*/
  • วัฒนวิช
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-10-12
  • จำนวนเรื่อง : 147
  • จำนวนผู้ชม : 246553
  • จำนวนผู้โหวต : 49
  • ส่ง msg :
  • โหวต 49 คน
<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


สงกรานต์นี้คุณอยากรดน้ำขอพรผู้ใหญ่คนใดมากที่สุด
ทักษิณ ชินวัตร
4 คน
พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์
10 คน
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
6 คน
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
7 คน

  โหวต 27 คน
วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม 2554
Posted by วัฒนวิช , ผู้อ่าน : 1384 , 12:25:38 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มะอึก โหวตเรื่องนี้

ประจักษ์แล้วว่า ในเกมแห่งอำนาจ ทักษิณเหนือกว่า ทุกฝ่าย ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

แม้จะเพลี่ยงพล้ำในบางช่วงแต่เขาก็สามารถใช้กลเกมและอำนาจทุน ที่หลักแหลมเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งใหญ่

นับตั้งแต่ เลือกตั้งปี 2544 เปิดตัวครั้งแรกก็ชนะท่วมท้น ครั้งที่สอง แม้จะถูกถล่มจากปัญหาร้อยแปดแต่ก็พลิกมาชนะถล่มทลาย ครั้งที่สาม ปี 2550 ยังชนะคู่แข่งแม้เสียงจะลดลงและปัจจัยรอบด้านไม่เอื้ออำนวย ล่าสุด ในปี 2554 ก็ชนะเกือบถล่มทลายเช่นกัน

ในช่วง 5 ปีหลังนี้ แม้จะถูกกระหน่ำจากพันธมิตรฯ นำไปสู่การปฏิวัติขับไล่เขาออกจากตำแหน่ง แตต่เขากลับยังมีอิทธิพลคอยบงการ ขับเคลื่อนกลุ่มการเมือง เพื่อการหวนกลับสู่อำนาจอีกครั้ง

แม้จะนำไปสู่การจราจลใหญ่ถึงสองครั้งติดๆกันในปี 2552 และ 2553 แต่เขาก็ยังควบคุมกลเกมแห่งการช่วงชิงที่สามารถเอาชนะใจประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้ในที่สุดจากการเลือกตั้ง 3 กค. ที่ผ่านมา

จะเรียกได้ว่าทักษิณเป็นสุดยอดของนักพลิกวิกฤต เป็นโอกาสก็ไม่ผิด

ถ้าเป็นนายทุนผูกขาดคนอื่นๆ ที่แม้จะมีเงินทุนเท่าหรือมากกว่าทักษิณ ถ้าเจอแบบทักษิณรับรองว่าไปตั้งแต่ยกแรกในปี 2549 แล้ว

ปัจจัยที่ค้ำจุนอำนาจและความนิยมของทักษิณนอกจากมีเงินทุนมากและ นโยบายประชานิยม แล้ว ยังอยู่ที่การรู้จักใช้คน และยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป

การใช้คนของทักษิณ เขาใช้คนได้เหมาะกับงาน และกระจายไปหลากหลายกลุ่ม ดำเนินกิจกรรมทางเมืองทั้งแบบบนดินที่เปิดเผย กับใต้ดินที่ไม่เปิดเผยแต่ก็เป็นที่รู้กัน

ที่สำคัญเขารู้จักใช้ประโยชน์จากนักวิชาการหัวก้าวหน้า ที่สมัยทักษิณเรืองอำนาจ นักวิชาการเหล่านี้ก็เป็นหัวหอกในการวิพากษ์วิจารณ์ทักษิณอย่างแหลมคมและได้ผลมาแล้ว เช่น อ.เกษียร เตชะพีระ อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ  อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ อ.สมศักดิ์ เจียมเมธีรสกุล อ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ และนักวิชาการปีกซ้ายอีกหลายๆคน

นักวิชาการเหล่านี้ส่วนใหญ่ มีความอิสระ แน่นอน ไม่ใช่คนที่จะไปรับเงินจากทักษิณ แต่ช่วงหลัง กลับกลายเป็นว่าความคิดอ่าน บทวิพากษ์วิจารณ์ของนักวิชาการเหล่านี้ เป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้ทางการเมืองของทักษิณไปเป็นส่วนใหญ่

เป็นผลสืบเนืองมาจาก นปช.ได้ จุดวาทกรรม อำมาตย์-ไพร่ จนติดตลาดนั่นเอง ขณะที่นักวิชาการดังกล่าวก็หันมาวิพากษ์วิจารณ์สังคมการเมืองในลักษณะที่สนับสนุนการตื่นตัวทางการเมืองของชนชั้นล่าง จากแต่ก่อนที่เล่นงานเฉพาะนายทุนผูกขาด และกลุ่มอำนาจการเมืองในสมัยทักษิณ

ขณะเดียวกันทักษิณยังรู้จักใช้นักกิจกรรมฝ่ายซ้ายให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง นักกิจกรรมฝ่ายซ้ายเหล่านี้ ก็มี นพ.เหวง โตจิราการ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายวิสา คัญทัพ และอีกหลายคนที่ไม่เปิดเผยชื่อมากนัก แต่มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวมวลชน

นักกิจกรรมฝ่ายซ้ายเหล่านี้ก็หวังจะใช้ประโยชน์จากทักษิณเพื่อประโยชน์ในการต่อสู้ตามอุดมคติของตน ถึงยอมเคลื่อนไหวรับใช้ทักษิณอย่างไม่อาย บางคนถึงขนาดยกย่องทักษิณว่าเป็นนักประชาธิปไตยเทียบเท่าท่านปรีดี พนมยงค์ เลยทีเดียว แต่นั่นคงไม่ใช่การยกย่องจากใจจริง เป็นเพียงวาทกรรมเพื่อสร้างความชอบธรรมเท่านั้น พวกเขาย่อมรู้แก่ใจดี

รวมทั้งใช้บริการจากจักรภพ เพ็ญแข และใจ อึ้งภากรณ์ทางอ้อม เพื่อทำลายความเชื่อถือต่อสถาบัน

มาตรา 112 แม้จะมีความจำเป็นที่อาจแก้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่วาระเร่งด่วนอะไร แต่มันถูกนำมาโฆษณาชวนเชื่อจากฝ่ายซ้าย  เพื่อหวังผลทางการเมือง

นักกิจกรรมฝ่ายซ้ายที่เคลื่อนไหวให้ทักษิณ นอกจากจะสร้างวาทกรรมและเผยแพร่ความคิดประชาธิปไตยของปวงชน แล้ว พวกนี้ยังนำการจัดตั้งในระบบของพวกมาร์กซิส หรือคอมมิวนิสต์มาใช้ในการสร้างเครือข่ายมวลชนอย่างได้ผล 

ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหวทางความคิดจากนักวิชาการ และเครือข่ายฝ่ายซ้ายมารองรับ การเคลื่อนไหวทางการเมืองของทักษิณที่ผ่านมาจะขาดความชอบธรรมไปมาก เนื่องจากไม่สามารถอธิบายต่อมวลชนและสังคมได้เหมาะสม แค่จราจลปี 2552 เขาก็จะจบไปนานแล้ว แต่มันยังคงกลับมีพลังเรียกมวลชนได้มากในปี 2553 ก็เนื่องจากคำอธิบายและวาทกรรมการต่อสู้ที่ผลิตออกมาโดยนักกิจกรรมฝ่ายซ้าย และเสริมความชอบธรรมจากการวิพากษ์วิจารณ์โดยนักวิชาการอิสระดังที่กล่าวข้างต้น

ขณะที่เมื่อถึงคราวเลือกตั้งใหญ่ นอกจากใช้การโฆษณาชวนเชื่อของพวกซ้ายแล้ว เขายังหาเสียงโดยใช้กลยุทธ์การตลาด อย่างถูกต้องเหมาะกับสถานการณ์ และกลุ่มเป้าหมาย ด้วยทีมงานนักกลยุทธการตลาดที่ทำให้พรรคของเขาชนะมาทุกครั้ง

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์กลับอ่อนด้อยในกลยุทธ์การตลาดหาเสียง ด้วยติดในระบบคิดของนักการเมืองที่มีพื้นเพจากนักกฏหมายเป็นส่วนใหญ่ ส่วนของทักษิณ เขากลับมีความยืดหยุ่น และอำนาจเบ็ดเสร็จในการที่จะเลือกใช้คน ใช้กลยุทธ์ และวางยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมกับคน กับสถานการณ์และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง

แต่เหนือสิ่งอื่นใด วาทกรรมก้าวข้ามทักษิณที่ซ้ายแดงกล่าวอ้าง ไม่ใช่ของจริง ความเป็นจริงคือพวกฝ่ายซ้าย เป็นแค่เบี้ยหมากตัวหนึ่งให้ทักษิณก้าวข้ามพวกเขา เท่านั้นเอง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ถ้วยกาแฟ วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skyman

เหนือสิ่งอื่นใด เขามีปัจจัย(เงิน) ที่สามารถเอาอำนาจกลับคืนมาได้ ตราบใดที่ เงิน ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า

เรื่องความเก่ง คงเก่งแต่เรื่องนอกกติกามั้งครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน