• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 966896
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม 2557
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 1474 , 21:20:28 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


“คนที่รักประเทศ และรักฮ่องกง แค่นั้นไม่พอ ต้องเป็นคนไม่ต่อต้านรัฐบาลจีน เพราะผู้ว่าการฮ่องกงไม่ได้รับผิดชอบฮ่องกงเท่านั้น แต่ต้องรับผิดชอบต่อปักกิ่งด้วย”

คำประกาศิตรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ ที่สั่งให้คณะผู้เลือกตั้งฮ่องกงรับทราบ ก่อนจะหย่อนบัตรลงคะแนนเสียงเลือก "ผู้ว่าการฮ่องกง" หรือ ชื่อเต็มๆ คือ "หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง" ประกาศิตนี้ถ่ายทอดต่อเนื่องมานานเกือบ 17 ปีแล้ว หลังอังกฤษส่งคืนฮ่องกงให้จีนเมื่อ พ.ศ.2540

 



ระบบเลือกตั้ง "ผู้ว่าการฮ่องกง" ซับซ้อนยิ่งนัก เพราะเป็นระบบเลือกตั้งทางอ้อม ผ่านผู้แทนที่คัดเลือกมาจากกลุ่มคนต่างๆ ประมาณ 1,200 คน หรือที่เรียกกันว่า "คณะผู้เลือกตั้ง" ย้อนอดีตไป 17 ปี มีผู้ว่าการฮ่องกงแล้ว 3 คนคือ "ตั้ง ฉีหวา" (Tung Chee Hwa) ปี 2540-2548 "โดนัล จาง" (Donald Tsang) ปี 2548-2555 และคนปัจจุบันคือ "เหลียง เจิ้งอิง" ที่ได้ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2555 และจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2560 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า

ชาวฮ่องกงไม่มีสิทธิไปเลือกตั้งผู้บริหารประเทศโดยตรง ทำได้แค่ลุ้นว่า "คณะผู้เลือกตั้ง" ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้มีชื่อเสียงหรือมีอิทธิพลกับเครือข่ายรัฐบาลจีนนั้น จะเลือกใคร ทั้งนี้ การเลือกตั้งในแต่ละครั้งจะมีการปรับจำนวนและสัดส่วนของคณะผู้เลือกตั้งแตกต่างกันไป

การเลือกตั้งผู้ว่าการฮ่องกง ครั้งล่าสุด วันที่ 25 มีนาคม 2555 นั้น คณะผู้เลือกตั้งประกอบด้วยสมาชิก 1,200 คน มาจาก 3 ส่วนหลัก คือตัวแทนกลุ่มต่างๆ 1,044 คน ตัวแทนภาครัฐ 96 คน ตัวแทนศาสนาระดับชาติ 60 คน ส่วนผู้ประกาศตัวลงสมัครเป็นผู้ว่าการนั้น ต้องได้รับคะแนนเสียงยอมรับเบื้องต้น 1 ต่อ 8 หรือ 150 เสียงจาก 1,200 เสียง ก่อนจึงจะได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งตัวจริง

จากนั้นในวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องได้รับคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 หรือเกิน 601 คะแนน ปรากฏว่าเมื่อปี 2555 มีคณะผู้เลือกตั้งไปลงคะแนนเสียงเพียง 1,132 คน เพื่อโหวตให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง 3 คนด้วยกัน โดย "เหลียง เจิ้งอิง" อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ได้รับคะแนนเสียงอันดับ 1 จำนวน 689 คะแนน ส่วนคู่แข่งอีก 2 รายคือ "เฮนรี ถัง" อดีตหัวหน้าเลขาธิการรัฐบาลฮ่องกงได้ไป 285 คะแนน และคนสุดท้าย "อัลเบิร์ต เหอ" หัวหน้าพรรคการเมืองระดับท้องถิ่นได้ 76 คะแนน ด้วยคะแนนที่ได้เฉียดฉิวเพียง 689 คะแนน นายเหลียง เจิ้งอิง จึงถูกเสียดสีมาจนถึงทุกวันนี้

"ฮ่องกง" แบ่งระบบการเมืองการปกครองเป็น 3 ฝ่าย คือ "บริหาร", "นิติบัญญัติ" และ "ตุลาการ" ผู้ว่าการฮ่องกงเป็นเพียงหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศเท่านั้น แต่ประมุขสูงสุดของรัฐคือประธานาธิบดีของจีน ส่วนคณะรัฐมนตรีหรือเรียกว่าคณะผู้บริหาร (Executive Council) จะมีสมาชิกประมาณ 30 คน

ฝ่ายนิติบัญญัติ มีสมาชิกจำนวน 70 คน 30 คนมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มบุคคลที่คัดเลือกจากหลากหลายอาชีพ (Functional Constituencies) และอีก 40 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งคะแนนเสียงโดยตรงจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (Popular Vote) วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี พ.ศ.2563 ซึ่งรัฐบาลจีนสัญญาว่าฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมดจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง

ประชากรฮ่องกง 7.2 ล้านคน มีผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประมาณ 3.5 ล้านคน หลายคนรู้สึกอึดอัดที่ไม่มีสิทธิไปลงคะแนนเสียงให้คนที่ตัวเองรักใคร่พอใจ อุณหภูมิแห่งความไม่พอใจพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มนักวิชาการหัวก้าวหน้า นักศึกษาและผู้รักประชาธิปไตย รัฐบาลปักกิ่งพยายามส่งเสียงห้ามปราม ขณะที่ "เหลียง เจิ้งอิง" สัญญาว่าจะพยายามทำทุกอย่างให้ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าการฮ่องกงคนใหม่ได้เองในปี 2560

ชาวฮ่องกงเริ่มฝันหวานว่าจะมีสิทธิไปหย่อนบัตรเลือกผู้แทนในดวงใจ แต่แล้วเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา สภาประชาชนปักกิ่งก็มีคำประกาศดับฝัน โดยสรุปใจความสำคัญได้ 4 ประการ คือ 1.ชาวฮ่องกงสามารถเลือกตั้งผู้ว่าการได้โดยตรง 2.ให้มี "คณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครรับเลือกตั้ง" จำนวน 1,200 คน นั่นก็คือ "คณะผู้เลือกตั้ง" เดิมนั่นเอง เพียงแต่เปลี่ยนจากไปลงคะแนนเลือกผู้ว่าการ เป็นผู้พิจารณาเห็นชอบว่าใครมีสิทธิได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง 3.โดยผู้สมัครต้องได้รับคะแนนเสียงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งหรือ 600 คนขึ้นไปจาก 1,200 คน ข้อสุดท้ายคือ ให้คัดเลือกผู้สมัครเหลือเพียง 2-3 คนเท่านั้น

คำประกาศข้างต้น เป็นชนวนสำคัญทำให้กลุ่มผู้ประท้วงออกมาร่วมกัน "ชัตดาวน์ฮ่องกง" หรือการทำอารยะขัดขืนยึดเมืองด้วยรักและสันติ “ออกคิวพาย เซ็นทรัล" (Occupy Central with Love and Peace : OCLP) ทั้งนักเรียน นักศึกษา กลุ่มหัวก้าวหน้า ผู้สนับสนุนประชาธิปไตย ฯลฯ แกนนำผู้ประท้วงใช้สัญลักษณ์ริบบิ้นสีเหลืองทองอร่าม เป็นตัวแทนความหมายของการเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งแบบ "เสมอภาค เสรีภาพ สากล" (Universal Suffrage) OCLP หมายถึง ให้มีการสมัครรับเลือกตั้งอย่างเสรี และประชาชนไปลงคะแนนได้โดยตรงไม่ต้องผ่านอิทธิพลของจีนปักกิ่ง สรุปคือไม่เอาขั้นตอน "คณะผู้เลือกตั้ง" ที่ผันตัวมาเป็น "คณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครรับเลือกตั้ง" นั่นเอง

รศ.ดร.พรชัย ตระกูลวรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ อธิบายให้ฟังว่า คนฮ่องกงไม่พอใจพ่อเมืองหรือผู้ว่าการที่เป็นเส้นสายของรัฐบาลจีนปักกิ่งมานานแล้ว มีการเดินขบวนต่อต้านทุกปี ปีที่แล้วออกมาเป็นแสนคนเหมือนกัน แต่ประท้วงไม่กี่วันก็แยกย้ายกันไป

"ลึกๆ แล้ว กลุ่มนักการเมืองที่บริหารฮ่องกงปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ กลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตย กลุ่มที่เป็นพันธมิตรกับปักกิ่งหรือสนันสนุนคอมมิวนิสต์จีนแผ่นดินใหญ่ และกลุ่มสุดท้ายเป็นตัวแทนนักธุรกิจผู้มีอิทธิพล ไม่ว่าพรรคการเมืองที่มีอยู่ประมาณ 20 พรรค หรือ คณะผู้เลือกตั้ง ก็จะมี 3 กลุ่มนี้ผสมผสานอยู่ข้างใน ส่วนผู้ประท้วงนั้นแบ่งเป็นกลุ่มนักเรียนที่อยากได้เสรีภาพในการเลือกตั้ง และส่วนที่เป็นแกนนำนักวิชาการ ซึ่งหลายคนเป็นอดีตนักศึกษาหนีตายมาจากเหตุการณ์เทียนอันเหมิน พ.ศ.2532"

ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นวิเคราะห์ต่อว่า การประท้วงเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน แต่มาดุเดือดช่วงคืน 28 กันยายน หลังตำรวจฮ่องกงใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยใส่นักเรียนและผู้ชุมนุม ขณะกำลังเคลื่อนตัวไปปิดสำนักงานผู้ว่าการฮ่องกง

"พวกพ่อค้าแม่ค้า เห็นเด็กๆ วิ่งมาขอซื้อหน้ากาก พลาสติก ร่ม เสื้อกันฝน ฯลฯ ก็เริ่มรู้สึกสะเทือนใจ และโมโหว่าทำไมต้องทำร้ายเด็กแบบนี้ เด็กไม่มีทางต่อสู้ ถือว่าทำเกินไปแล้วนะ กลุ่มผู้ประท้วงเริ่มได้คะแนนสนับสนุนจากกลุ่มคนชั้นกลางเพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว ผมเชื่อว่าการประท้วงไม่น่าจะยืดเยื้อไปได้นาน เพราะจีนต้องหาทางปราบปราม เพียงแต่จะใช้วิธีไหนเท่านั้นเอง ฮ่องกงไม่ใช่เทียนอันเหมิน จะใช้อาวุธปืนมายิงผู้ประท้วงง่ายๆ แบบเดิมไม่ได้แล้ว ทุกคนต่างเฝ้ารอดูยุทธศาสตร์ของจีน ว่าคราวนี้จะใช้การปราบปรามแบบไหน"

หลายคนพยายามเปรียบเทียบการประท้วงในฮ่องกง กับการประท้วงของเมืองไทย โดยเฉพาะจิตวิญญาณของนักเรียน นักศึกษา ผู้ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่เบื้องหลัง กลุ่มนี้ในเมืองไทยยังไม่เห็นตัวตนชัดเจนนัก แต่สำหรับฮ่องกงแล้วพวกเขาคือความหวัง ที่จะทำให้ "อารยะขัดขืนยึดเมืองด้วยรักและสันติ" ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะการไม่เสียเลือดเนื้อ ดังคำของ ดร.ชาง คิน แมน หนึ่งในนักวิชาการแกนนำกลุ่มประท้วงฮ่องกง ที่ยืนยันซ้ำๆ ว่า "ชัยชนะ ที่ได้มาด้วยการเสียสละชีวิตไม่ใช่ ชัยชนะ"

ทีมข่าวรายงานพิเศษ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน