*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2927
  • จำนวนผู้ชม : 5432826
  • จำนวนผู้โหวต : 4998
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4998 คน
coffee

coffee

View All
<< มกราคม 2021 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันเสาร์ ที่ 2 มกราคม 2564
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 313 , 22:47:38 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ลิงเขียว , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

 

รัชกาลที่10ทรงพระราชทานพรปีใหม่ 2564..รวมภาพย้อนรอยที่มา ส.ค.ส.พระราชทาน บัตรภาพส.ค.สและปฎิทินหลวงทุกยุค

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 31 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานบัตรอวยพรปีใหม่ ประจำปีพุทธศักราช 2564 แก่ปวงชนชาวไทย ด้านหน้าของบัตรพระราชทานพรปีใหม่ มีตราประจำพระราชวงศ์จักรีอยู่กึ่งกลาง ด้านล่างเป็นตราพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และตราพระนามาภิไธย ส.ท.

 

เมื่อเปิดบัตรพระราชทานพร ด้านขวา มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ส่วนใต้พระบรมฉายาลักษณ์ระบุพระปรมาภิไธย “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และพระนามาภิไธย “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” ส่วนด้านซ้าย มีข้อความว่า “พระราชทานพรปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๔” พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย

1 มกราคม 2564 สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2564 โดย สมาชิกราชสกุล และราชนิกุล ลงนามถวายพระพรที่อาคารหน่วยข้าราชการในพระองค์ 904 ทิศตะวันตก ในส่วนขององคมนตรี นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และคณะทูตานุทูต ลงนามถวายพระพรที่อาคารหน่วยข้าราชการในพระองค์ 904 ทิศตะวันออก ขณะที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ข้าราชการระดับสูง นักการเมือง และบุคคลสำคัญ ลงนามถวายพระพร ณ ศาลาสหทัยสมาคม

ส่วนประชาชน  สำนักพระราชวังจัดเตรียมเต็นท์และโต๊ะสำหรับลงนามถวายพระพร ณ บริเวณสนามหญ้าด้านหน้าศาลาสหทัยสมาคม (ด้านทิศเหนือ) ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น. ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานปฏิทินหลวง พุทธศักราช 2564 แก่ผู้ที่มาลงนามถวายพระพรด้วย

 

ในอดีตวันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 4 ครั้งคือ ครั้งแรกถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง ตรงกับเดือนมกราคม ครั้งที่ 2 กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน

การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน 2 ครั้งนี้ ถือเอาทางจันทรคติเป็นหลัก ต่อมาได้ถือเอาทางสุริยคติแทน โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่อยู่ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทางราชการเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ไม่สู้จะมีการรื่นเริงอะไรมากนัก สมควรที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่

 

จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2477 ขึ้นในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก การจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่ได้เริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆมา และในปี พ.ศ.2479 ก็ได้มีการ จัดงานรื่นเริงปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด วันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์

ต่อมาได้มีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งมี หลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็น วันที่ 1 มกราคม โดยกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2484 เป็นวันขึ้นปีใหม่เป็นต้นไป ด้วยเหตุนี้ ทำให้ปี พ.ศ.2483 มีีเพียง 9 เดือนเท่านั้น 

 

ย้อนรอยตามหา ที่มาของ ส.ค.ส.พระราชทาน   ...อ่านลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง รวมส.ค.ส.พระราชทาน-พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในโอกาสวันขึ้นปีใหม่

 

  

ส.ค.ส.พระราชทานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2529

 

ในวันสิ้นปี (31 ธันวาคม) ของทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพร เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีโทรทัศน์ทุกสถานี นอกจากนี้ ยังทรงปลีกเวลาจากพระราชกรณียกิจ มาปรุแถบโทรพิมพ์ (เทเล็กซ์) พระราชทานพรปีใหม่ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท

 

ซึ่งเป็น ส.ค.ส.พระราชทานสำหรับปี 2530 โดยทรงใช้รหัสแทนพระองค์ว่า กส.9        เช่นเดียวกับที่ทรงใช้ติดต่อทางวิทยุสื่อสาร ทรงระบุท้ายโทรพิมพ์ว่า กส.9  ส.ค.ส.พระราชทาน ที่เป็นโทรพิมพ์เหล่านี้ เริ่มเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อปี พ.ศ. 2530 เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น จึงได้ทรงเริ่มต้นประดิษฐ์ ส.ค.ส.พระราชทาน ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์

 

เมื่อปี พ.ศ. 2531 โดยทรงพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ขาวดำ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โทรสาร(แฟกซ์)พระราชทาน  ไปยังหน่วยงานต่างๆ โดยข้อความใน ส.ค.ส.พระราชทาน แต่ละปีจะประมวลขึ้นจาก เหตุการณ์บ้านเมือง เพื่อสะท้อนให้เห็นปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ที่ประเทศไทยต้องประสบ ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา


 

ในปีต่อๆ มา หนังสือพิมพ์รายวันได้นำลงตีพิมพ์ในฉบับเช้าวันที่ 1 มกราคม เพื่อให้พสกนิกรได้ชื่นชมอย่างทั่วถึง

 

หมายเหตุ 

 

ในปี พ.ศ.2548 ไม่มี ส.ค.ส. พระราชทาน เนื่องจากเกิดเหตุการณ์คลื่นสึนามิ

 

เนื่องจากแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ.2547 ซึ่งนายขวัญแก้ว วัชโรทัย ขณะนั้นเป็นประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

เนื่องในวโรกาสที่พระองค์จะพระราชทานพระราชดำรัสเนื่องในวันปีใหม่ ซึ่งหลังจากที่พระองค์พระราชทานเสร็จ

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตรัสว่า ปีใหม่ปีนี้ไม่มี ส.ค.ส.พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

เพราะพระองค์ทรงทำงานอย่างหนักในการให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวใต้ที่ได้รับความเดือดร้อน  นอกจากนี้พระองค์ยังทรงตรัสอีกว่า พระองค์ทรงรู้สึกปลื้มใจที่คนไทยไม่ทิ้งกัน  เวลาเดือดร้อนก็ช่วยเหลือกัน เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ซึ่งการที่คนไทยได้ช่วยเหลือกันครั้งนี้เหมือนเป็นหลักประกันให้พระองค์ว่า เมื่อไรที่พระองค์เดือดร้อนก็จะมีคนมาช่วย สิ่งที่ทุกคนทำผลบุญก็จะส่งให้กับผู้ที่ให้การช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนด้วย ซึ่งพระองค์ทรงตรัสว่า ทรงปลื้มใจคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือทุกคน ไม่รังเกียจว่าเป็นคนชนชาติไหน

 

 











๒๕๕๓ 

 

ส.ค.ส.ที่พระองค์พระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทยในปีนี้ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์แจ๊คเก็ตสีชมพูเข้ม ปักรูปคุณทองแดงที่ด้านซ้ายของพระอุระ ทับฉลองพระองค์ชั้นในสีขาว พระสนับเพลาสีกากี ฉลองพระบาทกีฬาสีเทาดำ ประทับบนพระเก้าอี้หวาย ที่ตั้งอยู่กลางสนามหญ้าและสวนดอกไม้ทรงฉายกับคุณทองแดงและคุณทองหลาง สุนัขทรงเลี้ยงที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างพระเก้าอี้ทั้งสองด้าน ใต้ภาพคุณทองแดงและคุณทองหลางมีชื่อกำกับอยู่ทั้งสองสุนัข

 

 

รวม ส.ค.ส. พระราชทาน จากเว็บไซต์กาญจนาภิเศก

 

เรื่องราวเกี่ยวกับส.ค.ส.และการส่งการ์ดอวยพรปีใหม่และปฏิทิน เมื่อย้อนไปถึงความเป็นมา คงต้องเริ่มจากการส่งบัตรอวยพรซึ่งเป็นวัฒนธรรมของต่างประเทศ เริ่มมีมากว่า 200 ปีแล้ว โดยแบบแรกๆจะเป็นบัตรเยี่ยม ซึ่งเริ่มมีใช้กันเมื่อราวกลางศตวรรษที่ 18 หรือ ประมาณปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา บัตรเยี่ยมนี้จะใช้เขียนข้อความเพื่อเยี่ยมเยียนกันมีขนาดเท่าไพ่ มีลวดลายประดับแบบคลาสลิก ซึ่งแสดงว่าเริ่มมี ส.ค.ส. เกิดขึ้นแล้วในราวช่วง 10 ปี หลังของ พศ. 2303 หรือ ก่อนไทยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 จนกระทั่งมีการใช้กันและพัฒนาตามกาลเวลามาถึงปัจจุบัน

 

นื่องจากการติดต่อ คมนาคม ประเทศไทยรับธรรมเนียมมาจากฝรั่ง เช่นเดียวกับการพิมพ์นามบัตร หรือพิมพ์การ์ดเชิญต่าง ๆ บัตรอวยพรที่เก่าแก่ที่สุด หรือแบบแรกที่สุด คือ บัตรอวยพรปีใหม่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นพระมหากษัตรย์ที่ติดต่อกับชาวตะวันตก และเรียนรู้ขนบธรรมเนียมตลอดจนวิชาการของชาติตะวันตกหลาย ๆ อย่าง การส่งบัตรอวยพรของพระองค์นั้นเริ่มขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานปรากฏที่แน่นอน แต่ได้มีสำเนาคำพระราชทานพรขึ้นปีใหม่ ( พศ. 2409 ) ของพระองค์ ซึ่งพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ปรากฎอยู่ใน น.ส.พ. The Bangkok Recorder ( เดอะบางกอก เรคคอร์ดเตอร์ ฉบับภาษาอังกฤษ ) ของหมอบรัดเลย์ แปลได้ความว่า ทรงขอส่งบัตรตีพิมพ์คำอวยพรถึงบรรดากงสุล เจ้าหน้าที่กงสุลชาติต่าง ๆ และชาวต่างประเทศที่ทรงคุ้นเคยโดยทั่วถึงกัน

 

ส.ค.ส. สยามใบแรก 

ส.ค.ส.แผ่นแรกของไทย พบหลักฐานว่ามีขึ้นใน พ.ศ. 2409 สมัยรัชกาลที่ 4 บนแผ่นการ์ดเป็นลายพระหัตถ์เขียนอวยพรที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทำขึ้นสำหรับพระราชทานคณะทูตานุทูต ข้าราชบริพาร และมิตรสหายชาวต่างประเทศ เนื่องในวาระวันขึ้นปีใหม่สากล เมื่อวันจันทร์ที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1866

 

บัตรอวยพรอันประเมินค่ามิได้อายุ 140 ปีแผ่นนี้ พบในร้าน Maggs Bros ร้านหนังสือเก่าแก่ ใจกลางกรุงลอนดอน ผู้ซื้อกลับมาสู่แผ่นดินมาตุภูมิ ก็คือ คุณธวัชชัย ตั้งศิริวานิช นักวิชาการอิสระผู้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สยามผ่านเอกสารของชาวตะวันตก เจ้าของผลงานเล่มล่าสุด "กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง" ส.ค.ส.เก่าแก่ที่สุดใบนี้ รัชกาลที่ 4 พระราชทานให้แก่ "กัปตันบุช" (ข้าราชบริพารชาวอังกฤษ เข้ามารับราชการสนองเบื้องพระยุคลบาทพระเจ้าแผ่นดินไทยถึงสองพระองค์ คือ ร.4-5)

 

จากงานเขียนของคุณเอนก นาวิมูล เกี่ยวกับประวัติการส่งบัตรอวยพรปีใหม่ หรือ ส.ค.ส.ของไทยสันนิษฐานว่าหลักฐานเก่าที่สุดที่พบเป็นบัตรพระราชทานพรปีใหม่ ที่ ร.4 ทรงพิมพ์และส่งไปยังกงสุล และมิตรสหายชาวต่างประเทศ ประเทศต่างๆ ลงวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1866 (พ.ศ. 2409) มีตราพระราชลัญจกร ร.4

 

นอกจาก ส.ค.ส.ฉบับแรกของสยาม ค.ศ. 1866 เอกสารเก่าที่ซื้อมาครั้งนี้ยังมี ส.ค.ส.ฉบับพิมพ์แผ่นแรกของสยาม ค.ศ. 1867 ทั้งสองฉบับอยู่ในสภาพดีอย่างแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีอายุร้อยกว่าปี ไม่ขาดชำรุด เปื่อยยุ่ย หรือปรุพรุน เช่นเอกสารโบราณส่วนใหญ่ คงเป็นเพราะที่อังกฤษนั้น สภาพภูมิอากาศและการดูแลรักษา เอื้ออำนวยให้เอกสารสำคัญนี้ยังคงสภาพสมบูรณ์

 

ส.ค.ส.ฉบับแรกของโลกนั้นเป็นความคิดของ เฮนรี โคล และออกแบบโดยจอห์น คาลคอตต์ ฮอร์สลี ชาวอังกฤษ พิมพ์ 1,000 ใบ จำหน่ายที่กรุงลอนดอนเมื่อ ค.ศ. 1843 (พ.ศ. 2386) ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

"การส่งบัตรอวยพรจึงเป็นธรรมเนียมตะวันตก เพราะฉะนั้นการส่ง ส.ค.ส.ของรัชกาลที่ 4 จึงมีนัยสื่อให้ตะวันตกเห็นว่า เมืองสยามไม่ได้ป่าเถื่อน ที่ฝรั่งจะใช้เป็นข้ออ้างมาครอบครองเราได้ เรารู้ธรรมเนียมอารยะที่ต้องส่งการ์ดกันทุกวันปีใหม่ แล้วถ้ามองทะลุผ่านลายพระหัตถ์ภาษาอังกฤษ 30-40 บรรทัดนี้ เราจะเห็นวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของพระองค์ท่าน นักประวัติศาสตร์หลายคนอาจมองในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ว่าเราเป็น 'รัฐกันชน' ระหว่างอินโดจีนกับพม่า แต่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่ทวีปเอเชียมีแค่ไทยกับญี่ปุ่นที่ไม่ตกเป็นอาณานิคม ถ้าเราไม่ได้พระเจ้าแผ่นดินที่ทรงพระปรีชาเช่น ร.4-5 ก็ไม่แน่ว่าการเป็นรัฐกันชนจะต้านจักรวรรดินิยมได้เพียงพอหรือเปล่า วันนี้เราอาจไปยืนเคารพธงชาติของคนอื่นก็เป็นได้"

  

ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นสมัยที่เกิดคำว่า ส.ค.ส. ซึ่งย่อมาจากคำว่า ส่งความสุขการส่ง ส.ค.ส. ในรัชสมัยนี้ นิยมส่งกันตั้งแต่ต้น ๆ รัชกาล ช่วงเวลาที่ส่งก็คือช่วงเดือนเมษายน เพราะเราเคยขึ้นปีใหม่ในเดือนนี้ ซึ่งแตกต่างกับฝรั่ง หลังจากนั้นไทยก็เริ่มขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคมตามแบบฝรั่งเมื่อ พศ. 2483 และการส่งการ์ดอวยพรก็ได้รับความนิยมกันและพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน 

 

นอกจากเรื่อง ส.ค.ส.แล้ว ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ก็คงต้องกล่าวถึง ปฏิทิน หรือ Calendar ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นคำที่ มาจากภาษาโรมันที่นำมาจากคำพูดของชาวกรีกโบราณ ว่า Kalend ซึ่งมีความหมายในภาษาอังกฤษว่า “ I cry ” สาเหตุที่ใช้คำนี้เพราะมีที่มาว่า ในสมัยโบราณจะมีคนคอยร้องบอกชาวเมือง เพื่อบอกกล่าวเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า รวมถึงประกาศวันขึ้นเดือนใหม่ เพื่อให้ลูกหนี้จ่ายเงินที่คั่งค้าง ครั้นต่อมาสังคมเริ่มสลับซับซ้อนมากขึ้น ปฏิทินจึงได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแทนคนร้องบอกข่าว ปฏิทินจึงนับว่าเป็นสิ่งบอกเวลา และกลายเป็นสิ่งสำคัญในวิถีชีวิตประจำวันไปในที่สุด ต่อมามนุษย์จึงได้ริเริ่มบันทึก วัน เวลา ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือที่เรียกกันว่า ปฏิทิน

ปัจจุบัน ปฏิทิน ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ปฏิทินยังคอยย้ำเตือนถึง วัน เวลาที่สำคัญต่างๆ เช่น วันเกิด วันหยุด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปฏิทินที่กำหนดวันสำคัญทางศาสนา ซึงจะต้องอาศัยการประกาศอย่างเป็นทางการ เช่น วันจาริกแสวงบุญของอิสลามิกชน เป็นต้น

 

ภาพโปสการ์ด ..ส.ค.ส.รูบแบบโปสการ์ด..ภาพสถานที่ และเหตุการณ์ต่างๆ

ภาพโปสการ์ด งานพระเมรุ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่6 เป็นภาพโปสการ์ดพิมพ์จากSaxony โดยที่ข้างหลังโปสการ์ดพิมพ์ข้อความว่า specially ordered by the rajawongse Stores,Bangkok(Siam) printed in Saxony กลายเป็นภาพสิ่งพิมพ์ที่บอกร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ไทย   อ่านลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง .. ประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทย..จากโปสการ์ดหายากสั่งพิมพ์จาก Saxony

 

 

 

ส.ค.ส. รูปแบบบัตรอวยพร

 

ระวัติปฏิทินไทย 

 

ปฏิทิน แปลว่า แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี สามารถเขียนได้เป็น ประติทิน (ภาษาสันสกฤต) หรือ ประฏิทิน (บาลีแผลง) ประดิทิน หรือ ประนินทิน ก็ได้ คำหลังนี้พบในหนังสือที่เขียนโดย หมอ บรัดเลย์ ในหนังสือ อักขราภิธานศรับท์ หน้า 412 และหนังสือ สยามไสมย หน้าโฆษณา ของ หมอ สมิท เป็นต้น แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี มีทั้งที่จารึกบนก้อนหิน หรือ ขีด เขียน และพิมพ์บนกระดาษ ซึ่งมีทั้งชนิดเป็นแผ่น ตั้งแต่ 112 แผ่น และชนิดพิมพ์เป็นเล่มแบบหนังสือปฏิทินชนิดเล่ม

 

การพิมพ์ปฏิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อ วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2385 (ปลายสมัย รัชกาล ที่ 3) ซึ่งสามารถตรวจสอบและค้นคว้าหาหลักฐานได้จาก ไมโครฟิล์ม หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ปี ค.ศ. 1870 ( พ.ศ. 2413 ) หน้า 5 ในหอสมุดแห่งชาติ หรือค้นคว้าได้จากหนังสือต้นฉบับ ที่หอสมุดดำรงราชานุภาพ ซึ่งหมอ บรัดเลย์ ได้เขียนไว้ว่า 14 First Calendar print in B. 1842 ” (ไม่บอกว่าใครเป็นผู้พิมพ์ แต่คาดหมายว่า คือ หมอ บรัดเลย์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ ผู้มีผลงานทางหนังสือมากมาย)

 

รัชกาลที่ 4 ทรง ฯ โปรดให้พิมพ์ปฏิทินภาษาไทย (ภายหลังจากที่ หมอบรัดเลย์ พิมพ์ปฏิทินชิ้นแรกในสยาม เมื่อ พ.ศ. 2385) เมื่อ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2404 ดังปรากฏหลักฐานใน หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ฉบับ ปี ค.ศ. 1862 ( พ.ศ. 2405) หน้า 108

 


 

 

ปฏิทินหลวง

1 มกราคม 2564  ประชาชนทุกหมู่เหล่าลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช มีเต็นท์และโต๊ะสำหรับลงนามถวายพระพร ณ บริเวณสนามหญ้าด้านหน้าศาลาสหทัยสมาคม (ด้านทิศเหนือ) ในพระบรมมหาราชวัง. ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานปฏิทินหลวง พุทธศักราช 2564 แก่ผู้ที่มาลงนามถวายพระพรด้วย

 ในสมัย รัชกาลที่ 5 ปฏิทินที่พิมพ์ในเมืองไทยได้แก่ ประนินทิน ซึ่งลงโฆษณาใน หนังสือสยามไสมย ของ หมอสมิท เขียนคำโฆษณาไว้ตอนหนึ่ง ว่า ประนินทินนี้ แจ้งให้รู้ถึงการอื่นเป็นอันมากอันควรคนทั้งปวงจะรู้ ถ้าไม่รู้เขาจะนินทาว่าคนโง่ แจ้งราคาขายไว้เล่มละ 4 บาท (ราคาในสมัยนั้น) ปัจจุบันยังหาประนินทินของหมอสมิทไม่พบ

 ฏิทินไดอารี่ เริ่มมีใช้ในเมืองไทยเมื่อใดยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน แต่ไดอารี่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างสูง คือ ไดอารี่ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเมื่อตีพิมพ์เผยแพร่มีชื่อเรียกว่า จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน

ฏิทินในสมัย รัชกาลที่ 6

ฏิทินในสมัย รัชกาลที่ 7

ฏิทินในสมัย รัชกาลที่ 6 ที่น่าสนใจได้แก่ปฏิทินพกเล่มเล็กๆ ที่พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์เป็นของชำร่วย สำหรับแจกพระราชทาน แก่ขุนนางที่ลงนามถวายพระพร ในวันขึ้นปีใหม่ ปฏิทินพกแบบนี้ยังมีแจกต่อมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งบุคคลธรรมดาก็สามารถไปลงนามถวายพระพรและรับปฏิทินหลวงได้

 

การพิมพ์ปฏิทินเล่มยังมีการจัดทำต่อมา จนกระทั่งถึงรัชกาลปัจจุบัน ปฏิทินเล่มยังมีรายละเอียดในเรื่องของ สภาพภูมิอากาศ เวลาน้ำขึ้น น้ำลง การเดินทางของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ และมีช่องว่างให้บันทึกเล็กน้อย ยังมีสมุดบันทึกอีกแบบหนึ่ง ซึ่งบอกรายละเอียดของ วัน เดือน ปี เรียงไปตามลำดับ และมีหน้าสำหรับจดบันทึกหมายเหตุรายวัน รวมถึงวันสำคัญ และวัน เวลา นัดหมาย ฯลฯ ที่เรียกว่า ไดอารี่ ” (Diary) หรือ สมุดบันทึกประจำวัน ก็สามารถอนุโลมให้เป็นปฏิทินได้ 

 

 

 

 

เพลงพรปีใหม่ ภาษาไทย

เพลงพระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่๙  "พรปีใหม่" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๓  

สวัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์
ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี

ข้าวิงวอนขอพรจากฟ้า ให้บรรดาปวงท่านสุขศรี
โปรดประทานพรโดยปรานี ให้ชาวไทยล้วนมีโชคชัย

ให้บรรดาปวงท่านสุขสันต์ ทุกวันทุกคืนชื่นชมให้สมฤทัย
ให้รุ่งเรืองในวันปีใหม่ ผองชาวไทยจงสวัสดี

ตลอดปีจงมีสุขใจ ตลอดไปนับแต่บัดนี้
ให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์ สวัสดีวันปีใหม่เทอญ

 

สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

  

 

อ้างอิง 

มณฑา สุขบูรณ์ “ เวลา … พันธนาการแห่งมนุษย์ ” THE EARTH 2000 2,22 ( 2539) 

ข้อมูลประวัติปฏิทิน จาก http://www.lib.ru.ac.th/journal/calendar.html  

ข้อมูลส.ค.ส.

http://iblog.siamhrm.com/ 

http://www.aoustation.com/forums/lofiversion/index.php/t23.html 

เพลงพระราชนิพนธ์ 

http://th.wikipedia.org/wiki/% 

ส.ค.ส.พระราชทานจากเว็บไซต์ huayphai.com

ในหลวงพระราชทานส.ค.ส.2554..รวมภาพส.ค.ส.บัตรภาพอวยพรทุกยุคตั้งแค่เริ่มมีในวันส่งท้ายปีเก่า

รวมสคส.พระราชทานแต่เริ่มมี กับ นิทรรศการ “ในหลวง...ในดวงใจราษฎร์” ตอน “พรภูมิพล” 

 สมุดภาพไทยใหม่ สมุดภาพในดวงใจของปวงชนชาวไทย เราจะทำให้มากกว่าใส่เสื้อเหลือง.......(โอเครวมใจภักดิ์ เทิดพระเกียรติพ่อหลวง)     

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 03/01/2021 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

สวัสดีปีใหม่ค่ะ แม่หมี

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 03/01/2021 เวลา : 06.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน