• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 502
  • จำนวนผู้ชม : 892635
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2559
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 1057 , 15:07:35 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน february26 โหวตเรื่องนี้

                 

 

 คสช.พยายามสนับสนุนคนไทยรู้จักออมเงินไว้ใช้ตอนแก่ทุกวิถีทาง มีการโปรโมท “กองทุนการออมแห่งชาติ” หรือ กอช. เพื่อให้สิทธิประชาชนไทยเป็นสมาชิก แล้วเอาเงินมาสะสมโดยรัฐบาลช่วยสมทบเงินเข้าไปด้วย แต่ปรากฏว่าหลายคนยังสับสนกับกองทุนฯ นี้

 

 


 
           

 

โดยเฉพาะคำประกาศ “ดีเดย์” ว่าต้องมาสมัครก่อน 25 กันยายน 2559 ?

 

            ก่อนอื่นต้องย้อนดูความเป็นมาของ กอช. เริ่มจาก  “พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ 2554” ที่ประกาศเป็นกฎหมาย 9 พฤษภาคม 2554 ตั้งแต่มาสะดุดหยุดชะงักเพราะสถานการณ์การเมืองสับสนวุ่นวาย กฎหมายนี้เลยไม่มีรัฐบาลใดมาสนใจเอาไปดำเนินการอย่างจริงจัง จากนั้นปี 2556 มีการมอบหมายให้ “สำนักงานประกันสังคม” เข้ามาดูแลเงินออมให้ผู้สูงอายุตามมาตรา 40 โดยให้สิทธิประโยชน์กับผู้สูงอายุเกิน 60 ปี หากจ่ายเงินของตัวเองเดือนละ 100 บาท รัฐบาลจะช่วยจ่ายสมทบเพิ่มเดือนละ 100 บาท โดยกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 3.5 แสนคน

 

            จนกระทั่งปี 2557 รัฐบาลมีนโยบายปัดฝุ่น “กอช.” คณะรัฐมนตรีลงมติอนุมัติหลักการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทำให้ กอช.สามารถเปิดรับสมัครสมาชิกครั้งแรกได้ตั้งแต่ 20 สิงหาคม 2558 โดยมีสมาชิก 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ย้ายโอนมาจาก มาตรา 40 และกลุ่มที่สมัครเข้ามาใหม่

 

            ปัจจุบันข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2559 กอช.มีสมาชิกทั้งหมด 4.2 แสนคน เป็นผู้โอนมาจากมาตรา 40 จำนวน 1.2 หมื่นคน

 

            หลายคนเข้าใจผิดคิดว่ากองทุนนี้มีไว้เฉพาะให้ผู้สูงอายุเท่านั้น ทั้งที่จุดประสงค์ของกองทุนนี้สนับสนุนให้คนไทยเริ่มตั้งแต่วัยรุ่นรู้จักการออมเงิน จึงกำหนดผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีสามารถสมัครเป็นสมาชิกและเก็บออมเงินกับ กอช.ได้เลย และรัฐบาลช่วยสมทบด้วยตามลำดับขั้น

 

            กองทุนออมแห่งชาติ แบ่งเงินสมาชิกเป็น 2 กอง กองแรกคือ “เงินสะสม” หรือเงินตัวเองที่ฝากเข้าไป กองที่สองเรียกว่า “เงินสมทบ” หรือเงินที่รัฐช่วยออมเพิ่ม

 

            ข้อกำหนดคือสมาชิกกองทุนฯ จะต้องจ่ายเงินกองทุนไม่ต่ำกว่า 50 บาท แต่ไม่เกิน 13,200 บาทต่อปี ส่วนภาครัฐจ่ายเงินสมทบให้ตามสัดส่วนดังนี้

 

            1.อายุ 15-30 ปี รัฐสมทบ 50% ไม่เกิน 600 บาท/ปี เช่น ออมเงิน 100 บาท รัฐสมทบ 50 บาท

            2.อายุ 30-50 ปี รัฐสมทบ 80% ไม่เกิน 960 บาท/ปี เช่น ออมเงิน 100 บาท รัฐสมทบ 80 บาท

            3.อายุ50 ปีแต่ไม่เกิน 60 ปี ออมเงิน 100 บาท รัฐสมทบ 100% คือ 100 บาทไม่เกิน 1,200 บาท/ปี

 

 

            การประกาศวันดีเดย์ว่า ต้องมาสมัครก่อน 25 กันยายน 2559 หมายความว่าอย่างไร ?

 

 

            เจ้าหน้าที่ กอช. อธิบายว่า เป็นการเร่งรัดให้ผู้สูงอายุเข้าเป็นสมาชิกกรณีพิเศษ หมายถึงกลุ่มผู้มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เพราะว่ากลุ่มนี้คือผู้ที่เสียสิทธิที่ควรได้รับตั้งแต่ปี 2554 เมื่อ กองทุนการออมแห่งชาติเปิดรับสมัครล่าช้าไปหลายปี จึงมีการออกกฎหมายใหม่เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2558 ชื่อเต็มว่า “พ.ร.บ.การให้สิทธิแก่ผู้สมัครเป็นสมาชิกของกองทุนการออมแห่งชาติบางกรณี และการโอนเงินจากกองทุนประกันสังคมในกรณีชราภาพไปยังกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2558”

 

            สาระสำคัญคือให้สิทธิแก่ผู้สมัครสมาชิก กอช. ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป สามารถออมได้ 10 ปีเต็ม นับจากอายุตัวเองในวันที่สมัครสมาชิก รวมถึงผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีก็จะได้รับสิทธินี้ต่อไปอีก 10 ปีเช่นกัน โดยจะหมดเขตรับสมัครตามวันที่ 25 กันยายน 2559

 

            “หมายถึงผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินสมทบต่อไปอีก 10 ปี เช่น คนอายุ 54 ปี ถ้าสมัครก่อน 25 กันยายน 2559 รัฐจะสมทบเงินให้ต่อเนื่องไปอีก 10 ปี คือจนอายุ 64 ปี ทำให้ได้รับเงินสมทบจากรัฐมากขึ้น แต่ถ้าไปสมัครหลังวันที่ 25 จะได้รับเงินสมทบเพียงแค่ถึงอายุ 60 ปีเท่านั้น เพราะสุดท้ายยอดเงินสะสมของตัวเองกับเงินสมทบรัฐบาลจะถูกนำไปคำนวณเป็นเงินบำนาญที่จะจ่ายให้หลังจากอายุ 60 ปีจนเสียชีวิต”

 

            เจ้าหน้าที่ข้างต้นยกตัวอย่างให้ฟังต่อว่า หากผู้ใดอายุ 50 ปีแล้วฝากเต็มอัตราที่กำหนดปีละ 13,200 บาท ผ่านไป 10 ปี เงินสะสมจะเป็น 132,000 บาท รวมกับเงินสมทบรัฐบาล 12,000 บาท กลายเป็น 144,000 อายุ 60 ปี ได้เงินบำนาญประมาณเดือนละ 600 บาท ไปเรื่อยๆ และเงินก้อน 144,000 บาท ก็ยังคงอยู่ครบ เมื่อเสียชีวิต ทายาทจึงได้รับเงินก้อนนี้ไปเต็มจำนวนรวมดอกเบี้ยที่ได้เพิ่มตามสัดส่วนเหมือนฝากเงินธนาคาร

 

            สำหรับผู้ต้องการเบิกเงินไปใช้ก่อนอายุ 60 ปี สามารถทำได้ แต่จะได้รับแค่เงินสะสมของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้เงินสมทบของรัฐบาล แม้ว่าจะสะสมมานานกี่ปีก็ตาม

 

            ทั้งนี้ กอช.พยายามสนับสนุนให้คนไทยออมเงินมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก โดยคำนวณเบื้องต้นว่า หากคนไทยออมเงินได้ 1,000 บาทต่อเดือน เริ่มสะสมกับ กอช.ตั้งแต่อายุ 20 ปี เมื่ออายุ 60 ปี จะได้รับเงินบำนาญประมาณ 7,000 บาท/เดือน ถ้าเริ่มออมเมื่ออายุ 30 ขึ้นไป จะได้ประมาณ 4,000 บาท/เดือน เริ่มออมอายุ 40 ปี จะได้เงิน 2,600 บาท/เดือน

            น่าเสียดายที่กองทุนนี้ไม่ได้เปิดให้สมัครได้ทุกคน เนื่องจากเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเด็กวัยรุ่นให้รู้จักออมเงิน หรือช่วยกลุ่มแรงงานนอกระบบที่ไม่มีกองทุนอื่นดูแลยามเกษียณ

 

 

ทำให้ตั้งเงื่อนไขสำหรับ “ผู้ไม่มีสิทธิสมัคร” คือ

 

            (1) สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือส่วนราชการท้องถิ่น

            (2) สมาชิกกองทุนประกันสังคม

            (3) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

            (4) สมาชิกกองทุนอื่นที่มีระบบบำนาญ

 

 

            “สมพร จิตเป็นธม” เลขาธิการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพัฒนาระบบบริการสมาชิกในหลายด้าน และได้ขยายเวลาให้สมาชิกสามารถส่งเงินออมที่ธนาคารได้ตามวันและเวลาเปิดปิดของสาขาธนาคารแต่ละแห่ง รวมถึงวันเสาร์อาทิตย์ด้วย และอีกไม่นานก็จะมีการเพิ่มหน่วยรับสมัครสมาชิกรายใหม่ จะทำให้สมาชิก กอช. และผู้สนใจได้รับความสะดวกมากขึ้น ตลอดจนการพัฒนาระบบงานทะเบียนและฐานข้อมูลสมาชิก ระบบบริการข้อมูลทางโทรศัพท์ หรือ Call Center และบริการออนไลน์ โดยเป้าหมายของการหาสมาชิกกองทุน ภายในปี 2559 ให้ได้ 1.5 ล้านคน และจะประกาศรับสมัครสมาชิก กอช. เข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้แทนสมาชิกในบอร์ด กอช. เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกมาช่วยกันบริหารกองทุนให้เจริญเติบโตมั่นคงสืบไป

 

            นโยบายสนับสนุนการออม นับเป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อรองรับประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” อัตราคนอายุเกิน 60 ปีมีสัดส่วน 10 ล้านกว่าคน จากประชากรเกือบ 70 ล้านคน

 

            ทำอย่างไรให้เด็กวัยรุ่นวางแผนพึ่งพาตนเองยามชรา รู้จักออมเงินโดยรัฐบาลช่วยสนับสนุน พ่อแม่ผู้ปกครองหรือโรงเรียนต้องกระตุ้นให้เด็กๆ รู้จักการออม โดยวิธีการใดก็ได้ สำหรับทางเลือกในการออมเงินกับ กอช.นั้น นอกจากได้เงินรัฐสมทบ รัฐบาลยังรับประกันให้ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำโดยเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์

 

 : ทีมข่าวรายงานพิเศษ 

คมชัดลึก

30/05/2559





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
february26 วันที่ : 30/05/2016 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

ขอบคุณครับ ข้อมูลละเอียดดีมากๆ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน