• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 502
  • จำนวนผู้ชม : 889727
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2552
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 2509 , 17:29:25 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วิเคราะห์ "ไข้หวัด2009" ระลอกสอง

วัคซีนฝรั่งเศสถึงไทยสิ้นปี

 

 เตรียมฉีดวัคซีนให้ทหารอเมริกาหมดทุกคนภายในสิ้นปี

 

        ระยะนี้ประชากรโลกหยุดตื่นเต้นและตื่นกลัวเชื้อไวรัสมฤตยู "ไข้หวัดใหญ่ 2009 " แล้ว เพราะตัวเลขผู้เสียชีวิตทั่วโลกมีเพียงไม่ถึง 5 พันรายเท่านั้น 

หากเปรียบเทียบผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในแต่ละปีแล้วก็ไม่แตกต่างกันมากนัก เช่น ที่อเมริกา สถิติต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมารวมยอดผู้เสียชีวิตประมาณ 1,800 คน ซึ่งปกติอเมริกันก็เสียชีวิตด้วยเชื้อไข้หวัดใหญ่ปีละ 2 พันกว่ารายอยู่แล้ว

ขณะที่เมืองไทยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 165 ราย ซึ่งก็คงไม่มากกว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ทุกปีนัก แต่ยังระบุชัดเจนไม่ได้ เพราะการรายงานสาเหตุการเสียชีวิตของไทยยังไม่ได้มารตฐานสากล

          เมื่อสถานการณ์เริ่มสงบ นักวิชาการจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือ "ฮู" ก็เผยแพร่รายงานผลวิเคราะห์เกี่ยวกับ "ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009" ซึ่งมีบทสรุปน่าสนใจหลายส่วนด้วยกัน เช่น  

 

- เป็นเชื้อไวรัสที่พัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ร่างกายมนุษย์ไวต่อการติดเชื้อนี้มาก ทำให้ระบาดไปยังผู้คนได้ง่ายแต่อาการไม่รุนแรง อัตราเสียชีวิตมีน้อย

 

-   กลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่ติดเชื้อนี้จะเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากหวัดธรรดาร้อยละ 90 จะเป็นคนแก่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป

 

-  โรคหอบหืด และเบาหวาน ซึ่งปกติไม่ใช่โรคที่ทำให้เสียชีวิตได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น แต่ถ้าติดเชื้อไวรัส 2009 จะเสียชีวิตได้ทันที แม้จะได้รับการรักษาอย่างดีในโรงพยาบาล "ฮู" คาดว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคหอบหืด 230 ล้านคน และเบาหวาน 220 ล้านคนขึ้นไป

 

-  จากข้อมูลวิเคราะห์ผู้ป่วยเอชไอวีหรือเอดส์ พบว่ามีอัตราการติดเชื้อหวัดใหญ่ 2009 ไม่มากนัก และหากติดเชื้อนี้อาการไม่รุนแรงและไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเสียชีวิต 

 

-  เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2009 สามารถกระจายไปทั่วโลกภายในเวลาไม่กี่เดือน ทำให้หลายฝ่ายหวาดกลัวว่าจะกลายพันธุ์ในไม่ช้านั้น  ล่าสุดหลังติดตามไวรัสตัวนี้อย่างใกล้ชิดในพื้นที่ระบาด พบว่ายังคงเป็นสายพันธุ์เดิม ผลการศึกษาต่าง ๆ ยืนยันตรงกันว่า ยังไม่พบสัญญาณการกลายพันธุ์ที่จะทำให้เชื้อรุนแรงมากขึ้น 

อังกฤษเริ่มใช้วัคซีนเชื้อเป็นแบบพ่นทางจมูกให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล

 

        ล่าสุด องค์การอนามัยโลกประกาศให้กระทรวงสาธารณสุขของประเทศต่างๆ เตรียมรับมือการระบาดของ "ไข้หวัดใหญ่ 2009 ระลอกที่สอง" ซึ่งคาดการณ์ว่า จะเริ่มในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ โดยแบ่งเป็นแถบซีกโลกเหนือ หรือกลุ่มประเทศที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร เช่น แคนาดา อเมริกา จีน รัสเซีย ยุโรป ฯลฯ จะเริ่มแพร่ระบาดก่อน โดยบางประเทศในยุโรปเริ่มมีรายงานระบาดระลอกที่ 2 แล้ว โดยเฉพาะที่อังกฤษ ต้นเดือนตุลาคมมีผู้ป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว 1.4 หมื่นรายเพิ่มขึ้น 1 เท่าจากหลายเดือนที่ผ่านมา

        ส่วนประเทศในซีกโลกใต้ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

อินโดนีเซีย  แอฟริกา ฯลฯ การระบาดระลอกสองอาจต้องรอถึงต้นปีหน้า สำหรับประเทศไทยนั้น หากพิจารณาจากแผนที่โลกจะตั้งค่อนลงไปทางซีกโลกใต้ เพราะอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรเพียงเล็กน้อย การระบาดจึงช้ากว่าแถบประเทศยุโรปและอเมริกาเช่นกัน 

        ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล นายกสมาคมไวรัสวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ วิเคราะห์ถึงการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ระลอกสองของไทย จากเดิมที่คาดการณ์จะเป็นหน้าหนาวช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม แต่ก็มีข้อมูลบางอย่างระบุว่าการระบาดระลอกที่สองอาจยืดเวลาไปถึงเดือนมิถุนายน หรือช่วงหน้าฝนของปี 2553 ก็ได้ แต่ที่น่าสนใจคือรายงานผลวิจัยล่าสุดของอเมริกาที่ผ่าศพผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กว่า 70 ราย เพื่อวิเคราะห์อย่างละเอียด จบสรุปได้ว่าส่วนใหญ่อวัยวะส่วนปอดมีการ "ติดเชื้อแบททีเรียซ้ำเติม"

          หมายความว่า ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 จะมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ก็เพราะอวัยวะส่วนปอดเกิดติดเชื้อแบททีเรียเข้าไปซ้ำเติม ซึ่งค้นพบว่าเป็นเชื้อแบททีเรีย 3 ชนิด โดยมี 1 ชนิดที่โลกทำวัคซีนขึ้นมาป้องกันแล้วคือ เชื้อแบคทีเรียสเตรปโต-คอคคัส (streptococcus pneumoniae) หรือนิวโมคอคคัส  (Pneumococcus) นั่นเอง

          "อเมริกาและหลายประเทศเริ่มเสนอให้ฉีดวัคซีน 2 ชนิดควบคู่กันคือ วัคซีนป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 กับ วัคซีนนิวโมคอคคัส สำหรับป้องกันการระบาดระลอกที่สอง เพราะกลัวว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 อย่างเดียวอาจยังปลอดภัยไม่พอ แต่ในเมืองไทยยังไม่แน่ใจว่าจะฉีดแบบใดบ้าง" นพ.ประเสริฐแสดงความเห็น

            นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินหายใจ หัวหน้าแผนกผู้ป่วยวิกฤติ (ไอซียู) โรงพยาบาลวิชัยยุทธกล่าวถึงการฉีดวัคซีน 2 ชนิดควบคู่กันว่า สำหรับเมืองไทยแล้วมีผู้ติดเชื้อนิวโมคอคคัสน้อย ไม่ถือว่าเป็นโรคระบาด ต่างจากอเมริกาที่เป็นโรคระบาดประจำท้องถิ่น หากจะฉีดวัคซีนนิวโมคอคคัสหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าวัคซีนไอพีดี ( Invasive Pneumococcus Diseas )ตัวนี้ ก็ควรทำเฉพาะในเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี หากเป็นอายุประมาณ 6 เดือนก็จะได้ผลดีมาก แต่ถ้าเป็นเด็กอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไปก็ไม่ค่อยมีประโยชน์เพราะร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันเองได้

              การฉีดวัคซีน 2 ชนิดควบคู่กันในอเมริกาไม่ใช่เรื่องใหญ่มากนัก เพราะมีโรงงานผลิต ต่างจากไทยแลนด์ที่ต้องคิดหนักเพราะต้องสั่งซื้อวัคซีนทั้ง 2 ชนิดจากต่างประเทศ ในส่วนของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่สั่งซื้อจากฝรั่งเศสจำนวน 2 ล้านโดสนั้น มีต้นทุนโดสละ 300 บาท ส่วนวัคซีนนิวโมคอคคัสนั้น รพ.เอกชนคิดค่าฉีดเข็มละ 3 - 5 พันบาท เด็กบางคนอาจต้องฉีด 2 - 4 เข็ม แล้วแต่อายุและสภาพร่างกาย

         นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ยืนยันว่าวัคซีนจากฝรั่งเศสจะเดินทางมาถึงประเทศไทยอย่างแน่นอน ภายในเดือนธันวัาคมนี้ และจะเริ่มฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอก่อน ส่วนผู้ที่วิตกกังวลว่า วัคซีนเพียง 2 ล้านโดส จะไม่เพียงพอกับประชากร 60 กว่าล้านคนนั้น  นพ.วิชัยคงไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก ต้องรอผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขพิจารณานโยบายเรื่องนี้เอง ...

        แต่ชาวบ้านคงต้องรอสักพัก เพราะเรื่องทุจริตการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ของโครงการไทยเข้มแข็งกำลังร้อนแรงเหลือเกิน...ผู้ที่จะมาตัดสินการสั่งซื้อวัคซีนชุดใหม่อาจไม่ใช่ผู้บริหารกลุ่มเดิม คงต้องนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

//////////////

รายงานตอนที่ 19 คม ชัด ลึก

26/10/2009

//////

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน