• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 502
  • จำนวนผู้ชม : 889289
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันศุกร์ ที่ 29 มกราคม 2553
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 2490 , 16:41:15 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        ค่ำคืนวันที่ 27 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา... วงการแพทย์เกิดความปั่นป่วนขึ้นอีกครั้ง หลังผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลประกาศให้หน่วยแพทย์ทุกแห่งหยุดฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ให้หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากรายงานของสาธารณสุขสตูลพบหญิงตั้งครรภ์ 2 รายแท้งลูก ภายในโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งที่ฉีดวัคซีนตามนโยบายรัฐบาล

        หญิงตั้งครรภ์เป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่รัฐบาลไทยประกาศให้มารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งสั่งซื้อมาจากประเทศฝรั่งเศส 2 ล้านชุด โดยกรมควบคุมโรคสำรวจพบว่า ประเทศไทยมีผู้กำลังตั้งครรภ์ 500,915 คน ได้รับการฉีดวัคซีนตัวนี้เรียบร้อยแล้วประมาณ 5,000 คน

        ขณะนี้หญิงตั้งครรภ์ที่เหลืออีก 4.95 แสนรายทั่วประเทศเริ่มสงสัยและกังวลใจว่าจะไปรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ดีหรือไม่ ?

        นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลก ในฐานะประธานคณะยุทธศาสตร์และแผนในการต่อสู้โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า

วงการแพทย์ยังไม่พบผลข้างเคียงหรืออันตรายของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 กับหญิงตั้งครรภ์แต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกา ญี่ปุ่น หรือฮ่องกง โดยเฉพาะในอเมริกาได้ฉีดวัคซีนตัวเดียวกับประเทศไทยก็ไม่มีรายงานว่า ทำให้ผู้หญิงแท้งจำนวนมากจนผิดปกติ

        "ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ขอให้มารับการฉีดวัคซีนป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัด 2009 ส่วนเรื่องผู้หญิงที่แท้งนั้น อาจจำเป็นต้องตั้งคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา เช่น แพทย์สูตินรีเวช แพทย์ด้านระบบทางเดินหายใจ แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านวัคซีน แพทย์โรคหัวใจ ฯลฯ มาช่วยกันวิเคราะห์ผลตรวจว่า การฉีดวัคซีนให้หญิงตั้งครรภ์ส่งผลข้างเคียงจนแท้งลูกจริงหรือไม่" 

        เช่นเดียวกับ ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตวัคซีนไวรัสไข้หวัดใหญ่ว่า หลังจากหลายประเทศทั่วโลกระดมฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้วยังไม่พบรายงานผลข้างเคียง หรืออันตรายต่อหญิงตั้งครรภ์แต่อย่างใด

มีเพียงวารสารทางการแพทย์ชื่อดังของอังกฤษ "เดอะแลนเซท" (THE LANCET) ประจำเดือนธันวาคมปี 2552 ที่รายงานว่ากรณีที่วัคซีนไข้หวัด 2009 ถูกฉีดไปยังประชาชนจำนวนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก จะมีสถานการณ์ที่เรียกว่า "เหตุบังเอิญ" เกิดขึ้น

        "เหตุบังเอิญ" หมายความว่า แม้จะไม่ได้ฉีดวัคซีนก็อาจเกิดเหตุการณ์นี้ได้เช่นกัน เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือโรคกิแลงแบเร หากมีคนฉีดวัคซีนตัวนี้ 1 ล้านคนอาจพบโรคนี้ได้ 2 คน ส่วนหญิงตั้งครรภ์นั้นรายงานวิจัยฉบับนี้วิเคราะห์ว่า หากฉีดวัคซีนให้ 1 ล้านคน จะพบภาวะแท้ง 397 คนภายใน 24 ชั่วโมงหรือ 1 วันหลังการฉีด

        ศ.นพ.ประเสริฐ แนะนำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิสูจน์ให้ได้ว่า

1 ในประเทศไทยมีการฉีดให้หญิงตั้งครรภ์กี่ราย เกิดอาการแท้งกี่ราย ถ้ายังไม่เกินจำนวนมาตรฐาน หรือประมาณ 400 รายใน 1 ล้านคน ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติหรืออันตราย

2.โรงพยาบาลที่รายงานหญิงแท้ง ต้องสืบหาสาเหตุการแท้งให้พบ เช่น ตัวทารกหรือตัวแม่ว่ามีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่

3.กระทรวงสาธารณสุขต้องติดตามว่า วัคซีนที่นำไปฉีดแล้วเกิดการแท้ง เป็นวัคซีนลอตใดหรือมาจากวัคซีนชุดใด มีการแจกจ่ายให้โรงพยาบาลใดบ้าง แล้วมีอาการแท้งแตกต่างจากวัคซีนชุดอื่นหรือไม่

        "ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพิสูจน์ว่าสารจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่ส่งผลข้างเคียงให้หญิงตั้งครรภ์แท้งหรือไม่ เพราะวัคซีนทำงานโดยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายของแม่ เมื่อเด็กแท้งไปแล้วก็คงตรวจไม่พบสารที่เกี่ยวกับวัคซีนตัวนี้" ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนกล่าวยืนยัน

        ต่อมา นพ.ธนวัฒน์ สุวัฒนกุล ผู้อำนวยการ รพ.ทุ่งหว้า จ.สตูล ให้สัมภาษณ์หลังพิสูจน์ภาวะแท้งของผู้หญิงทั้ง 2 รายว่า คนแรกอายุ 33 ปี ตั้งครรภ์ได้ 24 สัปดาห์ มาฉีดวัคซีนวันที่ 25 มกราคม หลังจากนั้น 1 วันรู้สึกว่าเด็กไม่ดิ้น จึงเดินทางมาตรวจพบเด็กเสียชีวิตในท้องหรือที่เรียกกันว่า DFIU (Dead Fetus In Utero) จึงไม่เกี่ยวกับวัคซีนที่ฉีดแต่อย่างใด

ส่วนอีกรายเป็นหญิงวัย 32 ปี ตั้งครรภ์ได้ 33 สัปดาห์ มาฉีดวัคซีนวันที่ 25 มกราคม พอวันรุ่งขึ้นเริ่มชักเกร็ง เมื่อตรวจประวัติพบว่าหกล้มก่อนแล้วมีเลือดออกในสมองด้วย ทำให้ต้องคลอดก่อนกำหนด

        "ตอนนี้เด็กคลอดมาแล้วยังไม่เสียชีวิต อยู่ในห้องไอซียู ส่วนแม่ก็รักษาตัวอยู่ ยังไม่เสียชีวิตเช่นกัน เชื่อว่าไม่เกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 เพราะวัคซีนหลอดหนึ่งฉีดได้ 10 คน คนตั้งท้องรายอื่นอีก 7-8 ราย ที่ฉีดวัคซีนจากหลอดเดียวกันก็ไม่มีอาการผิดปกติ รพ.ทุ่งหว้า มีหญิงมาฝากครรภ์ทั้งหมด 150 ราย ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมเป็นต้นมา มารับการฉีดวัคซีนแล้ว 141 ราย อีก 9 รายไม่ฉีดด้วยเหตุผลส่วนตัว" นพ.ธนวัฒน์ ให้ข้อมูล

        ขณะที่ รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ตามปกติแล้วในประเทศไทยหญิงตั้งครรภ์จะมีอัตราการแท้งลูกประมาณร้อยละ 10-15 หมายถึงผู้หญิงตั้งท้องไม่เกิน 3 เดือน 100 คน จะเกิดภาวะแท้ง 10-15 ราย

ส่วนเรื่องผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ต่อการแท้งลูกนั้น ยังไม่เคยได้รับรายงานเรื่องนี้มาก่อน ส่วนเรื่องการตรวจร่างกายแม่และเด็กที่แท้งในโรงพยาบาล เพื่อพิสูจน์ว่าเกิดจากผลข้างเคียงของวัคซีนหรือไม่ เป็นเรื่องทำได้ยาก

        "วิธีพิสูจน์ที่อาจทำได้ คือ การทำกลุ่มทดลองขึ้นมา เช่น แบ่งหญิงตั้งครรภ์เป็น 2 กลุ่มจำนวนเท่ากัน แล้วให้กลุ่มหนึ่งทดลองฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ส่วนอีกกลุ่มไม่ต้องฉีด แล้วบันทึกอัตราส่วนของผู้หญิงที่แท้งมีจำนวนเท่าไร ทั้ง 2 กลุ่มมีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงไร" ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวชแสดงความเห็น

 

รายงานพิเศษ ตอนที่ 21

คม ชัด ลึก 28/01/2553

        ---------------------

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน