• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 502
  • จำนวนผู้ชม : 892326
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันอังคาร ที่ 2 กันยายน 2557
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 4890 , 15:37:56 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

"ก.ม.ทวงหนี้"..ใครได้ใครเสีย?


               การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งนี้ ทำให้ลูกหนี้ทั่วไทยลุ้นระทึกกลัว "ฝันค้าง" หลังเจอคำสั่งถอน "ร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ...." ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทั้งที่ร่างฉบับนี้ติด 1 ใน 10 กฎหมายเร่งด่วน คสช. การสั่งดึงร่างนี้ออกกะทันหัน สร้างความสงสัยให้เครือข่ายผู้บริโภค และชมรมตัวแทนลูกหนี้เป็นอย่างมาก จนกระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 29 สิงหาคม มีคำสั่งด่วนให้บรรจุเข้าวาระอีกครั้ง !?!

 

 


หากย้อนดูความเป็นมาจากกำหนดการเดิม "กฎหมายทวงหนี้" ถูกบรรจุในวาระการประชุม สนช.ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม แต่ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช.ออกมาให้ข่าวว่า ที่ประชุมมีมติควรเลื่อนวาระการพิจารณาออกไปก่อน เนื่องจากพบปัญหาข้อกฎหมายหลายประการ นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากสภาทนายความ และตัวแทนจากเนติบัณฑิตยสภา แสดงความไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยอ้างว่ามีกฎหมายอื่นบังคับใช้อยู่แล้ว รวมถึงกฎบังคับของสถาบันการเงินที่ควบคุมดูแลเรื่องนี้อยู่

 


ขณะที่บางกลุ่มเห็นว่า การเลื่อนออกไปน่าจะเป็นผลดีต่อลูกหนี้ เพราะนอกจะบังคับใช้บังคับ "หนี้ในระบบ" เช่น ลูกหนี้ธนาคาร ลูกหนี้บัตรเครดิต-บัตรสินเชื่อ หรือ ลูกหนี้สถาบันการเงินอื่นๆ แล้ว ยังมีผู้เสนอให้ครอบคลุมถึง "หนี้นอกระบบ"
อย่างไรก็ตาม ช่วงบ่ายวันที่ 29 สิงหาคม ที่ประชุม สนช.ได้นำร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ฯ เข้ามาอีกครั้งอย่างเร่งด่วน

 

ดยพิจารณาจากสาระสำคัญ เช่น กำหนดความหมายของ "ผู้ทวงหนี้" "ลูกหนี้" "ผู้ให้สินเชื่อ" และกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ต้อง "จดทะเบียนประกอบธุรกิจทวงถามหนี้" พร้อมกำหนดให้มี "คณะกรรมการกำกับการทวงหนี้" มีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนทั้งโทษทางอาญาและโทษทางปกครอง ส่วนเรื่องการครอบคลุมถึงหนี้นอกระบบนั้น ให้ไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ โดยเน้นแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน

 


ย้อนหลังความเป็นมาร่างกฎหมายฉบับนี้นั้น ในอดีตชื่อเต็มคือ "ร่าง พ.ร.บ.การติดตามทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม" มีทั้งหมด 35 มาตรา ก่อนจะถูกหั่นให้ชื่อสั้นลงเหลือแค่ "ร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ..."

 

 


เนื้อหาหลักๆ อยู่ที่มาตรา 6 ระบุว่า ห้ามไม่ให้ผู้ทวงหนี้ติดต่อผู้อื่นที่มิใช่ลูกหนี้, มาตรา 7 กำหนดช่วงเวลาทวงหนี้ 09.00-20.00 น. ห้ามทวงดึกกว่านี้ และต้องแจ้งชื่อ นามสกุล หน่วยงาน และหลักฐานว่าเป็นตัวแทนเจ้าหนี้ด้วย


มาตรา 9 ห้ามข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ทำให้เสียหายชื่อเสียง ร่างกายและทรัพย์สิน และห้ามใช้วาจาดูหมิ่น เสียดสี ลูกหนี้หรือผู้อื่น ที่สำคัญคือ ห้ามเปิดเผยหนี้สินให้ผู้อื่นทราบ รวมถึงห้ามใช้ข้อความหรือสัญลักษณ์ทวงหนี้บน “ซองจดหมาย”


ส่วน มาตรา 10 ระบุห้ามใช้ข้อความทำให้ลูกหนี้เชื่อว่าจะถูกดำเนินคดี ยึดทรัพย์หรืออายัดเงินเดือนโดยเด็ดขาด สำหรับโทษระบุในร่างกฎหมายฉบับนี้ มีโทษปรับ 1- 5 แสนบาท จำคุก 1-5 ปี


"สารี อ๋องสมหวัง" เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เล่าว่า ช่วงหลายปีพยายามผลักดันร่างกฎหมายนี้มาตลอด เพราะแก๊งทวงหนี้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก ความกดดันต่างๆ ทำให้เกิดคดีสะเทือนใจในหลายครอบครัว กลุ่มเสียผลประโยชน์ เช่น สถาบันการเงิน หรือ ผู้รับจ้างทวงหนี้ จะมาอ้างว่าใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีกฎหมายเอาผิดกลุ่มทวงหนี้โดยตรง จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะเจาะจงขึ้นมา


"ที่ผ่านมา คสช.พยายามออกไปสอบถามประชาชนว่า เรื่องไหนเดือดร้อนที่สุด ส่วนใหญ่ทั่วประเทศก็ตอบเหมือนกันว่า เรื่องหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นในระบบหรือนอกระบบ แต่นอกระบบเราจัดการได้ยากอยู่แล้ว ไม่มีหลักฐานอะไร แต่ในระบบสามารถจัดการได้ เพราะทุกวันนี้มีการเรียกร้องเก็บผลประโยชน์จากค่าทวงหนี้เกินจริง"


สอดคล้องกับ "ชูชาติ บุญยงยศ" ประธานชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล วิเคราะห์ให้ฟังว่า กลุ่มได้ประโยชน์คือลูกหนี้และครอบครัว ที่ไม่ต้องถูกกดดันจากมิจฉาชีพที่รับจ้างทวงหนี้


"ข้อเท็จจริงแล้วใครเป็นหนี้ก็ต้องชดใช้ แต่ไม่ควรถูกข่มขู่คุกคาม ผู้เสียผลประโยชน์ชัดๆ คือ สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ กับสำนักงานทนายความบางกลุ่ม พวกนี้รับจ้างทวงหนี้ด้วยวิธีผิดกฎหมายแบบแยบยล ยิ่งทวงมากก็ได้เปอร์เซ็นต์มาก ทุกครั้งที่ทวงถามหนี้ ผู้รับจ้างทวงจะได้ค่าตอบแทน เช่น โทรศัพท์ทวงหนี้บัตรเครดิตได้ครั้งละ 250 บาท เงินเหล่านี้จะถูกบวกไปกับจำนวนหนี้ของลูกหนี้ ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงช่วยลูกหนี้ทั่วประเทศไทยไม่ต้องรับภาระมากเกินไป


ส่วนเรื่องหนี้นอกระบบ กฎหมายนี้รวมอยู่แล้ว เพราะไม่ได้ระบุว่าให้ใช้เฉพาะในระบบ แต่ความจริงคงเอาไปบังคับใช้ได้ยาก เพราะกลุ่มนี้ถ้ามันเจอซ้อมเลย หรือดักฟันแขน ฟันขา ไม่พูดมากอยู่แล้ว


ในอีกด้านหนึ่ง "เดชอุดม ไกรฤทธิ์" นายกสภาทนายความ แสดงความเห็นว่า ปัญหาของแก๊งทวงหนี้นั้น ไม่ควรทำเป็นกฎหมายใหม่ขึ้นมา เพราะมีกฎหมายอาญาเรื่องการข่มขู่คุกคามอยู่แล้ว ส่วนสถาบันการเงินก็มีระเบียบปฏิบัติในการทวงหนี้สินเช่นกัน เหมือนการเลียนแบบกฎหมายมาจากต่างประเทศ ไม่น่าใช้ได้จริงในประเทศไทย


"กฎหมายทวงหนี้ไม่มีความจำเป็นเลย เพราะถ้าจะเอาผิดสำนักงานทนายความ ก็มีอยู่เพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่รับจ้างเร่งรัดหนี้สิน เรามีทนายความทั่วประเทศ 7 หมื่นคน มีไม่กี่คนออกนอกลู่นอกทาง ก็ไปจัดการเลย" นายกสภาทนายแสดงความเห็น


ล่าสุด ที่ประชุม สนช.ได้ลงมติรับหลักการ "ร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ...." วาระแรกเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา ด้วยคะแนน 168 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 25 คน แปรญัตติ 7 วัน...

 

 

สาวช้ำหนี้..บัตรเครดิต

ข้อความด้านล่าง เป็นหนึ่งในตัวอย่างลูกหนี้บัตรเครดิตที่มาโพสต์เรื่องราวปรับทุกข์ในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง


สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคน เริ่มเป็นหนี้บัตรเครดิต ปี 2013 ค่ะ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจทำเท่าไร แล้วก็ไม่ได้ขวนขวายอยากจะมี เพื่อนชวนทำ บอกว่าทำแล้วฟรีกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ เราก็อ่ะได้ของฟรี เปิดใบแรกกับธนาคารกรุงเทพค่ะ อันนี้เปิดเองเพราะหน้าที่การงานเราต้องติดต่อธนาคารบ่อย ได้วงเงินมา 4 หมื่นบาท ยื่นเปิดบัตรเครดิตกับเพื่อนไปที่บัตรกรุงไทย ไทยพาณิชย์ กสิกร กรุงศรีอยุธยา ปรากฏว่าผ่านหมด (แต่ละใบวงเงิน 6- 8 หมื่นบาท) ทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อเงินสด เพราะไม่เคยทำที่ไหนเลย เพิ่งเริ่มทำ


ตอนแรกได้มา เปิดใช้แค่กดเงินสดของบัตรไทยพาณิชย์ และบัตรกรุงเทพ เอาไปซื้อโน้ตบุ๊คให้พี่สาวเป็นของขวัญ ที่ช่วยเลี้ยงลูกเรามา 1 ปีเต็ม ผ่านมาได้ประมาณ 1 เดือนหลังจากได้บัตร แฟนบอกให้เปิดบัตรจะยืมเงินแล้วผ่อนให้เอง แฟนทำบัตรไม่ได้เพราะติดภาระส่งรถอยู่ เราเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เขาขออะไรให้หมด จากใบ 1 เป็นใบ 2 จาก 2 เป็น 3 ผ่านมา 3-4 เดือนไม่เคยช่วยใช้หนี้ มีแต่ขอไปใช้ มารู้ตัวอีกทีเต็มวงเงินทุกใบแล้ว


ผ่านมา 1 ปี กับ 4 เดือน ยังไม่มีใครช่วยใช้ ผ่อนขั้นต่ำมาตลอด แฟนเริ่มชิ่งหนี แต่ยังไงก็ต้องสู้ค่ะ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง เพื่อลูกน้อยที่คอยอยู่บ้าน ติดตามอ่านเว็บนี้ทุกวัน เป็นกำลังใจที่ดีมากค่ะ จากที่ร้องไห้ เครียดทุกวัน เริ่มพอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง ตอนนี้กำลังศึกษาว่าจะหยุดจ่ายขั้นต่ำ เพื่อรอ H/C บ้าง แต่ยังกังวลกลัวจดหมายไปที่บ้านต่างจังหวัด เราก็ต้องแก้เองค่ะ บอกตัวเองทุกวัน มันต้องมีวันของเรา สู้ๆๆๆๆ ค่ะ

 

 

ทีมข่าวรายงานพิเศษ

คมชัดลึก

2/09/2557

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน