*/
  • feng_shui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fengshuiok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 2972
  • จำนวนผู้ชม : 5645720
  • จำนวนผู้โหวต : 5019
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5019 คน
coffee

coffee

View All
<< กันยายน 2021 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณกังวลเรื่องใดมากที่สุด
การเมือง
46 คน
การเงิน
64 คน
การงาน
17 คน
ความรัก
6 คน
ลูกหลาน บริวาร
18 คน

  โหวต 151 คน
วันพุธ ที่ 29 กันยายน 2564
Posted by feng_shui , ผู้อ่าน : 474 , 21:38:21 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัว “โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน” ส่งต่อความช่วยเหลือคนด้อยโอกาสที่อยู่ห่างไกล

 29 กันยายน  2564 – มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สานต่อภารกิจแห่งการให้ เชิญคนไทยร่วมส่งต่อความช่วยเหลือให้กับโรงพยาบาลชุมชน เพื่อให้คนด้อยโอกาสที่อยู่ห่างไกลได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ผ่าน โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน

โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน ก่อตั้งโดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมกับ 4 โรงพยาบาลชุมชน ได้แก่ โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย จ.เลย โรงพยาบาลน้ำพอง และโรงพยาบาลอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ห่างไกล ผ่านการสนับสนุนโรงพยาบาลชุมชนในด้านทุนทรัพย์สำหรับการปรับปรุงอาคารสถานที่ จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ งบวิจัยสำหรับส่งเสริมการเรียนการสอนและการป้องกันสุขภาพ เช่น การรับมือการแพร่ระบาดของโควิด – 19 รวมถึงงบประมาณสำหรับการผลิตนักบริบาลชุมชนให้แก่ 23 โรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ* ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือชุมชนในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านสุขภาพ และการดำรงชีวิต ซึ่งโรงพยาบาลชุมชนเหล่านี้ไม่เพียงเป็นที่พึ่งของชุมชน แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรการแพทย์สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “โรงพยาบาลรามาธิบดีในฐานะโรงพยาบาลรัฐและโรงเรียนแพทย์ของประเทศ ตระหนักดีว่า “โรงพยาบาลชุมชน” มีศักยภาพในการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส อีกทั้งยังเป็นห้องเรียนนอกสถานที่ของนักศึกษาทางการแพทย์ และเป็นที่ทำงานของแพทย์ใช้ทุนหลังเรียนจบอีกด้วย ดังนั้นการสนับสนุนงานของโรงพยาบาลชุมชนในมิติต่าง ๆ นั้นจะช่วยทำให้ฟันเฟืองนี้เข้มแข็งขึ้น และหวังว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ให้เข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุนโรงพยาบาลชุมชนที่มีอยู่จำนวนมากทั่วประเทศต่อไปในอนาคต หากชุมชนแข็งแรง ก็จะช่วยสร้างรากฐานระบบสาธารณสุขไทยให้แข็งแรงยิ่งขึ้น”

 

ด้านนางสาวพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ เผยว่า “โครงการนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจเพราะครั้งนี้มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้ทำหน้าที่เป็นสะพานบุญเชื่อมน้ำใจของผู้ให้ไปช่วยเหลือผู้คนที่อยู่ห่างไกล ดังปณิธานที่ว่า #คำว่าให้ไม่สิ้นสุด เงินที่ท่านบริจาคให้โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชนไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือเรื่องการรักษาผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังช่วยครอบครัวให้เข็มแข็ง สร้างอาชีพให้ผู้พิการ สร้างความรู้เป็นเกราะป้องกันโรค และที่สำคัญช่วยให้โรงพยาบาลชุมชนมีความคล่องตัวในการดำเนินงานเพื่อเป็นที่พึ่งของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป”

  

ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน
ธนาคารกสิกรไทย   เลขที่ 879-2-00448-3

ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 026-3-05216-3

ธนาคารกรุงเทพ   เลขที่ 090-3-50015-5
บริจาคออนไลน์ www.ramafoundation.or.th สอบถามโทร 02-201-1111

โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน เปรียบเสมือนแรงผลักดันที่จะช่วยพัฒนาในชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยได้นำหนึ่งในเรื่องราวจริงของชีวิตผู้ป่วยที่ได้รับความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลชุมชนมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์สะท้อนให้เห็นถึงผลของการให้…ได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด พร้อมเชิญคนไทยร่วมบริจาค โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่คนในชุมชนชนที่อยู่ห่างไกลทั่วประเทศ

คำกล่าวเพิ่มเติมจากผู้บริหารโรงพยาบาลชุมชน 4 โรงพยาบาลต้นแบบ

 

“สร้าง” สุขภาพที่ดี จะได้ไม่ต้องมา “ซ่อม” ทีหลัง

นพ.อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น  หนึ่งในโรงพยาบาลต้นแบบการส่งเสริมระบบดูแลสุขภาพ กล่าวว่า “การสร้างบ้านให้ดีให้แข็งแรงไม่ต้องมาซ่อมทีหลัง สุขภาพก็เช่นกัน เพราะการซ่อมสุขภาพเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ จากงานวิจัยของโรงพยาบาลอุบลรัตน์พบว่า การเจ็บป่วยของประชาชน ร้อยละ 75 สามารถดูแลรักษาตัวเองที่บ้านและชุมชนได้ มีเพียงร้อยละ 25 ที่ต้องมาพบแพทย์ เมื่อเราไปสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและชุมชนในการดูแลรักษาพยาบาลที่บ้านและชุมชน จะทำให้โรงพยาบาลมีงานลดลง ทีมงานของโรงพยาบาลมีเวลาไปสร้างสุขภาพ ป้องกันโรค และสนับสนุนการแก้ปัญหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต ทำให้ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็งจนพึ่งตนเองได้ในระยะยาว และมีสุขภาพดีขึ้นทั้งทางกาย ทางใจ ทางสังคม และทางสติปัญญา ไม่ต้องซ่อมสุขภาพเสียจนคนไข้ล้นโรงพยาบาลดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”

 

“คนไม่ได้พิการ สิ่งแวดล้อมต่างหากที่พิการ”

นพ.ภักดี สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย จังหวัดเลย หนึ่งในโรงพยาบาลต้นแบบการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพผู้พิการ กล่าวว่า “โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย มีแนวคิดว่าคนพิการควรได้รับการดูแลและส่งเสริมความสามารถอย่างรอบด้าน เพื่อให้มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับ เพื่อให้มีอาชีพที่เป็นประโยชน์สร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ โดยผู้พิการก็คือคนปกติ โดยสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดคือโอกาส เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถกลับสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสามารถดำรงชีวิตประจำวันใกล้เคียงบุคคลปกติให้ได้มากที่สุด”

 

“ใจรักบริการ ทำงานใกล้ชิดชุมชนดุจญาติมิตร”

นพ.วิชัย อัศวภาคย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน้ำพอง  จังหวัดขอนแก่น หนึ่งในโรงพยาบาลต้นแบบที่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์เกิดจากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลน้ำพองจึงทดลองรูปแบบการพัฒนาคน โดยใช้โครงสร้างของพยาบาลชุมชน เพื่อชุมชน ของชุมชน โดยชุมชน ด้วยการจัดหาทุนส่งเสริมเพื่อเพิ่มกำลังสำคัญในการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง เช่น การส่งเสริมศักยภาพนักกายภาพบำบัด รวมถึงขยายหน่วยการรักษาที่สำคัญออกสู่พื้นที่ชุมชนมากขึ้น เช่น ศูนย์ตรวจผ่าตัดต้อกระจก ศูนย์ฟอกไต ควบคู่ไปกับงานเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคด้วยนักบริบาลชุมชนเพราะถ้าหากได้คนดีมีคุณภาพในปริมาณที่มากพอเข้ามาทำงาน ย่อมจะช่วยสนับสนุนระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ ต่อยอดให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีทั้งทางกาย ทางใจ ทางสังคม และทางปัญญา”

 

“ดูแลทุกคน ทุกเชื้อชาติด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพราะโรคภัยไม่เลือกเขตแดน”

นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก หนึ่งในโรงพยาบาลต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพประชาชนในพื้นที่ชายแดน กล่าวว่า “โรงพยาบาลอุ้มผางคือที่พึ่งของชาวบ้านยามเจ็บป่วยราว 73,000 กว่าชีวิตในแต่ละปี แต่ขณะเดียวกันมากกว่าครึ่งของประชาชนเหล่านั้นมีสถานะเป็นบุคคลไร้สัญชาติ เราจึงทำงานเชิงรุกเพื่อผลักดัน พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ครอบคลุมบุคคลไร้สัญชาติในประเทศไทย เพื่อให้ชาวบ้านเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพพร้อมแก้ไขปัญหาโรคติดต่อในพื้นที่เพื่อลดการแพร่กระจายเข้าสู่พื้นที่ในเขตเมือง รวมถึงยังส่งเสริมการดูแลปัญหาเชิงพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม”


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 feng_shui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 30/09/2021 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ขอปรบมือให้อาจารย์หมอทุกท่านค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน