• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 967925
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม 2558
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 3121 , 16:18:58 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ni_gul , rattiya และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

           20 ปีมาแล้ว ที่คนไทยถกเถียงกันว่า จะเอา “จีเอ็มโอ” หรือไม่เอา?

 

           ล่าสุดวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 คณะรัฐมนตรี มีมติผ่าน “ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพพ.ศ. ....” หรือเรียกว่า “พ.ร.บ.จีเอ็มโอ” เรียบร้อยแล้ว รอเพียงส่งให้สนช.เอาไปพิจารณาออกเป็นกฎหมายเท่านั้น...

           “จีเอ็มโอ” ย่อมาจาก Genetically Modified Organisms (GMOs) หมายถึง สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ที่ถูก “ดัดแปลงพันธุกรรม” คือการตัดต่อเอายีนของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง มาใส่เข้าไปในยีนสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งปกติไม่เคยผสมพันธุ์กันได้เองตามธรรรมชาติ เพื่อให้เกิดเป็น “สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่” มีคุณลักษณะตามความต้องการของผู้ตัดต่อ เช่น

 

           - “มะเขือทนหนาว” การตัดต่อยีนทนความหนาวเย็นจากปลาขั้วโลกผสมกับมะเขือเทศ ทำให้มะเขือเทศชนิดนี้ปลูกในที่อากาศหนาวเย็นได้

           - “ถั่วเหลืองจีเอ็มโอ” การตัดต่อยีนจากแบคทีเรียมาใส่ในยีนถั่วเหลือง เพื่อให้ถั่วเหลืองทนทานต่อยาปราบวัชพืช

           - “มะละกอจีเอ็มโอ” การนำยีนจากไวรัสใบด่างวงแหวนมาตัดต่อใส่ในมะละกอ เพื่อให้มะละกอต้านทานโรคไวรัสชนิดนี้ได้

 

           ล่าสุดต้นปี 2557 นักวิทยาศาสตร์อังกฤษใช้เทคโนโลยีจีเอ็มโอพัฒนามะเขือเทศสายพันธุ์สีม่วงขึ้นมา โดยนำยีนเม็ดสีม่วงจากต้นลิ้นมังกร (snapdragon) มาตัดต่อใส่เข้าไปในยีนของมะเขือเทศ ทำให้ได้เป็นมะเขือเทศสีม่วงขึ้นมาแทน

 

           ปัจจุบัน พืชจีเอ็มโอที่วางขายตามท้องตลาด ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวโพด มันฝรั่งมะเขือเทศ มะละกอ และฝ้าย

 

           สำหรับ “สัตว์จีเอ็มโอ” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังคือ “ปลาแฟรงเกนแซลมอน” (Frankensalmon) เกิดจากนำปลาแซลมอนธรรมดามาตัดต่อใส่ยีนที่ช่วยทำให้กินอาหารเยอะและเร่งการเจริญเติบโต ผลปรากฏว่า แซลมอนตามธรรมชาติปกติอายุ 18 เดือน มีความยาว 13 นิ้ว และหนัก 2.8 ปอนด์ แต่ปลาแฟรงเกนแซลมอนอายุเท่ากัน ตัวใหญ่ยาวถึง 24 นิ้ว น้ำหนักมากขึ้นเกือบ 3 เท่า

 

 

           องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าปลาแซลมอนจีเอ็มโอ เป็นอาหารปลอดภัยสำหรับมนุษย์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยที่นักอนุรักษ์ธรรมชาติและประชาชน 2 สองแสนกว่าคนลงชื่อคัดค้าน เพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดภูมิแพ้อาหารทะเล และถ้าปลาจีเอ็มโอหลุดไปในธรรมชาติอาจเกิดทำลายสิ่งแวดล้อมและทำลายสายพันธุ์ปลาแซลมอนดั้งเดิมได้

 

 

 

           ส่วนปรากฏการณ์ “จีเอ็มโอ” ในไทยนั้น ย้อนไปตั้งแต่ปี 2538 กรมวิชาการเกษตรอนุญาตให้ “บริษัทมอนซานโต้” นำเข้า "ฝ้ายจีเอ็มโอมาทดลอง” ปี 2542 มีเอ็นจีโอไปร้องเรียนว่าพบการปนเปื้อนฝ้ายจีเอ็มโอออกมานอกพื้นที่ทดลองที่ จ.เลย และมาละกอจีเอ็มโอหลุดออกมานอกแปลงทดลองเช่นกันที่ จ.ขอนแก่น แต่ที่เป็นข่าวโด่งดังคือข้าวโพดจีเอ็มโอของแปลงทดลองบริษัทมอนซานโต้มาปนเปื้อนพื้นที่ของเกษตรกรใกล้เคียงใน จ.พิษณุโลก

           แม้ว่าประเทศไทยจะมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ที่พยายามผลักดันกฎหมายเพื่ออนุญาตให้มีการทดลองและนำเข้าอย่างเสรี แต่ก็ถูกคัดค้านโดยเครือข่ายผู้ต่อต้านจีเอ็มโอมาตลอด

           จนกระทั่ง คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ “ร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพ” ที่นำเสนอโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขั้นตอนต่อไปคือส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และส่งไปสอบถามความคิดเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ฯลฯ ก่อนเสนอให้ "สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” (สนช.) พิจารณาออกเป็นกฎหมายบังคับใช้

 

 

 

           พ.ร.บ.จีเอ็มโอมีทั้งหมด 73 มาตรา สามารถสรุปสาระสำคัญออกมาได้ 5 ข้อดังนี้

           1.แต่งตั้ง “คณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพแห่งชาติ” เป็นผู้ดูแล มีกรรมการโดยตำแหน่ง 12 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน มีปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ เป็นประธานกรรมการ

           2.ผู้จะนำเข้าและส่งออกอะไรที่เกี่ยวกับจีเอ็มโอหรือ “สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม” ต้องขออนุญาต

           3.ไม่บังคับใช้กับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่เป็น “ยา” เพราะมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว

           4.ห้ามไม่ให้ปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมใดๆ สู่สิ่งแวดล้อม เว้นแต่ได้รับอนุญาต กำหนดโทษทางอาญาทั้งจำคุกและโทษปรับมาใช้บังคับแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

           5.กำหนดให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหากพบ “อันตรายในสุขภาพของมนุษย์หรือสัตว์” หรือความเสียหายที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดจาก “เหตุสุดวิสัย” หรือเกิดขึ้นจากการกระทำของผู้เสียหายเอง

           ด้าน เครือข่ายภาคประชาชนที่คัดค้าน พ.ร.บ.จีเอ็มโอ วิเคราะห์ว่า กฎหมายฉบับนี้คือการเปิดโอกาสให้บริษัทเมล็ดพันธุ์ต่างชาติเข้ามาผูกขาดการค้าในประเทศไทย และเป็นการเปิดให้มีการทดลองพืชสัตว์จีเอ็มโออย่างเสรี ทั้งที่ปัญหาอันตรายของอาหารจีเอ็มโอมีการรายงานออกมาเป็นระยะๆ เช่น ทำให้เกิดการดื้อยาต้านปฏิชีวนะ อาจทำให้ยาบางตัวที่เคยรักษาในคนได้ผลแต่ถ้ากินอาหารจีเอ็มโอมากๆ จะทำให้ดื้อยาบางตัวได้ หรืออาจทำให้เกิดจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ที่อาจดื้อยาปฏิชีวนะ

 

           นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จีเอ็มโอที่ปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมทั่วไป อาจมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะเด่นเหนือกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติมาก จนทำลายหรือกลืนสายพันธุ์ดั้งเดิมให้สูญพันธุ์ไปได้ อย่างเช่นกรณีปลาแซลมอน ยิ่งไปกว่านั้นอาจมีการถ่ายทอดศัตรูพืชดื้อต่อสารเคมีปราบศัตรูพืช หรือที่เรียกกันว่า “สุดยอดแมลง” (super bug)” หรือ “สุดยอดวัชพืช(super weed)” ที่ฆ่าอย่างไรก็ไม่ตาย เพราะทนทานต่อสารเคมีทุกประเภท

           “วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ” ผอ.มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย:BioThai) ผู้ติดตามปัญหาจีเอ็มโอมานานกว่า 20 ปี วิเคราะห์ให้ฟังว่า ความน่ากังวลใน พ.ร.บ.จีเอ็มโอข้างต้นมี 3 ประเด็นด้วยกัน

           1. “คณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพแห่งชาติ” เป็นฝ่ายราชการที่มีผู้ทำงานหลัก คือ “กรมวิชาการเกษตร” และ “ศูนย์ไบโอเทค”(ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ) ทั้ง 2 หน่วยงานนี้ คือผู้สนับสนุนการนำเข้าจีเอ็มโอมาตลอด ทั้งที่คณะกรรมการที่ดีควรมาจากหลายฝ่ายเข้าไปช่วยกันคิด เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ

           2.กฎหมายบางข้อเขียนโดยฝ่ายสนับสนุนจีเอ็มโอเปิดช่องให้บริษัทผู้ค้าเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติ โดยเฉพาะกรณีพันธุ์จีเอ็มโอปนเปื้อนไปในธรรมชาติ บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งทางแพ่งและทางอาญา และ ข้อ 3.คือการระบุให้รับผิดชอบถ้าพบอันตรายในสุขภาพของมนุษย์-สัตว์ หรือความเสียหายที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นการเกิดจาก “เหตุสุดวิสัย” หรือเกิดขึ้นจาก “การกระทำของผู้เสียหาย”

           “ปกติในต่างประเทศระบุชัดเจนเลยว่ายกเว้นเฉพาะ กรณี 2 เรื่องเท่านั้นคือ “เกิดภัยพิบัติธรรมชาติร้ายแรง” หรือ “เกิดสงคราม” แต่ร่าง พ.ร.บ.ของไทยใช้คำว่า “เหตุสุดวิสัย” ทำให้ตีความกว้างไปและอาจเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อยากให้รัฐบาลระวังและพิจารณาทั้ง 3 ประเด็นนี้อย่างรอบคอบ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ และบริษัทเอกชนบางแห่งในไทยได้” วิฑูรย์กล่าวเตือน

           9 ธันวาคม 2558 เครือข่ายเกษตรอินทรีย์และเครือข่ายผู้บริโภค จะระดมพลนัดรวมกันที่ศาลากลางทุกจังหวัดทั้ง 77 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.จีเอ็มโอ

           การคัดค้านจะส่งเสียงถึงรัฐบาลประยุทธ์มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้คือจุดเปลี่ยน “ระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย”

 

ทีมข่าวรายงานพิเศษ

คมชัดลึก

9 /12/2558

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ni_gul วันที่ : 28/02/2016 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

มีข่าวลือว่า เชื้อไข้ซิกาอาจพัฒนามาจากยุงจีเอ็มโอที่ปล่อยในแหล่งระบาดของไข้เดงกี่ เพราะเชื้ซิกาฌริ่มโผล่จากที่นั่น... จริงเท็จประการใด?

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 18/01/2016 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

น่าจะไปรณรงค์ให้เกษตรกร เลิกใช้ปุ๋ยเคมี เลิกใช้ยาปราบศัตรูพืช นะครับ - เท่าที่ทราบมาเกษตรกรไทยส่วนใหญ่ได้รับสารพิษไปกันคนละมาก ๆ / พืชผักผลไม้บางอย่างก็นำสารพิษที่ตกค้างมาให้ผู้บริโภคจนต้องแช่ด่างทับทิมบ้าง ต้มจนสุกบ้าง /อีกเรื่องหนึ่งที่อยากแลกเปลี่ยนความเห็น คือ วันนี้ในอากาศที่เราหายใจเข้าไปมีเชื้อโรคอยู่กี่ชนิดทราบไหม - ใครอ่อนแอก็จะเจ็บไข้ได้ป่วยทันทีครับ / ส่วนเรื่องการปรับปรุงพืชผักผลไม้นั่น ถือว่าเป็นนวัตกรรมของมนุษยชาติครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rattiya วันที่ : 18/01/2016 เวลา : 13.41 น.


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน