*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2861
  • จำนวนผู้ชม : 5282781
  • จำนวนผู้โหวต : 4986
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4986 คน
coffee

coffee

View All
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2563
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 381 , 22:38:10 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , สุรศักดิ์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

 

เมื่อสมัยตอนเป็นสาวๆ ด้วยความที่เป็นคนที่ไม่ค่อยจะเหมือนสาวๆโดยทั่วไป ที่มักจะสนใจสะสมความสวยความงาม และสนใจแฟชั่น ว่างจากงานก็มักจะเดินท่อมๆแถว วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ ก็มักจะเห็นภาพแปลก มาขายกันเป็นชุดๆ จนมีโอกาสได้พบกับชายชราคนหนึ่ง ชื่อลุงจึง ซึ่งก็มักจะมาเดินที่ๆเดียวกัน (ในใจก็นึกว่า..โห..เราชอบพักผ่อนแบบคนแก่แฮะ!!)

 

ลุงจึง เล่าว่า ไอ้ภาพเล็กๆที่ ข้าพเจ้ากำลังสนใจน่ะ หากย้อนไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคแห่งเมืองสยามเปิดสู่โลกแห่งความศิวิไลซ์ ติดต่อกับฝรั่งประเทศนอก มีบุหรี่จากเมืองนอกเข้ามาขายในเมืองไทยหลายอย่าง จะบรรจุมาในกระป๋องที่ทำด้วยโลหะบ้าง ส่วน ผู้สูบมักจะเป็นฝรั่งที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยนี่แหละ หรือไม่ก็คนไทยที่เรียนจบจากเมืองนอก บุหรี่กระป๋องมีหลายยี่ห้อ ส่วนใหญ่มาจากประเทศอังกฤษและอเมริกา ส่วนบุหรี่ซิการ์มวนโตๆ บรรจุมาในกล่องไม้บางๆ ไม่ค่อยได้สูบกันทุกวัน จะสูบกันในโอกาสสำคัญๆเท่านั้น เพราะว่ามีราคาแพง ส่วนบุหรีเป็นซองๆ หรือบรรจุมาในซองกระดาษมักไม่ค่อยมี

 

คนไทยนิยมเรียกบุหรี่กระป๋อง หรือบุหรี่มวนเล็กว่า "ยากะแร๊ต" ซึ้งเพี้ยนมาจาก "ซิกาแร็ต" เพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับนักสูบบุหรี่ ในกระป๋องบุหรี่ทุกๆกระป๋องจึงมีการ์ดเล็กๆที่เป็นรูปภาพต่างๆที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก เพราะพิมพ์ด้วยความประณีต สวยงาม คงทน โดยทั่วไป รูปที่แถมมากับซิกาแร๊ตนี้จะมีขนาดยาวมาตรฐาน เพื่อบรรจุ ในแต่ละกระป๋อง เวลาเปิดฝาก็จะพบทันที เรียกเจ้ารูปสวยๆเล็กๆนี้ว่า "รูปยากะแร็ต"

  

ลุงจึงยังยกตัวอย่างผู้ผลิตบุหรี่ ที่ ข้าพเจ้าก็ไม่เคยคุ้นมาก่อน เช่น Allen and genter เป็นผู้ผลิตบุหรี่จากประเทศอังกฤษเริ่มออกรูปยากะแร๊ตชุดแรกๆ ในปี พ.ศ. 2418 เป็นเรื่องเกี่ยวกับราดานักแสดง, นักเล่นเบสบอล, หัวหน้าเผ่าอินเดียแดง และชุดนักมวย ต่อมาบริษัทผลิตบุหรี่อื่นๆ ได้ออกมาตามมา เช่น WD&HO Wills, Googwin&co. ในระหว่างปี พ.ศ. 2443-2450 ถือว่าเป็นยุคเฟื่องฟูของรูปยากะแร๊ต เพราะมีการพิมพ์ออกมาถึง 1,800 ชุด จาก 150 บริษัทผลิตบุหรี่

นอกจากนี้ พวกเด็กๆสมัยของลุงจึง ก็หลงใหลกับการ์ดเล็กๆนี้เอามากๆ ลุงจึงเองก็มักจะคอยไปประจบพวกผู้ใหญ่ที่ได้กระป๋องบุหรี่มาใหม่และกำลังจะเปิดกระป๋อง คอยต้อนหน้าต้อนหลังพวกผู้ใหญ่ เอาใจสารพัด เพื่อจะได้รูปยากะแร๊ตมาสะสมให้มากที่สุด หากบังเอิญผู้ใหญ่เจ้าของบุหรี่ไม่ใช่นักสะสม เด็กๆก็จะได้รูปยากะแร๊ตใหม่เอี่ยมแกะกล่องทีเดียว 

 

พวกเด็กๆชอบเอารูปยากะแร๊ตการ์ดมาเล่นเกมส์ "ร่อนรูป" เพื่อกิน(เอาชนะ)กันเอง หากใครร่อนเก่งจะได้ใบยาจากเพื่อนๆจำนวนมาก เป็นเกมส์ที่ต้องใช้เทคนิค คำนวณกระแสลม และความเป็นไปได้ที่จะร่อนรูปให้ไปปะทะกับตัวเป้าหมาย หรือเรียกว่า "แจะ" ใบที่ใช้ร่อนนี้จะป็นใบยาที่ยังใหม่ และเป็นใบนำโชค แต่การกินกันนั้น เด็กๆจะจ่ายใบเก่าที่สภาพแย่ๆไปก่อน ซึ่งมักเกิดปัญหาระหว่างการเล่นเกมส์ เพราะคนที่ชนะมักต้องการใบใหม่ๆ จนเกิดเถียงกันเสียงดังเสมอๆ เดือดร้อนผู้ใหญ่ต้องออกมาจัดการบ่อยๆ  รูปยากะแร๊ตนี้ถือว่าเป็นสิ่งล่อตาล่อใจของนักสะสมในสมันนั้นมาก ผู้ผลิตบุหรี่จะออกเป็นขุดๆ บางชุดมี 25 ใบ 30 ใบ บางชุดมี 50 ใบ หรือ 100 ใบ ลองคิดดูว่าถ้าต้องการสะสมให้ครบชุด 100 ใบ จะต้องเอามาจากกระป๋องกี่ร้อยใบจึงครบชุด เพราะแต่ละใบอาจออกมาซ้ำๆกันได้หลายกระป๋อง หรือบางใบในชุดนั้นก็หายากหาเย็นกว่าจะพบ เราพบว่าคนสมัยนั้นน่าจะติดบุหรี่กันมาก แค่นับรูปยากะแร๊ตไทยที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันน่าจะมีถึงเรือนหมื่นเรือนแสนทีเดียว

 

การสะสมรูปยากะแร๊ตให้ครบชุด ถือว่าสาหัสเอาการ นอกจากจะขอจากผู้ที่สูบบุหรี่นอก หรือเล่น "ร่อนรูป" กันแล้ว อีกวิธีหนึ่งคือไปแลกเปลี่ยนและหาซื้อตามงานวัด ซึ่งจะรับเฉพาะใบใหม่ๆเท่านั้น หากมีเงินมากก็ไม่ลำบากนัก เพราะในร้านที่ออกงานวัดเขาจัดเป็นชุดๆมาให้เรียบร้อย แถมสภาพใหม่เอี่ยม ไม่ผ่านการ "ร่อนรูป" มาเลย 

รูปยากะแร๊ตที่เข้ามาในเมืองไทยมีหลากหลาย เช่น ดารา รถแข่ง เรือรบ เรื่อเดินสมุทร เครื่องบิน นก ผีเสือ สัตว์ป่าต่างๆ ดอกไม้ สมัยนั้นชุดที่นิยมกันมากคือ ดาราภาพยนต์ฮอลีวู๊ด หลังรูปเหล่านี้จะมีชื่อยี่ห้อบุรี่ ลำดับที่ อธิบายภาพเป็นภาษาอังกฤษ เด็กๆชอบให้ผู้ใหญ่แปลให้ฟัง นับว่าเป็นแหล่งการเรียนรู้อย่างหนึ่งที่หาได้ในสมัยนั้น 

 

เมื่อปล่อยให้เหล่านักสะสมลำบากลำบนในการหามาให้ครบชุดแล้ว ทางผู้ผลิตบุหรี่ยังหารายได้ด้วยการพิมพ์รูปยากะแร็ตออกเป็นชุดๆแลย แต่ปะติดกับสมุดสะสม ลอกออกไม่ได้ ผู้เขียนเข้าใจว่าของสะสมที่ได้มาง่ายๆ เช่นนี้ จึงไม่มีเสน่ห์ในการสะสม ไม่ค่อยเป็นที่นิยม และข้อด้อยก็คือลอกออกมาจับต้อง หรือดูด้านหลังไม่ได้ 

 

 

นอกจากรูปที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับเมืองนอกแล้ว ยังมีบุหรี่ตราฆ้อน ตรานกอินทรีย์ บรรจุซองกระดาษแข็งของไทย มีแถมซิกาแร๊ตการ์ดเล่าเรื่องของไทย ได้แก่ ภาพชุดรามเกียรติ์ อักษรไทยตั้งแต่ ก-ฮ การแต่งกายไทย อาชีพของคนไทย ภาพภาษิตต่างๆ เป็นต้น ซึ่งวาดและออกแบบโดยคนไทย ซึ่งความสวยงามไม่แพ้ชุดเล่าเรื่องของฝรั่งเลย

 

การสะสมซิกาแร็ตการ์ด ยังเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในตลาดการสะสมของประเทศอังกฤษ ปัจจุบันกลายเป็นของหายาก นักสะสมในเมืองไทยมีน้อยมาก มักนิยมรูปที่เกี่ยวกับประเทศเราเช่น รามเกียรต์ ธงชาติไทย การแต่งกายของขุนนางในราชสำนัก ขุนช้างขุนแผน ลูกเสือ เป็นต้น

 

สิ่งที่น่าสนใจยังมีเรื่องกลเม็ดการเล่นซึ่งนักเล่นมักมีรูปใบเก่งประจำตัว อาศัยการลงเทียนไขเป็นมัน คาดว่าจะช่วยให้รูปยากาแร็ตลื่นและแข็ง ดีด ทอย หรือร่อนได้น้ำหนักดี ถ้ามองแง่ดี การร่อนรูปช่วยให้เด็กสมัยนั้นออกกำลัง หัดใช้สมาธิไปในตัว แต่ถ้าถึงขั้นหมกมุ่นหรือทะเลาะวิวาทกันก็ไม่ดีนัก ซึ่งคุณเฉลิมศักดิ์ เล่าว่า ไม่ค่อยพบเห็นทะเลาะวิวาทเตะต่อยกัน

 

 

 

เมื่อถึงจุดหนึ่ง ความนิยมในรูปยากาแร็ตเริ่มลดลง ข้าพเจ้าเคยได้พบคุณเฉลิมศักดิ์  รามโกมุท นักเก็บรูปที่มีรูปยากาแร็ตหลายพันรูปเมื่อยี่สบกว่าปีก่อน ท่านเล่าว่า “การเล่นร่อนรูปเริ่มจางหายไปเมื่อราวพ.ศ. 2482-2483 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 หน่อยหนึ่งเพราะตอนนั้นรูปไม่ค่อยมีแล้ว โรงงานไม่ทำ รูปยาก็เลยไม่ค่อยมีเล่น” 






การสะสมทีละใบให้ครบชุดนั้น ในปัจุบันเหลือนักสะสมประเภทนี้นับตัวได้ ส่วนใหญ่เอาง่ายเข้าว่า ซื้อมาทั้งชุดกันเลย มีให้ประมูลทางอินเตอร์เน็ตเหลือคณานับ ซึ่งชุดที่ประมูลทางอินเตอร์เน็ทส่วนใหญ่จะเป็นคนละพวกกับชุดที่เคยเข้ามาในเมืองไทย บางชุดถูกมากๆ จนถึงราคาแพงหลายหมื่นบาท ชุดของไทยก็ติดอันดับชุดที่มีราคาสูงกับเขาด้วย 

 

 


มื่อมาถึงยุค สมัยนี้ การละเล่นหรือของเล่นของคนสมัยใหม่กลายเป็นการใช้เทคโนโลยีในโลกเสมือนอันไร้พรหมแดน..

เรื่องง่ายๆจากการเล่นร่อนรูป สมัย ปู่ ย่าเรากลับกลายเป็นสิ่งที่คนในยุคสมัยนี้มีใช้ นั่นคือ twitter facebook ที่บรรดาคนยุตสื่อสมัยใหม่ใช้สื่อสารกันรวมไปถึงกลายเป็นเครื่องมือบอกความรู้สึก  ไปจนถึงการเล่าเรื่องราว และเครื่องมือของนักการเมืองในการร่อนรูป เพื่อโฆษณาชวนเชื่อ  หรือข้อความขึ้นไปในอากาศ

ต่างเพียงแต่ว่า ปู่กับย่าเราคงขำกลิ้งหากรู้ว่าเด็กๆสมัยนี้ เล่นของเล่นแบบที่ท่านเคยเล่นมาก่อน และถือว่าเป็นสิ่งพิมพ์คลาสสิกที่ ไม่มีการพิมพ์แบบนี้อีกแล้ว 

 

การสร้างวัฒนธรรมเข้มแข็ง ผ่านความเพลิดเพลินจากการสะสม ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นของสูงค่า แต่อย่างใด

 

การสะสม สามารถช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมให้เข้มแข็งได้อย่างไร 

 

การสะสมของรัก หรือ ของที่ประทับใจของคนไทย นิยมกันมานานตั้งแต่ก่อนสมัยและหลังสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในยุคต้น จำกัดอยู่กับกษัตริย์และพระราชวงศ์ เช่นกรณีการสะสมของเก่าที่วังจันทรเกษม อยุธยา จนกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรก  

ในยุคแรก ชาวต่างประเทศ ก็จะเป็นกลุ่มนำในการสะสม ด้วยเพราะการเปลี่ยนแปลงความคิดจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมและการปกครอง การกระจายอำนาจมีมาก ทรัพย์สินกลายมาเป็นของสะสม เช่น เครื่องทอ เงิน รูปวาด รูปภาพ ของทางศาสนา ฯลฯ

 

การสะสมได้ช่วยเก็บหลายสิ่งในอดีต หรือที่เรียกว่า "ช่วยกันเก็บ" ประชาชนแต่ละคน มี ทัศนคติและความชื่นชอบแตกต่างกัน ความแตกต่างของคนได้สรางความหลากหลายในการสะสม และของที่สะสม ก็คือของรักของหวง ที่สามารถนำมาบอกว่าเล่าเหตุการณ์สำคัญ 3 แง่มุม

  

1. แง่มุมของของนั้นเอง ว่า มาจากไหน อะไร ซื้อที่ไหน ราคาเท่าไหร่ จีบคนขายไหม หลายคนมีเพื่อนจากการซื้อหรือหาของนั้นมาสะสม

 

2. เหตุการณ์สำคัญในช่วงเวลานั้นของเวลาที่เราได้มา และเวลาที่ของนั้นถูกใช้ในสังคม เช่น ตะเกียง ตะเกียงโรมัน

  

3. คุณค่าของมัน ในมุมของสังคมและวัฒนธรรมไทย ซึ่งวัตถุทุกอย่างล้วนมีอยู่ในตัวของมันเอง หลายคนคงรู้จัก ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา พลาสติค ที่นิยมในยี่ห้อ Ant จำได้แล้วใช้ไหมครับ มันมีกาโม่ มีมดแดง มีเกตเตอร์ มีหน้ากากเสือ มีหน้ากากสิงห์ คุณค่าของมัน คือ มันบอกความทรงจำใน "วัยเด็ก" ของเรา เรื่องราวมากมายทั้งที่อยากจำ และอยากลืม จะข้ามสะพานแห่งชีวิตกลับมา ด้วยเพียงของสะสมเหล่านี้ มันเป็น Landmark แห่งกาลเวลา  

 วัฒนธรรมไทยของเราเข้มแข็งอย่างไร เป็นสิ่งดี ๆ ที่เราจะหวนคิดถึงมันและนำสิ่งดี ๆ เหล่านั้นกลับมาเล่าให้ลูกหลานและคนรุ่นใหม่  ได้เห็นตัวอย่างและร่วมเดินทางกับไปสู่วัฒนธรรมไทย ในมุมมองที่ดีงาม

 


ท่านสะสมของสะสม อะไรบ้าง  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 15/03/2020 เวลา : 12.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "ผู้ป่วยโควิด-19 ระยะฟักตัว สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้โดยไม่ได้ไอจาม !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย   


คุณเฟิงสุ่ยสะสมไว้เยอะทีเดียว
ของเล่นสมัยคุณปู่ นับว่ามีคุณค่า
ทางจิตใจสูงยิ่งทีเดียว

ผมสะสมไว้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น
มีพระโอสถมวน แสตมป์ ฤชากร และ
เหรียญกษาปณ์ ไว้ว่างๆ จะเขียนลง
บ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/03/2020 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79


ทหารรุ่นสงครามโลกครั้งที่ 1 เขายืนยิงกันครับ ไม่ต้องหมอบ ไม่ต้องคลาน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน