*/
  • วัฒนวิช
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-10-12
  • จำนวนเรื่อง : 147
  • จำนวนผู้ชม : 246488
  • จำนวนผู้โหวต : 49
  • ส่ง msg :
  • โหวต 49 คน
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


สงกรานต์นี้คุณอยากรดน้ำขอพรผู้ใหญ่คนใดมากที่สุด
ทักษิณ ชินวัตร
4 คน
พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์
10 คน
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
6 คน
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
7 คน

  โหวต 27 คน
วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม 2553
Posted by วัฒนวิช , ผู้อ่าน : 2566 , 16:10:17 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้พัฒนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อที่จะให้พสกนิกรชาวไทยได้เข้าถึงทางสายกลางของชีวิตและเพื่อคงไว้ซึ่งทฤษฏีของการพัฒนาที่ยั่งยืน ทฤษฎีนี้เป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตซึ่งอยู่ระหว่าง สังคมระดับท้องถิ่นและตลอดระดับสากล จุดเด่นของแนวปรัชญานี้คือ แนวทางที่สมดุล โดยชาติสามารถทันสมัย และก้าวสู่ความเป็นสากลได้ โดยปราศจากการต่อต้านกระแสโลกาภิวัฒน์ และการอยู่รวมกันของทุกคนในสังคม

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความสำคัญในช่วงปี พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทย ต้องประสบปัญหาภาวะทางเศรษฐกิจ และ ต้องการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพ เพื่อที่จะยืนหยัดในการพึ่งพาผู้อื่น และ พัฒนานโยบายที่สำคัญเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า มันไม่ได้มีความจำเป็นที่เราจะกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ พระองค์ได้ทรงอธิบายว่า ความพอเพียงและการพึ่งตนเอง คือ ทางสายกลางที่จะป้องกันการเปลี่ยนแปลงความไม่มั่นคงของประเทศได้

เศรษฐกิจพอเพียงเชื่อว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางสังคมของชมชุนให้ดีขึ้นโดยมีปัจจัย 2 อย่างคือ

  1. การผลิตจะต้องมีความสัมพันธ์กันระหว่าง ปริมาณผลผลิตและการบริโภค

  2. ชุมชนจะต้องมีความสามารถในการจัดการทรัพยากรของตนเอง

ผลที่เกิดขึ้นคือ

  • เศรษฐกิจพอเพียงสามารถที่จะคงไว้ซึ่งขนาดของประชากรที่ได้สัดส่วน

  • ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม

  • รักษาสมดุลของระบบนิเวศ และปราศจากการแทรกแซงจากปัจจัยภายนอก "

    หมายเหตุ : อ้างอิงจาก วิกีพีเดีย

    จากแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้างต้นจะเห็นว่า เป็นแนวทางเศรษฐกิจ อีกทางเลือกหนึ่งของการพัฒนาที่ถูกครอบงำโดยระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน

    ทุนนิยม เป็นระบบเศรษฐกิจที่มีอานุภาพสูงที่สุดในบรรดาระบบเศรษฐกิจที่เคยมีมาบนโลกเรา อานุภาพที่สูงของมันหมายถึงมันมีทั้งข้อดีข้อเสียในตัวเอง นอกจากนี้ยังหมายถึงมันได้ทำลายหรือดูดกลืนระบบเศรษฐกิจแบบอื่นจนเกือบหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ระบบเศรษฐกิจแบบศักดินา และระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ 

    ประโยชน์ของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมนั้นมีมาก ขณะเดียวกันข้อเสียของมันก็มากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจที่เอื้อให้ปลาใหญ่กินปลาเล็ก  ส่งเสริมการบริโภคที่ล้างผลาญทรัพยากรของโลก การกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม คุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานที่ตกต่ำ เกิดภาวะเงินท่วมโลก และการเกิดวัฎจักร หรือความไร้เสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจอยู่ร่ำไปจนแก้ไม่ตก เป็นต้น

    เดิมทีระบบการปกครองและเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ เป็นทางเลือก หรือเป็นคู่ต่อสู้โดยตรงกับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม โดยมีการนำไปใช้ที่สหภาพโซเวียต จีน อินโดจีน ยุโรปตะวันออก แต่ในที่สุดประเทศเหล่านี้ก็หันกลับมาใช้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมกันหมด หลังจากที่ลองใช้แบบคอมมิวนิสต์ราวครึ่งศตวรรษ

    แม้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมจะถูกยอมรับไปทั่วโลกแล้ว(ยกเว้นเกาหลีเหนือ) แต่ปัญหาที่เกิดจากระบบเศรษฐกิจนี้ก็มีมากและเป็นปัญหาใหญ่ดังที่กล่าวข้างต้น 

    จึงเกิดการต่อต้านระบบทุนนิยมในหลายรูปแบบ ในไทยเราที่เห็นชัดเจนก็จะเป็นระบบเศรษฐกิจแบบบุญนิยม ของสันติอโศก แต่ก็จำกัดอยู่ในวงแคบๆ

    สำหรับแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียงนั้น ไม่ถึงกับเป็นปฎิปักษ์กับ ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมแต่อย่างใด แต่จะเป็นลักษณะการเติมเต็ม และแก้ไขขอ้บกพร่องของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมมากกว่า

    เนื่องจากแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ปฏิเสธกลไกราคา หรือกลไกตลาด เพียงแต่หันมาเน้นที่ความรู้ ความคิดของคนในการที่จะผลิตให้พอดีกับการบริโภค และการส่งเสริมชุมชนในการจัดการทรัพยากรทรัพกรธรรมชาติในท้องถิ่น

    นั่นคือแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้ความสำคัญกับความรู้ ความคิดของคนในการที่จะเลือกสิ่งที่เหมาะสม และไม่พึ่งพิง หรือปล่อยให้กลไกราคาทำงานของมันแต่ฝ่ายเดียว

    แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จึงน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการที่จะพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจให้มีความเจริญอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขที่มากขึ้นของประชาชน

แก้]




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน