• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 502
  • จำนวนผู้ชม : 891993
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันอังคาร ที่ 23 กันยายน 2557
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 677 , 18:05:43 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

หลังจาก "โอบามา" มีคำสั่งด่วนให้ทหารอเมริกา 3,000 นาย เตรียมตัวไปสู้รบกับไวรัสร้ายอีโบลาที่แอฟริกาตะวันตกเมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะเยี่ยมชมศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ...ดูเหมือนชาวอเมริกันจะมีทั้งกลุ่มเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย !?!

 

 


โดยกลุ่มที่สนับสนุนมองว่า ถึงเวลาแล้วที่พี่บิ๊กของโลกต้องยื่นมือไปช่วยยับยั้งการระบาดของเชื้อมรณะตัวนี้ ก่อนจะลุกลามไปทั่วโลก และสหรัฐอเมริกาอาจกลายเป็นเหยื่อไปด้วย ขณะที่ฝ่ายต่อต้านมองว่า กองทหาร 3,000 นายนั้น สุดท้ายต้องเดินทางกลับเข้ามาอเมริกา ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีใครติดเชื้อร้ายกลับมาหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น การส่งทหารจำนวนมากไป ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม แต่ควรส่งบุคลากรทางการแพทย์ไปช่วยจะดีกว่า...


ระหว่างที่ฝั่งอเมริกากำลังถกเถียงกันเรื่องนี้ คืนวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ฝั่งยุโรปได้ประกาศผลงานการพัฒนาวัคซีนต่อสู้อีโบลาให้ชาวโลกได้รับรู้ โดย "ศ.เอเดรียน ฮิลล์" มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ประกาศว่า หลังจากทดลองวัคซีนมากว่า 100 ตัว ผลปรากฏว่า มีตัวหนึ่งที่เชื่อว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จในการป้องกันอีโบลา จึงเปิดรับอาสาสมัครร่างกายแข็งแรง 60 คน เพื่อทดลองฉีดวัคซีนที่มีชื่อรหัสว่า “Ebola cAd3 [Zaire]” หรือเป็นวัคซีนที่ป้องกันอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ ที่กำลังระบาดหนักในปีนี้

 


อาสาสมัครรายแรกเข้ารับการฉีดวัคซีนช่วงทดลองนี้ คือ "รูธ แอคคินส์" อดีตพยาบาลวัย 48 ปี เธอให้สัมภาษณ์ว่า อยากมีส่วนร่วมในการหยุดยั้งเชื้ออีโบลามานานแล้ว แต่ไม่รู้จะช่วยได้ยังไง พอรู้ว่ามีโครงการรับอาสาสมัครดังกล่าวก็เลยรีบตอบรับทันที ทั้งนี้วัคซีนข้างต้นเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง "กลาสโซสมิทไคลน์" (GlaxoSmithkline: GSK) บริษัทยาเอกชนยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ กับสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ (National Institute of Allergy and Infectious Diseases: NIAID) ของอเมริกา
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ อธิบายว่า ขณะนี้มีหลายประเทศกำลังทดลองยาและวัคซีนเพื่อช่วยกันหยุดยังไวรัสร้ายตัวนี้ และวัคซีนข้างต้นเป็นเพียงตัวหนึ่งเท่านั้น ส่วนใหญ่ช่วงแรกจะไม่เปิดเผยรายละเอียดออกมานัก

 


"การทดลองวัคซีนในมนุษย์ต้องทำ 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ทำเพื่อดูว่ามีความปลอดภัยในคนหรือไม่ ฉีดเข้าไปแล้วไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แล้วค่อยยกระดับเป็นขั้นที่ 2 คือ ฉีดเพื่อศึกษาว่าวัคซีนตัวนี้ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาหรือไม่ ส่วนขั้นที่ 3 ต้องฉีดในจำนวนคนเยอะๆ หลายพันคน เพื่อดูว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ปกติจะต้องใช้เวลา 3-5 ปี แต่ช่วงที่อีโบลาระบาดหนักแบบนี้ อาจมีการย่นระยะเวลาให้น้อยลงได้ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่า อีกกี่เดือนหรือกี่ปี" ศ.นพ.ยง กล่าว

 

 


ศ.ดร.พิไลพันธ์ พุธวัฒนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า วัคซีนที่กำลังทดลองใช้นั้น เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นเท่านั้น นอกจากอังกฤษแล้วยังมีอีกหลายประเทศที่กำลังทดลอง เช่น จีน อเมริกา เยอรมนี ฯลฯ คงต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เมื่อใส่ไปในร่างกายแล้ว ทำให้สามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้ และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่ช่วงนี้นักวิทยาศาสตร์หลายคนรู้สึกกังวลใจ คือ เรื่องการกลายพันธุ์ของไวรัสอีโบลาว่าอาจทำให้วัคซีนไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งปัญหานี้ยังไม่มีใครสามารถตอบได้ เพราะคาดเดาไม่ได้ว่า ไวรัสตัวนี้จะกลายพันธุ์ที่ยีนตำแหน่งใด ถ้าเป็นตำแหน่งเดียวกับวัคซีนหรือยาที่ผลิตออกมาจะไม่ได้ผล

 

"ส่วนเรื่องที่สันนิษฐานกันว่า เชื้ออีโบลาอาจกลายพันธุ์จนทำให้เกิดการแพร่ระบาดด้วยระบบทางเดินอากาศ แทนการสัมผัสเชื้อโดยตรงนั้น ตอนนี้จะพิสูจน์ไม่ได้เลย เพราะทางระบาดวิทยาแล้วต้องรอจนกว่าการระบาดรอบนี้จะเสร็จสิ้นลง หรือใกล้ๆ จะจบ ช่วงนี้กำลังระบาดหนัก ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะจบหรือควบคุมได้ช่วงไหน เมื่อการระบาดจบลง ผู้เชี่ยวชาญก็จะค่อยๆ สืบหาสาเหตุไปเรื่อยๆ ว่า มีเคสไหนบ้างที่น่าสงสัย ขั้นตอนเหล่านี้ใช้เวลานาน" ผู้เชี่ยวชาญไวรัสข้างต้น กล่าว

 

 


นอกจากนี้ยังกล่าวว่า ปกติวิธีพิสูจน์เบื้องต้นจะเริ่มจากสัตว์ในห้องทดลอง เช่น เอาเชื้อไวรัสอีโบลาใส่ในลิง 1 ตัว แล้วให้ลิงอีกตัวที่ไม่มีเชื้อไวรัสอีโบลาอยู่ในกรงใกล้ๆ กัน ไม่สามารถสัมผัสกันได้ แต่หายใจด้วยอากาศในห้องเดียวกัน ถ้าลิงตัวที่ 2 ติดเชื้ออีโบลา ก็แสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่จะติดจากทางอากาศไม่ใช่จากการสัมผัสอย่างเดียว

 

 

 


ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญไวรัสในประเทศไทยกล่าวแนะนำคล้ายคลึงกันว่า สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขควรทำอย่างเร่งด่วน คือ เตรียมพร้อมในเรื่องอุปกรณ์ป้องกันทุกอย่างไว้ให้มากที่สุด และต้องติดตามศึกษาเรื่องยากับวัคซีนอย่างใกล้ชิด เพราะถ้าเชื้อร้ายตัวนี้ระบาดมาถึงเมืองไทยเมื่อไรจะได้มีมาตรการรับมือที่เหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องวัคซีน ที่ดูเหมือนจะไม่ไกลเกินฝันมากนัก


ล่าสุด สื่อมวลชนของแคนาดารายงานว่า รัฐบาลสามารถผลิตวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาได้แล้ว 1,500 โดส แต่เก็บไว้ใช้ภายในประเทศจำนวนหนึ่ง และจะพยายามผลิตเพิ่มให้มากที่สุดภายใน 6 เดือน ส่วนองค์การอนามัยโลกก็ให้ความหวังว่า วัคซีนอีโบลาน่าจะสำเร็จไม่เกิน ปี 2015 เนื่องจากหลายประเทศกำลังร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาอย่างเร่งด่วน เพราะเชื่อว่า การระบาดของเชื้ออีโบลาในอนาคตอาจไม่ได้เกิดเฉพาะในพื้นที่แอฟริกาเท่านั้น แต่อาจแพร่ไปที่ทวีปอื่นก็ได้...

 

ทีมข่าวรายงานพิเศษ
คมชัดลึก

20/09/2557

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน