• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 501
  • จำนวนผู้ชม : 880710
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤศจิกายน 2554
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 2110 , 16:43:55 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เตือน "สื่อดราม่า" อย่าลืม "คุณค่าข่าว" 

 

  

              วิกฤติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นใน 25 จังหวัด ทำให้คนไทยกว่า 3 ล้านคนกลายเป็นผู้ประสบภัยทันที เมื่อ 3 เดือนก่อน สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานข่าวชาวบ้านเดือดร้อนจากน้ำท่วม นำเสนอภาพสถานพยาบาลและชุมชนถูกน้ำท่วม กลายเป็นภาพข่าวทีวีเรียกน้ำตาผู้ชมทางบ้านทั่วประเทศ ขณะที่นักวิชาการนิเทศศาสตร์หลายคนแสดงความเห็นว่าผ่านเฟซบุ๊ก เว็บบอร์ด หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ ถึงการทำหน้าที่ของสื่อในวิกฤติน้ำท่วมว่า

เป็นการรายงานข่าวแบบ "ดราม่า" นักข่าวบางคนสร้างความดังด้วยการตอกย้ำความหายนะในทุกภาคส่วนสังคม ส่งผลให้คนดูข่าวเครียดและตื่นตระหนกเกินความจริง   

    

                 ดร.เสริมศิริ นิลดำ อาจารย์โปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ ม.ราชภัฎเชียงราย เจ้าของงานวิจัย “คุณค่าข่าวในภาวะวิกฤตทางสังคม” ที่ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่นประจำปี 2553 จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อธิบายความหมายของ

 “สื่อดราม่า” หรือ “ข่าวดราม่า” ว่า เป็นการเสนอข่าวเร้าอารมณ์ เน้นบีบเค้นความรู้สึกของผู้ชมหรือผู้อ่านเป็นหลัก โดยใช้เทคนิคการสร้างเนื้อข่าว ภาษาข่าวและลำดับเรื่องราวเหมือนละคร

เช่น ข่าวภัยพิบัติมีโครงเรื่องแบบโศกนาฏกรรมเคราะห์ซ้ำกรรมซัด คนยากจนถูกน้ำท่วม มีเด็ก คนแก่ คนพิการเดือดร้อนไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือโครงเรื่องแสดงความขัดแย้งของ 2 ฝ่าย เช่น ระหว่างฝั่งถูกน้ำท่วมกับฝั่งน้ำแห้งเพราะคันกั้นน้ำ หรือความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานรัฐที่แก้ปัญหา ฯลฯ รวมทั้งการมีฮีโร่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา

“กลวิธีของข่าวดราม่าคือ การใช้ภาพและภาษาบ่มเพาะอารมณ์ของคนในสังคม เช่น ภาพน้ำท่วมมิดหลังคาบ้าน ภาพรถทั้งคันจมอยู่ใต้น้ำ ภาพเหยื่อที่เป็นเด็ก-คนป่วย-คนชราและคนยากจนที่โชคร้ายซ้ำซากน้ำท่วม การถ่ายภาพระยะใกล้เน้นไปที่สีหน้าแววตา น้ำเสียงบีบคั้นอารมณ์ รวมถึงการใช้เพลงประกอบ

ตลอดจนภาษาที่ขยายความรู้สึกน่าสะพรึงกลัว เช่น มวลน้ำมหาศาลขนาดใหญ่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มุ่งกระตุ้นอารมณ์ทางลบ ทำให้คนเกิดอาการ “อิน” กับภัยพิบัติ สื่อมวลชนไทยใช้เทคนิคเสนอข่าวแบบดราม่ามานานแล้ว รวมทั้งมหาอุทกภัยครั้งนี้ด้วย ข่าวดราม่าที่ถูกเสนอต่อเนื่องหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้คนติดตามข่าวรู้สึกจิตตก เครียดและหดหู่ แม้ตัวเองไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็ตาม

แต่ทางกลับกันข่าวดราม่าก็มีประโยชน์ ทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์ อารมณ์เหล่านี้กระตุ้นให้อยากบริจาคสิ่งของหรือออกไปช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วม เทคนิคดราม่าต้องใช้อย่างระมัดระวัง ไม่แอบแฝงประโยชน์ตนเอง ไม่เสนอข่าวบีบคั้นอารมณ์จนประชาชนรู้สึกเครียดหรือหดหู่มากเกินไป ควรปลอบประโลมหรือชี้แนะทางออกของปัญหาด้วย” เจ้าของงานวิจัยระบุ

นักวิชาการข้างต้นกล่าวแนะนำว่า ข่าวช่วงภาวะวิกฤติต้องคำถึงถึง  “คุณค่าข่าว” (News Values) อาจต้องปรับวิธีคิดและเลือกมุมเสนอข่าวให้สร้างสรรค์กว่าเดิม เช่น “ด้านองค์ความรู้” “ด้านการตรวจสอบ” “ด้านความขัดแย้ง” “ความรอบด้าน” 

โดยความรู้ควรเป็นเนื้อเดียวกับข่าว ทำให้รู้ที่มาที่ไปของปัญหาน้ำท่วมและเตรียมรับมือให้ได้ ส่วนการตรวจสอบหน่วยงานต่างๆ จำเป็นมาก แต่ต้องระมัดระวังไม่เสนอด้านเดียวจนประชาชนขาดความเชื่อถือในการทำงานของหน่วยงานรัฐ ด้านความขัดแย้งถือเป็นแง่มุมที่มีคุณค่า แต่ต้องไม่สับสน เช่น การแก้ปัญหามีหลายวิธี นักวิชาการมาจากหลายสำนัก แนวคิดและประสบการณ์แตกต่างกันไป สื่อต้องสรรหานักวิชาการที่หลากหลายและรู้ลึกรู้จริง ไม่เลือกเฉพาะคนเดิมซ้ำๆ เพื่อประมวลหาทางออกที่ดีที่สุด

ขณะที่ ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยาประจำโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) วิเคราะห์ว่า การรายงานข่าวของสื่อมวลชนส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาพที่ร้ายๆ จะซ้ำเติมความรู้สึกได้มาก เช่น ภาพคนแย่งถุงยังชีพ แย่งขวดน้ำ

ในด้านจิตวิทยาแล้ว ผู้ที่รับรู้เรื่องทุกข์ร้ายซ้ำๆ จะมีทางออก 2 ทาง คือ "สู้" หรือ "ถอยหนี" เช่น เมื่อเห็นข่าวคนทุกข์ยากจากน้ำท่วมผ่านทีวีทั้งวัน อาจเกิดความฮึดอยากสู้กระตือรือร้นออกไปเป็นจิตอาสาช่วยเหลือ หรืออาจถอยหนีเพราะรู้สึกแย่จนปิดประตูไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น

ศูนย์พักพิงน้ำท่วมหลายแห่งจัดกิจกรรมฟื้นฟูขวัญ เพิ่มพลังผ่อนคลายความเครียด

ดังนั้นสื่อต้องพิจารณาเนื้อหาโดยรวมอย่างละเอียดก่อนที่จะเสนอออกไป วิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ต่างจากภัยธรรมชาติที่ผ่านมา เพราะต่อเนื่องยาวนานหลายเดือน ภาพและข่าวเริ่มซ้ำซาก เป็นการถกเถียงระหว่างหน่วยงานต่างๆ เหยื่อน้ำท่วมมากมายที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ฯลฯ     

          "ช่วงนี้ต้องจัดทีมเดินทางไปศูนย์พักพิงหลายแห่ง  เพื่อชวนผู้ประสบภัยทำกิจกรรมให้หายเครียด ถ้าใครรู้สึกเศร้าสร้อย เป็นกังวลและหดหู่กับข่าวน้ำท่วมมาก จะแนะนำให้เลือกดูข่าวที่มีประโยชน์ เสนอแง่การให้สติ แง่ความคิดสร้างสรรค์ ข้อมูลเหล่านี้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และหันมาช่วยฟื้นฟูขวัญและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เช่นในศูนย์พักพิงควรจัดกิจกรรมเพิ่มพลังชีวิตและจิตใจอย่างต่อเนื่อง ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าอย่าท้อแท้ ท้อถอย จะช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้อยากลุกขึ้นมาสู้น้ำท่วมต่อไป" นักจิตวิทยากล่าวแนะนำทิ้งท้าย   

รายงานพิเศษ คมชัดลึก 12/11/2544

/////////

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เอกสิทธ์ วันที่ : 13/11/2011 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

หากสมัยผมอยู่ผู้จัดการ ผมจะเน้นเรื่องคน เรื่องโรงงาน เรื่องใครก็ได้ที่สู้ สู้จนยิบตา แล้วนำเสนอคนที่เขารอด คนที่เขาไม่ท้อทอย แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วครับ อ่านสนุกด้วย อ่านแล้วยิ่งอยากสู้

แต่อย่างว่า มันต้องทำการบ้านเยอะ ไปทุกซอกทุกซอย ซึ่งนักข่าวสมัยนี้ บางคนก็รวยครับ จึงทำงานไปตามหน้่าที่

แต่ก็มีนะครับที่นำเสนอดี แต่คนเป็นบก.นี่ซิ เลือกเอา Sad ๆ มาทั้งนั้นเลย เหอะ ๆ ๆ กรรมจริง ๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน