*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2872
  • จำนวนผู้ชม : 5313540
  • จำนวนผู้โหวต : 4992
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4992 คน
coffee

coffee

View All
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2563
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 316 , 20:05:56 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สุรศักดิ์ , แม่หมี และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ถนนงามนามราชดำเนิน ปฐมนามถนนสายประชาธิปไตย..จากภาพเก่าและแสตมป์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยุคจอมพลป. ชม แสตมป์ชุดอากาศไปรษณีย์ ชุดที่ 3 ปี พ.ศ. 2485 - 2486แสตมป์ ภาพอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เก่าที่สุด

ภาพจากหนังสือ ไทยกู้เกียรติศักดิ์ เป็นหนังสือพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงวิชิตสมรรถการ(รัตน์ ยมะสมิต) วันที่ ๔ เมษายน ๒๔๘๔..ผ่าพิสูจน์ประวัติศาสตร์..จากไทยกู้เกียรติศักดิ์..จนถึงสองมุมมองต่างขั้วกลางสภาจากประวัติศาสตร์เรื่องเดียวกัน!!!! 

 

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกับถนนดินสอ โดยสร้างขึ้นในสมัยของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 หลังจากเจ็ดปีให้หลังจากที่มีเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยเป็นผลงานการออกแบบของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ซึ่งได้ออกแบบโดยการนำสถาปัตยกรรมแบบไทยมาผสมผสานเข้าด้วยกัน และควบคุมการก่อสร้างจนแล้วเสร็จโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย กลายเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามและสำคัญแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ทุกสิ่งที่ออกแบบนั้นล้วนมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ทั้งสิ้น โดยเริ่มจาก ปีกทั้ง สี่ด้าน แสดงถึงบุคคลในคณะราษฎร ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ พ่อค้า และประชาชน แต่ละปีกนั้นจะมีความสูงจากแท่นพื้น 24 เมตร หมายถึง วันที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ตรงกับวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ส่วนฐานของปีกทั้ง 4 ด้านจะมีรูปปั้นลายนูนสูง เน้นถึงเรื่องราวความเป็นมาของคณะราษฎร ตรงกลางเป็นสมุดไทยที่สื่อถึงรัฐธรรมนูญประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า ตัวอนุสาวรีย์มีความสูง 3 เมตร หนัก 3 ตัน หมายถึง เดือน 3 หรือ เดือนมิถุนายน นับตามแบบปฏิทินไทย ซึ่งตรงกับเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในสมัยนั้น นอกจากนั้นยังรวมหมายถึง อำนาจอธิปไตย ทั้ง 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้แก่ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ อีกด้วย( รายละเอียดอ่านและชมภาพต่อที่... ถ้วยกาแฟ บอกเส้นทางบนถนนประชาธิปไตย..ราชดำเนิน)

 

ภาพถ่ายเก่าของสาวๆในยุคนั้น ซึ่งเป็นเพื่อนๆและญาติของพ่อ  ฝีมือถ่ายของพ่อข้าพเจ้า อายุ เกือบ70ปีแล้วคงเป็นช่วงหลังจากพ.ศ. 2485

ณ ที่ตรงนี้ ยังถูกใช้เป็นหลักกิโลเมตรที่ 0 ของกรุงเทพมหานคร เป็นจุดเริ่มต้นนับระยะทางไปยัง จังหวัด อำเภอ หรือสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทยอีกด้วย

ถนนแห่งการประชันกันทางความคิด

ตลอดเวลาที่ผ่านมาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญของการชุมนุมทางการเมือง แสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอยู่หลายครั้ง อาทิ การชุมนุมของประชาชนและนักศึกษาใน เหตุการณ์ 14 ตุลา

การชุมนุมของประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553

การชุมนุมคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ พ.ศ. 2556 เป็นต้น

ทราบหรือไม่ เคยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เกือบถูกรื้อ

จากบทความ “การเมืองว่าด้วยอนุสาวรีย์พระปกเกล้าฯ กับแนวคิดกษัตริย์นักประชาธิปไตยหลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2494” โดย ศรัญญู เทพสงเคราะห์  นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับ ธันวาคม 2556

ซึ่งระบุว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้ประกาศในเดือนกรกฎาคม 2495 ว่า ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติจัดสร้างอนุสาวรีย์ให้กับ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่สี่แยกถนนราชดำเนินตัดกับถนนดินสอ ซึ่งก็ต้องรื้อถอนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยออก เพื่อก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ ขึ้นแทนที่

ที่น่าแปลกใจก็คือ คณะรัฐมนตรีที่เสนอให้มีการก่อสร้างอนุสาวรีย์ของรัชกาลที่ 7 เป็นคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่เพิ่งก่อรัฐประหารในปี พ.ศ. 2494 เพื่อลดบทบาทของกลุ่มอำนาจเก่าที่มีอิทธิพลมากขึ้นด้วยผลของรัฐธรรมนูญฉบับกษัตริย์นิยม พ.ศ. 2492 ซึ่งศรัญญูกล่าวว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ “เปิดโอกาสให้ฝ่ายนิยมเจ้าเข้ามามีบทบาทในวุฒิสภาและขัดขวางการทำงานของรัฐบาลอย่างสม่ำเสมอ

 

การก่อรัฐประหารในปี พ.ศ. 2494 คณะผู้ก่อการได้ประกาศให้นำรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2475 มาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับกษัตริย์นิยมโดยอ้างถึงความสำคัญทางแบบพิธีในฐานะที่รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2475 เป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 7

แนวคิดอันเป็นที่มาของการสร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ นั้น   ก็เพื่อลดกระแสต่อต้านจากราชสำนักหลังจากการรัฐประหาร พ.ศ. 2494 ที่นำรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2475 กลับมาใช้แทน” พร้อมกับสดุดีพระปกเกล้าฯ ในฐานะผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว

 

โดยแรกทีเดียวแผนโครงการต้องการให้สร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ บริเวณสนามหญ้าด้านหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมมุขตะวันออก แต่คณะกรรมการฯ มองว่า พื้นที่ดังกล่าวคับแคบไม่สะดวกแก่ประชาชนที่จะเข้าไปสักการะ พล.ต.บัญญัติ ประธานคณะกรรมการฯ จึงเสนอว่า

 

“ควรจะสร้างตรงอนุสสาวรีย์ประชาธิปตัยปัจจุบันนี้ เพราะเท่าที่เป็นอยู่ขณะนี้เป็นอนุสสาวรีย์ซึ่งเป็นของสิ่งหนึ่งคือรัฐธรรมนูญ ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน เหตุใดจึงไม่เอาพระบรมรูปของพระองค์ท่านตั้งแทน”

 

ด้านจอมพล ป. เมื่อได้ทราบว่าคณะกรรมการฯ ต้องการรื้ออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อสร้างอนุสาวรีย์พระปกเกล้า ก็มิได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน แต่เป็น พล.ต.ประยูร ภมรมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น และหนึ่งในสมาชิกแรกเริ่มของคณะราษฎรที่ทำหนังสือถึงจอมพล ป. ขอให้หาทำเลใหม่ในการจัดสร้างแทน แต่ก็ไม่เป็นผล

 

ทว่าโครงการประสบปัญหาขาดงบประมาณ แม้ฝ่ายราชสำนักจะพยายามผลักดันให้มีการสร้างอย่างเร่งด่วน แต่ กระทรวงการคลังที่พล.ต.ประยูร นั่งเก้าอี้เป็นรัฐมนตรีอยู่ด้วยนั้นไม่อาจจัดหาเงินมาได้ และเสนอให้ใช้งบในปี พ.ศ. 2496 แทน คณะกรรมการฯ จึงไปขอให้จอมพล ป. นำงบจากกองสลากมาใช้ แต่จอมพล ป. อ้างว่า เงินสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ใช้ไปหมดแล้ว

 

สุดท้าย  ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 ให้ระงับการจัดสร้างไว้ก่อนเนื่องจากติดขัดเรื่องงบประมาณ ซึ่งจอมพล ป. รับทราบ พร้อมแสดงความเห็นว่า “เมื่อยังไม่มีเงินก็ให้รอไปก่อน ส่วนการสร้างที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลางนั้น ดูจะไม่เหมาะสม”

โครงการก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ ได้เงียบหายไป จนกระทั่งถึงสมัยรัฐบาลของจอมพลถนอม กิตติขจร ในปี พ.ศ. 2512 ซึ่งมีการเสนอให้สร้างรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมกับให้สร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ ร่วมอยู่ด้วย แต่คณะรัฐมนตรีกลับมีมติให้รื้ออนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตามแนวทางเดิมอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ดี โครงการรื้อถอนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยของรัฐบาลถนอมก็มิได้เกิดขึ้น และเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ที่ประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาลถนอมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระปกเกล้าฯ ประสบผลสำเร็จ (แล้วเสร็จในปี 2523 หลังรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ อนุมัติในปี 2517) ซึ่งศรัญญูกล่าวว่า เป็นเพราะอุดมการณ์กษัตริย์ประชาธิปไตยของพระปกเกล้าคือพลังสำคัญในการโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการทหาร

แสตมป์ชุดอากาศไปรษณีย์ ชุดที่ 3 ปี พ.ศ. 2485 - 2486 พิมพ์ที่กรมแผนที่ทหารบก


คลิป ถนนงามนามราชดำเนิน ปฐมนามถนนสายประชาธิปไตย..จากภาพเก่าและแสตมป์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยุคจอมพลป. 

เครดิต:เสวนาวิชาการพระปกเกล้าศึกษา เรื่อง " 120 ปี ถนนงามนามราชดำเนิน" โดย ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีรศรี โพวาทอง

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ ห้องกระจก ชั้น 2 ลานกิจกรรม อาคารรำไพพรรณี พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

https://mgronline.com/travel/detail/9580000135732

https://www.silpa-mag.com/history/article_1937

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 03/05/2020 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "สุดยอดแห่งภาพดาราศาสตร์ ปี 2019 !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย   

ขอบคุณมากครับ คุณเฟิงสุ่ย ที่นำเสนอเรื่องราว
ถนนสายประชาธิปไตย นามว่า ถนนราชดำเนิน
และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมทั้งภาพเก่า
และแสตมป์ ล้วนมีคุณค่ายิ่งครับ

ถนนสายนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวในการทวงคืน
ประชาธิปไตยมาหลายครั้งหลายหนมากมาย

และเคยใช้ถนนราชดำเนิน สวนสนามทหาร ให้
ประชาชนชม มีทั้งทหารราบ และขบวนรถถัง
มากมาย ก็เข้าร่วมด้วย ผมเองก็เคยไปร่วมชม
อยู่ด้วยคนหนึ่ง เมื่อตอนเป็นเด็ก ตอนหลัง
กลัวถนนทรุดหรือเหตุใดไม่ทราบ จึงไม่จัด
อีกเลย

ความคิดเห็นที่ 3 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 03/05/2020 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องและภาพ อีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์

ความคิดเห็นที่ 2 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 03/05/2020 เวลา : 06.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

หวัดดีจ้า เฟิงสุ่ย คิดถึงจังเลย สบายดีนะคะ
ขอบคุณมากที่นำเรื่องราวการก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาเล่าต่อ..ได้รู้เรื่องมากมาย น่าอ่านมาก ..ได้รู้ที่มาของอนุสาวรีย์ การก่อสร้างแต่ละส่วนมีความหมายทั้งสิ้น ดีจังค่ะ..ที่ได้รู้
แหม..เล่นเอาตกใจเหมือนกันนะคะ หากต้องทุบทำลายอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไป..แต่เหมือนโชคดีนะ ที่ทำไม่สำเร็จ
มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเสียก่อนมากมาย ..ฮิๆ ยุค จอมพลป. ต้องขอบคุณท่านที่งบประมาณหมด
..มาถึงยุคจอมพลถนอม..ฮิๆ เจ้าหญิงเกิดแล้ว ทันเหตุการณ์พอดี แม้จะยังเด็กอยู่
..อ่านแล้ว รู้สึกรักอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย..มากขึ้นมาทันที..แม้ส่วนตัวจะไม่ใช่พวกใฝ่หาบ้าคลั่งประชาธิปไตยจนไม่สนใจเรื่องอื่น ฮิๆ

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 02/05/2020 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

บันทึกประวัติศาสตร์นี้ สำคัญมาก
ขอบคุณ ครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน