• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 967568
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2558
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 1523 , 18:26:13 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

 

            แทบไม่น่าเชื่อว่าเพียง “13 นาที” เท่านั้น มีผู้สั่งซื้อลอตเตอรี่ผ่านธนาคารกรุงไทยจำนวน 18,900 เล่มคู่ หรือ 1,890,000 ฉบับ หมดเกลี้ยงและเพียง “47 นาที” ที่เตรียมพิมพ์เพิ่มอีก 26 ล้านฉบับก็ถูกจองหมดเช่นกัน...หรือว่ารัฐบาลยุค คสช.จะปราบปราม มาเฟียลอตเตอรี่ได้จริง !?!

            ย้อนไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ลงนามคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ 11/2558 ให้ใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ผ่านไปเพียง 5 เดือน คำสั่งนี้เริ่มเห็นผล โดยเฉพาะนโยบายให้ “เปิดเสรีผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล” หมายความว่า ใครก็ตามที่ต้องการขายลอตเตอรี่ไม่ต้องรอโควตาหรือเศษส่วนแบ่งจากมาเฟียยี่ปั๊ว หรือผู้ได้โควตารายใหญ่ในกองสลากอีกต่อไป เพียงแต่ไปลงทะเบียนและรอเวลาไปซื้อหรือจองผ่านธนาคารกรุงไทย ก็สามารถได้รับสลากไปขายได้ทันที

 

            วันที่ 15-24 กันยายน  มีผู้ไปลงทะเบียนทั่วประเทศทั้งสิ้น 70,252 ราย โดยร้อยละ 80 ไปสมัครลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทย ส่วนร้อยละ 20 ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ หรือระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อสมัครเป็นผู้ขายสลากโดยเรียกผู้ลงทะเบียนเหล่านี้ว่า “กลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อย” สามารถสั่งซื้อสลากได้ในราคาคู่ละ 70.40 บาท

            จากนั้น 3-7 ตุลาคม 2558 สำนักงานสลากเปิดให้ผู้ที่ลงทะเบียนไว้แล้ว 7 หมื่นกว่าราย สามารถ “สั่งซื้อ” สลากงวดประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2558 จำนวน 1.8 ล้านฉบับ สาขาของธนาคารกรุงไทย เครื่องเอทีเอ็มและระบบอินเทอร์เน็ต เริ่มตั้งแต่ 08.00 น. โดยให้โควตาไม่เกินรายละ 5–50 เล่มเท่านั้น

            ผลปรากฏว่าภายใน “13 นาทีสลากจำนวน 18,000 คู่เล่ม ถูกสั่งซื้อหมดโดยผู้ค้าสลากจำนวน 14,294 ราย

            ในเช้าวันเดียวกันนั้นการ “สั่งจอง” สลากงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 จำนวน 130,000 เล่มคู่ ก็หมดภายในเวลา 47 นาทีจากผู้สั่งจองสำเร็จจำนวน 12,869 ราย   ทั้งนี้ “สั่งซื้อ” กับ “สั่งจอง” มีความหมายต่างกันคือ สลากสั่งซื้อหมายถึงจำนวน 74 ล้านฉบับที่กองสลากพิมพ์ทุกงวดนั้น มีผู้ได้โควตาเก่าบางรายขอถอนตัวไม่ไปรับสลากมาขาย มีประมาณ 1.8 ล้านฉบับ (1.8 หมื่นเล่มคู่) ขณะที่ “สั่งจอง” หมายถึง ผู้ที่สั่งจองสลากจะทำตามนโยบายใหม่คือพิมพ์ขายเพิ่มจากเดิม 74 ล้านฉบับเป็น 100 ล้านฉบับ ดังนั้นจึงมีสลากเพิ่ม 26 ล้านฉบับ (1.3 แสนเล่มคู่) ที่ไม่มีโควตาเดิมเป็นของใคร ถือเป็นสลากเสรีของจริง
 
            การสั่งซื้อสั่งจองด้วยยอดถล่มทลายภายในเวลาไม่กี่นาทีนั้น สร้างความวิตกกังวลให้เครือข่ายเฝ้าระวังเรื่องการติดพนันเป็นอย่างยิ่ง

            “ธนากร คมกฤส” ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก แสดงความเห็นว่า การสั่งซื้อแบบนี้อาจเป็นการลดปัญหามาเฟียกองสลาก ผู้เอาเปรียบทำให้ลอตเตอรี่ไทยมีราคาแพงมาตลอด จากที่ติดราคาไว้ 80 บาท กลับพุ่งไป 100-120 บาท อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูว่า ผู้สั่งซื้อมาขายนั้นจะสามารถขายได้หมดจริงหรือไม่ ในราคาต้นทุนคู่ละ 70.40 บาท ขายไม่เกิน 80 บาท

            “ต้องคอยลุ้นดูช่วงเดือนพฤศจิกายนว่า ตลาดซื้อขายเป็นอย่างไร หลังจากรายย่อยได้สลากมาขายแล้ว จองหมดภายในไม่กี่นาทีก็ควรตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นกลุ่มเครือข่ายมาเฟียหรือเปล่าที่เข้าไปสั่งซื้อเร็วขนาดนั้น เพราะคนที่ไม่ได้มีช่องทางสลากมาก่อน ก็ไม่ใช่ว่าอยากวางขายที่ไหนก็ทำกันได้ง่ายๆ” นายธนากร แสดงความเห็น

            ขณะที่ “ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล” คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ม.บูรพาหนึ่งในเครือข่ายขับเคลื่อนสังคมเพื่อลดปัญหาการพนัน วิเคราะห์ให้ฟังว่า การขายหมดอย่างรวดเร็วนั้น อาจหมายความว่าทะลุเป้าด้านการตลาด แต่อย่าลืมว่าเป้าหมายทางสังคมที่ไม่ต้องการให้คนไทยติดพนันนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมากกว่า

            “การใช้ม.44 แล้วสามารถพิมพ์สลากเพิ่มอีก 26 ล้านฉบับ จากเดิมที่มีอยู่ 74 ล้านฉบับ หมายความว่าเพิ่มสินค้าเข้าไปในตลาดอีก 26 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเยอะมาก ต่อไปนี้จะมีการแข่งขันกันขายทั้งเจ้าเดิมและเจ้าใหม่ ลอตเตอรี่เป็นสินค้าที่มีคนซื้อ 3 แบบคือ 1 ซื้อประจำ 2 ซื้อตามสถานการณ์เช่น วันเกิด วันทำบุญ ไปวัดวาได้เลขเด็ด ฯลฯ และกลุ่มสุดท้ายที่ไม่ซื้อเลย หรือซื้อเมื่อสงสารคนขายจริงๆ นานๆ ครั้ง สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ กลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 จะเป็นเป้าหมายใหม่ ที่คนขายสลากต้องเดินเข้าหาให้มากขึ้น ตามหลักการมาร์เก็ตติ้งเบื้องต้น”

 

 

            ดร.วิเชียร อธิบายต่อว่า กลุ่มคนที่ได้โควตาใหม่ไปขายนั้น ถ้าดูจากสถิติแล้วก็คือเจ้าเดิมๆ นั่นเอง คือ เขตกรุงเทพฯ เลย นนทบุรี เชียงใหม่ สมุทรปราการ ยอดทั้งหมดแทบจะตกอยู่ในมือคนกลุ่มนี้ ไม่ได้กระจายไปรายย่อยทั่วประเทศตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

            “กองสลากกำลังจะตั้ง กองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม ตามกฎระเบียบใหม่ กำหนดรายได้จากการจำหน่ายสลากแบ่งเป็นร้อยละ 60 สำหรับเงินรางวัล และส่งเป็นรายได้แผ่นดินไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และอีกร้อยละ 17 เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานในการจำหน่ายสลาก ส่วนที่เหลือร้อยละ 3 สำหรับกองทุน หมายความว่าจะมีเงินเข้ากองทุนเดือนละ 180 ล้านบาท หรือวันละ 6-7 ล้านบาท ตอนนี้กองทุนยังไม่มีรายละเอียดออกมา ใครจะเป็นกรรมการบริหารเงินจำนวนนี้ แล้วถ้ากองสลากเพิ่มลอตเตอรี่มากขึ้น แล้วมาบอกว่าต้องส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยปัญหาเกี่ยวกับการพนัน รณรงค์ไม่ให้คนติดหวยติดลอตเตอรี่ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ขัดแย้งกันเองหรือไม่ (conflict of interest)” ดร.วิเชียรตั้งข้อสังเกต

            พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลกล่าวในวันแถลงข่าว “โครงการสั่งซื้อและจองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล” เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2558 ว่า

            “สำนักงานสลากเปิดขายโดยตรงจำนวน 26 ล้านฉบับ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 30 ปี ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดเสรีการจัดสรรสลากให้ผู้ที่ขายสลากจริง ถามว่าการพิมพ์สลากเพิ่มถือเป็นการมอมเมาประชาชนหรือไม่ ก็อาจจะเป็นไปได้ในช่วงแรก จากนั้นผมเชื่อว่าตลาดต้องมีการปรับตัว ตัวแทนจำหน่ายที่เคยได้รับการจัดสรรโควตาจำนวนมากเพื่อนำมาขายต่อให้ผู้ค้าสลากรายย่อยคู่ละ 73-74 บาท ต่อไปนี้จะขายแบบเดิมไม่ได้แล้ว เพราะผู้ค้ารายย่อยสามารถมาจองซื้อสลากคู่ละ 70.40 บาท ได้โดยตรงกับสำนักงานสลาก”

            ล่าสุด ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกและคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล อธิบายให้ทีมข่าว “คม ชัด ลึก” ฟังว่า ขณะนี้ยังพูดไม่ได้ว่านโยบายเปิดเสรีสลากทะลุเป้าหรือไม่ ต้องรอดูสัก 1-2 เดือนว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร ส่วนเรื่อง กองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม นั้น ได้มีการวางรายชื่อคณะกรรมการและนโยบายการจัดการเงินไว้แล้ว กำลังรอวันแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ
 
            วินาทีนี้ “เครือข่ายภาคประชาชน” คงต้องลุ้นระทึกว่า รายชื่อคณะกรรมการที่จะประกาศออกมาจากกองสลากนั้น มีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ และจะทำให้วัตถุประสงค์กองทุน สำเร็จตามเป้าหรือไม่

            เพราะในแต่ละวัน เงินไหลเข้ากองทุนอย่างน้อย 6-7 ล้านบาท ถือเป็นเม็ดเงินไม่น้อย จะมีการตรวจสอบอย่างไร คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด...

 

ทีมข่าวรายงานพิเศษ

คมชัดลึก

19/10/2558




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน