้างวิวัฒนาการ ก้าวไกล​ อาจารย์ เอลลิสสนใจ ในพยาธิวิทยาที่มุ่งเน้นเรื่องการห าสาเหตุวินิจฉัยและวิจัยโรคภัยไข้เจ็บ โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และทางห้องปฏิบัติการ  หลังจบการศึกษาได้เพียง 4 ปีท่านได้เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์พยาธิวิทยาและได้รับทุนไปทำวิจัยที่ประเทศเยอรมันเมืองและอังกฤษแล้วกลับมาเป็นผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการคลินิกของโรงพยาบาล เพนซิลวาเนีย ในปีพ.ศ 2460

ขณะที่ การแพทย์ที่บ้านเกิดเมืองนอนของอาจารย์เอลลิสเจริญก้าวหน้าอย่างมากทางด้านสยามยังคงล้าหลังศิริราชหรือราชแพทยาลัยโรงเรียนแพทย์แห่งเดียวของประเทศที่ก่อตั้งมาเกือบ 30 ปีแต่ยังไม่สามารถผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพได้อย่างเพียงพออีกทั้งยังประสบปัญหาความขาดแคลน ทั้งด้านสถานที่บุคลากรและด้านอื่นๆอยู่หลายประการพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นชัยนาทนเรนทร อธิบดีกรมมหาวิทยาลัยและผู้บัญชาการราชแพทยาลัยทรงทราบถึงปัญหาดังกล่าวจึงทรงขอให้มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ซึ่งสนับสนุนให้ตรงส่วนบุคคลไปช่วยในกิจกรรมต่างๆทั่วโลกช่วยจัดหาอาจารย์แพทย์เข้ามาปรับปรุงการสอนวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานเป็นอย่างมากนะเป็นจังหวะดีที่มูลนิธิได้ดำเนินการและดำเนินโครงการปราบปราม พยาธิปากขอที่ระบาดหนักในประเทศเขตร้อนอยู่ก่อนหน้านี้แล้วและได้เข้ามาสำรวจทางต่อตอนเหนือของสยามเมื่อพศ. 2461 เช่นกันมูลนิธิจึงตกลงให้ความช่วยเหลือตามคำร้อง​ ทว่ายุคนั้นเป็นช่วงของสงครามโลกครั้งที่ 1​ หลายประเทศก็ต้องการแพทย์สวนสยามนั้นได้แพทย์ที่สมัครใจมาเพียงแค่คนเดียวคือพญาทิพย์แพทย์​ คือ เเอลเล่อร์ จี.​เอลลิส​ นั่นเอง

 

พิพิธภัณฑ์ในศิริราชเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ส่งเสริมกระจานชาวต่างประเทศมาประจำแผนกวิชาต่างๆเพื่อสอนและวางรากฐานวิชาแพทย์ให้ได้มาตรฐานสากลในขณะนั้นทั้งตำราอุปกรณ์การเรียนและสื่อช่วยสอนล้วนขาดแคลนไปทั้งซิ่งอาจารย์แต่ละแผนกสรรหาวิธีผลิตสื่อช่วยสอนขึ้นมาเองเช่นคำชิ้นเนื้อใส่กล่องฝึกให้นักเรียนช่วยทำสไลด์และช่วยชำแหละชิ้นเนื้อรวบรวมสื่อการสอนเป็นปีปีเพื่อให้ได้เพียงพอสำหรับนักเรียน เมื่อมีจำนวนมากพอจึงจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับไว้สอนและเป็นแหล่งเรียนรู้ได้ตลอดเวลา

หนังสือ “ศิริราชพิมุขสถานบันทึก” ที่เล่าถึงความเป็นมาและเบื้องหลังการทำงานของพิพิธภัณฑ์ศิริราช ตั้งแต่แนวคิด การออกแบบ การคัดเลือกและการอนุรักษ์สิ่งแสดง กระบวนการต่าง ๆ ที่กว่าจะมาเป็นพิพิธภัณฑ์ศิริราช

รศ.พญ. ตุ้มทิพย์แสงรุจิ  หัวหน้าหน่วยพิพิธภัณฑ์ศิริราช

การเข้ามาบุกเบิกงานของอาจารย์แม้จะต้องพบเจอกับอุปสรรคอยู่บ้างแต่ก็มีช่วงเวลาที่ท่านประทับใจมากที่สุดนั่นคือโอกาสในการทำงานร่วมกับสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชกรมหลวงสงขลานครินทร์

หลังจากสิ้นสุดสัญญาศาสตราจารย์ชาวต่างประเทศกลับไปแล้วแต่อาจารย์จะเอาไทยก็ยังสานต่องานบ้านพิพิธภัณฑ์เพราะมีประโยชน์ต่อการเรียนการสอนมาก นอกจากพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาแพทยศาสตร์ที่เติบโตขึ้นแล้วพิพิธภัณฑ์เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์และรากเน่าของหน่วยงานและสถานที่นั้นๆก็ขยายตัวขึ้นเช่นกันทำให้ศิริราชพิพิธภัณฑ์ที่เป็นศูนย์รวมความรู้ด้านการแพทย์และประวัติศาสตร์มากถึง 19 แห่งทั้งที่ยังคงอยู่และปิดตัวลงไปแล้วอาทิ

พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส​ : พิพิธภัณฑ์การแพทย์แห่งแรกของประเทศไทยก่อตั้งเมื่อพ.ศ๒๔๖๖โดยอาจารย์​เอลลิส​ แต่เป็นเรื่องแน่เสียดาย เมื่อ ตึกรวมทั้งพิพิธภัณฑ์ ถูกระเบิดพังทั้งหลังในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2

ห้องมหิดลอดุลยเดช​: ห้องเอกสารและผลงานส่วนพระองค์ก่อตั้งเมื่อพ.ศ๒๕๐๖ โดยหอสมุดศิริราช เป็นสถานที่เก็บรวบรวมจัดแสดงเอกสารสิ่งพิมพ์สิ่งของส่วนพระองค์ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนกเช่นผลงานวิจัยสมุดบันทึกวิชาเรียนตำราแพทย์วารสารการแพทย์จดหมายส่วนพระองค์และอื่นๆรวมทั้งเอกสารหนังสือที่มีผู้จัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสสำคัญเกี่ยวกับสมเด็จพระบรมราชชนก อยู่ที่อาคารหอสมุดศิริราช

พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน​ :เป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและได้เสด็จทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์เป็นการส่วนพระองค์ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 เดิมเป็นที่ทำการของสถานีรถไฟธนบุรีประกอบด้วยอาคารอนุรักษ์ 4 หลังนะคะหลังที่ 1 และ 3 เป็นส่วนจัดแสดงส่วนหลังที่สองเป็นสำนักงาน หลังที่ 4 เป็นคลังพิพิธภัณฑ์มีเนื้อหาจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นเขตพระราชฐานพระราชวังบวรสถานพิมุขสถานีรถไฟสายใต้สายแรกของประเทศไทยการแพทย์และการสาธารณสุขของไทยและวิถีชุมชนชาวบางกอกน้อยมีศิลป์แสดงที่หลากหลายและเป็นสมบัติของชาติอาทิเรือไม้โบราณภาชนะครึ่งถ้วยผ่านป้อมพระราชวังหลังซึ่งเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่ขุดพบในพื้นที่ของสถานีรถไฟธนบุรีเดิม ศาสตราวุธแห่งราชสกุลที่สืบเชื้อสายจากกรมพระราชวังบวรสถานพิมุขสื่อการเรียนการสอนของแก้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียนแพทย์และอื่นๆจัดร่วมกับสื่อมัลติมิเดียที่ทันสมัย

พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน

เหรียญทอง ต่างๆ สำหรับแพทย์ที่สอบได้ที่1 ในอดีตที่ผ่านมา

ศ.นพ. อวย  เกตุสิงห์ ผู้คันคว้าหลักปฎิบัติการมีสุขภาพดี เรียกว่า ธรรมานามัย

ออกกำลังกายด้วยการเต้น เก้าตา

เรือโบราณที่ที่จัดแสดงที่อาคารนิวาสศิรินาเวศ

หลากหลายเรื่องราว  กว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ หาอ่านได้จาก หนังสือ “ศิริราชพิมุขสถานบันทึก” ที่เล่าถึงความเป็นมาและเบื้องหลังการทำงานของพิพิธภัณฑ์ศิริราช ตั้งแต่แนวคิด การออกแบบ การคัดเลือกและการอนุรักษ์สิ่งแสดง กระบวนการต่าง ๆ ที่กว่าจะมาเป็นพิพิธภัณฑ์ศิริราช รวมถึงปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขสำหรับผู้ทำงานพิพิธภัณฑ์ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักในงานพิพิธภัณฑ์และชอบเข้าชมพิพิธภัณฑ์  หนังสือเล่มนี้จะเล่าเรื่องที่คุณไม่เคยได้เห็น หรือได้อ่านในพิพิธภัณฑ์มาก่อน 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน