*/
  • วัฒนวิช
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-10-12
  • จำนวนเรื่อง : 147
  • จำนวนผู้ชม : 247548
  • จำนวนผู้โหวต : 49
  • ส่ง msg :
  • โหวต 49 คน
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


สงกรานต์นี้คุณอยากรดน้ำขอพรผู้ใหญ่คนใดมากที่สุด
ทักษิณ ชินวัตร
4 คน
พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์
10 คน
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
6 คน
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
7 คน

  โหวต 27 คน
วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2552
Posted by วัฒนวิช , ผู้อ่าน : 1368 , 14:10:03 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อการค้าการลงทุนของต่างประเทศตามเมืองท่าชายฝั่งทะเลแสดงผลของมันออกมาในการกระตุ้นความเจริญ และเศรษฐกิจของจีน ตลอดจนเห็นภาพการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม  การสนับสนุนต่อนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจของเติ้งเสี่ยวผิงจึงเข้มแข็งเรื่อยๆ และมันได้สร้างความมั่นใจต่อเติ้งเสี่ยวผิงมากตามไปด้วย จากนั้นในช่วงทศวรรษ 1990 จีนจึงเปิดประเทศรับการค้าและการลงทุนมากตามลำดับ

ในขณะเดี่ยวกัน รัฐบาลจีนก็หันมาส่งเสริมการค้า การลงทุนของคนจีนในประเทศ ในระยะต่อมาจึงเกิดเศรษฐีจีนใหม่ในแผ่นดินใหญ่ และอยู่ในอันดับทำเนียบเศรษฐีของโลกอยู่หลายคน

นับตั้งแต่ปี 2526 ถึงปัจจุบัน  อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน อยู่ในระดับสูงมาโดยตลอด ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง ร้อยละ 8-10 ต่อปี และมีหลายปีที่เกินร้อยละ 10 

ขณะที่เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เศรษฐกิจจีนเติบโตในอัตราที่สูงกว่าหลายเท่าตัว เนื่องจาก เศรษฐกิจสหรัฐ ยุโรป หรือแม้แต่ญี่ปุ่น ที่ว่าเป็นทุนนิยมที่พัฒนาแล้วนั้น ในแต่ละปีขยายตัวเพียงร้อยละ 1- 3 เท่านั้นและมีหลายปีที่เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้หดตัวลง หรืออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจติดลบนั้นเอง

แต่ของจีนนับแต่เข้าสู่เศรษฐกิจแบบตลาด  เศรษฐกิจไม่เคยติดลบเลยแม้แต่ปีเดียว

ในสิบกว่าปีแรกของการใช้ระบบเศรษฐกิจใหม่ ต่างประเทศได้แต่ตั้งข้อสงสัยถึงเศรษฐกิจที่เติบโตแบบก้าวกระโดดเกินหน้าประเทศอื่นใดในโลก นักเศรษฐศาสตร์จากชาติตะวันตกมักตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลเศรษฐกิจ หลายคนกังวลว่าเศรษฐกิจจีนคงจะร้อนแรง เป็นฟองสบู่และอาจแตกในไม่ช้า

แต่เกือบสามสิบปีที่จีนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม เศรษฐกิจของประเทศนี้มีแต่ขยายตัวในระดับสูงอย่างตัวเนื่อง จนเราอาจเรียกได้ว่าเศรษฐกิจจีนเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนก็ว่าได้(Sustainable growth)

นักเศรษฐศาสตร์หลายคนอาจจะมองว่าเนื่องจากจีนมีฐานเศรษฐกิจเดิมที่เล็ก หรือยังด้อยพัฒนา เมื่อหันมาปฎิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจังมันก็เลยเติบโตมากอย่างที่เห็น

แต่เศรษฐกิจจีนมันเจริญเติบโตอย่างมหัศจรรย์จริงๆครับ เพราะถ้าเปรียบเปรียบกับประเทศในเอเชียที่เริ่มพัฒนาก่อนจีนสิบกว่าปี ไม่ว่าจะเป็น ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และฮ่องกง จะพบว่าเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้มีการเจริญเติบโตที่ลุ่มๆดอนๆเมื่อเทียบกับจีนในช่วงระยะเวลาเดียวกัน

ในช่วงเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา ประเทศในเอเชียเหล่านี้ มีการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในอัตราที่สูง ใกล้เคียงกับประเทศจีน (ภาพรวมตัวเลขต่ำกว่าจีนเล็กน้อย) แต่ทำได้แค่ 10 ปีแรกเท่านั้น เพราะเมื่อเกิดวิกฤติการณ้ต้มยำกุ้ง เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ติดลบอย่างน้อยถึงสองปี เมื่อฟื้นตัวจากวิกฤตต้มยำกุ้ง ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่สามารถทำได้สูงเหมือนอดีต จนนักธุรกิจและนักเศรษฐศาสตร์ต้องของประเทศเหล่านี้ยอมรับว่าขอแค่เติบโตร้อยละ 3 - 5 ก็ถือว่าดีแล้ว  เพียงแต่ให้มันยั่งยืนก็แล้วกัน แต่ที่ไหนได้ พอเกิดวิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์จากสหรัฐพี่เบิ้มของโลกเรา เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้กลับมาติดลบอีกครั้ง

แต่ในจีนกลับตรงข้าม ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงจากนอกประเทศ หรือในประเทศจีนเอง ก็หากระทบต่อเศรษฐกิจที่รุนแรงไม่ อย่างน้อยมี 3 เหตุการณ์ใหญ่ๆที่น่าจะกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจมากๆ แต่มันแทบไม่ระคายผิวหน้าเศรษฐกิจจีนเลย คือ

1.เหตุการณ์นองเลือดที่จตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อ 4 มิถุนายน 2532 จากการปราบปรามอย่างรุนแรงต่อนักศึกษาหลายแสนคนที่เรียกร้องให้เติ้งเสี่ยวผิงปฏิรูปการเมือง หรือชาติตะวันตกเรียกว่าเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตย เหตุการณ์นี้นำไปสู่การคว่ำบาตรของสหรัฐฯและชาติตะวันตกต่อจีน แต่ก็ทำได้ไม่กี่ปี รัฐบาลของสหรัฐก็ทนการกดดันจากบริษัทตนเองที่ไปลงทุนในจีนไม่ได้ จึงต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรในที่สุด

เหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้ กลับมีผลแค่ชลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจของจีนเท่านั้น เนื่องจากในปี 2532 และ 2533 เศรษฐกิจจีนเติบโตในระดับประมาณร้อยละ 4 ต่อปี เทียบกับระดับร้อยละ 10 ต่อปีในช่วงก่อนปี 2532  แต่พอถึงปี 2534 เศรษฐกิจจีนก็กลับมาเติบโตแบบพรวดพราดถึงร้อยละ 9 ต่อปี

2.วิกฤติการณ์จากต้มยำกุ้งในปี 2540  เกิดเศรษฐกิจตกต่ำแผ่ขยายไปทั่วโลก แต่จีนเป็นข้อยกเว้น เนื่องจากในปี 2540 -42 เศรษฐกิจจีนยังคงเติบโตอย่างคงเส้นคงวาที่ระดับเกือบร้อยละ 10 ต่อปี

3.วิกฤติการณ์เศรษฐกิจจากแฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐฯเป็นพิษในปีนี้ มันกระทบหนักไปทั่วโลกเช่นกัน อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจของแต่ละประเทศส่วนใหญ่ในโลกเรานี้ติดลบ ครับ แต่ของจีนในปีนี้ยังเติบโตในอัตราสูงอยู่เช่นเดิม ตำ่ว่าอัตราร้อยละ 10 ไม่กี่จุดเอง

ด้วยเหตุนี้ผมจึงคิดว่า จีนเป็นประเทศที่มีความมัศจรรย์ของเศรษฐกิจจริงๆ

การฉลองวันชาติที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อ 1 ตุลาคม 2552 มันได้แสดงให้เห็นว่าจีน
มีความยิ่งใหญ่ในแทบทุกๆด้านที่มหาอำนาจของโลกพึงมี และกำลังไล่กวดสหรัฐฯด้วยระยะห่างที่น้อยลงทุกที ความยิ่งใหญ่ในแต่ละด้านที่เกิดขึ้นย่อมเป็นผลจากความสำเร็จในการปฏิรูปเศรษฐกิจจนเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างไม่หยุดยั้งเลยนั้นเอง

ยุคนี้ จีนกลายเป็นความหวังของนานาชาติในการค้ำจุนเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกมิให้ตกต่ำไปมากกว่านี้ เพราะหากเศรษฐกิจของจีนยังเติบโตในระดับสูง มันก็จะช่วยดึงเศรษฐกิจของประเทศอื่นพ้นจากหุบเหวเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ตั้งแต่ สหรัฐฯ ยุโรป ไล่มาจนถึง ญี่ปุ่น เกาหลีและอาเซียนเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจที่เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องของจีน กลับสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา และมันอาจกระทบต่อเสถียรภาพทางสังคมและการเมืองของจีนในระยะเวลาไม่นานนักจากนี้ไป 

นั้นคือปัญหาการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม หรือความเหลื่อมล้ำระหว่างชนบทกับเมือง ตลอดจนความแตกต่างระหว่างเมืองท่าชายฝั่ง กับ หมู่บ้านและเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ ที่ยิ่งอยู่ลึกยิ่งยากจน รวมทั้งปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐและพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เคยยึดมั่นในอุดมการณ์คอมมิวนินส์  นี่ขนาดมีอุดมการณ์แข็งกล้ากว่าแดงสยาม หรือแดงไทย เป็นไหนๆ ยังฉ้อโกงให้เห็นอยู่เนื่องๆ (เกิดแดงไทย หรือแดงสยามได้เป็นใหญ่ปกครองประเทศคง...สะบั้น หั่นแหลกเป็นแน่) 

คนจีนรุ่นหลังที่ไม่เคยรับรู้ความยากลำบากของเพื่อนสหายร่วมอุดมการณ์เลย รู้แต่การบริโภคนิยม ดิ้นรนแต่จะสร้างความร่ำรวยใส่ตัว จากนี้ไป 20 -30  ปีจีนอาจประสบปัญหาเจ้าหน้าที่รัฐและพรรคขาดคุณธรรมมีจำนวนมากขึ้น (เพราะอุดมการณ์ย่อหย่อน เอาแต่บริโภคแบบทุนนิยม คนรุ่นบุกเบิกที่แก่กล้าในอุดมการณ์ตายไป เกือบหมด)  ขณะที่การปกครองยังให้อำนาจแก่พรรคฯและเจ้าหน้าที่รัฐมาก รวมทั้งขาดโครงสร้างระบบการตรวจสอบจากภายนอก  การกดขี่ต่อประชาชนจากเจ้าหน้าที่พรรคและรัฐจะทวีความเข้มข้น จนอาจเหมือนยุคศักดินา และยุคขุนศึกของจีนในสมัยก่อนก็เป็นได้
 
อาจกล่าวได้ว่าในยุคนี้ พ.ศ.นี้ จีนกลายเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างน่าภูมิใจในแทบทุกๆด้าน สมกับความใฝ่ฝันของชาวจีนผู้รักชาติที่กระจายอยู่ทั่วโลก จีนจึงมั่นคงแข็งแรงมาก จนแรงกดดันจากภายนอกมิอาจจะโค่นล้มจีนได้เหมือนในอดีต จะมีก็แต่ปัจจัยภายในจีนของเองเท่านั้นที่อาจทำให้ยักษ์ใหญ่ของโลกประเทศนี้ล้มครืนลง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สมดุล วันที่ : 11/11/2009 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

บริษัทมหาชนขนาดใหญ่กำลังเปิดให้มีการใช้เงินทำงานแบบ SME ที่คืนทุนไว ความเสี่ยงต่ำมีรายได้ยั่งยืน เดือนละ 2 ล้านบาทต่อหน่วยการลงทุน เร่งศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.ainews1.com

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เพชรพรหมาฯ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payoungsak

จีนเป็นประเทศทุนนิยมโดยสมบูรณ์ไปแล้ว ใครจะไปคิดว่าประเทศใหญ่โต มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี จะมีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจได้รวดเร็วแบบนี้ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดของจีนยังมีข้อจำกัดในเรื่อง ของการกระจายรายได้ไปสู่มวลชนระดับรากหญ้าเช่นกัน ปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้จีนมีความเจริญก้าวหน้าจนประเทศในยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ต้องอิจฉาหันมามองแล้วมองอีก ก็เพราะการเป็นประเทศทุนนิยมที่มีแบบแผนแฝงเร้นด้วยระบบสังคมนิยม อย่างที่ประเทศอื่นๆ ไม่มี และทำไม่ได้ ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ร้อยโฉบ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meechai


ขอพูดพูดแบบคนไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจครับ
มูลค่าการซื้อขายกันเองในประเทศที่มีจำนวนประชากรมากมายเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
indexthai วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ประเทศจีน ..เดี๋ยวก่อน

เศรษฐกิจของประเทศจีนเป็นอย่างไร
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/10/05/entry-1

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
bon09 วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 10.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

เห็นด้วยกับคุณคหที่ 3 ที่แน่ๆเวียดนามกำลังแซงเราไปเพราะการปกครองแบบจีนนี่แหละ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
วัฒนวิช วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 08.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bwat

สวัสดีครับ ขอตอบคห.2 , 3 ,4
มีการพูดกันว่าที่จีนพัฒนาได้เร็วและโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะแรงงานเยอะ ค่าแรงถูก ขณะเดียวกัน จีนมีความมั่นคงทางการเมืองสูง มีความต่อเนื่องในการปกครองและบริหารเศรษฐกิจ
แต่คิดว่า คงมีปัจจัยทีี่่มากกว่านี้อีก ที่ทำให้จีนพัฒนาได้เร็วนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สีเงิน วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 07.49 น.

คนไทยก็ทําได้ ถ้ารักชาติ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
4BANK วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 22.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

ผมว่าไม่ใช่เรื่องแปลกครับ
เพราะการปกครองระบบนี้ สามารถสั่งซ้ายหันขวาหันได้ทันที
ตามหลักบริหารธุรกิจ ถือได้ว่า Flexible มาก
ไม่เหมือนระบบประชาธิปไตย ที่ เริ่มผุพัง ต้องมีกฎระเบียบมาก ทำอะไรเกรงเป็นเผด็จการ ใครเร็วกว่ากัน คิดเอาเอง

เก่งไม่กลัว กลัวช้า 555555

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

เศรษฐกิจจีนนับเป็นเรื่องแปลกมาก ควรทำการศึกษาเพื่อที่จะนำมาใช้กับประเทศไทยบ้าง จากการที่เรายึดตำราเศรษฐกิจแบตะวันตกมานมนาน ก็กลับจะต้องค้นหาแนวทางตะวันออกหรือจีน รวมทั้งตัวของตัวเองด้วย มิฉะนั้นเราก็จะยุบหนอพองหนอไปกับเศรษฐกิจโลกไม่จบสิ้น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
arattikron วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 14.20 น.


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน