*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2819
  • จำนวนผู้ชม : 5215369
  • จำนวนผู้โหวต : 4975
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4975 คน
coffee

coffee

View All
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม 2562
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 377 , 13:30:52 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้


รองผู้ว่า ผู้บริหาร ถ่ายรูปร่วมกับตวแทนวิสาหกิจชุมชน และยุวมัคคุเทศก์

อินทัช ชูแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ต่อยอดความยั่งยืนด้วยนวัตกรรม การท่องเที่ยว และการพัฒนาธุรกิจชุมชน

                บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เดินหน้าต่อยอดพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจาในโครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช ภายใต้แนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” นำเสนอผ่านเอกลักษณ์ของท้องถิ่นทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยว โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ และเอกชนนำศักยภาพมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตร ส่งเสริมการท่องเที่ยว และการพัฒนาธุรกิจชุมชนช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

             

   นายเอนก  พนาอภิชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “อินทัช ดำเนินโครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช มาตั้งแต่ปี 2555 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจที่ดีให้กับชาวนาและชุมชน ตลอดระยะเวลา 8 ปีของการดำเนินโครงการฯ เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ ชาวนามีรายได้จากการขายข้าวเพิ่มขึ้น ต้นทุนการปลูกข้าวลดลงเฉลี่ยต่อไร่ 50% มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของชุมชน ด้านสังคม มีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง ยกระดับเป็นวิสาหกิจชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ผู้สนใจมาศึกษาดูงาน ด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศในแปลงนามีความสมดุลขึ้น ชาวนาปลูกข้าว กินข้าว และขายข้าวที่ปลอดภัย สำหรับชุมชนรอบวัดทิพย์สุคนธาราม ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ได้เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2559 สามารถรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจาที่มีความเข้มแข็งได้อย่างรวดเร็ว สามารถผลิตข้าวที่ปลอดภัย ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP จากข้าวกิโลละ 20 บาท เพิ่มมูลค่าเป็น 60 บาทในแบรนด์ “หอมกระเจา” รวมถึงได้ร่วมมือกับวัด โรงเรียน ชุมชนใกล้เคียง และหน่วยงานท้องถิ่น สร้างตลาดเกษตรโรงเรียนชาวนาเพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมและจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ จากชุมชน ช่วยสร้างงาน กระจายรายได้ให้กับกลุ่มมากขึ้น”

                “เนื่องจากห้วยกระเจาจะปลูกข้าวนาปี ฉะนั้นในช่วงนอกฤดูทำนา ทางกลุ่มวิสาหกิจจึงช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรที่จะสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดปี หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลความเป็นไปได้พบว่าหากนำ “การท่องเที่ยว” มาเชื่อมต่อกับฐานการทำงานเดิมจะช่วยกระจายรายได้ให้กับชุมชนในวงกว้างมากขึ้น เพราะชุมชนดอนแสลบ มีของดีหลายอย่างที่เป็นมนต์เสน่ห์ของท้องถิ่น เช่น อาหารการกิน ผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่น และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่จะเป็นจุดขายดึงนักท่องเที่ยวเข้ามายังชุมชนได้ ดังนั้น ในปีนี้ อินทัชจึงได้สนับสนุนและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรมตามวิถีห้วยกระเจา” เพื่อเชื่อมโยงคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้น โดยมีแนวทางการทำงาน 3 ด้าน 1) พัฒนาสินค้าเกษตรให้มีคุณค่าโดยใช้นวัตกรรมมาสร้างสินค้าใหม่ๆ  2) พัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน โดยจัดทำโปรแกรมท่องเที่ยวแบบ 1 วัน และ 2 วัน รวมถึงพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ให้เป็นยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยว  และ 3) สนับสนุนการจัดทำข้อมูลและการสืบค้นผ่าน QR Code การประชาสัมพันธ์พื้นที่ให้เป็นที่รู้จัก รวมถึงร่วมมือกับ Wongnai หนึ่งในสตาร์ทอัพของโครงการ InVent โดยอินทัช เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างทั้งในด้านสถานที่ท่องเที่ยว สินค้าพื้นถิ่น และด้านอื่นๆ”

 

เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา มนต์เสน่ห์เมืองร้อนแล้งแห่งกาญจนบุรี

                ห้วยกระเจา เป็นอำเภอหนึ่งในจ.กาญจนบุรี เป็นพื้นที่แห้งแล้งไม่มีคลองชลประทาน มีปริมาณน้ำฝนน้อยและฝนไม่ตกตามฤดูกาล แต่ในปัญหาดังกล่าวกลับพบว่าพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกในพื้นที่มีรสชาติดี ข้าวมีกลิ่นหอม เมล่อนมีรสหวาน เนื้อแน่น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นโอกาสจากปัญหาที่จะนำมาสร้างมูลค่าผ่านเรื่องเล่า “เที่ยว 3 ธรรม”

ธรรมที่ 1: ธรรมะ

  • เริ่มที่การสักการะพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ศูนย์รวมจิตใจของคนห้วยกระเจา เป็นพระพุทธรูปปางขอฝน ความสูง 32 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยันในประเทศอัฟกานิสถานที่ถูกระเบิดทำลายไป 
  • วัดทิพย์สุคนธาราม พระอุโบสถรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช และพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์องค์จำลอง ทางขึ้นพระอุโบสถมีบันไดพญานาคสีทองยาวไปจนถึงตัวอุโบสถอย่างงดงาม
  • วัดสระกระเบื้อง วัดโบราณเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น  ชื่นชมความงามกับโบสถ์มหาอุด และเจดีย์ทรงเครื่อง
  • วัดโบสถ์ โบราณสถานร้างอายุ 300 ปี ศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย ประกอบด้วยอุโบสถ 1 หลัง เจดีย์ประธานทรงระฆัง 1 องค์ และเจดีย์รายไม่น้อยกว่า 37 องค์ มีกำแพงแก้วล้อมรอบ
  • วัดบ้านพนมนาง โบสถ์เก่าอายุ 300 ปี สร้างด้วยหินวางเรียงรายซ้อนกัน ขนาบข้างด้วยกำแพงแก้วสูงตระหง่าน

 

วัดทิพย์สุคนธาราม

 

รองผู้ว่า และผู้บริหารถวายสังฆทานแด่เจ้าอาวาสวัดทิพย์สุคนธาราม

สื่อมวลชน ถวายสังฆทานแด่เจ้าอาวาสวัดทิพย์สุคนธาราม

 

วัดบ้านพนมนาง 

วัดสระกระเบื้อง

วัดสระกระเบื้อง

 

วัดโบสถ์

ธรรมที่ 2 : ธรรมชาติ

                ท้าทายคนชอบปีนเขากับการเดินไต่เขากว่า 1,500 ขั้นบันได เรียนรู้การทำภูเขาเปียก หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “เขาขวาง” หรือ “เขาฝาง” ตั้งอยู่บริเวณวัดทิพย์สุคนธารามในอดีตเป็นภูเขาหัวโล้นแห้งแล้งไม่สามารถสร้างประโยชน์กับวัดและชุมชนได้ ภายหลังการจัดสร้างพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ชาวดอนแสลบและหน่วยงานในพื้นที่จึงมีแนวคิดจัดทำระบบภูเขาเปียกอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นโดยน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” มาฟื้นฟูภูเขาให้กลับมามีสภาพสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารของคนในพื้นที่ เช่น ปลูกต้นไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่เสริม วางระบบกระจายน้ำบนภูเขาให้ทั่วถึง ติดตั้งระบบสูบน้ำขึ้นที่สูง และทำแนวป้องกันไฟป่า เป็นต้น  

 

ธรรมที่ 3 : วิถีวัฒนธรรม

                ห้วยกระเจามีวิถีวัฒนธรรมที่น่าเรียนรู้ ทั้งในเรื่องของการทำนาในพื้นที่แล้ง การปลูกเมล่อน อาหารพื้นถิ่น เช่น ไก่กระทอก แกงหน่อไม้ดองถั่วเขียว และน้ำพริกมะสัง เป็นต้น รวมถึงสามารถซื้อหาของฝากที่เป็นเอกลักษณ์ของห้วยกระเจาได้ที่ตลาดเกษตรโรงเรียนชาวนา วิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา เปิดขายทุกเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ศูนย์กลางจำหน่ายสินค้าจากเกษตรกรในชุมชนที่ปลอดภัยไร้สารเคมี ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค อาทิ ข้าวหอมกระเจา ข้าวปลอดสารเคมีที่ปลูกภายใต้การควบคุมมาตรฐาน GAP, เมล่อนรสดีที่ปลูกในโรงเรือนปิดควบคุมด้วยมาตรฐาน GAP, ผักและผลไม้ตามฤดูกาล และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเห็ด เช่น แหนมเห็ด ข้าวเกรียบเห็ด และโยเกิร์ตเห็ด เป็นต้น

ลูกมะสัง และส่วนประกอบที่นำมาทำ น้ำพริกมะสัง

                นอกจากนี้ ตลาดฯ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาดูงานของผู้สนใจ ต่อปีมีคนมาเที่ยวและดูงานกว่า 24,000 คน รวมถึงเป็นแหล่งฝึกอาชีพให้กับลูกหลานห้วยกระเจาได้เข้ามาค้าขาย โดยได้เชื่อมการทำงานกับโรงเรียนห้วยกระเจาพิทยาคม และโรงเรียนวัดบ้านพนมนางนำนักเรียนมาอบรมยุวมัคคุเทศก์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก

 

 

ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ Wongnai นำนวัตกรรมมาพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้าจากความรู้และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ร่วมมือกับสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำความรู้และงานวิจัยมาสร้างนวัตกรรม โดยนำข้าวหอมมะลิที่ปลูกในชุมชนมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจนออกมาเป็นสินค้าใหม่ที่เหมาะกับคนรักสุขภาพทั้งน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิที่มีกลิ่นเฉพาะตัว (Jasmin Rice Vinegar) และเครื่องดื่มน้ำส้มสายชูหมักผสมน้ำเมล่อน (Melon Vinegar Drink) ใช้ผลิตภัณฑ์ตั้งต้น คือ ข้าวหอมมะลิ และเมล่อนของชุมชนที่ไม่ได้ขนาดนำมาผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัยทำให้ได้เครื่องดื่มสุขภาพ ช่วยการทำงานของระบบลำไส้ ให้ความสดชื่นสำหรับผู้ที่เสียเหงื่อ และคนที่เล่นกีฬา

 เด็กๆ ภูมิใจนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชนปลอดสารเคมี

ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ขายในตลาดเกษตรโรงเรียนชาวนา 

ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ “ตลาดเกษตรโรงเรียนชาวนา วิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา” ผ่านช่องทางของ Wongnai

Wongnai ผู้พัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันรีวิวร้านอาหารและไลฟ์สไตล์อันดับหนึ่งของไทย หนึ่งในสตาร์ทอัพในโครงการ InVent เข้ามาช่วยประชาสัมพันธ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักทั้งในด้านสินค้า การท่องเที่ยว และด้านอื่นๆ

 

                นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Wongnai กล่าวว่า “ผมมองว่าห้วยกระเจามีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยมาสัมผัส ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ธรรมะ โบราณสถาน และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นที่เหมาะกับคนที่ต้องการพักผ่อนจิตใจให้นิ่งสงบ สำหรับความร่วมมือกับอินทัชในครั้งนี้ ผมมองว่าพวกเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันที่จะช่วยเหลือ และสนับสนุนชาวบ้านให้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งทาง Wongnai จะเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์โครงการทั้งในส่วนของพื้นที่ท่องเที่ยวผ่าน Wongnai Travel, นำข้าวหอมกระเจาและวัตถุดิบพื้นถิ่นของชุมชน เช่น มะสัง มาทำเป็นเมนูต่างๆ ใน Wongnai Cooking นอกจากนี้ ในเดือนมกราคม ปี 2020 เราจะนำข้าวหอมกระเจา พร้อมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของชุมชนไปออกบูธขายในงาน Wongnai Bangkok Food Festival 2020 ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้คนได้รู้จักห้วยกระเจามากขึ้น”

             

   ในส่วนของสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการกับอินทัชมาตั้งแต่เริ่มต้น นายพัฒชรกิตติ์ สนองชาติ รองประธานวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ตัวแทนของกลุ่มเปิดเผยความรู้สึกว่า “ตั้งแต่ที่อินทัชเข้ามาคุยกับเรา และเริ่มทำโครงการร่วมกัน ผมมองว่ามีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปไม่ว่าจะเป็นการรวมกลุ่มทำงานอย่างเข้มแข็งจนก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ขายข้าวได้ในราคาที่ดีขึ้น จากเดิมโรงสีจะเป็นคนกำหนดราคา แต่ปัจจุบันเราเป็นคนกำหนดราคาเอง มีตลาดเกษตรโรงเรียนชาวนาที่เป็นของพวกเราจริงๆ และในวันนี้มีความเปลี่ยนแปลงใหม่เกิดขึ้นกับชุมชนของเรา คือ อินทัช และหน่วยงานต่างๆ ทำให้เรามองเห็นโอกาสจากสิ่งที่ชุมชนมี และดึงคุณค่าออกมาเพื่อสร้างประโยชน์โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นสะพานเชื่อมให้คนเข้ามาในพื้นที่ของเราเพิ่มขึ้น เกิดการจับจ่ายใช้สอยที่ทำให้พวกเรามีรายได้กันทั่วหน้าไม่ใช่เฉพาะชาวนาที่เข้าร่วมโครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัชเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทุกคนในชุมชนที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวชุมชนร่วมกัน และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เราเก่งขึ้น เราค้าขายเป็น และเราเริ่มยืนหยัดได้ด้วยตนเอง ผมเชื่อว่าสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นจะถูกส่งต่อไปยังลูกหลานของเราต่อไป”  

อินทัชภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างคุณค่าให้สังคมโดยเชื่อมโยงนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้กับการดำเนินโครงการที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาไทยให้ดีขึ้นทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และนำไปสู่การพัฒนาอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน


 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน