*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2842
  • จำนวนผู้ชม : 5265002
  • จำนวนผู้โหวต : 4980
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4980 คน
coffee

coffee

View All
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม 2562
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 535 , 23:08:02 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน รักพงษ์ , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

วันพุธที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒เวลา ๐๙.๐๙ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม สักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน : พิพิธทศปฏิมาอารยศิลป์ เป็นปฐมฤกษ์ พร้อมด้วยนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารและข้าราชการ กรมศิลปากร ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พระพุทธสิหิงค์ ศิลปะสุโขไทย-ล้านนา

พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์  ตามตำนานพระพุทธสิหิงค์ได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นสิริยังพระนครหลวงโบราณของไทยทุกแห่ง  นับแต่กรุงสุโขทัย  เชียงใหม่  พระนครศรีอยุธยา ตราบเท่าถึงกรุงรัตนโกสินทร์  จึงสถิตเป็นมงคลแก่พระนครประจำ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล 

 

เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๓ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ได้จัดกิจกรรมพิเศษ สักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน : พิพิธทศปฏิมาอารยศิลป์ นำพระพุทธรูปมงคลโบราณ ออกให้ประชาชนกราบสักการบูชาในคราวเดียวกัน เพื่ออำนวยความสุขสวัสดิ์พิพัฒน์มงคล ในวาระแห่งการเริ่มต้นสู่ศักราชใหม่ โดยมีพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธปฏิมาสำคัญประจำพระราชวังบวรสถานมงคลที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งองค์หนึ่งของประเทศไทยเป็นประธาน พร้อมพระพุทธรูปพุทธศิลป์นานาประเทศ อีก ๙ องค์ ได้แก่

๑. พระพุทธรูปประทานอภัย ศิลปะอินเดีย แบบคันธาระ พุทธศตวรรษที่ ๖ – ๙

พระพุทธรูปปางประทานอภัยสลักจากศิลา แบบคันธาระนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบของสกุลช่างที่สร้างพระพุทธรูปในระยะแรกๆ ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศอินเดีย พระพักตร์มีลักษณะตามอุดมคติแบบกรีกและโรมัน ซึ่งเน้นความเสมือนจริงตามหลักกายวิภาค  ห้างบอมเบเบอร์ม่า  น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระพุทธรูปประทานอภัยองค์นี้เคยประดิษฐาน ณ มุขกลางของพลับพลาจตุรมุขด้านหลังพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ในงานนักขัตฤกษ์นมัสการพระพุทธชินราช ประจำปีรัตนโกสินทร์ศก ๑๒๒ (พุทธศักราช ๒๔๔๖) อีกด้วย

 

 ๒. พระอมิตาภพุทธเจ้า (พระอมิดะเนียวไร) ศิลปะญี่ปุ่น สมัยคามากุระ (พุทธศักราช ๑๗๒๘ – ๑๘๗๖)

พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชร บนฐานบัวคว่ำบัวหงาย แสดงธยานมุทราโดยนิ้วหัวแม่มือจดกับนิ้วชี้ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพระอมิตาภะแบบญี่ปุ่นที่แสดงถึงการชี้นำดวงวิญญาณสู่นิพพาน  พระองค์เป็นพระพุทธเจ้าที่พุทธศาสนิกชนชาวญี่ปุ่นนับถือมากที่สุดรองจากพระศากยมุนี  (พระชะกะเนียวไร)  ด้านหลังพระพุทธปฏิมาสลักอักษรคะตะคะนะกับฮิรางะนะเป็นภาษาญี่ปุ่นความว่า “อุทิศโดยคุณนิชิวากิ เคนจิ เขตโอจิยะ เมืองอีจิโกะ [ปัจจุบันคือ เมืองนีงาตะ] ปีเมจิที่ ๔๐ เดือน ๔ วันที่ ๗ (วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๐)”   กลีบบัวที่ฐานด้านหลังสลักอักษรโรมัน ภาษาอังกฤษว่า “K.NISHIWAKI THE DONOR” แปลว่า คุณเค. นิชิวากิ เป็นผู้ถวาย 

  ๓. พระพุทธรูปสมาธิ ศิลปะลังกา สมัยโปลนนารุวะ พุทธศตวรรษที่ ๑๘ – ๒๐

  พระพุทธรูปสมาธิองค์นี้  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานมาเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๔๖๙ เดิมได้มาจากเมืองเชียงราย   “สมัยโปลนนารุวะ” เป็นยุคทองของศิลปะลังกา  พระพุทธรูปในยุคนี้มีลักษณะพระพักตร์ที่สงบนิ่ง  มีพระรัศมีทรงเตี้ย พระอังสากว้าง พระอุระหนา พระพาหาใหญ่ และได้ให้อิทธิพลแก่พุทธศิลป์สมัยสุโขทัยของไทยด้วย 

 

๔. พระพุทธศากยมุนี (เซ็กเกียมอนี้ฮุด) ศิลปะจีน สมัยราชวงศ์หมิง (พุทธศักราช ๑๙๑๑ – ๒๑๘๗)

                           พระพุทธรูปปางมารวิชัย ครองจีวรห่มเฉียงเป็นริ้วธรรมชาติ เปิดพระอุระเบื้องขวาและมีจีวรคลุมพระอังสาและพระพาหาขวา พระพุทธปฏิมานี้ สันนิษฐานว่าเป็น พระศากยมุนีพุทธเจ้า ที่ชาวจีนเรียกว่า “เซ็กเกียมอนี้ฮุด” ปกติจะนิยมทำเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิ ทั้งขัดสมาธิราบและขัดสมาธิเพชร แต่องค์นี้มีลักษณะพิเศษคือ แสดงภูมิสปรศมุทรา ประทับนั่งบนสิงหาสนะ (บัลลังก์สิงห์) อันเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์ว่า ทรงเป็นสิงห์แห่งวงศ์ศากยะ

               

 ๕. พระพุทธรูปทรงเครื่องมารวิชัย ศิลปะพม่า สมัยนยองยาน พุทธศตวรรษที่ ๒๒ - ๒๓

                            พระพุทธรูปทรงเครื่องประทับขัดสมาธิเพชร (วัชราสนะ) แสดงปางมารวิชัย  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้มาเมื่อคราวเสด็จเลียบมณฑลฝ่ายเหนือ พุทธศักราช ๒๔๖๙ พระราชทานมาเมื่อ ๑๕ มีนาคม ๒๔๖๙  ตามเอกสารของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำหนดศิลปะพระพุทธรูปองค์นี้เป็น “ฝีมือช่างเชียงรุ้ง” โดยลักษณะพิเศษของพระพุทธรูปกลุ่มนี้คือ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ ทรงอุณหิศหรือเครื่องประดับพระเศียรที่มีแผ่นกระจังขนาดใหญ่และมีแถบผ้าที่เบื้องหลังของพระกรรณ ทรงกุณฑลขนาดใหญ่ และหากครองจีวรห่มเฉียงจะมีสังฆาฏิยาวจรดพระนาภีปลายสังฆาฏิตัดตรง

๖. พระพุทธรูปมารวิชัย ศิลปะลาว พุทธศตวรรษที่ ๒๒ – ๒๓

                           พระพุทธรูปประทับขัดสมาธิราบ แสดงปางมารวิชัย  กำหนดอายุในพุทธศตวรรษที่ ๒๒ – ๒๓  ช่วงเวลานี้อาณาจักรล้านช้างมีความเจริญรุ่งเรืองมีการสร้างพระพุทธรูปสำริดที่มีจารึกศักราชและผู้สร้างจำนวนมาก  สำหรับพุทธลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธรูปลาวที่ปรากฏ อาทิ  พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระโอษฐ์เล็ก แย้มมุมพระโอษฐ์เล็กน้อย มีร่องเหนือพระโอษฐ์ซึ่งเชื่อมต่อลงมาจากพระนาสิก  มีแนวเส้นไรพระศก  เม็ดพระศกแหลมเล็ก พระรัศมีเป็นเปลวขนาดใหญ่ ประทับบนฐานบัวคว่ำบัวหงายที่มุมฐานบัวตวัดขึ้น หรือที่เรียกว่า “บัวงอน”

 

๗. พระพุทธศากยมุนี ศิลปะเวียดนามเหนือ สมัยราชวงศ์หลีตอนปลาย พุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๔

  พระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิ  แสดงลักษณะเฉพาะของพุทธประติมาเวียดนามคือ ครองจีวรห่มคลุม ทิ้งชายลงจากบ่าทั้งสองข้างเท่ากัน แต่พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในช่วงเวลานี้จะเผยให้เห็นพระอุระ และขอบสบงชัดเจนอันเป็นอิทธิพลรูปแบบทางศิลปะจากราชวงศ์หมิงของจีน

๘. พระพุทธรูปมารวิชัย ศิลปะพม่า สมัยมัณฑะเลย์ ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕

พระพุทธรูปมารวิชัยสลักจากหินอ่อน พุทธลักษณะสำคัญที่แสดงถึงศิลปะพม่า แบบมัณฑะเลย์ คือ ที่พระพักตร์มีกระบังหน้า ทรงครองจีวรเป็นริ้วธรรมชาติ พระพุทธรูปห่มเฉียงบนพระอังสาซ้ายมีชายจีวรตกลงมายาวจนถึงพระนาภี ปลายจีวรเล่นลวดลายให้ชายผ้าทบไปมามากจนดูผิดธรรมชาติ  ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปรากฏหลักฐานการสั่งและนำเข้าพระพุทธรูป  หินอ่อนสีขาวจากพม่าด้วย ที่สำคัญคือ พระพุทธเทววิลาส พระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถ วัดเทพธิดาราม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้อัญเชิญมาจากพระบรมมหาราชวังเพื่อเป็นพระพุทธรูปประธานในพระอารามแห่งนี้  ก็เป็นพระพุทธรูปที่สลักด้วยหินอ่อนสีขาวโดยช่างพม่า

 

 ๙. พระพุทธรูปทรงเครื่องมารวิชัย ศิลปะช่างเมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๕

                            พระพุทธรูปทรงเครื่องมารวิชัย  เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์)  ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบองคนสุดท้าย ภายใต้พระราชอำนาจของราชอาณาจักรสยาม  สร้างถวายวัดหลวงปรีชากูล  อำเภอเมืองปราจีนบุรี  จังหวัดปราจีนบุรี  และได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดพระศรีมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร  ต่อมาพันตรีควง  อภัยวงศ์ มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พระพุทธสิหิงค์

 

พระพุทธสิหิงค์ ศิลปะสุโขไทย-ล้านนา สมัย  ศิลปะสุโขทัย-ล้านนา ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๑

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (วังหน้ารัชกาลที่ ๑) ทรงอัญเชิญมาจากเมืองเชียงใหม่เมื่อพุทธศักราช ๒๓๓๘  ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน