• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 979779
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน 2554
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 3290 , 16:52:00 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ช.สมิหลา โหวตเรื่องนี้

         

         

          มหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่กำลังสร้างวิกฤติให้ประเทศไทยครั้งนี้ ทำให้หลายหน่วยงานตั้งคณะกรรมการและกลุ่มนักวิชาการขึ้นมาหลายชุด เพื่อศึกษาวิธีรับมืออย่างจริงจังทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หนึ่งในนั้นคือการระดมสมองผู้เชี่ยวชาญปัญหาน้ำท่วมจากต่างประเทศ

             โดยเฉพาะการขอความร่วมมือจากเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่เคยประสบภัยน้ำท่วมจนทำให้มีผู้เสียชีวิตไปเกือบ 2,000 คน เมื่อ พ.ศ.2499 พื้นที่เนเธอร์แลนด์เกือบร้อยละ 30 อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ทำให้มีการคิดค้นระบบระบายน้ำและเทคโนโลยีป้องกันน้ำท่วมหลากหลายรูปแบบ เช่น เขื่อน คันกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ กังหันระบายน้ำ ฯลฯ

          ดร.จอร์จ ฟาน แดร์ เมอเลน (Dr.George G. van der Meulen) ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองและการจัดการน้ำ จาก สถาบันซีเคไอ (Compuplan Knowledge Institute of Applied geo-Informatics : CKI)หนึ่งในทีมงานจากเนเธอร์แลนด์ ที่เข้ามาศึกษาปัญหาน้ำท่วมในเมืองไทยกว่า 30 ปี เปิดใจให้สัมภาษณ์แก่ “คม ชัด ลึก” ถึงปัญหาน้ำท่วมในเมืองไทย พร้อมตอบคำถามสำคัญที่คนไทยทั่วประเทศอยากรู้ว่า

สถานการณ์เลวร้ายที่สุดผ่านพ้นไปหรือยัง ? 

ระบบป้องกันน้ำท่วมแบบใดที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศของไทย ? 

และคนไทยควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดมหันตภัยน้ำท่วมขึ้นอีกในอนาคต ?    

 

          หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2553 ที่หาดใหญ่กับนครราชสีมา รัฐบาลไทยได้เชิญ "ดร.จอร์จ" และผู้เชี่ยวชาญจากเนเธอร์แลนด์เข้าร่วมวางแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยพิบัติโดยท้องถิ่น ในชื่อ “โครงการวางแผนจัดการที่ดินและน้ำเพื่อเมืองอย่างบูรณาการ” 

โดยเลือกพื้นที่นำร่อง 4 แห่งคือ อ.ท่าขาม จ.สุราษฎร์ธานี, อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช, อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.เมืองน่าน ขณะกำลังสำรวจข้อมูลเบื้องต้นเกิดภัยน้ำท่วมใหญ่ขึ้นเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก ทีมงาน 8 คนจาก 5 องค์กรถูกเรียกตัวให้มาระดมสมองหาวิธีแก้ไขน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน

          ดร.จอร์จ ยอมรับว่าการแก้ปัญหาในช่วงแรกทำได้ช้าเพราะมีหน่วยงานรัฐเกี่ยวข้องหลายส่วน แต่ไม่มีเจ้าภาพในการตัดสินใจ ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ น้ำจึงทะลักเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพ ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ผ่านช่วงเลวร้ายที่สุดหรือยังนั้น จากการวิเคราะห์แลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้เชี่ยวชาญทั้งคนไทยและต่างชาติ ทำให้พบ 3 คำตอบที่แตกต่างกัน

          "กลุ่มแรกเชื่อว่ามันผ่านไปแล้วตั้งแต่น้ำท่วมทะลักเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ แม้ว่าจะยังไม่ถึงชั้นในสุดย่านธุรกิจสำคัญก็ตาม ช่วงนี้ปัญหาเริ่มผ่อนคลายจากการระบายน้ำที่ได้ผล ส่วนกลุ่มที่ 2 เชื่อว่ายังสถานการณ์เลวร้ายยังไม่ผ่านพ้นไป แต่เป็นช่วงเริ่มต้น เพราะคนภาคกลางต้องจมน้ำต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 9 เดือน เนื่องจากพื้นดินอุ้มน้ำไว้เต็มที่แล้ว แต่น้ำยังล้นเขื่อน น้ำเต็มแม่น้ำลำคลองและน้ำเต็มท้องทุ่ง ดังนั้นน้ำยังท่วมต่อเนื่องอีกหลายเดือน

ส่วนกลุ่มที่ 3 วิเคราะห์ว่าสถานการณ์ยังต้องลุ้นอีก เพราะแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือเขื่อนยาวกว่า 77 กม.ที่ยาวต่อเนื่องตั้งแต่ฝั่งธนบุรีจนถึงฝั่งพระนครนั้นอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการพังทลายมาก มันอ่อนแอจากการถูกคลื่นซัดต่อเนื่องมานานหลายเดือน วันไหนเขื่อนริมเจ้าพระยาแตก วันนั้นถึงจะเรียกว่าสถานการณ์เลวร้ายสุด” ดร.จอร์จ วิเคราะห์

          สำหรับวิธีป้องกันปัญหาน้ำท่วมในอนาคตนั้น ดร.จอร์จวิเคราะห์ว่า จากประสบการณ์กว่า 30 ปีที่เขาวนเวียนเข้าออกประเทศไทยเพื่อศึกษาเรื่องน้ำท่วมนั้น พบว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เกิดขึ้นทุกปีแต่เปลี่ยนพื้นที่ไปเรื่อยๆ เช่น ที่โคราช หาดใหญ่ ภาคเหนือ ฯลฯ แต่ไม่เคยหนักเท่าปีนี้มาก่อน

ดังนั้นการสร้างแนวป้องกันน้ำต้องทำพร้อมกัน ตั้งแต่ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ริมฝั่งทะเลและแม่น้ำสายสำคัญๆ ในภูมิภาคต่างๆ ควรสร้างแนวกั้นน้ำหรือ เส้นทางระบายน้ำที่เรียกว่า ฟลัดเวย์ (Floodway) รูปแบบใดก็ได้ แต่ต้องให้เหมาะสมกับภูมิประเทศบริเวณนั้น อาจมีความจำเป็นต้องย้ายชุมชนบางแห่งริมแม่น้ำออกไป เพื่อนำพื้นที่มาเป็นสร้างแนวกั้นน้ำ ดังนั้นควรให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนด้วย

          ส่วนการป้องกันมหันตภัยน้ำท่วมในอนาคต ดร.จอร์จ ยอมรับว่าทำยากที่สุด เนื่องจากประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมมากถึง 30 องค์กร การทำงานแยกส่วนไม่ได้คิดและตัดสินใจร่วมกัน หากจะแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ให้วิกฤติเหมือนที่เกิดขึ้นครั้งนี้ สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ตั้งหน่วยงานหลักขึ้นมาดูแล จะเป็นกระทรวงหรือหน่วยงานรัฐแบบใดก็ได้ เช่นที่เนเธอร์แลนด์เรียกว่า Ministry of Infrastructure and the Environment เป็นหน่วยงานเฉพาะที่ดูแลและตัดสินใจแก้ไขภัยธรรมชาติต่างๆ ที่เกิดขึ้น 

          "ที่สำคัญต้องวางแผนระยะสั้นและระยะยาวต่อเนื่อง มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน เช่น แผนระยะยาว 50 ปี หรือ 100 ปี จะสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมอย่างไร ส่วนระยะสั้น 2 ปี  5 ปี 10 ปี ต้องสร้างให้สอดคล้องกับแผนระยะยาว วันนี้รัฐบาลไทยตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุดแล้ว เน้นการฟื้นฟู

แต่ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าทำไมน้ำท่วมหนักปีนี้   มีข้อผิดพลาดตรงไหนบ้าง หลักการวิจัยต้องหาต้นเหตุก่อน แล้วค่อยคิดหาวิธีป้องกัน จากนี้ไปคงต้องติดตามว่ารัฐบาลมีแผนดำเนินการอย่างไร ผมหวังว่าแม้พรรคการเมืองเปลี่ยน แต่แผนน้ำท่วมที่จัดทำขึ้นต้องไม่เปลี่ยนตาม” ดร.จอร์จ กล่าวแนะนำทิ้งท้าย  

         

///////

รายงานพิเศษ คมชัดลึก 22/011/2554

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน