*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2930
  • จำนวนผู้ชม : 5437518
  • จำนวนผู้โหวต : 4999
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4999 คน
coffee

coffee

View All
<< พฤศจิกายน 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันศุกร์ ที่ 20 พฤศจิกายน 2563
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 249 , 14:48:15 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

รศ. นพ.ก้องเขต  เหรียญสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเปิดงาน


เสวนา จากกรุงสู่ชายแดนจากความท้าทายสู่ความร่วมมือเพื่อเผชิญ covid-19 ระลอก 2

เครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย (THOHUN) ร่วมกับบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผนึกกำลังพันธมิตร แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เดินหน้ามาตรการเชิงรุกทุกมิติ เตรียมพร้อมรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ หลังรัฐบาลเปิดประเทศเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ร่วมดำเนินโครงการ “ส่งต่อความช่วยเหลือด้วยสถานการณ์ COVID-19 ให้กับโรงพยาบาลและชุมชนในกลุ่มเสี่ยง” โดยส่งมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล หน้ากาก N95 และ   Face shield ราว 5,000 ชุด พร้อมผลิตสื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคอุบัติใหม่ COVID-19 และสาธิตเพื่อป้องกันตนเองของบุคลากรทางแพทย์ในโรงพยาบาลระดับภูมิภาค และอาสาสมัครสาธารณสุข รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานในชุมชนกลุ่มเสี่ยง 


ผศ ดร..แสงเดือน  มูลสม ผู้ประสานงานเครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย: วิเคราะห์บริบท ตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงานด่านนาคก่อนการมาของโควิด​19​ระลอก 2

 ผศ.ดร. แสงเดือน มูลสม ผู้ประสานงานเครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย (THOHUN)  กล่าวว่า “สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังคงเป็นปัญหาที่มีผลกระทบทางสุขภาพและเศรษฐกิจเป็นวงกว้างทั่วโลก ประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จสูงในการควบคุมและรับมือกับโรค COVID-19 ในระลอกที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม. และ อสส.) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่กระจายอยู่ในกรุงเทพมหานคร และชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศล้านคน บุคลากรทางแพทย์และอาสาสมัครเหล่านี้ ถือเป็นกำลังสำคัญด่านหน้า ที่ช่วยประเทศในการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังผู้ป่วยระดับชุมชน    จนได้รับยกย่องจากองค์กรอนามัยโลก ว่าประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้รวดเร็วและ มีประสิทธิภาพ เพราะจิตอาสาในการเอาใจใส่สอดส่องดูแลคนในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขเหล่านี้ 


จากการลงพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า อาสาสมัครสาธารณสุขเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากขาดความรู้ในการใช้ สวมใส่ และถอดทิ้งอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอย่างถูกต้องและครบถ้วน และยังขาดสื่อความรู้ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับบริบทการทำงานจริงในชุมชน  นอกจากนี้ อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อยังมีไม่เพียงพอสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทางการแพทย์ในโรงพยาบาลระดับภูมิภาคที่ให้การดูแลและรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 และเมื่อประเทศไทยจะเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว ทำให้มีการหลั่งไหลของผู้มาเยือนจากต่างชาติไปยังชุมชนทั่วประเทศ  จึงจำเป็นที่ทุกภาคควรมีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้น THOHUN และเครือข่ายพันธมิตร จึงได้จัดทำสื่อให้ความรู้เรื่องการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเองของอาสาสมัครสาธารณสุขที่ง่ายและเหมาะสมกับบริบทการทำงานของอาสาสมัครเหล่านี้ โดยจะเผยแพร่ไปทั่วประเทศ เพื่อผู้ปฏิบัติงานหน้าด่านเหล่านี้ ให้มีความพร้อมและปลอดภัยในการรับมือกับการระบาดระลอกต่อไปของ COVID-19”


ดร.นพ.นิรุตติ์ ประดับญาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า “โควิด-19 คือปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับวิถีชีวิต และสุขภาพอนามัยของมนุษยชาติ รวมถึงเศรษฐกิจในระดับโลก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตดังกล่าวไปได้ ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรับมือกับโรคโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดระลอกสองที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไฟเซอร์ ได้ใช้วิทยาศาสตร์และทรัพยากรความรู้ที่มีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก เมื่อเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ไฟเซอร์จึงทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะวิกฤตครั้งนี้ ทั้งการร่วมพัฒนาวัคซีนต้านโรค          โควิด-19 และการมอบความช่วยเหลืออื่นๆ ที่ทำได้อย่างเต็มความสามารถ โดยมั่นใจอย่างยิ่งว่าวิทยาศาสตร์จะสามารถเอาชนะวิกฤตในครั้งนี้ได้แน่นอน (‘Science Will Win’)

สำหรับมาตรการการช่วยเหลือในประเทศไทย ตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19 ระยะแรก มูลนิธิ ไฟเซอร์ ประเทศไทยได้บริจาคชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และหน้ากาก N95 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศผ่านโครงการของแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งนี้ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงส่งต่อความช่วยเหลือร่วมกับแพทยสมาคมฯ โดยการมอบเงินสนับสนุนการจัดซื้อชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลและหน้ากาก N95 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์บริเวณชายแดนซึ่งเป็นพื้นที่ในกลุ่มเสี่ยง และได้ร่วมมือกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย (THOHUN) และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในการพัฒนาสื่อการสอนเพื่ออบรมบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลท้องถิ่นให้สามารถรับมือการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกสองที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณแพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภาแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการสำนักงานแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “การรับมือจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ขณะนี้ถือว่าทำได้ในระดับที่ดีมาก เป็นผลมาจากการช่วยเหลือและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน รวมถึงกลุ่มแพทย์ในประเทศไทยมีความรู้ความสามารถ เรียกได้ว่าประเทศไทยสามารถเอาชนะโควิด-19 ได้ในระดับที่น่าพอใจ แต่ก็อย่าประมาทเพราะวัคซีนป้องกันโรคยังอยู่ระหว่างการดำเนินการค้นคว้าวิจัย ดังนั้นวัคซีนที่ดีที่สุดของบุคคลทั่วไปในตอนนี้คือ “การสวมหน้ากากอนามัย” และ “การเว้นระยะห่าง” ส่วนวัคซีนที่จะช่วยป้องกันชุมชนและประเทศให้พ้นจากวิกฤตนี้ คือการให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนปฏิบัติงานด่านหน้า ให้มีความพร้อม มีเกราะป้องกันที่ดี” 

 

 

พญ. ธนาวดี ตันติทวีวัฒน์ รองผู้อำนวยการ กองโรคติดต่อทั่วไปกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข:ถอดบทเรียน ระลอกแรก มีปัจจัยความสำเร็จสู่การยกระดับมาตรการ เชิงรุก ก่อนระลอกใหม่มาถึง

 

ดร.ศราวุธ ราชศรีเมือง  ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย :เสียงจากชายขอบ สถานการณ์จากชายแดนจากความเดือดร้อนสู่ความท้าทายและการเยียวยา

 

ดร. สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “นอกเหนือจากการเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่ม อสม. ที่เป็นด่านหน้าของชุมชนแล้ว มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังได้เล็งเห็นความสำคัญของชนกลุ่มน้อยและ  กลุ่มแรงงานอพยพที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ถูกจัดเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมที่ต้องเร่งได้รับการดูแลช่วยเหลือ และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อได้ตลอดเวลา เนื่องจากขาดอุปกรณ์ป้องกัน อีกทั้งยังขาดสิทธิ์ในการดูแลรักษาพยาบาลเหมือนคนทั่วไป ดังนั้นหากติดเชื้อจึงย่อมมีโอกาสแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้โดยง่าย โดยในระยะที่ผ่านมา ทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้เตรียมถุงยังชีพที่บรรจุสิ่งของดำรงชีวิตที่จำเป็นและอุปกรณ์ป้องกัน นำไปมอบให้เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า รวมทั้งวางแผนดำเนินการในระยะยาวเพื่อมอบความช่วยเหลืออื่นๆ ต่อไป”

 

การทำงานของ อสม.

สำหรับการดำเนินโครงการ “การส่งต่อความช่วยเหลือด้วยสถานการณ์ COVID-19 ให้กับโรงพยาบาลและชุมชนในกลุ่มเสี่ยง” ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง THOHUN  บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เป็นการส่งต่อความช่วยเหลือในทุกมิติ   มิติองค์ความรู้ ได้แก่ จัดให้มีการอบรม และการผลิตสื่อให้ความรู้ในรูปแบบ วิดีโอคลิป (VDO Clip) แก่บุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเนื้อหาของสื่อนี้จะมีความสอดคล้องกับบริบทการปฏิบัติงานจริงของประเทศไทย ตั้งแต่การประเมินว่าตนเองมีความใกล้ชิดผู้ป่วยมากน้อยเพียงใด หรือมีความเสี่ยงระดับใด เพื่อให้สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสม รวมถึงแนวทางการปฏิบัติในการสวม-ใส่-ถอด-ทำลาย อุปกรณ์ป้องกันที่ถูกต้อง ซึ่งมีความสำคัญในการช่วยป้องกันและลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสสู่ชุมชน โดยวิดีโอคลิปดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ thohun.org และเว็บไซต์ของเครือข่ายพันธมิตร และ มิติอุปกรณ์ป้องกันโรค  ได้มีการจัดหาและส่งมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) หน้ากาก N95 และ Face shield จำนวน 5,000 ชุด ผ่านแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สู่ 40 โรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และชุมชนในกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ รวมถึง มิติความช่วยเหลือเฉพาะหน้า ได้มีการจัดเตรียมถุงยังชีพที่บรรจุสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตและอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ มอบผ่านมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยฯ สู่ผู้ได้รับผลกระทบที่เป็นชนกลุ่มน้อยและกลุ่มแรงงานอพยพที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เริ่มต้น 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนตลาดไท จังหวัดปทุมธานี ชุมชนบางขุนเทียน กรุงเทพฯ และชุมชนห่างไกลความเจริญในพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดระนอง 

สำหรับผู้ที่ต้องการชมสื่อการเรียนรู้ของโครงการ “ส่งต่อความช่วยเหลือด้วยสถานการณ์ COVID-19 ให้กับโรงพยาบาลและชุมชนในกลุ่มเสี่ยง” สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ thohun.org และเฟซบุ๊กเพจ Thailand One Health University Network   

รายงานจาก ห้องโลตัส โรงแรมสยามแอ็ทสยามดีไซน์ กรุงเทพฯ 

    


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน