*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2862
  • จำนวนผู้ชม : 5285812
  • จำนวนผู้โหวต : 4986
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4986 คน
coffee

coffee

View All
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 691 , 14:05:08 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน เด็กเมืองบางกอก , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

Hundred Years Between BANGKOKDESIGNWEEK

 

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เดินทางตามรอยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ค้นหาร่องรอยแห่งกาลเวลาที่อาจยังถูกพิทักษ์รักษาในอ้อมกอดของธรรมชาติ อันเป็นเส้นทางเดียวกับเมื่อครั้งสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์ในช่วงปลายพระชนม์ชีพ

 

แก่นของนิทรรศการ

อะไรคือสิ่งที่เชื่อมโยงมนุษยชาติ?  ... ธรรมชาติ มี อิทธิพลต่อ มนุษย ชาติ  รูปแบบของ​นิทรรศการจึงออกแบบมาในรูปแบบของ ภาพถ่าย โดยท่านผู้หญิงสิริกิติยาเลือกใช้ภาพ landscape เพราะ แก่นของมันอยู่ที่ ธรรมชาติ ดังเช่น การที่ท่านผู้หญิงสิริกิติยาฯเดินทางไปประเทศนอร์เวย์ครั้งนี้ ท่านผู้หญิงสิริกิติยาฯ มีความรู้สึกว่า ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ห้อมล้อมเรา  การทำนิทรรศการ ครั้งนี้ก็อยากให้ผู้คนที่เข้ามาชมรู้สึกว่า เมื่อก้าวเข้ามาชม นิทรรศการนี้ แล้วรู้สึกว่า มีธรรมชาติ อันยิ่งใหญ่ ที่ห้อมล้อม เขาเป็นส่วนเล็กๆของนิทรรศการนี้ งานทั้งหมด จึงเป็นlandscapeขนาดใหญ่ เป็นรูปภาพ  ที่มีโทนสีออกเป็นเขียวเทาฟ้าเพื่อที่จะ ไม่ใช่แค่คุมอารมณ์ของเรื่อง​และไม่ใช่แค่เรื่องของความลึกลับน่ากลัว แต่ เป็นความรู้สึกของความสงบ และระมัดระวังในเรื่อง ราว (การตามรอยพระองค์ท่าน)​ไม่ให้หายไป

แม้การเสด็จประพาสนอร์เวย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและการเดินทางของท่านผู้หญิงสิริกิติยาจะเกิดขึ้นห่างกันเกินกว่าศตวรรษหากแต่ภูมิทัศน์ ความขรึมขลังลึกลับและทรงพลังพร้อมกับความงดงาม ยังคงเป็นประจักษ์พยานให้มนุษย์ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ยืนหยัดข้ามกาลเวลา และกระตุ้นให้ครุ่นคิดถึงการดำรงอยู่ของตนทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เปิดพื้นที่ประวัติศาสคร์ให้เป็นเวทีเชื่อมโยงให้ผู้คนในปัจจุบันได้สื่อสารเรื่องราวประวัติศาสตร์

การถ่ายทอดความรู้สึกผ่านภาพถ่าย และเครื่องมือที่ท่านผู้หญิงสิริกิติยาใช้ในการตามรอยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผ่านการออกแบบจัดนิทรรศการในอาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้ในแต่ละชั้น ทำให้แก่นของนิทรรศการ ถูกเชื่อมโยงความรู้สึกจากครั้งประวัติศาสตร์เมื่อร้อยกว่าปี ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงมีถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี พระราชธิดาเชื่อมโยงสู่ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา และผู้ชม โดยเฉพาะในชั้นที่3 จะโยงเข้าสู่เรื่องของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเป็นหลัก และมีภาพถ่ายของท่านผู้หญิงสิริกิติยาในการตามรอย ที่ท่านผู้หญิงสิริกิติยากล่าวว่าเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายทอดจากตัวตนของท่านผู้หญิงสิริกิติยาเอง จึงเหมือนกับว่า มีความเชื่อมโยงปฏิส้มพันธ์กันผ่านสถานที่แห่งนี้

 

แต่ละชั้นของอาคาร นิทรรศการ ถูกออกแบบ ทำให้เห็นความเชื่อมโยง​ ของแต่ละยุค

ธรรมชาติ นั้นมีความยิ่งใหญ่ เมื่อห้อมล้อมตัวเรา เราจะเป็นสิ่งที่เล็กมาก และเมื่อพูดถึงคำว่ามนุษย์ แม้จะเกิดเป็นสามัญชน หรือกษัตริย์ ก็ย่อมมีความรู้สึกมีความผูกพัน​ความรัก​ต่อครอบครัว ท่านผู้หญิงสิริกิติยาให้ความเห็นโดยสรุปว่า การเสด็จประพาสครั้งนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่งในทางประวัติศาสตร์ ท่านผู้หญิงสิริกิติยาได้ศึกษาค้นคว้าพระราชหัตถเลขาที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงมีถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี พระราชธิดา อย่างละเอียด รวมทั้งสำรวจตรวจสอบภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนออกเดินทางตามเส้นทางธรรมชาติ ชมภูมิทัศน์ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงร้อยเรียงเรื่องราวผ่านพระอักษร และภาพทรงถ่ายไว้อย่างดี

เรื่องราวแห่งความผูกพันไม่เคยผุพัง

แม้การเสด็จประพาสนอร์เวย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและการเดินทางของท่านผู้หญิงสิริกิติยาจะเกิดขึ้นห่างกันเกินกว่าศตวรรษหากแต่ภูมิทัศน์ ความขรึมขลังลึกลับและทรงพลังพร้อมกับความงดงาม ยังคงเป็นประจักษ์พยานให้มนุษย์ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ยืนหยัดข้ามกาลเวลา และกระตุ้นให้ครุ่นคิดถึงการดำรงอยู่ของตนทั้งในปัจจุบันและอนาคตกาล

เปิดพื้นที่ประวัติศาสคร์ให้เป็นเวทีเชื่อมโยงให้ผู้คนในปัจจุบันได้สื่อสารเรื่องราวประวัติศาสตร์

การถ่ายทอดความรู้สึกผ่านภาพถ่าย และเครื่องมือที่ท่านผู้หญิงสิริกิติยาใช้ในการตามรอยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผ่านการออกแบบจัดนิทรรศการในอาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้ในแต่ละชั้น ทำให้แก่นของนิทรรศการ ถูกเชื่อมโยงความรู้สึกจากครั้งประวัติศาสตร์เมื่อร้อยกว่าปี ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงมีถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี พระราชธิดาเชื่อมโยงสู่ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา และผู้ชม โดยเฉพาะในชั้นที่3 จะโยงเข้าสู่เรื่องของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเป็นหลัก และมีภาพถ่ายของท่านผู้หญิงสิริกิติยาในการตามรอย ที่ท่านผู้หญิงสิริกิติยากล่าวว่าเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายทอดจากตัวตนของท่านผู้หญิงสิริกิติยาเอง จึงเหมือนกับว่า มีความเชื่อมโยงปฏิส้มพันธ์กันระหว่างความรู้สึกของพระพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผ่านสถานที่แห่งนี้

เปิดเวทีของสามัญชนให้คนตัวเล็กตัวน้อย เข้าประชันในพื้นที่ประวัติศาสตร์

ด้วยความที่ท่านผู้หญิงสิริกิติยาต้องการให้นิทรรศการณสถานที่แห่งนี้ เปิดเผยโครงสร้างของสถานที่ ทำให้เห็น สิ่งที่เป็นร่องรอย ของช่วงรัชกาลที่ 5 และต่อมาก็ อยู่ในความครอบครองของตำรวจน้ำ ทำให้เห็น ความเปลี่ยนแปลง หากสังเกตุให้ดี พื้นที่ของอาคารถูกเปิด ให้เห็นอารมณ์ ของ ผู้คนในแต่ละช่วงของเวลา

 

นิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้จัดแสดง ณ อาคารหลังประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร คือ ศุลกสถาน ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามากว่า 136 ปี โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ creative economy Agency ในฐานะ เป็นผู้จัด งาน Bangkok Design Week  The Cloud​ Dtac และบริษัทยูซิตี้จำกัดมหาชน​ เพื่อฉลองวาระครบรอบ  115 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยนอร์เวย์ปี 2553 และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 ณโรงภาษีร้อยชักสามศุลกสถาน ซอยเจริญกรุง 36

 

 

 

Hundred Years Between

1 - 9 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 11.00 - 21.00 น. ณ ศุลกสถาน ซอยเจริญกรุง 36

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/02/2020 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

มีแผนจะบูรณะไหมครับ หากจะเก็บร่องรอยเก่าๆก็ต้องมีวิธีการซีนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน