• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 502
  • จำนวนผู้ชม : 891775
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันพฤหัสบดี ที่ 20 มกราคม 2554
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 2623 , 14:49:05 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Surakant โหวตเรื่องนี้

 

 นักศึกษา ม.ดังโวยหลอกเรียนคณะดนตรี สอนมั่วเก็บโหด 5 แสนบาท บังคับ นศ.เปียโนสอนแทนอาจารย์ทั้งเทอม ไม่มีห้องอัด เครื่องดนตรีขาด ใครฟ้องขู่ขึ้นบัญชีดำ สกอ.รับเรื่อง เตรียมเรียกคู่กรณีให้ข้อมูล มหาวิทยาลัยนัด 24 ม.ค.แจงข้อเท็จจริง 

 

 ปัญหาหลักสูตรการสอนในมหาวิทยาลัยไม่ได้มาตรฐานยังคงมีต่อเนื่อง ล่าสุด "คม ชัด ลึก" ได้รับร้องเรียนจากกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังว่า คณะดนตรีที่เป็นหลักสูตรนานาชาตินั้น วิชาที่สอนไม่ได้มาตรฐานสากล อาจารย์ปล่อยให้นักศึกษาสอนกันเอง และขาดแคลนอุปกรณ์ดนตรี ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการข่มขู่นักศึกษาอีกด้วย

 

 เมื่อวันที่ 12 มกราคม ตัวแทนกลุ่มนักศึกษาคณะดนตรีให้ข้อมูลว่า พวกตนและเพื่อนรวม 35 คนกำลังได้รับความเดือดร้อนจากการเรียนหลักสูตรปริญญาตรีนานาชาติ คณะดนตรี เนื่องจากผู้บริหารเปลี่ยนแปลงหลักสูตรกะทันหัน โดยตัดวิชาสำคัญออกไปถึง 40 วิชา เมื่อสืบหาข้อเท็จจริงจึงทราบว่า ทางคณะเพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่ถึง 10 ปี อุปกรณ์ดนตรีจึงไม่พอเพียง และไม่มีห้องอัดเสียง ห้องซ้อมวงดนตรี ห้องแสดงคอนเสิร์ตไม่ได้มาตรฐาน ฯลฯ

 

 นอกจากนี้อาจารย์ต่างชาติส่วนใหญ่ไม่มีความถนัดและแตกฉานทางดนตรีอย่างแท้จริง พวกตนเคยร้องเรียนต่อผู้บริหารแล้ว แต่ได้รับการข่มขู่ว่า หากนักศึกษาคนใดโวยวายหรือทำให้เกิดปัญหาจะขึ้นชื่อในแบล็กลิสต์หรือบัญชีดำ เพื่อไม่ให้มีโอกาสได้ทำงานที่ดีหรือเรียนต่อในสถาบันอื่น พวกตนจึงอยากร้องเรียนให้กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหลักสูตรการสอนว่าได้มาตรฐานจริงหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของอาจารย์ โดยเฉพาะหัวหน้าภาควิชาว่ามีความเหมาะสมกับวิชาที่สอนหรือไม่

 

 น.ส.เอ็ม (นามสมมติ) นักศึกษาปี 4 เล่าว่า คณะดนตรีเปิดได้ประมาณ 8 ปีแล้ว ช่วงแรกเป็นสาขาอยู่ในคณะศิลปกรรม ก่อนมาเปิดเป็นคณะดนตรีหลักสูตรนานาชาติ แต่ละปีมีนักศึกษาเข้าใหม่ประมาณ 20-30 คน รวมแล้วปัจจุบันมีประมาณ 100 กว่าคน แบ่งเป็นเอกดนตรีแจ๊ส กับเอกดนตรีคลาสสิก ซึ่งตนเลือกเรียนสาขาแจ๊สและเรียนวิชาเอกการแต่งเพลง ปรากฏว่าทั้งหลักสูตรมีเปิดสอนแต่งเพลงเพียง 2 วิชาเท่านั้น

ขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นต้องเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการแต่งเพลงอย่างน้อย 6-8 วิชา ทำให้นักศึกษาที่เรียนเอกสาขาแต่งเพลงต้องขวนขวายหาความรู้จากที่อื่นแทน นอกจากนี้อาจารย์ที่สอนมักจะมาสาย หรือไม่มาในหลายวิชา โดยไม่บอกล่วงหน้า จนกลายเป็นเรื่องปกติ และอาจารย์ที่สอนก็มีไม่เพียงพอกับรายวิชาที่เปิด ต้องโยกย้ายสลับอาจารย์มาสอนวิชาที่ไม่เชี่ยวชาญ ทำให้อาจารย์บางคนขอร้องกึ่งบังคับให้นักศึกษาช่วยสอนแทน

 "หนูเรียนเปียโนตั้งแต่เด็ก ตอนอยู่ปี 2 ลงเรียนวิชาเบสิกคีย์บอร์ด พออาจารย์วิชานี้รู้ว่าเล่นเปียโนได้ค่อนข้างดี ก็มอบหมายให้เป็นคนสอนเพื่อนๆ ในชั้นมีอยู่ประมาณเกือบ 10 คน ตอนแรกหนูก็ไม่คิดอะไรมาก คิดว่าอาจารย์จะให้สอนแค่ 1 ครั้ง แต่พอเรียนครั้งต่อไป เขาก็ให้หนูออกมาสอนเพื่อนๆ อีก และให้สอนต่อเนื่องทุกครั้ง ซึ่งวิชานี้ต้องเรียนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง รวมเป็น 15 ครั้งต่อเทอม ปรากฏว่าหนูต้องสอนเพื่อนทั้งเทอมเลย สุดท้ายอาจารย์ก็ไม่ต้องสอนอะไรเลย หนูเป็นคนสอนหมด แล้วเขาก็ให้หนูได้เกรดเอ กลับมาบ้านรู้สึกกลุ้มใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร"

 น.ส.เอ็ม เล่าต่อว่า คุยกับเพื่อนที่เรียนคณะดนตรีของมหาวิทยาลัยอื่น เช่น จุฬาฯ ม.รังสิต ม.มหิดล ม.เกษตรศาสตร์ ฯลฯ ปรากฏว่าพวกเขาได้เรียนวิชาดนตรีพื้นฐานและดนตรีเฉพาะทางคล้ายกัน มีวิชาเลือกหลากหลาย และครูผู้สอนก็มีทั้งนักดนตรีหรืออาจารย์ดนตรีที่มีชื่อเสียงจริง ยิ่งไปกว่านั้น อุปกรณ์ดนตรีและห้องซ้อมวงดนตรีก็เพียงพอสำหรับนักศึกษาทุกคนด้วย ขณะที่คณะดนตรีไม่มีอุปกรณ์ดนตรีที่เหมาะสมกับการเรียนการสอนนักศึกษา โดยเฉพาะห้องแสดงคอนเสิร์ตที่เล็กและไม่ได้มาตรฐาน พวกตนอยากให้กระทรวงศึกษาธิการเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง

 "ก่อนจะสมัครเรียนก็อ่านรายละเอียดในโบรชัวร์และเว็บไซต์ที่โฆษณาว่ามีห้องซ้อมวงดนตรี 6 ห้อง แต่พอมาเรียนจริงถึงรู้ว่ามีแค่ 1 ห้องเท่านั้น และที่โฆษณาว่ามีห้องอัดเสียงดนตรีนั้น ความจริงคือไม่มีสักห้องแต่ไปขอยืมใช้จากคณะอื่นแทน และที่บอกว่ามีแกรนด์เปียโน 6 หลังนั้น ตอนนี้เสียไปแล้ว 2 ใช้ได้แค่ 4 หลัง ไม่มีใครเรียกช่างมาซ่อม นักศึกษาต้องแย่งกันซ้อม

ส่วนห้องแสดงคอนเสิร์ต หรือคอนเสิร์ตฮอลล์ ที่มีอยู่ห้องเดียวก็ไม่ได้มาตรฐานสากล พวกเรารู้ดี เพราะเคยไปดูเพื่อนมหาวิทยาลัยอื่นเล่นคอนเสิร์ตตลอด เปรียบเทียบได้เลยว่า ที่นี่แย่มาก แถมไม่มีห้องสมุดดนตรี อุปกรณ์ดนตรีทั่วไปก็ไม่พอเพียง ตอนนี้พวกหนูทุกข์ใจกันทุกคน ไม่รู้ว่าเรียนจบออกไปจะไปสมัครงานหรือเรียนต่อที่ไหนได้ เพราะเขาต้องขอให้เราแสดงดนตรีหรือความสามารถให้ดูอยู่แล้ว ตอนนี้พวกที่จบปี 4 ยังสู้ปี 1 ของมหาวิทยาลัยอื่นไม่ได้เลย" น.ส.เอ็มเล่า

 เช่นเดียวกับ น.ส.แอ็ป นักศึกษาวัย 23 ปี เล่าว่า เข้าเรียนปี 1 ในพ.ศ.2549 ตอนนั้นเป็นคณะศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งเลือกเรียนวิชาเอก "โปรเฟชชั่นแนล มิวสิก" (Professional Music) หรือผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี แต่พอถึงปี 2 เทอม 2 พ.ศ.2550 ตนก็ไปจ่ายเงินค่าเทอมตามปกติ ปรากฏว่าหัวใบเสร็จเปลี่ยนเป็นคณะดนตรี และเปลี่ยนวิชาเอกให้เป็น การแสดงดนตรี (Music Performance) ซึ่งรู้สึกตกใจมาก เพราะอยากเป็นนักแต่งเพลง ไม่ได้อยากเป็นนักดนตรี ตนพยายามติดต่อขอคำชี้แจงจากผู้บริหารคณะ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เพื่อนๆ ขอร้องให้ทนเรียนไปเรื่อยๆ ซึ่งรู้สึกกดดันมาก

เพราะไม่ได้มีพื้นฐานการเล่นดนตรีลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังมีการรวมวิชาดนตรีแจ๊สผสมเข้ากับดนตรีคลาสสิก สร้างความสับสนให้ผู้เรียนมาก ส่วนตนก็ไม่ได้เรียนเจาะลึกในด้านแต่งเพลง ขณะนี้กำลังรอรับปริญญาโดยไม่รู้ว่าจะไปสมัครงานหรือเรียนต่อที่ไหนได้ เพราะหลักสูตรที่จบมาแบบนี้คงไม่มีที่ไหนยอมรับ

 นายเบิร์ด นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เล่าว่า ตนเรียนเปียโนมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ มีประกาศนียบัตรไปสอนนักเรียนได้แล้ว แต่พอเข้าเรียนปริญญาตรี ปรากฏว่าหลักสูตรที่โฆษณากับที่สอนจริงแตกต่างกันมาก มีการลดวิชาสำคัญไปถึง 40 วิชา เปิดสอนแต่วิชาเลือกที่ไม่สำคัญ ค่าเล่าเรียนก็แพงกว่ามหาวิทยาลัยอื่น คือประมาณ 6-7 หมื่นบาท ในแต่ละเทอม รวมแล้วไม่ต่ำกว่าปีละแสนกว่าบาท แต่ไม่มีห้องซ้อมดนตรีและเครื่องดนตรีให้อย่างพอเพียง ทั้งๆ ที่เก็บค่าห้องซ้อมดนตรีเทอมละ 3,000 บาท จากนักศึกษาทุกคน แต่มีห้องซ้อมแค่ 1 ห้อง และปิดเวลาห้าโมงเย็น ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่จะเข้าเรียนจนถึงเวลา 14.30 น. ทุกวันนี้ตนกับเพื่อนๆ ต้องไปเช่าห้องซ้อมวงดนตรีที่อื่น ทำให้เสียค่าใช้จ่ายอีกไม่ต่ำกว่าเดือนละหมื่นกว่าบาท

 "ผมกัดฟันเรียนต่อ เพราะไม่อยากมีปัญหา แต่วันนี้ถึงเวลาแล้วที่นักศึกษาต้องออกมาสู้เพื่อความถูกต้อง ไม่ให้รุ่นน้องของเราถูกหลอก เป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นไม่ตกเป็นเหยื่อเหมือนพวกเรา ผมว่าผู้บริหารต้องเข้ามาตรวจสอบความจริงของคณะดนตรี ผมอาจไปฟ้องศาลเรียกค่าเสียหาย เอาค่าเทอมที่จ่ายไปทั้งหมด 4 ปี กว่า 5 แสนบาทคืนมา

 เพราะผมคงต้องไปเรียนต่อปริญญาตรีอีกครั้งที่มหาวิทยาลัยอื่น ไม่งั้นก็หางานทำไม่ได้ พวกเราเสียเวลาไปเปล่าๆ 4 ปี อยากให้มหาวิทยาลัยอื่นช่วยรับพวกเราไปเรียนต่อ แล้วให้มหาวิทยาลัยชื่อดังรับผิดชอบจ่ายเงินค่าเทอมให้ ตอนนี้พวกเราร้องเรียนไปที่สำนักงานคณะกรรมการารอุดมศึกษาแล้ว" นายเบิร์ดกล่าวเรียกร้องความยุติธรรม 

 เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามข้อเท็จจริงไปที่คณะดนตรี ทางเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าทราบข้อมูลแล้ว แต่ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องไม่ว่างและบางคนเดินทางไปต่างประเทศ จึงขอนัดชี้แจงอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มกราคม ที่จะถึง เมื่อสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พบว่าเรื่องร้องเรียนของกลุ่มนักศึกษาข้างต้นนั้น สำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษารับทราบเรื่องแล้ว และส่งต่อไปให้เลขาธิการ สกอ.พิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป

 นายขจร จิตสุขุมมงคล ผอ.สำนักนิติการ สกอ.กล่าวว่า ยังไม่เห็นหนังสือร้องเรียนตัวจริง แต่ได้ยินในที่ประชุมว่า มหาวิทยาลัยชื่อดังได้รับการร้องเรียนเรื่องดังกล่าวจริง ซึ่งวิธีจัดการปัญหาเบื้องต้นคือ ต้องเรียกทั้งฝ่ายนักศึกษาที่ได้รับความเดือดร้อนและฝ่ายผู้บริหารคณะดนตรีเข้ามาให้ข้อมูล จากนั้นก็ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบหลักฐานการเรียนการสอนว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการขั้นต่อไป

 

 

 

 คม ชัด ลึก 17/01/2554

/////////////////

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน