• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 505
  • จำนวนผู้ชม : 932250
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤษภาคม 2555
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 7948 , 17:35:24 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน BlueHill , rosawan และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

        การทำบุญสะเดาะเคราะห์ด้วยวิธีการปล่อยนกปล่อยปลา หรือปล่อยสัตว์ประเภทต่างๆ กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนไทยจำนวนไม่น้อย ในแทบทุกโอกาส ทั้งวันเกิด วันปีใหม่ รวมถึงเทศกาลและวันสำคัญอื่นๆ และไม่ใช่เฉพาะคนไทยเท่านั้น คนจีน และผู้คนในแถบเอเชียอีกหลายประเทศก็นิยมทำบุญสะเดาะเคราะห์ด้วยวิธีการนี้เช่นเดียวกัน

        ล่าสุดรัฐบาลไต้หวันกำลังจะออกกฎระเบียบห้ามปล่อยนกปล่อยปลาอีกต่อไป หลังมีข้อมูลยืนยันว่า ในแต่ละปีนกและปลาในไต้หวันไม่น้อยกว่า 200 ล้านตัว ได้รับบาดเจ็บและตายด้วยน้ำมือมนุษย์ที่นิยมพิธีกรรมแบบนี้

        เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มอนุรักษ์จาก "สมาคมสิ่งแวดล้อมและสัตว์แห่งไต้หวัน" เปิดเผยข้อมูลว่า ทุกปีสถานทำบุญซึ่งมีอยู่ไม่น้อยกว่า 750 แห่งทั่วไต้หวัน จัดพิธีปล่อยสัตว์ หรือที่เรียกว่า "ปล่อยด้วยความเมตตา" (Mercy Releases) โดยสัตว์ที่นำมาปล่อยส่วนใหญ่เป็นปลาและนก ทำให้สัตว์กว่า 200 ล้านตัวต้องตายหรือบาดเจ็บหนักเพราะขาดอาหารหรือที่อยู่อาศัย หากกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้จริง ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งแอบไปปล่อยสัตว์ จะมีโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับเงินเกือบ 3 ล้านบาท

        ทำไมคนจึงนิยมสะเดาะเคาะห์ด้วยวิธีนี้ ?

        งานวิจัยล่าสุดในหัวข้อ "ปล่อยสัตว์ ทำบุญฤๅสร้างบาป" ที่ศึกษาโดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปี 2554 ระบุถึงความเป็นมาของพิธีกรรมข้างต้นว่า   

        นานมาแล้ว เจ้าอาวาสผู้มีญาณพิเศษทำนายดวงชะตาราศีได้แม่นยำ เผอิญไปพบกับสามเณรกำลังกวาดลานวัด แล้วสังเกตเห็นว่าสามเณรมีสีหน้าหมองคล้ำจึงถามวัน เดือน ปีเกิด เพื่อสำรวจดวงชะตาให้ ปรากฏว่าดวงสามเณรไม่ดีนักจะอายุสั้น สมภารจึงแนะนำให้กลับไปเยี่ยมบุพการีในวาระสุดท้ายของชีวิต ระหว่างเดินทางกลับบ้านนั้น สามเณรผ่านทุ่งนาแล้วเห็นปลาในหนองน้ำกำลังจะตายเพราะความแห้งแล้ง จึงเกิดความรู้สึกสงสาร เลยค่อยๆ เอามือช้อนปลาทีละตัวไปปล่อยที่ลำคลองใหญ่ พร้อมพูดในใจว่า "ข้าให้อิสระแก่เจ้า ขอให้เจ้ามีชีวิตยืนยาวต่อไป" 


        หลังจากเยี่ยมญาติพี่น้องเสร็จ สามเณรเดินทางกลับมายังวัด เมื่อสมภารเห็นใบหน้าที่ผ่องใสไม่หมองคล้ำเหมือนเดิม จึงสอบถามความเป็นมาว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างละเอียด เมื่อทราบว่าไปปล่อยปลามาแล้วสามารถต่อชะตาชีวิตได้ ข่าวลือเรื่องนี้จึงสะพัดไปทั่วหมู่บ้านและกลายเป็นความเชื่อสืบต่อมาถึงทุกวันนี้

        ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวได้สัมภาษณ์เชิงลึกผู้เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมนี้ทั้งผู้ขาย ผู้ปล่อย วัด ฯลฯ ได้ข้อสรุปว่า คนส่วนใหญ่นิยมทำทานด้วยการปล่อยสัตว์เพราะมีหมอดูแนะนำ เมื่อทำบุญที่วัดเสร็จก็จะทำทานด้วยการซื้อสัตว์ที่ขายหน้าวัดเพราะเชื่อว่าทำแล้วจะเกิดความสบายใจ ช่วยให้หายป่วย ต่อชะตาชีวิต ทำให้เกิดจิตกุศล ฯลฯ 

        ส่วนกลุ่มผู้ขายสัตว์ที่ยึดเป็นอาชีพนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเครือข่ายญาติพี่น้องแนะนำกันมา เพราะสัตว์หลายประเภทต้องซื้อขายในตลาดมืด เช่น นกบางประเภทและเต่าซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม "พระราชบัญญัติสงวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ.2535"  

        ในงานวิจัยระบุว่า สัตว์ที่คนนิยมปล่อยมากที่สุด คือปลาไหล เพราะเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตลื่นไหล เงินทองไหลมาเทมา ความทุกข์ไหลออกไป แต่การปล่อยปลาไหลบริเวณแม‹นํ้าหน้าวัดนั้น อาจไม่ได้ช‹วยชีวิตสัตวหรือไดŒบุญจริง เนื่องจากธรรมชาติของปลาไหลชอบอยู่บริเวณลำหŒวย หนองน้ำ คลอง บึง ที่มีดินโคลนดินเลนใหŒมุด นอกจากนี้ยังชอบสภาพน้ำนิ่งๆ ไม‹ไหลแรงมาก ดังนั้น เมื่อคนซื้อปลาไหลหน้าวัดแล้วปล่อยทิ้งลงกลางแม่น้ำ ปลาไหลจะอยู่นิ่งเพราะทนความแรงของกระแสน้ำไม่ไหว แล้วพยายามว่ายหลบมายังริมตลิ่ง สุดท้ายก็โดนกลุ่มพ่อค้าจับมาขายซ้ำใหม่ได้อย่างง่ายดาย  

        งานวิจัยข้างต้นแนะนำให้หน่วยราชการท้องถิ่นช่วยหาอาชีพใหม่ให้แก่ผู้ค้าสัตว์เพื่อทำบุญ พร้อมกับเผยแผ่คำสอนของพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญและทำทาน เพราะยังมีความเชื่อผิดๆ อยู่มาก หากใครต้องการทำทานด้วยการปล่อยสัตว์ ก็ควรศึกษาวิถีชีวิตของสัตว์เหล่านั้นให้ดีก่อนที่จะทำร้ายหรือทำอันตรายให้พวกมันมากกว่าเดิม 

        ด้านอาจารย์ขวัญทอง สอนศิริ วิทยากรจริยธรรมแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ศูนย์พิษณุโลกศึกษา แสดงความเห็นในมุมมองของพุทธศาสนิกชนที่คลุกคลีกับการร่วมทำบุญทำทานในวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยว่า สัตว์ที่คนนิยมนำมาปล่อยเพื่อทำบุญทำทานคือปลาไหลเพราะให้ทุกข์โศกหลั่งไหลออกไป และปล่อยนกเพื่อให้มีความสุขความเจริญ มีโชคดี มีโอกาสใหม่ๆ ปล่อยหอยขม เหมือนการปลดปล่อยความขื่นขมออกไป หอยจะช่วยดูดความอัปมงคลของชีวิต ส่วนวัดนั้นมี 2 แบบคือ วัดที่สนับสนุนให้มีผู้มาซื้อขายสัตว์หน้าวัด เพื่อให้นำไปปล่อย ถือเป็นการหารายได้และอำนวยความสะดวก กับวัดที่ต่อต้านไม่ให้มีพ่อค้าแม่ค้ามาใช้วิธีนี้หากินกับผู้มาทำบุญ

        "การทำบุญที่ถูกต้องนั้น จิตใจต้องเกิดความปีติ ทั้งก่อนทำ หลังทำ และทำเสร็จแล้ว จึงจะเกิดเป็นกุศล การปล่อยสัตว์ควรเลือกสัตว์ที่กำลังจะถูกซื้อไปฆ่า เช่น ปลาในตลาดสด หรือสัตว์ที่ไม่ได้ถูกทรมาน ไม่เช่นนั้นหลังทำบุญไปแล้ว

 ต้องกลับมานั่งคิดว่า สิ่งของที่ตักบาตรไปพระจะกินหรือเปล่า จะเอาไปขายเวียนหรือไม่ หรือเมื่อปล่อยสัตว์สะเดาะเคราะห์แล้วกลับคิดว่า สัตว์เหล่านั้นทรมานหรือเปล่า ใครจะจับมาขายซ้ำหรือไม่ ความรู้สึกเหล่านี้จะทำให้ผู้นั้นกลายเป็นทาสของบุญทานที่ทำไป ไม่เกิดความปีติอิ่มเอิบอิ่มใจอย่างแท้จริง" อาจารย์ขวัญทองให้ข้อคิด

 

 //////////

รายงานพิเศษ

คมชัดลึก

17/05/2012

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มือใหม่ วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 09.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thanapornk

แต่ก่อนจะถือเคล็ด ซื้อปลาไหล 9 ตัว ปลาหมอ หรือ เต่ามาปล่อย แต่เดียวนี้ ซื้อปลาช่อน หรือ ปลาดุก ที่แม่ค้าตลาดสด ซื้อตามกำลังเงิน ปล่อยที่ ท่าน้ำ ในวัด ลงแม่น้ำเจ้าพระยา

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คือเรา วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/salatee

เคยเอาเต่า9ตัว ไปปล่อยที่สวนหลวง ร.9 ทุกวันนี้คิดว่าเค้าคงสุขสบายดี เพราะที่นั่นร่มรื่น ปลอดภัย แวะไปเยี่ยมทีไรก็จะนึกถึงเรื่องดีที่เราเคยทำ..สุขใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 07.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

ถ้าอยากปล่อยสัตว์แบบได้บุญจริงๆ ต้องไปซื้อปลาในตลาดที่กำลังจะถูกซื้อไปทำอาหารค่ะ เคยไปซื้อปลาดุกไปปล่อย เพราะมีคนแนะนำว่า ปลาดุกเป็นปลาที่ทนที่สุด แล้วเลือกที่ปล่อยที่เหมาะสมกับเค้า... ตอนนั้นเอาถังไปซื้อปลาดุกเลย มันก็ดิ้นซะน้ำกระจาย เอาปล่อยที่บึงพระราม 9 ตรงแถวๆ ที่มีใบพัดออกซิเจน ก็คิดว่า มันน่าจะรอดนะ ปล่อยเสร็จยังเฝ้าอีก รอให้มันว่ายหลบไปไกลๆ ก่อน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

สมัยเรียน มธ เห็นเด็กเร่ร่อนแถวนั้น ไล่จับเต่าที่คาดว่า จะเป็นเต่าที่ถูกปล่อยนั่นแระ นำไปขายแม่ค้าต่อ

หอยขมก็เหมือนกัน เห็นเค้าขว้างหยั่งกะทิ้งขยะลงแม่น้ำ ยังอดคิดว่า มันจะรอดไหมน้อ... น้ำก็แรง เรือก็วิ่งกันขวักไขว่

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 07.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติจากการปล่อยนกปล่อยปลา ในมุมที่ประชาชนทั่วไปยังอาจนึกไม่ถึง
http://www.oknation.net/blog/blankpage/2009/05/02/entry-1


ในส่วนของปลาที่ถูกจับมาขาย อาจจะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก เพราะปลาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้จับมาได้บ่อยๆในปัจจุบันนั้น เราจะพบเพียงไม่กี่ชนิด หลักๆเลยคือ ปลาไหลนา ปลาหมอไทยและปลากระดี่หม้อ ซึ่งปรับตัวได้เก่งกาจพอที่จะอยู่ในแหล่งน้ำแบบใดก็ได้ที่คุณภาพน้ำไม่บัดซบจนเกินไป

แต่ก็มีเรื่องน่าแปลกใจอยู่เสมอ จากประสบการณ์โดยตรงของตัวเอง ที่วัดดังๆแถวๆ รพ.ศิริราช วัดหนึ่ง มีคนขายลูกปลาทองตัวเล็กๆให้ปล่อยเสียด้วย ปลาทองดั้งเดิมแบบ original ที่อยู่ตามแหล่งน้ำในธรรมชาตินั้น (เสริมนิดหน่อยว่าปลาทองเป็นปลาในเขตน้ำเย็นที่ไม่พบตามแหล่งน้ำเมืองไทย) ไม่ได้มีสีสันสวยสะดุดตา แล้วก็ไม่มีรูปร่างและอุปนิสัยการว่ายน้ำดุ๊กดิ๊กๆน่ารักน่าเอ็นดูแบบที่เราเลี้ยงๆกันหรอกนะครับ ถ้าหากเอาปลาทองที่เลี้ยงกันตามบ้านมาปล่อยลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติก็มีหลายสาเหตุเหลือเกินให้ที่ชัดเจนจนทำให้พูดได้เลยว่า อยู่รอดเกินวันนึงก็เก่งแล้วแหละ ไม่เช่นนั้นปลาทองเองคงกลายเป็นปลาต่างถิ่นที่เป็นปัญหาต่อระบบนิเวศน์เหมือนที่ปลาต่างประเทศยอดฮิตตัวอื่นๆเป็นแล้วล่ะครับ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกหินฮะ๛ วันที่ : 17/05/2012 เวลา : 19.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stonekid
http://www.oknation.net/blog/stonekimo    Too bad all the people ,  ..Who know how to run the country !. Are busy Driving Taxicabs and Cutting Hair....

เป็นเรื่องน่าคิดจริงๆฮะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
rosawan วันที่ : 17/05/2012 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rosawan
AT  THE  END  OF  THE  STORM  THERE'S  A  GOLDEN  SKY.

เรื่องนี้ชวนให้เหนื่อยใจสุดๆค่ะ

นับประสาอะไรกับคนธรรมดาทั่วไป
เห็นตามเว็บไซด์ของวัดบางวัด หรือแม้แต่ป้ายที่วัดจริงสถานที่จริงเลย มีการติดประกาศแจกแจงเสร็จสรรพว่าทำบุญด้วยนก เต่า หอย ปู ปลา(แตกข้อย่อยด้วยว่าปลาชนิดไหน) ฯลฯ ได้บุญอะไรและอย่างไรบ้าง รวมทั้งต้องทำครั้งละกี่ตัว และใครเกิดวันอะไรต้องปล่อยตัวอะไร โอยย...ดีเทลเยอะจัด
ทั้งๆที่สถานที่แบบนี้ควรให้ความกระจ่างและหูตาสว่างนะคะ
เพราะการสนับสนุนให้มีการปล่อยสัตว์ก็เหมือนการร่วมทำบาปไปด้วย
ส่วนตัวคนซื้อก็ย่อมหมายถึงการสนับสนุนให้คนใจบาปไปจับสัตว์มาเพื่อการทรมาน เป็นการสร้างเวรก่อกรรมกันไปอีก

เรื่องปล่อยสัตว์เป็นการทำทานได้ก็ต่อเมื่อสัตว์พวกนั้นมีความลำบากหรือกำลังจะมีภัยถึงชีวิต รวมทั้งหลังจากทำแล้วตัวคนทำต้องรู้สึกอิ่มเอิบใจจากการช่วยชีวิตสัตว์ ไม่ใช่มีจิตคาดหวังหรือมุ่งหมายว่าตัวเองจะอายุยืน...ศัตรูจะแพ้พ่าย...หรือแม้แต่โรคภัยที่เป็นจะคลาย

นี่ยังไม่รวมถึงการคิดว่าตัวเองจะทำทานแล้วกลับไม่มีความรู้เรื่องสถานที่ที่ต้องปล่อยและวิธีการปล่อยสัตว์ชนิดนั้นๆอีก
เคยเห็นเต่าในสระริมถนนที่พยายามตะกายขึ้นฝั่งที่เป็นขอบทางชัน น่าสงสารมาก รู้จากคนแถวนั้นว่านี่เป็นแหล่งที่คนไปซื้อสัตว์มาปล่อยเพื่อสะเดาะห์เคราะห์ เต่าไม่สามารถว่ายน้ำได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว มันยังต้องการที่แห้งเพื่อพักและนอน
ที่น่าสังเวชคือมีคนพยายามเตือนและอธิบายแล้วแต่คนที่บอกว่าอยากทำบุญกลับไม่สน

อย่างที่บอกแต่ต้นแหละค่ะ-เรื่องนี้น่้าเหนื่อยใจและน่าโมโหที่สุด

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 17/05/2012 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

การทำ บุญที่ถูกต้องนั้น จิตใจต้องเกิดความปีติ ทั้งก่อนทำ หลังทำ และทำเสร็จแล้ว จึงจะเกิดเป็นกุศล การปล่อยสัตว์ควรเลือกสัตว์ที่กำลังจะถูกซื้อไปฆ่า เช่น ปลาในตลาดสด
ถูกต้องแล้วครับ การปล่อยปลาที่ถูกต้อง ต้องช่วยชีวิตเขาขระกำลังจะถูกฆ่าครับ ส่วนพวกทำเป็นอาชีพนั้น ไม่สนับสนุนเลย จะว่าไป
พวกนกนั้นไม่ควรปล่อยครับ เพราะหากเราจะปล่อยก็แสดงว่าต้องมีการจับ ไม่มีการจับก็ไม่มีการปล่อย อย่าจับนกกันเลยจะดีกว่าครับจะได้ไม่ต้องปล่อย แค่ดู ๆ ชม ๆ เหมือนบก.ชาลีกับพรรคพวกโอเค ก็เพียงพอแล้ว
ส่วนปลานั้น ห้ามยากเพราะเขาจับกันเป็นอาชีพเพราะคนกินปลา ฉะนั้น ช่วยชีวิตปลาที่กำลังจะถุกกินนั่นแหละครับได้บุญมากกว่า ต่อชะตาชีวิตได้ด้วยจริงครับ
แถม เรื่องนี้มีบันทึกในพระไตรปิฏกนะครับ(ฉบับเก่า) สามเณรองค์นั้น เป็นลูกศิษย์พระสาลีบุตรครับ และมีอายุยืนถึง ๑๒๐ ปีทีเดียวถ้าจำไม่ผิดนะครับ นอกจากนี้ยังมีเรื่องลูกศิษย์พระมหาโมคััลลานะที่อายุสั้นแบบนั้นด้วยครับ ก็เหตุการณ์คล้าย ๆ กันครับ
ส่วนเรื่องปล่อยปลาได้บุญนั้น จริงครับผมช่วยปลาไหลให้รอดชีวิตมาปีนี้เกือบร้อยตัวแล้วครับ เดินทางไปไหนคล่องปรื้ดเลยครับ ทำอะไรก็รื่นไหลตลอด ขนาดไฟแดงในกรุงเทพยังไม่ติดนะครับ นั่งแท็กซี่ไปธุระ คิดดูไฟเขียวตลอดทาง เป็นไปได้ไง แท็กซี่ยังงงอะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 17/05/2012 เวลา : 17.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เรื่องนี้ ถูกใจมาก
เข้าวัด ปล่อยสัตว์ ไม่ได้บุญหรอก บาปเห็นๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน