• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 967925
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2558
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 1276 , 21:44:58 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



: ทีมข่าวรายงานพิเศษ คมชัดลึก 20.20 น. ค่ำคืน 30 กันยายน 2558 เว็บไซต์กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ล่มสลาย หน้าจอโบ๋เบ๋ สร้างความสะใจแก่กลุ่มที่นัดหมายรวมพลังต่อต้าน นโยบาย ซิงเกิ้ล เกตเวย์ เป็นอย่างยิ่ง จากนั้นเว็บไซต์รัฐบาลอีกหลายแห่งโดนบอมบ์ตามมา เช่น เว็บไซต์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เว็บไซต์กระทรวงการคลัง ฯลฯ นโยบายซิงเกิ้ล เกตเวย์ เป็นของรัฐบาลคสช.ที่เสนอมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2558 จุดมุ่งหมายเพื่อให้ช่องทางเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างเครือข่ายในประเทศและต่างประเทศเหลือเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น จากเดิมที่เปิดเสรีมี 10 ช่องทาง เมื่อทำให้เหลือช่องทางเดียวหรือประตูเดียว การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจะถูกรวมอยู่ในจุดเดียวทำให้ง่ายในการตรวจสอบว่ามีใครเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์หรือไม่ !?! แต่ในมุมมองของสาวกออนไลน์แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มนักเล่นเกมออนไลน์รู้ว่าจะทำให้การเล่นเกมช้าลงมาก การติดต่อซื้อขายอีคอมเมิร์สก็จะช้าลงด้วย เริ่มมีการเผยแพร่ความเห็นหรือข้อมูลคัดค้านต่อต้านไปในกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักวิชาการที่ไม่ต้องการให้กลุ่มใดมาผูกขาดและควบคุมโลกออนไลน์ ล่าสุด ถึงกับนัดระดมพลจัดให้มี ปฏิบัติการ DDoS Attack หรือ การนัดบอมบ์เว็บไซต์รัฐบาลที่เป็นเป้าหมายพร้อมๆ กันหลายแสนคน ในเวลา 4 ทุ่มของวันที่ 30 กันยายน 2558 แต่ปรากฏว่าเว็บไซต์กระทรวงไอซีที หนึ่งในเป้าหมายหลัก ก็ร่วงไปเสียก่อนในเวลา 20.20 น. ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาโดนบอมบ์ ปฏิบัติการ DDoS Attack หรือการโจมตีแบบ ดีดอส มาจากคำศัพท์ DDoS ซึ่งเป็นตัวย่อของ Distributed Denial of Service คือการทำให้เว็บไซต์เป้าหมายต้องทำงานหนักมากในเวลาเดียวกัน โดยวางแผนให้คนจำนวนหลักแสนหลักล้านเข้าไปดูพร้อมๆ กัน ในที่สุดเว็บไซต์รับรองไม่ไหวก็ล่มไปเอง ส่วนใหญ่ปฏิบัติการดีดอสจะมีเป้าหมายให้เว็บไซต์ล่มไม่กี่ชั่วโมง เพราะต้องใช้วิธีกดปุ่มเอฟ 5 ที่แป้นคอมพิวเตอร์รัวๆ ติดๆ กัน วิธีนี้มีข้อดีคือทำง่าย ป้องกันยาก แต่ข้อเสียคือเว็บไซต์จะปิดไม่นานก็เปิดได้ใหม่ทันที ผมไม่เชื่อนะว่า เว็บกระทรวงไอซีทีจะโดนถล่มด้วย ปุ่มเอฟ 5 หรือ ดีดอส เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมจะสั่งให้ไล่คนในกระทรวงไอซีที ที่เกี่ยวข้องออกให้หมด ประเทศไทยเสียหน้ามาก ถ้าคนไม่กี่หมื่นกี่แสน จะเข้าเว็บไซต์ไอซีทีพร้อมกันไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยความรู้สึกหลังจากนั่งสังเกตการณ์ปฏิบัติการดีดอสในค่ำคืนที่ผ่านมา พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า ปกติเขาเรียกว่า โดนยิงหรือโดนบอมบ์ ถ้าเว็บล่มเพราะโดนยิงด้วยปุ่มเอฟ 5 จะไม่ล่มนาน เพราะกลุ่มเว็บมาสเตอร์ที่ดูแลจะรีบรีบู๊ทเครื่องแล้วเปิดเว็บต่อได้ทันที แต่ครั้งนี้ล่มนานต่อเนื่องหลายชั่วโมง ตอนเช้ายังเข้าไม่ค่อยได้ แสดงว่าอาจโดนโจมตี "ระดับเซียนแฮ็กเกอร์ ไม่ใช่แค่กระทรวงไอซีที แต่เว็บไซต์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ก็โดนด้วย เป็นการตั้งใจทำให้เสียหน้า หมายความว่4า เรากำลังมีปัญหาความมั่นคงภายในหรือเปล่า คุณรู้ไหมการที่จะนัดคนให้เข้าเวลาเดียวกันเป็นหมื่นหรือแสนคนไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังเตือนก่อนล่วงหน้าตั้งหลายชั่วโมง คิดว่ากระทรวงต้องรีบระดมทีมตั้งรับหรือป้องกัน แต่ไม่สำเร็จ แสดงว่าต้องมีการวางแผนจากเครือข่ายแฮ็กเกอร์ระดับเซียนๆ เพื่อช่วยให้ปฏิบัติการครั้งนี้สำเร็จ ทำให้ประเทศไทยเสียหน้า ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ รื้อระบบความปลอดภัยเว็บไซต์ราชการทั้งหมด ต้องขอบคุณที่พวกเขามาช่วยชี้ช่องโหว่ให้แก่ทีมงานของกระทรวง ส่วนเรื่องการจัดการเอาคนทำผิดมาลงโทษนั้น ไม่ควรถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะโปรแกรมแฮ็กเกอร์ปัจจุบันสามารถปกปิดตัวได้ง่ายมาก หากจะสืบค้นจริงคงทำได้ แต่เสียเวลา เพราะพวกเขาแค่ก่อกวนหน้าเว็บไซต์ไม่ได้เข้ามาขโมยข้อมูลหรือก่ออาชญากรรมร้ายแรง ต้องพิจารณานโยบายซิงเกิ้ล เกตเวย์ให้ดี เพราะกำลังสร้างศัตรูให้ทุกฝ่าย เท่าที่คุยมาไม่มีใครเห็นด้วยไม่ว่าจะเป็นสีเสื้อไหนก็ตาม เพราะทำให้ประเทศไทยถอยหลังไป คนที่เสนอนโยบายนี้ให้นายกฯ แสดงว่าไม่เข้าใจเครือข่ายสารสนเทศ อดีตที่ปรึกษากระทรวงเทคโนโลยีฯ กล่าวเตือน ช่วงเช้าวันที่ 1 ตุลาคม 2558 เริ่มมีกระแสข่าวว่าเตรียมเอาผิดแก๊งดีดอส โดยใช้กฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ หรือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 10 และ มาตรา 12 ที่ระบุไว้ว่า มาตรา 10 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 12 การกระทำที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการบริการสาธารณะ หรือเป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 6 หมื่นบาทถึง 3 แสนบาท นับว่าเป็นการคาดโทษที่หนักหนาสาหัส แต่จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านแฮ็กเกอร์แล้ว กฎหมายมาตรานี้ไม่น่าจะเอาผิดได้ ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์รายหนึ่ง วิเคราะห์ให้ฟังว่า การบอมบ์แบบดีดอส คือการนัดหมายเข้าไปในเว็บไซต์บางแห่ง แล้วกดปุ่มเอฟ 5 รัวๆ ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องหยุด เปรียบเทียบง่ายๆ คือปกติเวลาคนเข้าดูเว็บไซด์ 1 ครั้งเท่ากับกดเอฟ 5 แค่ครั้งเดียว แต่ถ้ากด 10 ครั้งเปรียบเหมือนเข้ามา 10 คน กด 100 ครั้งก็เหมือน 100 คน ถ้าคนเป็นแสนเข้ามากดพร้อมกัน เว็บไซต์นั้นก็จะหมดสมรรถนะไปทันที หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเว็บล่ม ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่เว็บไซต์กระทรวงไอซีทีอาจโดนจากแก๊งดีดอสจริง วิธีการพิสูจน์ก็ไม่ยาก คิดว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงคงรู้แล้ว ถ้าถามว่าจะเอาผิดตามกฎหมายได้หรือไม่ คงยากพอสมควร เช่น ถ้ามีคนเข้าไปดูเว็บไอซีทีช่วงนั้นเป็นแสนคน แล้วเขาแค่เข้าไปเพราะอยากรู้ว่าล่มจริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่จะตามจับคนเป็นแสนเพื่อมาดูเจตนาหรือเปล่า และถ้าอยู่ต่างประเทศด้วยจะเอาผิดอย่างไร กฎหมายระบุว่าต้องรบกวนหรือทำความเสียหาย แค่คนหนึ่งคนเข้าไปกดเอฟ 5 ถือว่าทำความเสียหายจริงหรือไม่ คงต้องมีการตีความกันหลายแง่มุม ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นแสดงความเห็น ข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ระบุว่า ว่า ประเทศไทยเป็นเป้าหมายสำคัญของการจู่โจมจากแฮ็กเกอร์อันดับที่ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน จึงต้องรีบจัดทำโครงการ รู้รอดปลอดภัยในโลกดิจิทัล (Safe Digital Life-Thailand) เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจและสาธารณชน เพิ่มความใส่ใจและความระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองบนโลกไซเบอร์หรือออนไลน์มากขึ้น ปฏิบัติการดีดอส ตอกย้ำให้รู้ว่าประเทศไทยกำลังมีปัญหาเรื่อง ระบบความมั่นคงปลอดภัยของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Cybersecurity threats) ดังนั้น ประเด็นที่ว่ารัฐบาลจะเดินหน้า นโยบายซิงเกิ้ล เกตเวย์ ต่อไปหรือไม่ ต้องพิจารณาเพิ่มด้วยว่า ซิงเกิ้ล เกตเวย์ ช่วยทำให้ระบบมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น หรือยิ่งทำให้ทางเลือกในการแก้ปัญหาลดน้อยลงไปอีก? เพราะสำหรับเซียนแฮ็กเกอร์แล้ว ยิ่งยาก ยิ่งผูกขาด ยิ่งท้าทายปฏิบัติการดีดอสถล่มเว็บไซต์รัฐไทย! 20.20 น. เว็บไซต์กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) http://www.mict.go.th ขัดข้อง 20.40 น. เว็บไซต์บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด www.cattelecom.com ขัดข้อง 21.30 น. เว็บไซต์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร center.isocthai.go.th ขัดข้อง 22.10 น. เว็บไซต์รัฐบาลไทย www.thaigov.go.th ขัดข้อง 22.30 น. เว็บไซต์ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) www.tot.co.th ขัดข้อง



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน