• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 502
  • จำนวนผู้ชม : 889759
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 9137 , 14:34:14 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"โรคกิแลงแบเร"...ผลข้างเคียงวัคซีนหวัดใหญ่ 2009

       

        "ฉีดวัคซีนหวัดใหญ่ 2009 หรือยัง ควรฉีดหรือไม่ฉีดดี?" กำลังเป็นคำถามยอดฮิตของผู้คนในกลุ่มเสี่ยง

 

        เนื่องจากปลายเดือนพฤศจิกายน 2552 มีรายงานข่าวไปทั่วโลกเกี่ยวกับบริษัทยายักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ขอให้แพทย์ในแคนาดาหยุดฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ของบริษัทชุดหนึ่ง ที่มีอยู่ประมาณ 1.7 แสนชุด หลังพบอาการข้างเคียงรุนแรงในคนไข้ 6 ราย บางคนหายใจติดขัด หัวใจเต้นเร็ว และเป็นผื่นตามผิวหนัง เช่นเดียวกับในประเทศจีน ที่พบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย หลังฉีดวัคซีนของรัฐบาลจีน แม้รัฐบาลจีนจะออกมายืนยันว่าไม่เกี่ยวกันก็ตาม

        การฉีดวัคซีนทุกชนิดมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้...แต่ที่ควรระวังคือกระบวนการผลิตวัคซีนต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย เนื่องจาก 30 กว่าปีที่แล้วมีบทเรียนจากอเมริกา ซึ่งรีบร้อนผลิตวัคซีนไข้หวัดหมู (Swine flu) เมื่อปี 2519 แล้วฉีดให้ชาวอเมริกันทันที

 

 

ปรากฏว่ารัฐบาลอเมริกาถูกประชาชน 1,571 ราย เรียกร้องค่าเสียหายถึง 3.5 หมื่นล้านบาท เพราะชาวบ้าน 33 คนเสียชีวิต และอีก 500 คนป่วยเป็นอัมพาตจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ "โรคกิแลงแบเร" (Gullain-Barre Syndrome) ที่ยืนยันชัดเจนว่าเป็นผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนตัวนี้

 

 

        โรคกิแลงแบเร หรือเรียกย่อว่า "GBS" เป็นโรคที่เกี่ยวกับเส้นประสาทส่วนปลายทำงานผิดปกติ สาเหตุเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันเข้าไปทำลายเส้นประสาทส่วนปลาย เมื่อเส้นประสาททำงานผิดปกติ ร่างกายเกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรง อวัยวะแขนขาจะรู้สึกชา หรือเดินเซ ฯลฯ จนถึงวันนี้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญทั่วโลกก็ยังไม่พบเหตุผลที่ชัดแจ้งว่า ทำไมจึงเกิดอาการของโรคกิแลงแบเรขึ้นมาได้

 

 

        เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ยอมรับว่า หลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่สั่งซื้อมาจากฝรั่งเศสในกลุ่มเสี่ยงไปประมาณ 3 หมื่นกว่าคน ได้รับรายงานผู้เกิดอาการข้างเคียงแล้ว 12 ราย อาการหนัก 4 ราย รายที่ 1 มีอาการไตวาย รายที่ 2 คลอดบุตรแล้วบุตรเสียชีวิต รายที่ 3 มีอาการหน้าเบี้ยว และรายที่ 4 เกิดภาวะหายใจติดขัด

 

 

 

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า 3 รายแรกอาจไม่เกี่ยวกับวัคซีน แต่รายที่ 4 เป็นอาการข้างเคียงปกติที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้น จึงขอให้แพทย์ทุกโรงพยาบาลตรวจสุขภาพผู้ต้องการฉีดก่อน หากไม่มีสิ่งผิดปกติจึงค่อยฉีดวัคซีน และให้พักที่โรงพยาบาล 30 นาที เพื่อดูภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นก่อนอนุญาตให้กลับบ้าน 

 

 

 

        นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ หนึ่งในคณะทำงาน "ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ 2009" วิเคราะห์ให้ฟังว่า รายที่มีอาการไตวายถือเป็นโรคเจ็บป่วยดั้งเดิมของคนไข้อยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับวัคซีนที่ฉีดเข้าไป ส่วนผู้ที่คลอดบุตรแล้วบุตรเสียชีวิตก็เป็นปัญหาการคลอดบุตรของคนไข้ ไม่เกี่ยวกับวัคซีนเช่นกัน แต่ที่ยืนยันว่าเป็นผลข้างเคียงหรือไซด์เอฟเฟคของวัคซีนตัวนี้ คือ ผู้ที่มีอาการหายใจติดขัด ที่เกิดอาการหลังฉีดวัคซีนได้เพียง 30 นาที ซึ่งทีมแพทย์ช่วยรักษาเยียวยาจนอาการดีขึ้นเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

        "อาการฉีดแล้วหายใจติดขัดถือเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ในผู้ฉีดวัคซีนประมาณ 1 ต่อแสนคน ไม่ใช่อาการที่ร้ายแรงอะไร บางคนก็เป็นผื่นคันแดง สักพักก็จะหายไป แต่รายที่น่าเป็นห่วงคือ คนไข้ที่หน้าเบี้ยวหลังฉีดวัคซีนได้เพียง 4 ชั่วโมง ขอยืนยันว่าไม่ใช่โรคกิแลงแบเรอย่างแน่นอน เพราะอาการข้างเคียงของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง จะไม่เกิดรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง ตอนนี้ตรวจสอบได้แล้วว่าคนไข้มีอาการของโรคหน้าเบี้ยว หรือที่เรียกว่าเบลล์พัลซี่ (Bell's palsy) หรือมีอาการอักเสบที่เส้นประสาทสมองเส้นที่ 7 ตอนนี้อยู่ในการดูแลรักษาของแพทย์แล้ว"  

 

 

 

 

        นพ.คำนวณ กล่าวถึงผลการทำงานที่ผ่านมาว่า รัฐบาลตั้งเป้าให้ฉีดวัคซีนในคนไทยกลุ่มเสี่ยง 2 ล้านคน ปรากฏว่ามารับการฉีดเพียง 3 หมื่นกว่าคน เนื่องจาก

 

1.คนไทยเริ่มรู้สึกว่าการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จบลงแล้วหรือไม่อันตรายอีกต่อไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาฉีดวัคซีนก็ได้

 

2.มีความกังวลว่าวัคซีนที่ฉีดให้จะไม่ปลอดภัย เพราะได้ยินข่าวตามสื่อมวลชนว่า หลายประเทศส่งวัคซีนคืนให้บริษัทผู้ผลิต

 

จึงขอยืนยันอีกครั้งว่าไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังระบาดในเมืองไทย ถือเป็นการระบาดระลอก 2 ดังนั้น กลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อควรมาฉีด ส่วนเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนนั้นไม่ควรเป็นกังวล เพราะมีเพียงอเมริกาและแคนาดาที่ส่งวัคซีนคืนให้บริษัทผู้ผลิต สาเหตุที่ส่งคืนก็เพราะจำนวนเชื้อในวัคซีนต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด ไม่ได้เกิดจากผลข้างเคียงของโรคกิแลงแบเรหรือโรคอื่นๆ 

 

 

 

        ด้าน ศ.ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา ที่ปรึกษางานวิจัยวัคซีนไข้หวัดข้ามสายพันธุ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายเพิ่มเติมว่า อาการข้างเคียงของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 3 ระดับ คือ

 

 1.มีอาการเจ็บคัน บวมแดงบริเวณที่ฉีดวัคซีน บางรายมีไข้ต่ำหรืออาเจียน ใช้เวลาประมาณ 1-2 วันร่างกายจะกลับเป็นปกติ

 

2.ผู้ที่ฉีดวัคซีนเข้าไปสักระยะแล้วมีอาการคล้ายผู้ป่วยหอบหืด คือ หายใจติดขัด เพราะหลอดลมบีบตัว บางรายดูอาการสักพักก็หาย บางรายต้องฉีดยาขยายหลอดลม

 

3 ระดับสุดท้ายเป็นระดับที่รุนแรง คือ ผู้ฉีดมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือที่เรียกว่าโรคกิแลงแบเร ต้องใช้วิธีทำกายภาพบำบัดเพื่อรักษา

 

 

 

        "วัคซีนทุกชนิดมีโอกาสทำให้ร่างกายแพ้หรือเกิดผลข้างเคียงได้ และผู้ที่ฉีดวัคซีนเข้าไปก็ไม่ได้ยืนยันว่า ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันทุกคน มีการรับรองผลเพียงร้อยละ 90 เท่านั้น หมายความว่าฉีด 100 คน จะมีประมาณ 10 คนที่วัคซีนไม่ได้ผล ที่ผ่านมาเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ตัวนี้ทำให้คนเสียชีวิตมาก และไม่เคยมีวัคซีนมาก่อน การฉีดในคนทั่วโลกถือเป็นการทดลองของวงการแพทย์ครั้งใหญ่ วัคซีนที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลกและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของเมืองไทยก็น่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง อาจพบคนเกิดอาการข้างเคียงบ้าง เพราะฉะนั้นแต่ละคนต้องใช้วิจารณญาณเองว่าอยากฉีดหรือไม่ มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน" ศ.ดร.วันเพ็ญ กล่าว

 

 

        ทั้งนี้ บริษัท ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ จำกัด ที่ขายวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน 2 ล้านโดส โดสละประมาณ 200 บาทให้แก่รัฐบาลไทย ได้ระบุรายละเอียดในสัญญาสั่งซื้อว่า บริษัทจะไม่รับผิดชอบกรณีที่เกิดผลข้างเคียงในการใช้วัคซีนนี้

       

       

รายงานตอนที่ 21 คม ชัด ลึก

1/02/2010

 

       

 **************





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
bon09 วันที่ : 02/02/2010 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean


คนที่แพ้วัคซีนนี่ต้องทำใจว่าโชคไม่ดีจริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน